<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดีอับดุลเลาะ เสียชีวิตในระหว่างควบคุมตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63- จากเหตุการณ์นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถูกควบคุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 &amp;nbsp;และส่งตัวไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกาของวันที่ 21 กรกฎาคม &amp;nbsp;2562 พบว่าหมดสติอยู่ในห้องควบคุมศูนย์ซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ภายในค่ายอิงคยุทธบริหาร โดยนายอับดุลเลาะฯ ได้รับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร จากนั้นได้ส่งไปรักษาตัวต่อ ณ อาคารผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลปัตตานี &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และต่อมาได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม &amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา โดยพนักงานอัยการจังหวัดสงขลา เป็นผู้ร้องขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะนำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความในคดีนี้ด้วยในวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2563 &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. เป็นวันที่ศาลจังหวัดสงขลานัดสืบพยานฝ่ายพนักงานอัยการ ประกอบด้วย นางสาวซูไมยะห์ ภริยานายอับดุลเลาะฯ เจ้าหน้าที่ทหารในค่ายอิงคยุทรบริหารจำนวนหลายปาก และแพทย์ประจำโรงบาลปัตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ปัตตานี, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba1ad771b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดพร้อม29 มิ.ย.คดีไต่สวนอับดุลเลาะเสียชีวิตระหว่างควบคุมตัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63 - ในวันที่ 29 มิ.ย.63 &amp;nbsp;เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสงขลานัดพร้อม เพื่อตรวจพยานหลักฐานของทั้งฝ่ายพนักงานอัยการและฝ่ายญาติผู้ตาย แล้วกำหนดวันนัดสืบพยานต่อไป&amp;nbsp;คดีนี้ ตามหลักการถือว่าทั้งพนักงานอัยการและฝ่ายญาติของผู้ตายโดยทนายความของนางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ &amp;nbsp; ร่วมกันค้นหาความจริงด้วยการนำสืบพยานบุคคลและหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำต่อนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ตั้งแต่การควบคุมตัวจากบ้านไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการซักถามซึ่งฝ่ายทหารเรียกว่า ดำเนินกรรมวิธี &amp;nbsp;การควบคุมดูแลภายในค่ายฯ &amp;nbsp;ตลอดจนการรักษาพยาบาล &amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงถึงที่มาของการหมดสติของนายอับดุลเลาะฯภายในห้องควบคุมในค่ายอิงคยุทธบริหาร และต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล และทนายความของญาติผู้ตายจะนำสืบถึงพยานหลักฐานที่คณะกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งแต่งตั้งโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4(กอ.รมน.ภาค4) ได้สอบข้อเท็จจริงกรณีนายอับดุลเลาะฯ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีชันสูตรพลิกศพนายอับดุลเลาะฯ พนักงานอัยการจังหวัดสงขลาขอให้ศาลไต่สวนการตาย และนางสาว ซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะฯ ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้ร้องซักถามโดยแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานที่พนักงานอัยการนำมาเบิกความต่อศาล และจะได้นำพยานที่ฝ่ายญาติผู้ตายอ้างมาเบิกความด้วย คดีดังกล่าวเป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.1/2563 ของศาลจังหวัดสงขลา . &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef833dcee1af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค4ฉุนแก๊งอนค.ลงพื้นที่ เช้าชื่นชมทหารเย็นด่ายับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โฆษกทัพภาค 4&amp;quot; งง &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; นำทีม กมธ.ดูงานค่ายอิงคยุทธบริหาร ชื่นชมทหารทำดี ตกเย็นเปิดเวทีเสวนาด่าทหารไม่ดี วอนสลัดภาพการเมืองฟังปัญหา 3 จว.ชายแดนใต้รอบด้าน โต้ &amp;quot;มงคลกิตติ์&amp;quot; ไม่มีโจรใต้ 100 คนบุกเมืองกรุง &amp;quot;ปัตตานี&amp;quot; ป่วน! ยิงฐานปฏิบัติการคุ้มครอง ต.เขาตูม วางคาร์บอมบ์ข้างบ้านพักตำรวจ สภ.