<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;นำถกครม. หน้าเครียด ไม่ตอบปมถูกปรับหลังไม่สวมแมสก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณไปยังรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ส่วนที่ที่ทำเนียบรัฐบาล มีเพียง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันมีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ครม. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วม ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากมูลนิธิป่ารอยต่อ ขณะที่ทีมโฆษกรัฐบาลประชุมผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน และใช้วิธีการแถลงด้วยการส่งเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลัง กทม.แจ้งเอาผิดและเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 6,000 บาท กรณี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใส่หน้ากากอนามัยขณะเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจในการจัดหาวัคซีนทางเลือกและแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยังคงกักตัว 14 วัน จึงไม่ได้มารับนายกรัฐมนตรีในวันประชุม ครม.เหมือนทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศการทำงานของสื่อมวลชนยังคงคุมเข้มมาตรการด้านสาธารณสุข ขณะทำเนียบรัฐบาลสั่งปิดโรงอาหาร ตึกสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และโรงอาหาร ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ที่พบว่าครอบครัวของแม่ค้าติดเชื้อโควิด-19.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าปรับ, ประชุมครม., ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไม่สวมหน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60878e2ab0d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;ชม&#039;บิ๊กตู่&#039;จ่ายค่าปรับฐานไม่ใส่หน้ากาก เป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นั่งประชุมที่ทำเนียบโดยไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยนั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งไปยัง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า การกระทำดังกล่าวผิดหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อทราบว่าการกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนประกาศ กทม. เรื่องให้ประชาชนในพื้นที่ กทม.สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก เป็นความผิดตามมาตรา 51 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ เป็นจำนวนเงิน 6,000-20,000 บาท พล.อ.ประยุทธ์จึงได้ให้พนักงานสอบสวนมาเปรียบเทียบปรับจำนวน 6,000 บาท เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก ดังนั้นประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติตามประกาศ หากทำผิดต้องถูกเปรียบเทียบปรับ ไม่มี 2 มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ท่านนายกฯ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อทำผิดท่านก็แสดงความรับผิดชอบทันที ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวของกทม.ก็เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น ฝากถึงพี่น้องประชาชนด้วย ออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ทุกฝ่ายให้กำลังใจกันและกัน &amp;nbsp;โดยเฉพาะการให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ และให้กำลังใจประชาชนทั่วประเทศในการต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 ตนไม่อยากเห็นการออกมาตำหนิกันไปมา โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาอะไรที่เป็นประโยชน์รัฐบาลก็รับฟัง อยากให้พักการเมืองไว้ก่อน แล้วมาช่วยกัน &amp;nbsp;อยากเห็นความรัก ความสามัคคี ของคนไทยทุกคน ตนเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน ขอเพียงทุกคนช่วยกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าปรับ, ธนกร วังบุญคงชนะ, บิ๊กตู่, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608618b7370f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ประเด็นใช้รถส่วนตัวต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่?   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่กทม. และอีกหลายจังหวัด มีประกาศให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้านตลอดเวลาในที่สาธารณะ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพใบสั่งค่าปรับไม่สวมใส่หน้ากาก โดยอ้างว่า เป็นการโดนปรับจากการไม่สวมใส่หน้ากากในรถยนต์ส่วนตัว แม้ว่า สุดท้ายแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมาระบุว่า กรณีภาพใบสั่งดังกล่าวนั้น บว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้จับกุม เนื่องจากชายคนดังกล่าวเดินอยู่ในตลาดแต่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจับกุมและปรับตามกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเรื่องการ ถูกปรับในกรณีไม่สวมใส่หน้ากากในรถยนต์ส่วนตัวก็กลายเป็นข้อที่มีการถกเถียงกันอย่างมากว่า สรุปแล้ว ต้องใส่หน้ากากหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เม.ย.64 ฝ่ายกฎหมายกทม. ระบุว่า การจับและปรับผู้ไม่ใส่หน้ากากอนากมัยนั้น เจตนาในการประกาศคือ การป้องกันการติดต่อของโรคจากบุคคลไปสู่บุคคล ขณะที่อยู่ในรถยนต์เมื่อมีบุคคลอื่นนั่งอยู่ด้วย จึงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าไม่ยกเว้นแม้เป็นครอบครัวเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีนั่งคนเดียวจึงอนุโลมได้ว่าไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นในอาคารหรือที่ต่างๆ จะต้องสวมหน้ากากอนามัย สำหรับในที่สาธารณะต้องใส่ตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่คนเดียวหรือไม่เพราะบุคคลอื่นอาจมาใช้สถานที่นั้นต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) เปิดเผย กรณีตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กรณีดังกล่าว ในส่วนของรายเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทาง สภ.บางปะหัน ยืนยันว่า การจับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักเกณท์การปฏิบัติและบังคับใช้กฏหมายตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย หากพบว่าไม่มีเจตนากระทำผิดหรือฝ่าฝืนประกาศ ตำรวจก็พยายามแนะนำตักเตือน ทุกอย่างดูที่เจตนาตำรวจไม่ได้มุ่งเอาเป็นเอาตาย หรือจับกุมดำเนินคดีอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือเรียกรับผลประโยชน์ แต่หากพบหรือมีหลักฐานก็มีบทมลงโทษทั้งวินัยและอาญาอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ผบ.