<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครอง ร้อง รร.นานาชาติฯขึ้นค่าธรรมเนียมอื่น ๆจากปีละ3  หมื่นเป็น 7.5หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31พ.ค.64- ที่กระทรวงศึกษาธิการ - มีตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนนานาชาติบริติชโคลัมเบีย มานืนหนังสือถึงนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กรณีที่โรงเรียนดังกล่าว ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เรื่อง การชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา ปีการศึกษา 2564-2565 ที่มีใจความระบุว่า ทางโรงเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องปรับค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตจากการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องด้วยทางโรงเรียนได้มีการปรับปรุงและพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น สำหรับปีการศึกษา 2564-2565 โรงเรียนจึงขอแจ้งให้ท่านผู้ปกครองทราบ ว่า จะมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอื่นๆ ในระดับ K.1-G.4 ปรับเป็น 60,000 บาท และระดับชั้น G.5-G.12 ปรับเป็น 75,000 บาท เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางกนกวรรณ กล่าวว่า ตนจะยินดีรับเรื่อง และจะมอบหมายให้เลขาฯ กช.ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล ว่า การปรับค่าธรรมเนียมดังกล่าว สามารถดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร เพราะเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ปกครองและนักเรียน ดังนั้นจึงขอเวลาในการตรวจสอบข้อมูลเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนก่อนจะดำเนินการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเนธิรินทร์ เตชวัฒน์ศักดิ์ ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า จากเดิมโรงเรียนจะเก็บค่าบำรุงโรงเรียนทุกปีจะต้องชำระ 30,000 บาททุกปี แต่ในปีนี้ ทางโรงเรียนขอปรับขึ้นราคา ซึ่งค่าบำรุงดังกล่าวเป็นคนละส่วนจากค่าเทอม ดังนั้นทางผู้ปกครองจึงมาร้องเรียนกับทาง ศธ. เนื่องจากไม่ไหวด้วยภาวะเศษฐกิจ และช่วงนี้มีการเรียนออนไลน์ 100% เรื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทางผู้ปกครองจึงเห็นว่ายังไม่สมควรขึ้นราคา อย่างก็ตาม ทางโรงเรียนได้มีการหารือกับทางผู้ปกครองในกรณีดังกล่าว แต่ก็ยังคงไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104807</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.นานาชาติ, #ศธ., ค่าธรรมเนียม, รร.นานาชาติบริติชโคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4afba296e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รร.เอกชน 524 โรง ยอมคืนค่าธรรมเนียมอื่นมูลค่า 561ล้านบาทให้ผู้ปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ก.พ.64-นายอรรถพล ตรึกตรอง &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ที่มีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ที่ประชุมได้มีการายงานเรื่องการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนเอกชนให้ผู้ปกครอง โดยมีโรงเรียนที่คืนค่าธรรมเนียมอื่นจำนวน 524 โรง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 561 ล้านบาท โดยจะเป็นค่าต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าอาหารเสริม ค่าอาหารว่าง ค่ารถรับส่ง ค่าเรียนเสริมวิชาการ ค่าเรียนสอนเสริมภาษาต่างประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้วิธีการคืนค่าธรรมเนียมในส่วนนี้จะมีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือ คืนเป็นเงินสด หรือ คืนในรูปแบบเงินเครดิต เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมต่างๆ ในปีการศึกษาต่อไป ส่วนโรงเรียนเอกชนบางแห่งไม่คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น นั้น เนื่องจากโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนชดเชยให้นักเรียนตามจำนวนเวลาเรียนที่ขาดไปจนครบหลักสูตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนกรณีที่มีโรงเรียนเอกชนบางแห่งที่ไม่คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น และมีการจัดสอนเสริมให้แก่เด็กเรียนจำนวนมากกว่าปกติ จนผู้ปกครองเกิดความกังวล ว่า จะเป็นการเพิ่มภาระและความเครียดให้กับบุตร หลานมากเกินไปหรือไม่นั้น ในกรณีนี้ผมมองว่าเราต้องพิจารณาเป็นรายโรงเรียนไป เพราะ โรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ออกมาตรไปเป็นที่เรียบร้อย&amp;rdquo;เลขาฯ กช.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าธรรมเนียม, นายอรรถพล ตรึกตรอง, รร.เอกฃน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96956a52efe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจโรงแรมเฮ!มหาดไทยยกเว้นค่าธรรมเนียมยาวถึงปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 ก.