ไม้แก่น &amp;quot;ทหารพราน 44&amp;quot; ยิงปะทะคนร้าย วิสามัญฯ ดับ 2 ศพ พบประวัติก่อเหตุอื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองทัพภาคที่ 4 (ทภ.4) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะประธาน กมธ. พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. และรองประธาน กมธ., นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค อนค. และโฆษก กมธ. พร้อมคณะ รวมทั้งนางอังคณา นีละไพจิตร &amp;nbsp;อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เยี่ยมชมค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี และเปิดเวทีเสวนารับฟังปัญหาด้านกฎหมาย รวมถึงสิทธิมนุษยชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าทหารได้พา กมธ.ชุดดังกล่าวเข้าไปดูค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ซึ่งมีศูนย์ซักถาม โดยทาง กมธ.ก็ชื่นชมทหารเราว่าดี แต่พอตกเย็นไปเปิดเวทีร่วมเสวนา กลับด่าทหารว่าไม่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า อยากให้สะท้อนความจริงที่เราได้พูดคุยกันให้รอบด้าน โดยเฉพาะการฟังปัญหาของคนในพื้นที่ ต้องฟังอย่างหลากหลาย ไม่ใช่ว่าไปฟังปัญหามาจากทางด้านเดียวหรือกลุ่มเดียวที่เป็นกลุ่มเห็นต่าง แล้วมาสรุปว่ารัฐนั้นแย่ และมาเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณไม่ฟังประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเขาคิดกันอย่างไร มาสรุปว่าทหารต้นทุนต่ำ คุณมาสรุปอย่างนี้ได้อย่างไร คุณเป็น กมธ. แต่มาเล่นบทนักการเมือง คุณมาในฐานะกมธ. ก็ควรที่จะลืมภาพนักการเมือง แล้วมาฟังให้ปัญหาให้รอบด้านในทุกมิติ อย่าไปฟังเพียงกลุ่มๆ เดียว&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ระบุมีกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ 100 คนเดินทางเข้า กทม. โฆษก ทภ.4 กล่าวว่า เรามีมาตรการเฝ้าระวังผู้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้เรามีบุคคลเฝ้าระวังประมาณ 4,000-5,000 รายชื่อที่มีพฤติกรรมเป็นแนวร่วมผู้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำรายชื่อไปแจกจ่ายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ และกระจายไปทุกช่องทาง เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคลดังกล่าว ขณะเดียวกันเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเสริมการทำงานในทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการที่เรานำรายชื่อทั้งหมดแจกจ่ายในพื้นที่สนามบิน &amp;nbsp;สถานีขนส่ง หรือสถานีรถไฟ และได้สกรีนทำให้เราพบบุคคลเฝ้าระวังนี้แล้วกว่า 100 คน แต่นั่นไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้จะขึ้นมาก่อเหตุใน กทม. และผมขอย้ำว่าบุคคลเฝ้าระวัง ไม่ใช่โจรผู้ร้าย อยากให้แยกแยะระหว่างบุคคลตามหมายจับที่ทำผิดแล้วหนีออกนอกประเทศ และทางการสืบสวน จนมีพยานหลักฐานและออกหมายจับ ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้หากตรวจพบว่าเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบเห็นสามารถจับกุมได้ทันที ในขณะที่บุคคลเฝ้าระวังนั้น เป็นบุคคลที่เฝ้าจับตาดูของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนกระทำผิดหรือจะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;quot; โฆษก ทภ.4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเวลา 22.10 น. วันที่ 31 ต.ค. ร.ต.อ.อโนชา สร้อยแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโสร่ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการคุ้มครอง ต.เขาตูม บ้านบูเก๊ะตง ม.7 ต.เขาตูม เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งอยู่ประจำฐานกระจายกำลังคุมเข้มทั้งด้านในและด้านนอก แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงโรงจอดรถที่มีร่องรอยกระสุนเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังเฝ้าเวรยามอยู่ภายในฐาน โดยการกระจายตามจุดต่างๆ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนพร้อมอาวุธสงคราม ใช้รถกระบะเป็นพาหนะ จำนวน 2 คัน ขับมาด้านหน้าของด้าน จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีหลายสิบนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดและออกติดตามไล่ล่าคนร้าย เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 22.30 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้าง 3 เมตร ลึก 1 เมตร และรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคันเหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ รวมทั้งบ้านพักตำรวจจำนวน 4 หลัง กระจกของแฟลตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 23.00 น. เกิดเหตุคนร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่บนถนนสายบาเลาะ-ปะเสยาวอ ม.5 ต.