<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวไทยตกขบวน 16ก.พ.ประมูล5จี มือถือผวาปั่นราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รมว.ดีอีเอสเดินหน้าเต็มสูบใช้ 5 จีปีหน้า ชี้ไทยตกขบวนเสียหาย 2 ล้านล้านบาท กสทช.เคาะวันประมูล 16 ก.พ.63 ค่ายมือถือหวั่นปั่นราคา แนะวางแบงก์การันตี 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวภายในงานเสวนา ROADMAP 5G ดันไทยนำ ASEAN ว่า กระทรวงดีอีเอสจะผลักดันให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประมูลความถี่ที่จะมีขึ้นในไตรมาส 1/2563 อย่างไรก็ตาม เหตุผล 5 จีไม่ใช่เรื่องมือถือเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร สาธารณสุข เพื่อช่วยให้คนที่เข้าไม่ถึง ขณะเดียวกันจะผลักดันคลื่น 3.5 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ด้วย ว่าจะเอามาประมูลพร้อมกับคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) กับ 26Ghz
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สองสามเดือนที่ผ่านมาเข้าพบกับพี่ฐากร (ฐากร ตัณฑสิทธิ์) กับท่านสุกิจ (พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร) บ่อยมาก เพื่อหารือกันถึง 3.5 GHz จะหมดสัมปทานในเดือน ก.ย.2564 แต่เพื่อไม่ให้เกิดความไม่แน่นอน ดังนั้นอย่างน้อยควรมีการประมูลก่อน เพื่อให้มั่นใจว่า 5 จีเกิดขึ้นได้แน่นอน ต้องการให้มี 5 จีใช้ใน ก.ย.-ต.ค.63 เพราะไม่งั้นจะมีการย้ายฐานไปประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าไทยยังไม่เข้าสู่ 5 จี &amp;nbsp;ภายในปีหน้า จะเกิดปัญหาใหญ่ในเรื่องของการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนประเทศ คาดว่าจะเกิดความเสียหายมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องเดินหน้าเต็มที่เพื่อให้ไทยไม่ตกขบวน 5 จี&amp;quot; รมว.ดีอีเอสระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่เป็นอุปสรรค ทำให้ 5 จีไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย ประกอบด้วย 1.ราคาประมูลคลื่นความถี่สูงเกินไป 2.กฎกติกาไม่เอื้ออำนวยให้เอกชนลงทุน 3.การใช้งาน 3 จี 4 จี ยังไม่เต็มประสิทธิภาพของระบบ 4.การทำงานของหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐบาล ยังไม่ทำงานในเชิงรุกที่จะทำให้เกิด 5 จี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กสทช.ได้กำหนดแผนการจัดสรรคลื่นความถี่แบบมัลติแบนด์ รวมทั้งสิ้น 56 ใบอนุญาต ประกอบด้วย 1.คลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) &amp;nbsp;ขนาดใบอนุญาตใบละ 2x5 MHz จำนวน 3 ใบ ใบละ 8,792 ล้านบาท 2.คลื่นย่าน 1800 MHz 2x5 MHz จำนวน 7 ใบ ใบละ 12,486 ล้านบาท 3.คลื่นย่าน 2600 MHz ขนาด 10 MHz จำนวน 19 ใบ ใบละ 1,862 ล้านบาท และ 4.คลื่นย่าน 26 GHz &amp;nbsp;ขนาด 100 MHz จำนวน 27 ใบ หรือเฉลี่ยใบละ 300 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นผลศึกษาจาก 4 สถาบันคือ &amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และมหาวิทยาลัยชาลเมอร์ส ออฟ เทคโนโลยี ของสวีเดน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เตรียมเสนอราคาดังกล่าวต่อที่ประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองงานด้านโทรคมนาคม วันที่ 6 พ.ย. เสนอคณะกรรมการ กสทช. วันที่ 12 พ.ย. เพื่อนำร่างประกาศไปรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 13 พ.ย.-12 ธ.ค. ซึ่งคณะกรรมการ 5 จี จะเป็นผู้กำหนดแผนและพื้นที่การลงทุน พร้อมกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ เร่งเพื่อให้มีการใช้งาน โดยกำหนดวันประมูลวันอาทิตย์ 16 ก.พ.2563 และคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ค.2563&amp;quot; เลขาธิการ กสทช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Surrey ประเทศอังกฤษ พบว่า ตั้งแต่ปี 2563-2573 จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละ 5.68% ของผลิตภัณท์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แบ่งเป็น 1.45% จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ 4.23% จากระบบการทำงานอัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า กสทช.