<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ไฟเขียว 2 รร.เอกชน ขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาได้ แต่ต้องไม่กระทบ ผู้ปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้ลงนามในประกาศเรื่อง ประกาศค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น เรียน ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนนานาชาติ เซนต์ แอนดรูว์ส กทม.และโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา ประจำปีการศึกษา 2564 เนื่องจากที่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ส่งหนังสือแจ้งให้โรงเรียนเอกชนรับทราบถึงแนวปฏิบัติและทบทวนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 แล้ว ทั้งนี้หากมีความจำเป็นให้ปรับขึ้นได้ โดยต้องไม่กระทบกับผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนอยู่เดิม แต่โรงเรียนแจ้งว่าได้ทบทวนแล้วและมีเหตุผลความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นประจำปีการศึกษา 2564 ศธ.พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง จึงขอใช้อำนาจตามมาตรา 34 พ.ร.บ.การศึกษาเอกชน (ฉบับที่2) พ.ศ.2554 จึงให้โรงเรียนนานาชาติ เซนต์ แอนดรูว์ส กทม.และโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา ลดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ประจำปีการศึกษา 2564 โดยให้คงอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นเท่ากับปีการศึกษา 2563 หากมีความจำเป็น ให้ปรับขึ้นได้โดยต้องไม่กระทบกับผู้ปกครองของนักเรียนที่เรียนอยู่เดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116182</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.เอกชน, ค่าธรรมเนียมการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139c5f116bcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภัทร&#039; เผย15ก.ค.ได้ข้อสรุปบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายธรรมเนียมการศึกษา ค่าเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
14ก.ค.64-นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่างว่า ตามที่กลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทย ได้ยื่น 3 ข้อเสนอได้แก่ 1.ศธ.ต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพที่สุดมาฉีดให้แก่ครูบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนทุกคน 2.รัฐบาลต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ เช่น มาตรการคำสั่งให้โรงเรียนรัฐและเอกชนลดค่าเทอม เป็นต้น และ 3.ศธ.ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์นั้น ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ศธ.ได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการแล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มอบนโยบายให้โรงเรียนทุกแห่งลดการบ้านหรือภาระงานที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดแล้ว รวมถึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับตัวชี้วัดและประเมินผลของนักเรียนใหม่ โดยให้สอดรับกับการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งโรงเรียนจะต้องปรับตัวชี้วัดที่ต้องเน้นสมรรถนะจำเป็นที่เด็กควรรู้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมนั้น ขณะนี้คณรัฐมนตรี (ครม.) ได้ออกเป็นมาตรการเยียวประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ซึ่งในมาตรการนี้มีมาตรการด้านการศึกษาร่วมอยู่ด้วย โดยมอบหมายให้ ศธ.ไปหารือกับหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องว่าจะมีแนวทางใดที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองได้บ้าง&amp;nbsp;
&amp;quot;เมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้ประชุมร่วมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) และผู้แทนโรงเรียนเอกชนแต่ละแห่ง โดยภาพรวมยังมีข้อคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างหลากหลาย แต่ก็ได้มอบแนวทางไปว่าจะต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำอย่างไรให้บรรเทาค่าใช้จ่ายของผู้กครองได้มากที่สุด ซึ่งในวันที่ 15 กรกฎาคม จะมีการประชุมสรุปข้อมูลร่วมกับ รมว.ศธ.อย่างเป็นทางการทั้งหมดว่าจะมีแนวทางออกมาอย่างไรบ้าง ทั้งนี้การช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายผู้ปครองเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมนั้นจะรวมไปถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ในเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วย&amp;quot;ปลัด ศธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109684</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โรงเรียนเอกชน, ค่าธรรมเนียมการศึกษา, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a52ab379cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องถึงมือ&#039;สภาพัฒน์ &#039;ครม. มอบ คลี่คลายปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ก.