ปะแสยาวอ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง และพบคนร้ายถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25-30 ปี สภาพศพทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงเข้าลำตัว โดยมือของทั้งสองศพสวมใส่ถุงมือ ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างกันประมาณ 3 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กรท 316 ยะลา ซึ่งเป็นของคนร้าย โดยพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถจักรยานยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 นำกำลังออกจากหน่วย หลังรับแจ้งจากกำลังพลที่เดินลาดตระเวนเส้นทางพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน บริเวณ ม.2 ต.ปะเสยาวอ ห่างจากหน่วยประมาณ 2 กม. จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร น้ำหนักประมาณ 10 กก. จากการตรวจสอบระเบิดยังไม่ได้กดชนวน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ตั้งด่านบนถนดังกล่าวเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.ใกล้ถึงด่าน เจ้าหน้าที่จึงทำสัญญาณเพื่อให้หยุดตรวจค้น แต่คนร้ายเห็นจึงพยายามเลี้ยวรถกลับ ก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบกระสุน ก่อนจะทำการยิงตอบโต้เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ปราโมทย์ พร้อม พ.อ.เกียรติศักดิ์ &amp;nbsp;ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ เร่งเข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ รวบรวมวัตถุพยาน เพื่อตรวจหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่กลุ่มคนร้ายใช้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งให้หน่วยในพื้นที่เร่งเข้าทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิต เพื่อหาทางช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุวิสามัญฯ คนร้ายเสียชีวิต 2 รายที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานีได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลปัตตานีทำการชันสูตรศพ และตรวจสอบลายนิ้วมือของผู้ตายและมาตรวจสอบในสารบบของคนร้ายในคดีความมั่นคง ทราบชื่อและประวัติเบื้องต้นคือ นายอัมรัน บือราเฮง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.6 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เคยถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเมื่อเดือน ม.ค.2552 ข้อหายิงชาวบ้านไทยพุทธในพื้นที่ อ.สายบุรี แต่ปฏิเสธ ทำให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว ส่วนอีกคนคือนายลุกมาน สาและ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 &amp;nbsp;ม.3 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี มีประวัติเป็นแนวร่วมในสารบบของฝ่ายความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุของการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ปัตตานีหลายจุดนั้น ทางด้านฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มของนายยารานิง แตมามุ และนายยาการียา บาโง ซึ่งเป็นกลุ่มคนร้ายที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามเพื่อจับกุมมาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49349</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 จว.ชายแดนใต้, กมธ., ค่ายอิงคยุทธบริหาร, พรรคอนาคตใหม่, วอนสลัดภาพการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เช้าชื่นชมทหารเย็นด่ายับ, โฆษกทัพภาค 4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbc40afd05f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนค.บี้ตั้งคกก.สอบเคลียร์ปมเสียชีวิต&#039;อับดุลเลาะ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 62 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.00 น. นางสาวซูไมยะห์ มิงกะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ พร้อมญาติของนายอับดุลเลาะ เดินทางมายื่นหนังสือถึงพรรคอนาคตใหม่ กรณี ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ หลังถูกคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี โดยมีนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เป็นผู้รับหนังสือ
&amp;nbsp;
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ว่าทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหารในสภาพเจ้าชายนิทราก่อนจะเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรูปถ่ายของนายอับดุลเลาะ ที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ร่างกายของนายอับดุลเลาะมีบาดแผลหลายแห่ง ทั้งรอยถลอกที่ข้อเท้า ที่หูมีหนองไหลออกมา พบรอยแดงที่ข้อมือที่คาดว่าอาจเกิดจากการมัด และรอยจี้ที่นิ้ว ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการช็อตไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้นายกรัฐมนตรี กองทัพ และกระทรวงกลาโหม ออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าวอย่างมีน้ำหนักว่า ทำไมนายอับดุลเลาะ ถึงออกมาจากค่ายอิงคยุทธบริหาร ด้วยสภาพสมองขาดออกซิเจน เช่นเดียวกับโรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ที่เกี่ยวข้อง ทั้งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถทำให้กรณีดังกล่าวเกิดความชัดเจน