ยังใช้วิธีคิดแบบเดิม แค่ปล่อยราคาถูกกว่าเก่า ซึ่งไม่คิดว่ารายใหม่จะทำได้มีประสิทธิภาพ ดังนั้น กสทช.จะต้องมีการเขียนเงื่อนไขผู้ที่จะเข้ามาประมูลให้ชัดเจน และหากเป็นผู้เล่นรายใหม่จะต้องวางเงินค้ำประกันจากธนาคาร 100% เพื่อป้องกันการก่อกวนการประมูลปั่นราคาให้สูงขึ้น รวมทั้งขอให้นำเงินลงทุนมาหักออกจากเงินที่ประมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (มหาชน) หรือทรู กล่าวว่า การประมูลด้วยเงื่อนไขนี้จะถูกปั่นได้โดยง่าย คิดเหมือนกับเอไอเอส ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานต้องดูแล ต้องดูแนวทางที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการปั่นราคาจนสูงเกินจริงจนกระทบกับผู้ร่วมประมูล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49223</URL_LINK>
                <HASHTAG>16 ก.พ.63, 5 G, ASEAN, ROADMAP 5G, กสทช., ค่ายมือถือ, ดีอีเอส, ประมูล5จี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9989cea22c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ใช้ม.44อุ้มสามบริษัทมือถือเอื้อนายทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.62-นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ออกคำสั่งที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ยืดระยะเวลาจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นของกลุ่มโทรคมนาคม (ค่ายมือถือ) อนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดิจทัลคืนใบประกอบกิจการได้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมประมูลสามงวดและอุดหนุนค่าเช่าโครงข่ายกระจายสัญญาณ ว่า เป็นการใช้อำนาจที่ชี้ให้เห็นว่าขาดธรรมาภิบาลเอื้อทุนใหญ่ ไม่แตกต่างจากสิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยกระทำทุจริตเชิงนโยบายจากการแแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการทุจริตเชิงนโยบายดังกล่าวยังนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯจนขายให้เทมาเสกได้สูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาท ทำให้ศาลฎีกาฯพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างพฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์กับนายทักษิณ คือ กรณีทุจริตเชิงนโยบายของนายทักษิณ ยังมีกลไกตรวจสอบจนนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล แต่การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เป็นการมัดมือชกประชาชน ยับยั้งไม่ได้ ฟ้องร้องไม่ได้ ไม่สามารถเรียกคืนความเสียหายที่จะเกิดต่อรัฐกลับมาได้ ตัวพล.อ.ประยุทธ์พ้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงเนื่องจากมีมาตรา 44 คุ้มกะลาหัวอยู่ จึงถือว่าเลวร้ายกว่ายุคนายทักษิณเสียอีก ซึ่งในความเป็นจริงหาก กสทช.ต้องการช่วยทุนโทรคมนาคม ก็สามารถใช้อำนาจของตัวเองดำเนินการได้ แต่กลับเลือกที่จะเสนอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 และพล.อ.ประยุทธ์ก็สนองตอบเสียด้วย จึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการใช้อำนาจพิเศษเพื่อหนีความรับผิดชอบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ อาจอ้างว่าตัวเองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะไม่ใช่เจ้าของกิจการที่ได้ประโยชน์จากการออกคำสั่งนี้ แต่ท่านต้องตอบคำถามคนไทยให้ได้ว่า เหตุใดจึงต้องยกผลประโยชน์นับหมื่นล้านให้นายทุน 3 ราย คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค ทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัททั้งสามแห่งพุ่งสูงขึ้น ไม่แตกต่างจากบริษัทชินคอร์ปของนายทักษิณในอดีต ทั้งนี้จากการคำนวณของนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ทั้งสามบริษัทจะได้ผลประโยชน์ใกล้เคียงกัน แม้ว่าหนี้ก้อนสุดท้ายที่ยืดออกไปจะใหญ่ไม่เท่ากัน