ค.64- คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยเรื่อง ค่าใช้จ่ายการศึกษาของผู้ปกครองภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยเฉพาะประเด็นค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมของนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพราะขณะนี้ผู้ปกครองต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้จึงอยากให้โรงเรียนได้มีมาตรการลดหรือการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมให้แก่ผู้ปกครองได้บ้าง เนื่องจากนักเรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียนตามสถานการณ์ปกติจึงคิดว่าค่าใช้จ่ายบางอย่างน่าจะงดการเรียกเก็บจากผู้ปกครองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศธ. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากข้อห่วงใยดังกล่าวส่งผลให้ที่ประชุม ครม.ได้มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการวางแผนการบริหารจัดการการช่วยเหลือ เรื่อง ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอม รวมถึงการสำรวจค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนตามสภาพดควาเป็นจริง เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครอง โดยศธ.จะนำไปหารือกับหน่วยงานต้นสังกัดต่อไปว่าจะแนวทางใดบ้างที่แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ อย่างไรก็ตาม นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109572</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ศธ., คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ค่าธรรมเนียมการศึกษา, สภาพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607ea4adc6bf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สช. ตั้งวอร์รูมพิจารณาเรื่องร้องเรียน รร.เอกชนเก็บค่าเล่าเรียน  ย้ำช่วงนี้ควรตรึงค่าเล่าเรียนไว้ก่อน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 ก.ค.64-นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวถึงมาตราการการดูแลการคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายต่างของโรงเรียนเอกชนและผู้ปกครอง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้ข้อยุติโดยไม่มีเรื่องขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะ ศธ.จะไม่สามารถไหลไปตามกระแสเรียกร้องเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ สช.เข้าใจดีว่าทุกฝ่ายมีความทุกข์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ด้วยกันทั้งสิ้น และหากมองในมุมผู้ปกครอง เราเข้าใจถึงสภาวะที่ผู้ปกครองก็ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้นเราจึงพยายามหาจุดที่ลงตัวในการแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด ขณะที่ฝ่ายโรงเรียนเอกชนเองก็ไม่มีใครรู้สถานะภาพของโรงเรียนเอกชนได้ดีเท่ากับ สช. โดยขณะนี้โรงเรียนเอกชนมีอยู่ 4,000 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีโรงเรียนเอกชนที่ไม่รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐหรือรับเงินอุดหนุนเพียง ร้อยละ 70 ของค่าใช้จ่ายรายของหัวภาครัฐ ประมาณ 3,000 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลที่รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ร้อยละ 100 จึงไม่จำเป็นต้องไปเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีก ซึ่งดำเนินการคล้ายกับโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายต้องการให้มีการลดค่าเทอมมากกว่าค่าธรรมเนียมการศึกษานั้น ต้องชี้แจงว่าประเด็นนี้โรงเรียนเอกชนยังมีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในจำนวนที่สูงไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างครูต่างชาติ เงินเดือนครูเอกชน เพราะเมื่อจัดการเรียนการสอนไม่ได้ตามสถานการณ์ปกติแต่โรงเรียนยังมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าจ้างครูผู้สอนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับสูงจะอยู่ในกลุ่มโรงเรียนเอกชนประเภทนานาชาติกับโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญที่เปิดหลักสูตร English Program หรือห้องเรียนพิเศษ ซึ่งผู้ปกครองเองคงพอใจคุณภาพที่จะเลือกให้บุตรหลานเข้าเรียนมาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปี 2563 จนส่งกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดย สช.