<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผยครม.ยังไม่ถกสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64- นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงความคืบหน้าในการพิจารณาขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย​ (หมอชิต-คูคต และแบริ่ง-สมุทรปราการ)​ ที่ยังมีปัญหาอยู่ ว่า​ วันนี้จะยังไม่มีการนำเข้าสู่ที่ประชุม​ ครม.เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟฟ้า, ประชุมครม., วิษณุ เครืองาม, สายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006471537e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เล็งยื่นหนังสือถึง กทม. ชะลอปรับขึ้นค่าโดยสารสายสีเขียวไม่ให้เป็นภาระประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2564 กระทรวงคมนาคมจะทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานครให้ พิจารณาชะลอการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารสายสีเขียว จนกว่าจะได้ข้อสรุปมีการพิจารณาร่วมกันระหว่างทุกฝ่าย และหาหนทางอันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินโครงการ บริหารจัดการ ที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนผู้ใช้บริการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ กรุงเทพมหานครได้มีประกาศ เพื่อปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวลงวันที่ 15 มกราคม 2564 โดยมีสาระสำคัญในการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวสูงสุดถึง 104 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นภาระค่าเดินทางแก่ประชาชนโดยขาดการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ในคราวที่เห็นชอบการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์สายสีเขียวส่วนต่อขยายระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กับ กรุงเทพมหานคร ที่ได้กำหนดให้ กระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานครในการกำหนดอัตราแรกเข้า อัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมและไม่เป็นภาระแก่ประชาชน นั้น

ทั้งนี้ ในเรื่องขอการปรับแก้ไขสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวตามที่ กทม. ได้พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลการศึกษาของโครงการ แนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสาร ต้นทุนของโครงการ และเอกสารอื่น ๆ เพื่อนำมาศึกษา และให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดการลดอัตราค่าโดยสารสูงสุดจาก 65 บาท ที่ กทม เสนอ ใช้เป็นฐานถึงปี พ.ศ.2602 (38ปี) ลงเหลือไม่เกินอัตราแนวทางที่ระบบรถไฟฟ้าสายอื่นๆในสังกัดกระทรวงคมนาคมกำหนดใช้

เช่น สีน้ำเงิน สีชมพู สีเหลือง สีม่วง ที่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ 42 บาท แต่กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะได้ร่วมมือกัน เพื่อช่วยกันลดอัตราค่าใช้จ่ายในการแก่ประชาชนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการคิดค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 ประกอบด้วย
-ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 16 บาท สูงสุด 44 บาท ยังคงเดิม
- ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-คูคต อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 15 บาท สูงสุด 45 บาท
- ช่วงบางจาก-แบริ่ง และช่วงสำโรง-เคหะ อัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 15 บาท สูงสุด 45 บาท
- กรณีที่เดินทางจากช่วงหมอชิต-อ่อนนุช ต่อเนื่องไปยังช่วงบางจาก-แบริ่ง และช่วงสำโรง-เคหะ ค่าโดยสารสูงสุด 74 บาท
- กรณีที่เดินทางจากช่วงหมอชิต-อ่อนนุช ต่อเนื่องไปยังช่วงห้าแยกลาดพร้าว-คูคต ค่าโดยสารสูงสุด 74 บาท
- กรณีเดินทางทั้งระบบ จากช่วงห้าแยกลาดพร้าว-คูคต ต่อเนื่องไปยังช่วงหมอชิต-อ่อนนุช, ช่วงบางจาก-แบริ่ง และช่วงสำโรง-เคหะ ค่าโดยสารสูงสุด 104 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90046</URL_LINK>
                <HASHTAG>BTS สายสีเขียว, กระทรวงคมนาคม, ค่ารถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22e204b51bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รบ.แจกของขวัญ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ลดราคารถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลูกจ้างเฮ! ครม.ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-6 บาท มีผล 1 ม.ค.63 บอร์ด รฟม.เคาะหั่นค่ารถไฟฟ้า-ค่าทางด่วน 3 เดือน สายสีม่วงเหลือ 20 บาทตลอดสาย ทางด่วนลด 5 บาท 6 ด่าน ขสมก.คืนเงินตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ 2 บาท พลังงานจ่อตรึงค่าไฟลดราคาน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 มีมติปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2563 เพิ่มขึ้น 5-6 บาท โดยนายจ้างสามารถประกอบธุรกิจอยู่ได้ ลูกจ้างดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุข ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หรือมีผลทำให้ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาวะการครองชีพของประชาชนโดยทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ/วัน ปี 2563 แบ่งออกเป็น 10 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ 1.อัตราค่าจ้าง 346 บาท 2 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต 2.อัตราค่าจ้าง 335 บาท 1 จังหวัด คือ ระยอง 3.