แต่การปรับระยะเวลาในการยืดหนี้ที่แตกต่างกันทำให้สุดท้ายได้ตัวเลประมาณ 8 พันล้านบาท ใกล้เคียงกันอย่างน่ามหัศจรรย์ เสมือนมีการหารือกันมาก่อนเพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ตนเห็นด้วยกับนายสมเกียติว่าทั้งสามบริษัทล้วนได้ประโยชน์มีเพียงประชาชนที่เสียเปรียบ จากการยกผลประโยชน์ 2.4 หมื่นล้านให้กับนายทุน อีกทั้งไม่มีอะไรการันตีว่าทั้งสามบริษัทจะเข้าประมูลคลื่น 5 จี ตามที่ยกมาอ้างในคำสั่งหัวหน้าคสช. เพราะไม่ได้มีการทำสัญญาล่วงหน้าว่าเมื่อได้ประโยชน์จากการยืดหนี้แล้ว ทั้งสามบริษัทมีพันธะต้องยื่นประมูล 5 จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามจะดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่กระแสสังคมต่อต้าน ประกอบกับพล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีชัดเจนที่จะเข้าสู่สนามการเมือง ทำให้ชะลอไว้ก่อน เมื่อจบการเลือกตั้งค่อยดำเนินการต่อ และยังเลือกทำในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ส่อให้เห็นว่าเป็นการฉกฉวยจังหวะที่ผู้คนกำลังหยุดพักผ่อน ซึ่งไม่เพียงเป็นการลักหลับประชาชนทีเผลอ แต่ยังเป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย เพราะหากพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษเอื้อกลุ่มทุนโทรคมนาคมอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง แรงสนับสนุนประชาชนที่ท่านได้อาจแตกต่างไปจากในปัจจุบัน เพราะประชาชนจะทราบความจริงล่วงหน้าว่า &amp;ldquo;ความสงบที่ท่านอ้างว่าจะได้นั้นต้องแลกด้วยประโยชน์ที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไปยกให้กับกลุ่มทุน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายมือถือ, นายเชาว์ มีขวด, บริษัทมือถือ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb07c67ce56c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039;ฮึ่ม!ฟันค่ายมือถือปล่อยข้อมูลบัตรปชช.รั่วไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.61- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มหาดไทย) กล่าวถึงกรณีบริษัท ทรูมูฟเอช จำกัด (มหาชน) ปล่อยข้อมูลบัตรประชาชนที่ใช้ซื้อโทรศัพท์ให้รั่วไหลว่า ข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นเพียงข้อมูลหน้าบัตรประชาชนเท่านั้น ส่วนข้อมูลเชิงลึกในบัตรประชาชนนั้นไม่ได้หลุดออกไปอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีระบบป้องกันข้อมูลส่วนตัวของประชาชน ไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้นอกจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ หากมีเจ้าหน้าที่รายใดที่มีส่วนทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลออกไปต้องได้รับโทษตามกฎหมาย&amp;quot;รมว.มหาดไทยระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7250</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, ค่ายมือถือ, บัตรประชาชน, พล.อ.อนุงพษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5754d1f0d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คลังห่วงรายได้วูบ หลังทีวีดิจิทัล-ค่ายมือถือตีมึนจ่ายค่าประมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังห่วงรายได้วูบ หลังทีวีดิจิตอล-ค่ายมือถือยังตีมึน พร้อมล็อบบี้ คสช. ขอยืดจ่ายค่าสัมปทาน ลุ้นประมูลคลื่นรอบใหม่ปีนี้ จะได้รายได้ไม่ต่ำกว่า 60,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp;เม.