ได้เก็บข้อมูลการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาของโรงเรียนเอกชนให้แก่ผู้ปกครอง พบว่า มีการคืนเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นเงินจำนวน 600 กว่าล้านบาทแล้ว ซึ่งจะคืนในจำนวนที่มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียนแต่ละแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนในปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญใน กทม.ได้ส่งประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษามาเสนอ ให้ สช.รับทราบแล้วจำนวน &amp;nbsp;404 แห่ง ซึ่งตนกำชับไปแล้ว ว่า หากเป็นไปได้ขอให้ลดค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือหากลดค่าธรรมเนียมการศึกษาไม่ได้ก็ให้ตรึงราคาไว้ก่อน รวมถึงหากไม่สามารถตรึงราคาได้ สช.อนุญาตให้ขึ้นราคาค่าธรรมเนียมการศึกษาได้กับนักเรียนใหม่เท่านั้น ซึ่งเท่าที่ทราบการรับนักเรียนชั้น ม.1 ในปีการศึกษา 2564 ของโรงเรียนเอกชนจำนวนนักเรียนไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ยังมีการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่าเดิม ขณะเดียวกันในส่วนที่ผู้ปกครองยังค้างค่าธรรมเนียมการศึกษากับโรงเรียนนั้นโรงเรียนจะต้องไม่นำเรื่องนี้ให้มามีผลกระทบต่อการเรียนของเด็กอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ สช.ยังพบโรงเรียนเอกชนใน กทม.จำนวน 2 แห่งที่ไม่ยอมลดค่าธรรมเนียมการศึกษา โดย สช.จะทำหนังสือเสนอนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ให้ใช้อำนาจตามมาตรา 34 ของพ.ร.บ.การศึกษาเอกชน พ.ศ.2554 ที่ระบุว่า รมว.ศธ. สามารถสั่งปรับลดค่าธรรมเนียมการศึกษาได้ หากเห็นว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นภาระแก่ประชาชนเกินควร อีกทั้งเมื่อเร็วๆ นี้ สช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองพบว่า มีโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจ.ชลบุรี ไม่ได้มีการลดค่าธรรมเนียมการศึกษา แต่กลับมีการขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาในส่วนอื่นแทน โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก สช.ซึ่งขณะนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้สช.ได้รับหนังสือร้องเรียนเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษากว่า 50 ฉบับ ดังนั้นจึงได้มีการจัดตั้งวอร์รูมขึ้น เพื่อพิจารณเรื่องดังกล่าวโดยจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ปกครองและโรงเรียนอย่างดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงเรียนเอกชนกำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะการที่โรงเรียนยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติยิ่งทำให้ผู้ปกครองมาจ่ายค่าเทอมล่าช้า &amp;nbsp;ซึ่งเท่าที่สำรวจมีผู้ปกครองมาจ่ายค่าเทอมให้แก่โรงเรียนยังไม่ถึงร้อยละ 50 เนื่องจากผู้ปกครองมีความรู้สึกว่า การเรียนออนไลน์ยังไม่ถือว่าเป็นการเปิดภาคเรียน ขณะที่โรงเรียนยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนเท่าเดิม เช่น ค่าจ้างครู เป็นต้น ดังนั้นจากผลกระทบเหล่านี้จึงส่งผลให้ ศธ.ต้องหารือกับกระทรวงการคลังให้ใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) โดยหาแหล่งเงินกู้ เช่น ธนาคารต่างๆ มาให้โรงเรียนเอกชนที่ประสบปัญหาได้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำในวงเงินที่สูง เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่โรงเรียนเอกชน&amp;quot;นายอรรถพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เลขาธิการ สช. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สช.ยืนยันว่าจะไม่ให้โรงเรียนเอกชนขึ้นค่าธรรมเนียมการศึกษาอย่างเด็ดขาด และเป็นปีแรกที่โรงเรียนจะต้องส่งประกาศการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษามาให้ สช.พิจารณา เพราะโรงเรียนต้องเขียนประกาศค่าธรรมเนียมให้ชัดเจนว่ารายการไหนเก็บได้หรือรายการไหนไม่ควรเรียกเก็บ เช่น ค่าเรียนพิเศษ ค่าเรียนว่ายน้ำ โรงเรียนจะบังคับเรียกเก็บในส่วนนี้จากผู้ปกครองไม่ได้ จะต้องเป็นความสมัครใจในการเลือกเรียนเอง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ปกครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109463</URL_LINK>
                <HASHTAG>#รร.เอกชน, ค่าธรรมเนียมการศึกษา, นายอรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec09b64d988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้แม่เจ้า! &quot;รร.นานาชาติ - รร.เกรดเอ&quot;บางแห่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจุ๊บจิ๊บๆจากนักเรียน คนละ5แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ก.