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายอับดุลเลาะไม่ใช่คนแรกที่ออกมาจากค่ายทหารและมีสภาพบาดเจ็บสาหัส พิการ หรือเสียชีวิต มีข้อมูลที่ทำการวิจัยโดยกลุ่มวิจัยสิทธิมนุษยชน จ.ปัตตานี และกลุ่มผสานวัฒนธรรมในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้ถูกกระทำลักษณะนี้ 54 ราย ทั้งหมดเป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู 51% มีอายุระหว่าง 29-38 ปี โดย 57% เป็นชาวปัตตานี หมายความว่า ประชาชนที่มีลักษณะเดียวกับนายอับดุลเลาะ เป็นแบบฉบับผู้ต้องสงสัยที่รัฐตั้งข้อสังเกต&amp;rdquo;นางสาวพรรณิการ์ ระบุ
&amp;nbsp;
ดังนั้นขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผู้เชี่ยวชาญทั้งจากในและต่างประเทศ ร่วมอยุ่ในกรรมการด้วย เพื่อตรวจสอบการซ้อมทรมานที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษ ทั้ง 3 แบบ มานานกว่า 1 ทศวรรษ&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เป็นการทวงคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวของนายอับดุลเลาะเท่านั้น แต่เป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
&amp;nbsp;
ด้าน พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภายใต้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้ เช่นเดียวกับการลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาเองต้องอบรมผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยว่า ประชาชนไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย รวมทั้งต้องสามารถตรวจสอบกระบวนการต่างๆ ได้อย่างโปร่งใส หากยังมีการปฏิบัติลักษณะนี้ ย่อมไม่สามารถแก่ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ และรังแต่จะเพิ่มจำนวนแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบให้มากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, ชายแดนใต้, ช่อ, พรรณิการ์, อนาคตใหม่, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f548257fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง &#039;เฟกนิวส์&#039; ป่วนชายแดนใต้ทำสังคมสับสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - เวลา 09.00 น. พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน ผู้ช่วยโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า จากกรณีเพจ Suara Patani, ข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้, Patani Kita, Fajar Harian, ประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนปาตานี และเพจ Cerita.Patani ได้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง และยังมีลักษณะชี้นำใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม โดยมีเจตนาที่จะทำลายความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติของเจ้าหน้ารัฐมาโดยตลอด โดยดูได้จากในหลายๆเหตุการณ์ที่ปรากฏผ่านสื่อดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเฟกนิวส์&amp;nbsp;(Fake News) หรือข่าวลวงเหล่านี้มีการโพสต์ข้อความบิดเบือน กล่าวหาโจมตีหน่วยงานภาครัฐ โดยไม่มีเหตุผลและปราศจากข้อเท็จจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย และเกิดการเข้าใจผิดจากผู้ติดตามข่าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างเช่นจากกรณีล่าสุดการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงได้ช็อคหมดสติภายในหน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยส่งเข้าทำการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตามลำดับ โดยเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง จากคำแถลงการณ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าวได้มีเพจข่าวความจริง สามจังหวัดภาคใต้ และในกลุ่มเพจข่าวลวงได้ออกมากล่าวหาชี้นำสังคมว่าผลการแถลงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จชต. มีความคลุมเครือในหลายประเด็น ซึ่งย้อนแย้งจากความเป็นจริงอย่างชัดเจน จากการแถลงการณ์ในประเด็นต่างๆของทางคณะกรรมการฯ มีความชัดเจนเป็นอย่างมากในเนื้อหา และสามารถตอบคำถามซึ่งเป็นข้อสงสัยของสังคมได้ครบทุกประเด็น เช่น การตรวจสอบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซักถาม พบว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ และไม่พบความผิดปกติใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสถานที่ศูนย์ซักถาม พบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน สำหรับกล้องวงจรปิดที่ไม่สามารถใช้การได้เนื่องจากอาคารดังกล่าว