ค.2563 &amp;ndash; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2563 และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหากฎกระทรวงระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรมตามข้อ 1 (7) แห่งกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม หลักเกณฑ์ และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม หลักเกณฑ์ และวิธีการชำระค่าธรรมเนียมสาหรับการประกอบธุรกิจโรงแรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2558 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรยกเว้นค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณามาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และโดยที่มาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎกระทรวง, การประกอบธุรกิจโรงแรม, ค่าธรรมเนียม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รายได้ค่าธรรมเนียมแบงก์Q2วูบเกือบ5พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง มีกำไรไตรมาส 2 จำนวน 55,312 ล้านบาท ครึ่งปีแรกกำไรรวม 109,725 ล้านบาท ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยไตรมาส 2 ลดลง 4,837 ล้านบาท หลังยกเลิกค่าธรรมเนียมทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในตลท.ทั้ง 11 แห่ง ได้แจ้งผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 61 และงวด 6 เดือนแรกของปี โดยไตรมาส 2 มีกำไรรวมสุทธิอยู่ที่ 55,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น6,171 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิรวม 109,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,704 ล้านบาท ขณะที่ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 2 อยู่ที่ 53,642 ล้านบาท ลดลง 4,837 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 61

สำหรับไตรมาส 2 ปี 61 ธนาคารที่มีผลกำไรสุทธิมากที่สุด คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) มีกำไรสุทธิ 11,111 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) กำไรสุทธิ 10,917 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) กำไรสุทธิ 9,194 ล้านบาท ส่วนงวดครึ่งปีแรก ธนาคารที่มีผลกำไรสุทธิมากที่สุด คือSCB มีกำไรสุทธิ 22,476 ล้านบาทKBANK กำไรสุทธิ 21,682 ล้านบาท และ BBL กำไรสุทธิ 18,199 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ ธนาคารที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากที่สุดในไตรมาส 2 คือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เพิ่มขึ้น4,489 ล้านบาท BBL เพิ่มขึ้น 1,147 ล้านบาท และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) (TBANK) เพิ่มขึ้น 490 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวดครึ่งปีแรกธนาคารที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ KTB เพิ่มขึ้น 2,738 ล้านบาท KBANK เพิ่มขึ้น 2,525 ล้านบาท และ TBANK เพิ่มขึ้น 997 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านธนาคารที่มีผลกำไรลดลงมากที่สุดในไตรมาส 2 คือ SCB ลดลง 744 ล้านบาท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) (TMB) ลดลง 304 ล้านบาท และ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) (CIMBT) ลดลง 165.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนงวดครึ่งปีแรกธนาคารที่มีผลกำไรลดลงมากที่สุด คือ SCB ลดลง 1,281ล้านบาท TMB ลดลง 120 ล้านบาท และCIMBT ลดลง 117.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ จากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 2 โดยธนาคารที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงมากที่สุดในไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก คือ SCB ลดลง 1,552 ล้านบาท KBANK ลดลง 1,339 ล้านบาท และ BBL ลดลง 737 ล้านบาท ขณะที่ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาส 2 มีธนาคารเพียง 1 แห่ง ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นคือ CIMBT เพิ่มขึ้น 44.58 ล้านบาท

นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในงวดครึ่งปีแรกจำนวน 21,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 2,525 ล้านบาท หรือ 13.18% ส่วนใหญ่มาจากธนาคารมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13815</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าธรรมเนียม, ธนาคารพาณิชย์, ไตรมาส2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf63032ae00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงไทยเปลี่ยนบัตรชิปการ์ดกลางฟรีถึงสิ้นปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงไทยย้ำเปลี่ยนบัตรให้ลูกค้าเป็นแบบชิปการ์ดกลางฟรี ไม่คิดค่าธรรมเนียม ถึงสิ้นปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 61 - รายงานข่าวจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTB) เปิดเผยว่า จากที่มีการส่งข้อความแจ้งว่าเป็นข่าวประชาสัมพันธ์จากธนาคารกรุงไทย ให้ลูกค้าเปลี่ยนบัตร ATM เป็นแบบรหัส 6 ตัว โดยยกเว้นค่าธรรมเนียม 100 บาท ถึง 31 ก.ค. 61 นั้น ธนาคารขอขี้แจงว่า ธนาคารให้บริการเปลี่ยนบัตร ATM &amp;nbsp;และบัตรเดบิตที่เป็นแบบแถบแม่เหล็ก และบัตรชิปการ์ดเดิม เป็นบัตรแบบมาตรฐานชิปการ์ดกลาง ซึ่งใช้รหัส 6 หลักในการทำรายการ โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมจนถึง 31 ธ.ค. 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเปลี่ยนบัตรดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายระบบการชำระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสะดวกในการใช้งาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12725</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าธรรมเนียม, ธนาคาร, ธนาคารกรุงไทย, บัตรATM, บัตรกรุงไทย, บัตรเครดิต, บัตรแบบมาตรฐานชิปการ์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c834802a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดแล้ว!