พ.64-ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ได้มีมติให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ทำหนังสือถึงโรงเรียนเอกชนในระบบทั่วประเทศให้สรุปค่าธรรมเนียมการศึกษาที่เป็นค่าบริการที่ไม่เกิดจริง เช่น ค่าอาหารกลางวัน ค่าเครื่องใช้แรกเข้า ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ ค่าทัศนศึกษา ค่ารถรับส่ง เป็นต้น เพื่อสรุปรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่ามี่รายการใดบ้างที่ต้องจ่ายคืนผู้ปกครอง เนื่องจากตลอดเดือนมกราคมนี้ไม่ได้มีการจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสรมการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) กล่าวว่า หลังจากที่ สช.ได้ทำหนังสือถึงโรงเรียนเอกชนในระบบทั่วประเทศให้รายงานการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจากผู้ปกครองนักเรียนไปแล้วเมื่อปลายเดือน มกราคมที่ผ่านมา ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ ได้เริ่มทยอยส่งรายงานการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมมาให้ สช.แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ สช.อยู่ระหว่างการจัดแยกหมวดหมู่ของโรงเรียน ซึ่งแยกออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มโรงเรียนที่รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว แต่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา เช่น โรงเรียนการกุศล โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนการศึกษาพิเศษ 2. กลุ่มโรงเรียนที่รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว และเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาอื่น ๆ มีอยู่ประมาณ 2,000 กว่าแห่ง ถือว่ามีมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประเภทสามัญในระบบ และ 3. กลุ่มโรงเรียนที่ไม่รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว แต่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา เช่น โรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนประเภทสามัญในระบบที่ไม่รับเงินอุดหนุน หลังจากแยกกลุ่มเสร็จแล้วจะมีการตรวจสอบรายละเอียดดูว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินจริง หรือมีเรียกเก็บที่ซ้ำซ้อนบ้าง จากนั้นจะให้โรงเรียนชี้แจง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ตรวจสอบในเบื้องต้น กลุ่มที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่สูงมากคือ กลุ่มโรงเรียนประเภทโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนสามัญที่ไม่รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว ซึ่งมีประมาณ ร้อยละ 10 ที่เรียกเก็บค่อนข้างสูงมาก ทั้งยังมีโรงเรียนสามัญที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบางแห่งที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง และแจกแจงไม่ได้ เช่น มีการเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือมีการเก็บค่าบำรุงอาคารสถานที่แล้วยังไปเก็บค่าแอร์อีก หรือบางรายการน่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษาที่รัฐจัดสรรให้ไปแล้ว แต่ยังมีการเรียกเก็บอีก หรือบางแห่งใช้คำว่าค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ไม่บอกว่าเป็นค่าอะไรบ้าง ซึ่งก็ต้องมีการพูดคุย เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดย สช.จะมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาแก้ไขระเบียบเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวเพื่อการศึกษาให้มีความชัดเจนว่า เรื่องใดที่โรงเรียนเก็บได้หรือเก็บไม่ได้ เพื่อให้มีมาตรฐานในทางปฏิบัติที่ชัดเจน และค่าใช้จ่ายใดเก็บไปแล้วไม่สมเหตุสมผลก็ต้องสั่งให้โรงเรียนคืนให้ผู้ปกครอง&amp;rdquo;เลขาฯ กช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนสามัญที่ไม่รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวนั้น จากข้อมูลที่พบ ณ ขณะนี้ หลายแห่งมีการเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองสูงมาก แม้จะเป็นโรงเรียนทางเลือกให้กับผู้ปกครอง แต่หากมีการเรียกเก็บสูงเกินเหตุอันควร สช.ก็ต้องเรียกมาชี้แจงเพื่อตอบสังคมให้ได้ว่าสิ่งที่เรียกเก็บไปนั้นเป็นการแสวงหากำไรเกินควรหรือไม่ เช่นบางแห่งมีการเรียกเก็บค่าอาหารเด็กนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลสูงถึงคนละ 90,000 บาทต่อปี แถมยังมีค่าอาหารว่างอีกคนละ 38,000 บาทต่อปี และบางแห่งมีการเก็บค่าประกันอุบัติเหตุ หรือประกันสุขภาพนักเรียนคนละ 500,000 บาท ซึ่งเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น สช.จะเรียกมาชี้แจง โดย สช.จะมีการเอ็กซเรย์เรื่องนี้แบบรายโรงเรียนให้เร็วที่สุด หากโรงเรียนใดเก็บแพง แสวงหากำไรเกินควรจะเสนอคณะกรรมการ กช.ให้พิจารณาเพื่อปรับลดและคืนเงินให้ผู้ปกครองต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92488</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สช., #โรงเรียนเอกชน, ค่าธรรมเนียมการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc18a6dd8cfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