เป็นอาคารใหม่เพิ่งสร้างเสร็จและเริ่มใช้งานเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวกล้องได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งมอบจากบริษัท จึงยังไม่ได้มีการใช้งาน โดยปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล้องทุกตัวสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต ยืนยันจากคำแถลงการของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เกิดจากอาการปอดอักเสพติดเชื้ออย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุนำจากภาวะสมองขาดเลือด และขาดออกซิเจน ซี่งคณะกรรมการฯได้รวบรวมข้อเท็จจริงจากความเห็นของแพทย์ที่ให้การรักษา สรุปได้ว่าการขาดออกซิเจนของสมอง กรณีของนายอับดุลเลาะ&amp;nbsp;น่าจะเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง จากโรคหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่จะไม่ปรากฏอาการใดๆ และไม่มีอาการแจ้งเตือนก่อนที่จะเกิดการแตกออก อาการเช่นนี้จะส่งผลต่อเนื้อเยื้อสมองอย่างรุนแรง สอดคล้องกับการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบว่ามีเลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นใน ซึ่งหากมีการกระแทกจากภายนอกจะมีเลือดออกที่เยื้อหุ้มสมองชั้นนอกเป็นลำดับแรก หรือหากมีการกระทำอื่นใดที่ทำให้ไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ตามที่มีการกล่าวอ้าง เช่น ใช้ถุงคลุม หรือใช้ผ้าเปียกปิดหน้า และการกระทำอื่นๆที่ทำให้เกิดภาวะปิดกั้นทางเดินหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามกับทางทีมแพทย์ พบว่าหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง จะต้องมีการแสดงถึงจุดที่เลือดออกบ้าง เช่นที่ชัดเจนคือเยื้อบุหลอดเลือดแตกและมีเลือดออกที่ตา เหงือก หรือบริเวณริมฝีปาก และใบหน้าจะบวมคล้ำ ซึ่งกรณีของนายอับดุลเลาะไม่ปรากฏอาการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การช่วยเหลือครอบครัวของนายอัลดุลเลาะ&amp;nbsp;ทางคณะกรรมการฯจะรวบรวมข้อเท็จจริงและผลการวินิจฉัยของแพทย์ รายงานให้ ศอ.บต. ทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการฯมีมติ เห็นควรให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม โดยจะเชิญภรรยาและครอบครัวของนายอับดุลเลาะฯมาหารือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงเหตุลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิตในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา เพจเฟกนิวส์ดังกล่าว ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความที่บิดเบือนข้อเท็จจริง กล่าวหาโจมตีว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งจากภาพความเป็นจริง ในการรวบรวมวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. และขนาด 9 มม. และจากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ชี้ชัดว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ลอบยิงนายอับดุลตอเละ กาสอ เสียชีวิต เป็นอาวุธที่คนร้ายเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รวม 13 คดี สำหรับอาวุธปืน M16 ที่ใช้ในการก่อเหตุพบเป็นปืนที่แย่งชิงมาจากการโจมตีจุดตรวจ ชคต.ปะกาฮะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งปืนกระบอกดังกล่าวยังใช้ยิงก่อกวนเหตุระเบิดตู้ ATM ในพื้นที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในหลายเหตุการณ์จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มก็เช่นกันมีความพยายามออกมาชี้นำสังคมโดยโพสต์ภาพรอยเท้าบริเวณหลังเสื้อของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมหาวิทยาลัยฟาตอนี ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงในอีกหลายเหตุการณ์ที่เพจเฟกนิวส์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความพยายามบิดเบือน ไร้ความน่าเชื่อถือ ปราศจากข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว พล.ท.พรศักดิ์&amp;nbsp;พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มเฟกนิวส์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้ทีมกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4.สน. เร่งรัดรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับแอดมินเพจดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว ซึ่งหากปล่อยไว้อาจสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารการชี้แจงข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น รวมทั้งบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างระมัดระวัง และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีการส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มไม่หวังดี และอาจจะมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จ.ยะลา, พ.อ.