ค่าธรรมเนียมไกด์-ธุรกิจนำเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.2561 - &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงนามในกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ พ.ศ.2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 43 ก แล้ว โดยเหตุผลในการประกาศใช้ระบุว่า เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ให้สอดคล้องกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอายุใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และการกำหนดให้มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา ประกอบกับมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจนำเที่ยวและใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ พ.ศ.2555 ข้อ 2 ให้กำหนดค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ฉบับละ 2,000 บาท (2) ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา ฉบับละ 1,000 บาท (3) ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ฉบับละ 200 บาท (4) ใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ฉบับละ 1,000 บาท (5) ใบแทนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา ฉบับละ 500 บาท (6) ใบแทนใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ฉบับละ 200 บาท (7) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ครั้งละ 2,000 บาท (8) การต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวสาขา ครั้งละ 1,000 บาท &amp;nbsp;และ (9) การต่ออายุใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ครั้งละ 200 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11907</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎกระทรวง, ค่าธรรมเนียม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ราชกิจจานุเบกษา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว, ใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเป้ารีดภาษีปี 2562!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561 &amp;ndash; ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ซึ่งเป็นงบประมาณวงเงินรายจ่าย 3 ล้านล้านบาทนั้น ในส่วนของงบประมาณการรายรับประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 นั้นได้มีการประมาณการเก็บภาษีและรายได้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อว่าจะมีรายได้ทั้งปีงบประมาณถึง 3,032,600 ล้านบาทเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเภทรายได้หรือเป้าหมายการจัดเก็บภาษีนั้น ประกอบด้วย 1.ภาษีอากร 2,800,220.342 ล้านบาท แบ่งเป็น ภาษีทางตรง 1,090,600 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 339,000 ล้านบาท
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 702,600 ล้านบาท และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 49,000 ล้านบาท ภาษีทางอ้อม 1,709,620.342 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีการขายทั่วไป 909,000.510 ล้านบาท ประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่ม 832,300 ภาษีธุรกิจเฉพาะ 61,000 ล้านบาท อากรแสตมป์ 15,700 ล้านบาท และภาษีการขายทั่วไปอื่น 0.510 ล้านบาท ภาษีการขายเฉพาะ 666,577.046 ล้านบาท แบ่งเป็นภาษีโภคภัณฑ์ภายใน 621,960.205 ล้านบาท ประกอบด้วย ภาษีรถจักรยานยนต์ 2,707.321 ล้านบาท ภาษีสุราและแสตมป์สุรา 62,102.909 ล้านบาท ภาษีเบียร์ 95,680.055 ล้านบาท ภาษีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 22,431.147 ล้านบาท ภาษียาสูบและแสตมป์ยาสูบ 48,673.090 ล้านบาท ภาษีน้ำมัน &amp;nbsp;212,309.598 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิตจากการนำเข้า 117,124.872 ล้านบาท ภาษีรถยนต์ 57,908.025 ล้านบาท ภาษีผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง 125.500 ล้านบาท ภาษีสถานบริการ 1,140.178 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ 29.915 ล้านบาท และภาษีแบตเตอรี่ 1,727.595 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีทรัพยากรธรรมชาติ 44,616.840 ล้านบาท ประกอบด้วย อากรการประมง 0.311 ล้านบาท ค่าภาคหลวงไม้สัก 0.153 ล้านบาท ค่าภาคหลวงไม้กระยาเลย 0.191 ล้านบาท ค่าภาคหลวงฟืนถ่านและของป่าอื่นๆ 0.070 ล้านบาท ค่าภาคหลวงแร่ 1,680.959 ล้านบาท และค่าภาคหลวงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ 42,935.156 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีสินค้าเข้า-ออก 97,600 ล้านบาท ประกอบด้วยอากรขาออก 100 ล้านบาท และอากรขาเข้า 97,500 ล้านบาท ภาษีลักษณะอนุญาต 36,442.787 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าใบอนุญาตอื่นด้านสรรพสามิต 522.596 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตด้านป่าไม้ 48 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตยาง 10 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตต่างด้าว 5,617.005 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตวิทยุคมนาคม 29,500 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตการพนัน 34.796 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตอาวุธปืนและดอกไม้เพลิง 61.627 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตอื่นด้านมหาดไทย 376.445 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตสาธารณสุข 259.962 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตน้ำบาดาล 5.088 ล้านบาท ค่าใบอนุญาตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า &amp;nbsp;7.180 ล้านบาท และรายได้ใบอนุญาตประกอบกิจการคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น 0.088 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.