ย. 61-นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า การเก็บรายได้ของรัฐบาลครึ่งแรกปีงบประมาณ 2561 ภาพรวมพอไปได้ แต่ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องการจ่ายเงินประมูลทีวิดิจิตอลที่จะไม่ยอมจ่ายจะกระทบกับการเก็บรายได้ปีนี้ ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคม อย่างบมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส &amp;nbsp;(เอไอเอส) และบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรู) &amp;nbsp;ก็จะขอขยายเวลาการจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นออกไปจะกระทบกับการเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2563 ที่ต้องจ่าย 6 หมื่นล้านบาท แต่จะขอยืดระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่กล้าเข้ามาช่วย เพราะมีนักวิชาการออกมาวิจารณ์ว่า การประมูลทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;และคลื่นโทรศัพท์มือถือ มาจากการแข่งประมูลเข้ามาว่าจะจ่ายให้รัฐบาลสูง ทำให้คู่แข่งแพ้และตกไป พอประมูลได้และมาขอเปลี่ยนเงื่อนไขการจ่ายถือว่าเป็นการเอาเปรียบคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อไประบบการประมูลของรัฐบาลจะพัง หากมีการยืดหนี้ให้ทีวีดิจิตอล&amp;nbsp;และมือถือ กระทบกับรายได้ของรัฐบาล ซึ่งตอนนี้คาดว่า คสช. รู้แล้วว่าการยืดหนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับความยุติธรรมทางธุรกิจและรายได้ของประเทศ จึงถอยห่างไม่เข้ามาช่วยเหมือนที่มีข่าวก่อนหน้านี้&amp;quot; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ กล่าวอีกว่า ตอนนี้กระทรวงการคลังรอเงินการประมูลคลื่นโทรศัพท์ของบริษัท ดีแทค ซึ่งจะหมดอายุสัมปทานปีนี้ และ กสทช. ต้องเปิดประมูลคลื่นใหม่ คาดว่าบริษัทดีแทคจะประมูลเพื่อรักษาคลื่นไว้ให้ได้ เพื่อที่จะประกอบธุรกิจได้ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ สศค. ทำหนังสือไปถึง กสทช. ให้เร่งประมูลคลื่นนี้ เพราะกระทรวงการคลังต้องการเงินมาเป็นรายได้ของรัฐบาลในปีนี้ คาดว่าการประมูลคลื่นจะมีมูลค่าถึง 6 หมื่นล้านบาท เท่ากับการประมูลคลื่นก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด 5 เดือนของปีงบประมาณ 2561 จัดเก็บได้ 9.08 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3.94 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้ของวิสากิจสูงกว่าเป้าหมาย 1.48 หมื่นล้านบาท และหน่วยงานอื่นสูงกว่าเป้าหมาย 1.48 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ส่วนหนึ่งเป็นรายได้จากค่าประมูลทีวีดิจิทัล และบริษัทมือถือ ส่วนการเก็บภาษีของกรมภาษียังต่ำกว่าเป้าหมายยัง 2,000 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 3,000 ล้านบาท และกรมศุลกากร 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, คสช., ค่ายมือถือ, ทรู, ทีวีดิจิตอล, รายได้รัฐบาล, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, สุวิชญ โรจนวานิช, เอไอเอส, เอไอเอส-ทรู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a8429e9ae20b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรต้านโกงแถลงการณ์ขวางมาตรา44อุ้ม&#039;เอไอเอส-ทรู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61 - องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจโทรศัพท์มือถือ&amp;quot; ระบุว่าจากการที่รัฐบาล และ คสช. ได้แสดงท่าทีว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฯ เพื่อเปิดทางให้เอกชนผู้ประกอบการธุรกิจมือถือสองราย เปลี่ยนแปลงวิธีการชำระค่าสัมปทานคลื่นโทรศัพท์ 4 จี ที่ทั้งสองรายนั้นประมูลได้ไปโดยสมัครใจตามกระบวนการที่มีเงื่อนไขชัดเจนและเปิดเผย โดยยืดเวลาชำระเงินที่ยังค้างจ่ายให้รัฐไปเป็นการผ่อนชำระนาน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับการที่ประชาชนต้องจ่ายเพื่อกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์หรือประกอบธุรกิจการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เห็นด้วยและสนับสนุนข้อมูลของนักวิชาการและผู้นำภาคประชาสังคมที่เสนอว่า ยังไม่มีเหตุจำเป็นใดเลยที่รัฐต้องยอมเอาประโยชน์ของคนไทยไปช่วยเหลือบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งสอง หากรัฐบาลและ คสช. มั่นใจว่ามาตรการช่วยเหลือที่จะออกมาปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ควรใช้กลไกทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่นำไปสู่การตรวจสอบอย่างเปิดเผยรอบด้าน รวมทั้งขอให้บุคคลใน ครม. และ คสช. ต้องร่วมกันรับผิดหากเกิดการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เสนอว่า ควรแยกพิจารณาวิธีการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจทีวีดิจิทัลออกจากการพิจารณากรณีโทรศัพท์มือถือ เพราะมีเงื่อนไขที่ทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน อนึ่ง การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 นั้น ควรใช้เพื่อการอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยแท้จริง มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6733</URL_LINK>