วัชรกร อ้นเงิน, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ, เพจข่าวลวงภาคใต้, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d674af28b8c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติเตรียมไล่บี้ทุกหน่วยหาข้อเท็จจริง&#039;อับดุลเลาะ&#039;เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62- ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219/2 หมู่ 3 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมเป็นผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหารต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ก่อนหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ และนำส่ง รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหารอย่างเร่งด่วน จากนั้นส่งต่อไปยังรพ.ปัตตานีและรพ.สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา &amp;nbsp;กระทั่งเสียชีวิตเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโมฮัมมัดรอฮมัด มามุ &amp;nbsp;ญาติของนายอับดุลเลาะ กล่าวว่า หลังจากนี้จะติดตามคดีนี้ถึงที่สุดในเรื่องข้อเท็จจริงในคดีนี้ นอกจากนั้นจะติดตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่ส่งไปหลายหน่วยงาน ทั้งคณะกรรมการ ของกอ.รมน.ที่แต่งตั้ง และศูนย์ทนายความมุสลิม คณะกรรมการสิทธิ์ &amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรี ซึ่งองค์กรเหล่านี้เงียบหมด &amp;nbsp;หลังจากทำพิธีศพ ก็จะหารือครอบครัวและจะเร่งติดตามคดีทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะนั้นเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวเพราะผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัวในการดำเนินชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44274</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า, ค่ายอิงคยุทธบริหาร, ทหาร, อับดุลเลาะ อีซอมูซอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d633b188732a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทภ.4ตั้งกรรมการอิสระ คลี่‘หมดสติ’ในค่ายทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;มทภ.4&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;กก.อิสระ&amp;quot; เป็นคณะกรรมการชุดใหม่สอบเหตุ &amp;quot;อับดุลเลาะ&amp;quot; หมดสติในศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร ลั่นหากทหารบกพร่องเอาผิดทั้งวินัยและอาญา &amp;quot;แพทย์&amp;quot; ยันก่อนส่งตัวเข้าค่ายร่างกายปกติ หลังถูกส่งตัวมา รพ.พบสมองบวมจากขาดออกซิเจนนาน &amp;quot;ภรรยา&amp;quot; ร้องศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานีช่วยเหลือ &amp;quot;องค์กรภาคประชาสังคม&amp;quot; ออกแถลงการณ์จี้กองทัพเลิกใช้ กม.พิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ก.ค. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (โฆษก กอ.รมน.ภาค4) ส่วนหน้า พร้อมด้วยคณะแพทย์จากโรงพยาบาลปัตตานีและโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารปัตตานี ร่วมกันแถลงข่าวกรณีนายอับดุลเลาะ อีซอมูดอ ผู้ถูกควบคุมตัวภายใต้กฎอัยการศึกในค่ายอิงคยุทธบริหาร ถูกพบหมดสติในศูนย์ซักถามของค่ายและถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานีพบอาการสมองบวมว่า ขณะนี้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ประกอบด้วย องค์กรภาคประชาสังคม, คณะสิทธิมนุษยชนและภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับเข้ามาตรวจสอบอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า เราได้ตั้งกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการด้านวินัยหรืออาญาทหาร หากพบความบกพร่องในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทหาร และคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน อย่างเป็นอิสระให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน และป้องกันและลดเงื่อนไขการสร้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง อำนวยความยุติธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยัน หากตรวจพบเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะไม่ปกป้อง และจะลงทัณฑ์สถานหนักทั้งวินัยและอาญาทหาร แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปความจริงและความไม่จริงได้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ทั้ง 2 ชุดที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เราเปิดโอกาสให้ทุกองค์กรมาตรวจสอบอย่างโปร่งใส และทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไม่มีนโยบาย หรือไม่มีแนวทางควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา &amp;nbsp;ตามที่นอกเหนือนโยบายโดยประเด็นด้านสิทธิมนุษชน ซึ่งกองทัพให้ความสำคัญที่สุด&amp;quot; พ.