งบการขายสิ่งของและบริการ 29,365.595 ล้านบาท แบ่งเป็นการขายหลักทรัพย์และทรัพย์สิน 1,810.874 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าขายอสังหาริมทรัพย์ 726.395 ล้านบาท ค่าขายผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ 135.394 ล้านบาท ที่มีทั้งค่าขายน้ำมัน 0.028 ล้านบาท ค่าขายไม้ 1.700 ล้านบาท และค่าขายพืชผลและพันธุ์สัตว์ 133.666 ล้านบาท ค่าขายหนังสือราชการ 6.488 ล้านบาท ค่าขายสิ่งของอื่น 942.598 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าขายของกลาง 51.982 ล้านบาท ค่าขายของเบ็ดเตล็ด 681.540 ล้านบาท ค่าขายผลิตผลจากการวิจัย 59.342 ล้านบาท รายได้ค่าซื้อเอกสารจัดซื้อจัดจ้าง 81.261 ล้านบาท และค่าขายครุภัณฑ์ 68.472 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขายบริการ 27,554.721 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าบริการ 20,977.868 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งค่าธรรมเนียม 9,925.992 ล้านบาท โดยประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมที่ดิน และค่าจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ 502.304 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมควบคุมโรคระบาดสัตว์ 455.675 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประตูน้ำ 0.043 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการประมง 4.413 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมบำรุงป่า 3.600 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการบิน 478.800 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการขนส่งทางบก 247.957 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการขนส่งทางน้ำ 477.246 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมแร่ 0.337 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการค้า 3,394.301 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมโรงงาน 266.997 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมสัมปทาน 1,038.244 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมประกอบอาชีพคนต่างด้าว 67 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการกงสุล &amp;nbsp;2,440.173 ค่าธรรมเนียมน้ำบาดาล 547.200 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจัดหางานให้คนหางานทำในประเทศ 0.990 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ 0.712 ล้านบาท &amp;nbsp;ค่าธรรมเนียมเบ็ดเตล็ด 11,051.876 ล้านบาท ค่าเช่า 6,576.853 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ &amp;nbsp;6,571.305 ล้านบาท และค่าเช่าเบ็ดเตล็ด 5.549 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.งบรัฐพาณิชย์ 168,000 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสาธารณูปการ 6,271.786 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาขนส่ง 18,162.260 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาอุตสาหกรรม3,113.579 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ 70.298 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาพาณิชย์และบริการ 28,299.078 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาพลังงาน &amp;nbsp;82,148.036 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสื่อสาร 1,300 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสังคมและเทคโนโลยี 570 ล้านบาท รายได้จากองค์การของรัฐสาขาสถาบันการเงิน 25,365 ล้านบาท และรายได้จากกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% 2,699.963 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.งบรายได้อื่น 35,014.063 ล้านบาท แบ่งเป็นแสตมป์ฤชากรและค่าปรับ 9,516.674 ล้านบาท โดยประกอบด้วย แสตมป์ฤชากร 4,184.614 ล้านบาท ค่าปรับสุรา 1.910 ล้านบาท ค่าปรับภาษีอากร 400 ล้านบาท ค่าปรับเปรียบเทียบคดี 779.630 ล้านบาท ค่าปรับจากการกระทำผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก 209.213 ล้านบาท และค่าปรับอื่น 3,941.307 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินรับคืน 3,906.113 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินเหลือจ่ายปีเก่าส่งคืน 2,887.999 ล้านบาท เงินกู้รับคืน 499.066 ล้านบาท เงินชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิด 72.474 ล้านบาท เงินชดใช้จากการผิดสัญญาการศึกษาและดูงาน 396.255 ล้านบาท เงินรับคืนอื่น 50.319 ล้านบาท รายได้เบ็ดเตล็ดอื่น 21,591.276 ล้านบาท ประกอบด้วย &amp;nbsp;รายได้จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 296.024 ล้านบาท ดอกเบี้ยเงินฝาก 233.867 ล้านบาท เงินรับจากการทำเหรียญกษาปณ์ 1,196 ล้านบาท รายได้ค่าตอบแทนจากการใช้ความถี่วิทยุ 0.405 ล้านบาท ค่าตรวจสอบคุณภาพชีวภัณฑ์ 0.433 ล้านบาท และรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น 19,864.547 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11048</URL_LINK>
                <HASHTAG>2562, 3 ล้านล้านบาท, ค่าธรรมเนียม, ภาษี, รายจ่าย, รายรับ, รายได้, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180610/image_big_5b1caab1cb3f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