ตร. ได้สั่งให้แต่ละจังหวัดตั้งทีมกฏหมายขึ้นมา เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบคำสั่้งหรือประกาศฯ โดยย้ำว่า บางครั้งต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปดูเจตนาก่อนว่าควรบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เช่น ขับรถส่วนตัวมาคนเดียวปิดกระจกทุกด้าน&amp;nbsp; ซึ่งไม่น่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อาจใช้ดุลยพินิจในการแนะนำตักเตือน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100772</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าปรับ, ตำรวจ, รถยนต์ส่วนตัว, ใบสั่ง, ไม่ใส่หน้ากาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073cd68af51c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหลดเก็บไว้เลยค่าปรับจราจรใหม่155ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 &amp;ndash; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ออกประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ศ.2563 โดยมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งประกาศดังกล่าวจะมีการกำหนดลักษณะความผิดในออกค่าปรับทั้งสิ้น 17 ลักษณะ 155 ความผิด โดยจะมีการปรับขั้นต่ำ 200 บาทจนถึงสูงสุด 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาของประกาศระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำหรับความผิดที่ผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และเจ้าพนักงานจราจรได้ออกใบสั่งให้แก่ผู้ขับขี่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 140 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2562 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การกำหนดจำนวนค่าปรับตามที่เปรียบเทียบสำ หรับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ศ. 2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 กำหนดจำนวนค่าปรับเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรดาประกาศ ข้อกำหนด หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75588</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าปรับ, ผบ.ตร. ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfcd8ff32114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุบสถิติ! ปรับเฉียดพันล้านปั่นหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.2561 - ข่าวสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฉบับที่ 26/2561 ซึ่งได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิด 25 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ หรือปั่นหุ้น NEWS, MILL, POLAR, NBC, NINE และ NINE-W1 โดยให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางแพ่ง &amp;nbsp;890,789,424 บาทนั้น ถือเป็นการลงโทษทางแพ่งที่สูงที่สุดรับตั้งแต่ก่อตั้ง ก.ล.ต.เมื่อปี 2535 เลยทีเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากสำรวจจากเว็บไซต์ของ ก.ล.ต.ที่เปิดเผยข้อมูลคดีการเปรียบเทียบปรับนั้นจะเห็นส่วนใหญ่อยู่ในระดับแสนถึงระดับหลายสิบล้านบาทเท่านั้น แต่กรณีนี้เป็นครั้งแรกในยุค 4.0 ที่เฉียดระดับพันล้านบาทโดยทีเดียว ซึ่งข้อมูลการเปรียบเทียบปรับที่มีทั้งสิ้น 178 รายการนั้น รายการแรกคือ &amp;nbsp;รายการเมื่อปี 2552 ที่มีการปรับนายศิริชัย รัศมีจันทร์ ในวงเงิน 5 แสนบาทจากกรณีอินไซเดอร์หุ้น ASCON ในขณะที่ปี 2552 ผู้ที่มีถูกปรับมากที่สุด คือ นายเอก พุทธาโกฐิรัตน์ ในกรณีสร้างราคาหุ้น TWZ โดยถูกเรียกปรับ 14,430,242.68 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในปี 2553 นั้น ตามข้อมูลของ ก.ล.ต.เริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบปรับนายอานนท์ชัย วีระประวัติ จำนวน 5 แสนบาทในกรณีสร้างราคา SINGHA ซึ่งก็ถือว่ามากที่สุดของปีด้วย ในขณะที่ 2554 นั้นเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบปรับ นายชัชพงศ์ มัญชุภา จำนวน 685,785.60 บาท ในการอินไซเดอร์หุ้น SLC &amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ก.ล.ต.เปรียบเทียบปรับหลายบุคคลในระดับหลายสิบล้านบาท โดยที่มากที่สุดคือ นายพัฒนพงษ์ ตนุมัธยา ที่ถูกเปรียบเทียบ 48,127,389.54 บาทในการปั่นหุ้น ASCON&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2555 ปรับสูงสุดคือ นายประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย จำนวน 80,995,415.67 บาทในการปั่นหุ้น UNIQ ปี 2556 ปรับสูงสุดคือ นายศิริวัฒน์ อนันต์คูศรี ในข้อหาอินไซเดอร์ในหุ้น STPI โดยปรับ 15,861,919.29 บาท ในขณะที่ปี 2557 นั้นปรับสูงสุด คือ นายสมเดช ลีสวัสดิ์ตระกูล และน.ส.อังคกาญจน์ ตันติวิรุฬห์ วงเงิน 25,665,197.13 บาท ในการปั่นหุ้น RICH ซึ่งทั้งคู่ไม่ชำระค่าปรับ ก.ล.ต.จึงได้ร้องต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2558 ที่ถือเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เมื่อเปรียบเทียบปรับ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในกรณีอินไซเดอร์หุ้น MAKRO ซึ่งมีการปรับถึง 30,228,000 บาท ส่วนในปี 2559 นั้นที่เป็นข่าวดังและมีมูลค่ามากที่สุด คือ การสั่งเปรียบเทียบ 9 รายในกรณีปั่นหุ้น UMI โดยเปรียบเทียบปรับถึง &amp;nbsp;447,263,780.45 บาท ซึ่งมี 4 รายที่ไม่ยอมชำระค่าปรับและต้องส่งให้ดีเอสไอดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงกรณีล่าสุดที่ปรับถึง 890,789,424 บาทในผู้เกี่ยวข้อง 25 ราย &amp;nbsp;ที่สำคัญการลงโทษครั้งนี้ยังรุนแรงอย่างยิ่ง เพราะเมื่อคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) ปรับทางแพ่งกับผู้กระทำผิดแล้ว ยังมีผลทำให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน หรือผู้ง่ายๆ คือ ทั้ง 25 รายดังกล่าวจะไม่สามารถนั่งบริหารบริษัทในตลาดหุ้นได้เลย นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังได้รายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 อีกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ล.ต., ค่าปรับ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ปั่นหุ้น, ปี2552, ปี2561, สร้างราคา, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, อินไซเดอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c5742b088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