อ.ปราโมทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนคณะแพทย์กล่าวถึงอาการของนายอับดุลเลาะว่า ตอนรับผู้ป่วยเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา แพทย์จากโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธฯ มาตรวจร่างกาย ก่อนส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามมีอาการปกติ แต่เมื่อเวลา 03.00 น. มีอาการหมดสติ ไม่มีชีพจร จึงปั๊มหัวใจ จนชีพจรกลับมาเป็นปกติ จึงส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อถึง รพ.ปัตตานีคนไข้ไม่รู้สึกตัว ชีพจรคงที่ &amp;nbsp;ไม่พบภาวะหัวใจหยุดเต้น แต่พบสมองบวมขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ขณะนี้ผู้ป่วยลดยากระตุ้นหัวใจ อาการทรงตัว จึงส่งคนไข้ต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;quot; ตัวแทนคณะแพทย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ซุไมยะ ภรรยานายอับดุลเลาะเดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานี เพื่อที่จะให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงในการร้องเรียนกรณีเกิดเหตุกับนายอับดุลเลาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอับดุลกอฮา อาแวปูเต๊ะ ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานี กล่าวว่า ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์มาดำเนินการ ซึ่งเราต้องฟังความเห็นจากแพทย์ก่อนว่ามาจากสาเหตุอะไร จะต้องหาพยานหลักฐานว่าเขาได้ถูกทำร้ายหรือถูกทรมานหรือเปล่า ถ้าเกิดมีพยานหลักฐาน จะต้องแนะนำเข้าแจ้งความดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในชั้นนี้ต้องให้ทางแพทย์ให้ความเห็นออกมาก่อน ในขณะเดียวกันศูนย์ทนายความมุสลิมจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า กรณีอาการแบบนี้มันเกิดจากอะไร ซึ่งจะนำไปสู่การหาตัวผู้กระทำความผิดในกรณีที่พบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น&amp;quot; ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมปัตตานีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และอีก 7 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมสิทธิของประชาชน, กลุ่มด้วยใจ องค์กร, เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี, เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ, สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ออกแถลงการณ์ร่วมเรื่อง &amp;quot;องค์กรภาคประชาสังคมขอให้ตรวจสอบกรณีผู้ถูกควบคุมตัวขาดอากาศจนหมดสติ ในค่ายทหาร และเร่งตรากฎหมายป้องกันและต่อต้านการซ้อมทรมาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้รับข้อมูลว่า นายอับดุลเลาะมีอาการสมองบวมอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานในระหว่างการควบคุมตัว ขณะนี้ยังคงไม่รู้สึกตัว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 7 ข้อ คือ 1.ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ โดยมูลนิธิเสนอให้มีนักวิชาการ ผู้นำชุมชน ตัวแทนภาคประชาสังคม และเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายพลเรือนเป็นผู้นำการตรวจสอบ 2.หากพบมีการกระทำอันใดที่ละเมิดต่อร่างกายของนายอับดุลเลาะจริง ขอให้ออกมาตรการชดเชยเยียวยาผู้เสียหายและครอบครัวให้สภาพร่างกายและจิตใจกลับมาสู่สภาพเดิม หรือใกล้เคียงสภาพเดิมที่สุด พร้อมลงโทษเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งในทางวินัยและอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.เจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเคารพยึดถือและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน 4.ขอให้รัฐบาลไทยเร่งรัดในการตรากฎหมายเกี่ยวกับการต่อต้านการทรมานและการป้องกันการบังคับบุคคลให้สูญหาย โดยยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน 5.มูลนิธิขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณายุติการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้อง สงสัยโดยขอให้ใช้กระบวนการยุติธรรมตามปกติแทน 6.ในระหว่างพิจารณาการยุติการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ขอให้กำหนดมาตรการที่ชัดเจนและจัดตั้งกลไกป้องกันการซ้อมทรมานและการกระทำใดๆที่อาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชน และ 7.ขอให้รัฐบาลออกกฎระเบียบในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและนิติธรรม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41767</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอิงคยุทธบริหาร, จี้กองทัพเลิกใช้ กม.พิเศษ, หนังสือพิมพ์, อับดุลเลาะ อีซอมูดอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d371c42d2764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
