<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลำปางอ่วม! ไฟป่า 232 จุด ค่าฝุ่นพิษพุ่งสูงสุดในภาคเหนือตอนบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - สถานการณ์ฝุ่นหมอกควันในพื้นที่ จ.ลำปาง อันเนื่องจากการเผาป่าและพื้นที่ต่างๆ กลับมาน่าห่วงอย่างมากในช่วงนี้ ซึ่งวันนี้พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้านี้ โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัติโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ลำปาง วัดค่าอยู่ระหว่าง 67 &amp;ndash; 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร เกินค่ามาตรฐานทุกสถานีตรวจวัด คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่าพื้นที่เขตตัวเมืองลำปาง ค่าPM 2.5 สูงขึ้น โดยพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปาง วัดค่าได้สูงสุดใน จ.ลำปาง 85 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร โดยยังเป็นค่าที่สูงสุดในภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองลงมาที่ ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้ 80 ไมโครกรัมต่อลูกบาศ์กเมตร ดังนั้น จึงทำให้พื้นที่ตัวเมืองถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหมอกควัน มองเห็นได้ชัดเจนหนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในวันนี้ ก็หนักเช่นกัน โดยพบจุดฮอตสปอต หรือจุดความร้อน ที่เกิดไฟไหม้ป่าในที่โล่งแจ้ง มากถึง 232 จุด กระจายในเขตป่าอนุรักษ์ และป่าสงวนแห่งชาติ ใน 12 อำเภอของ จ.ลำปาง โดยพบเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง มากที่สุด 42 จุด รองลงมาที่ อ.เถิน 38 จุด และ อ.เสริมงาม 24 จุด ซึ่งขณะนี้ถือว่าเกิดไฟไหม้ป่าไปทั่วเกือบทั้งจังหวัด ทำให้ไม่เพียงแต่เขตตัวเมืองเท่านั้น ที่ถูกฝุ่นหมอกควันปกคลุม แต่มีให้เห็นไปหลายอำเภอของ จ.ลำปาง ทั้ง 13 อำเภอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94431</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าฝุ่นพิษ, ลำปาง, หมอกควัน, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_6039ffc485502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนุสรณ์&#039;ชี้คุณภาพชีวิตของคนไทยเลวร้ายถูกโควิดรุมฝุ่นพิษสุมจี้รัฐบาลเร่งแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค. 2564 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ค่าฝุ่นพิษทั่ว กทม.-ปริมณฑล 33 พื้นที่วิกฤตหนัก ทะลุ 121 มคก./ลบ.ม. ว่า นอกจากรัฐบาลจะปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มหันตภัยโรคร้ายตามยถากรรม ในขณะที่ประชากรของประเทศเพื่อนบ้านทยอยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ในประเทศไทยยังคงต้องรอต่อไป ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่รัฐบาลประกาศให้การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.62 จนบัดนี้ล่วงเลยมาเกือบ 2 ปีเต็มแล้ว กลับไม่เห็นการแก้ไขอะไรที่เป็นรูปธรรม นอกจากปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 จะไม่ได้หายไปแล้ว กลับมีปริมาณสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนเหมือนตายผ่อนส่ง เพราะต้องจำใจสูดอากาศพิษเข้าไปทุกวัน หากยังปล่อยให้ฝุ่นพิษมีปริมาณวิกฤติแบบนี้มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าระหว่างการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กับปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 กรณีใดจะมากกว่ากัน รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนเป็นรูปธรรมและรายงานผลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกวันนี้ ถูกโควิดรุม ฝุ่นพิษสุม หลายปัญหา ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้านเฉยๆ 2 สัปดาห์ และหากทำได้แค่นั้น 100นายกฯก็แก้ไม่ได้&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90810</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าฝุ่นพิษ, พรรคเพื่อไทย, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae99520b2dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