                <HASHTAG>4จี, AIS, กสทช., คอร์รัปชัน, ค่ายมือถือ, ทรู, ทีวีดิจิทัล, องค์ต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acaf193dea0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยัน&#039;คสช.&#039;ยังไม่อุ้ม&#039;เอไอเอส-ทรู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.61-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเครือข่ายภาคประชาชนออกมาคัดค้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44อุ้มบริษัท AIS &amp;nbsp;และTURE &amp;nbsp;ว่า ตนยืนยันว่าคสช. ยังไม่ได้พิจารณา ใช้มาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิตัลก่อน ส่วนเรื่องค่ายมือถือ4 จีนั้น เอาไว้ทีหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามภาคประชาชนเป็นห่วงว่าหากคสช.ช่วยบริษัทดังกล่าวจะทำให้ประเทศเสียประโยชน์ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้ทำอะไรเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6721</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ค่ายมือถือ, ทรู, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ม.44, เอไอเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acadc134d098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รสนา&#039;จวก&#039;กสทช.&#039;อุ้มค่ายมือถือ เปรียบเหมือนเอาเนื้อหนูไปปะเนื้อช้าง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย. 61 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Rosana Tositrakul &amp;nbsp;ว่า &amp;quot;การที่เลขาธิการเสนอคสช.ให้ใช้อำนาจมาตรา44 ยืดค่างวดใบอนุญาตคลื่น4G งวดสุดท้ายในปี2563 เป็นเงินประมาณ 120,000ล้านบาทโดยให้เอกชนทั้ง2รายจ่ายดอกเบี้ยให้รัฐในอัตรา 1.5% ซึ่งเป็นดอเบี้ยนโยบายที่ไม่มีเอกชนรายใดสามารถกู้ได้ในอัตรานี้ แม้แต่หน่วยงานรัฐกู้เอง ก็ไม่เคยได้ดอกเบี้ยในอัตรา1.5% ต้องจ่ายดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า3-4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลคิดดอกเบี้ยคนจนที่ติดหนี้นอกระบบ ด้วยการให้มากู้เงินจากธนาคารออมสิน โดยให้กู้ด้วยดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.85 ต่อเดือน หรือคิดเป็น 18.83% ต่อปี ผ่อนชำระยาวสุด 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนจนที่ควรได้รับการช่วยเหลือ ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 19% แล้วเหตุใดเราต้องช่วยเหลือคนรวยแบบเอาเนื้อหนูไปปะเนื้อช้างเช่นนี้!?!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนชงให้เอกชนได้ประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้รวมแล้ว 30,000 ล้านบาท วิญญูชนลองคิดดูว่าทั้งคนวิ่งเต้นชงเรื่องให้คสช.ใช้อำนาจมาตรา44 ยืดอายุผ่อนค่างวดให้เอกชน โดยได้ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยพิเศษแบบนี้ .....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกท่านคงอยากรู้เหมือนดิฉันว่าทั้งคนชงและคนเซ็นจะทำให้เอกชนได้ประโยชน์ 30,000ล้านบาท ฟรีๆไหม!?!&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6608</URL_LINK>
                <HASHTAG>4G, กสทช., ค่างวดใบอนุญาต4G, ค่ายมือถือ, รสนา โตสิตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ef46ca99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