อัตราค่าจ้าง 331 บาท 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร 4.อัตราค่าจ้าง 330 บาท 1 จังหวัด ฉะเชิงเทรา 5.อัตราค่าจ้าง 325 บาท 14 จังหวัด คือ กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา พังงา ลพบุรี สงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย อุบลราชธานี 6.อัตราค่าจ้าง 324 บาท 1 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.อัตราค่าจ้าง 323 บาท 6 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร สมุทรสงคราม 8.อัตราค่าจ้าง 320 บาท 21 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ น่าน บุรีรัมย์ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต เลย สระแก้ว สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี อุตรดิตถ์ 9.อัตราค่าจ้าง 315 บาท 22 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลพบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สิงห์บุรี สุโขทัยภู อุทัยธานี อำนาจเจริญ และ 10.อัตราค่าจ้าง 313 บาท 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไปและให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการค่าจ้างเรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 19 มกราคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่ารถไฟฟ้า 52% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยจะมีการเสนอต่อที่ประชุม ครม. ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ พร้อมกับมาตรการลดค่าทางด่วน 10% หรือราว 5 บาท ตลอดทั้งวัน 6 ด่าน ประกอบด้วย ทางด่วนขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 คือ ด่านดินแดง, ด่านดาวคะนอง, ด่านบางนา, &amp;nbsp;ด่านบางจาก, ด่านประชาชื่นขาเข้า และด่านอโศก 4 ซึ่งทั้ง 2มาตรการมีระยะเวลา 3 เดือน ลดค่ารถไฟฟ้าระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. -31 มี.ค.2563 ทางด่วนจะลดราคาระหว่าง 6 ม.ค.-6 มี.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า จากนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ต้องการให้ลดค่าโดยสารตลอดทั้งวัน ไม่มีช่วงนอกเวลาเร่งด่วน จึงปรับแผนลดค่าโดยสารใหม่ เป็นการลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงตลอดทั้งวัน เหลือ 20 บาทตลอดสาย จากเดิมราคาสูงสุด 42 บาท ลดลง 22 บาท คิดเป็น 52% โดยใช้ได้ทั้งบัตรโดยสารประเภทบุคคลทั่วไป รวมถึงผู้ซื้อเหรียญโดยสาร ขณะที่โปรโมชั่นลดราคาค่ารถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินแบบตั๋วเดือนเหมาเที่ยวนั้น ชะลอออกไปก่อน จะมีการพิจารณาอีกครั้ง เม.ย.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มยอดผู้โดยสารได้ราว 18% คิดเป็นยอดรวมผู้ใช้เพิ่มขึ้น 10,000 คนต่อวัน เป็นแนวทางการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อแก้ปัญหาจราจร ทั้งยังลดค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจให้กับประชากรเมืองหลวงรวม 38 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ค่าโดยสารที่จะเก็บได้ลดลงราว 15 ล้านบาทต่อเดือนนั้น รฟม.จะเป็นผู้อุดหนุนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ลดภาระค่าโดยสารให้กับผู้ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรโดยสารราคา 50 บาท ที่มีจำหน่ายเฉพาะบนรถโดยสาร) ที่นำบัตรมาใช้ชำระค่าโดยสาร ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2563 โดยผู้ใช้บริการจะได้รับเงินค่าโดยสารคืนครั้งละ 2 บาท จำกัดสิทธิ์ ไม่เกิน 15 ครั้ง/บัตร/เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จะมีมาตรการตรึงค่าไฟ 6 เดือนแรกของปี 2563 และลดค่าน้ำมัน B10, E20 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และจะมีการรณรงค์ส่งเสริมอีกหลายเรื่องในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เร็วๆ นี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52298</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 ม.ค. 2563, ขสมก., ค่าทางด่วน, ค่ารถไฟฟ้า, ค่าแรงขั้นต่ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191211/image_big_5df0fdc5eadc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2019 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2019 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียพุ่งคมนาคมหนุนใช้ค่ารถไฟฟ้าลดหย่อนภาษีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค. 2562 นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแผลการขนส่งและจราจร(สนข.) เปิดเผยว่าโครงการรถไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาจราจรในเมืองหลวง ทว่ารูปแบบการขนส่งดังกล่าวมีราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับระบบขนส่งรถเมล์จนอาจเป็นภาระของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสนข.จึงมีแนวคิดมาตรการจูงใจให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณา โดยกำหนดให้ค่ารถไฟฟ้าสามารถใช้ลดหย่อนภาษีหรือหักภาษีได้ ในกรณีที่เป็นบริษัทเอกชนหากมีค่าเดินทางรายเดือนให้พนักงานนั้นสามารถนำค่ารถไฟฟ้าในส่วนดังกล่าวมาหักภาษีได้ เช่นเดียวกับพนักงานทั่วไปหรือข้าราชการต้องมีสิทธิพิเศษค่ารถไฟฟ้าในทำนองเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแนวทางนี้ถือว่าเป็นการวิน-วินทุกฝ่าย ทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ส่วนรัฐบาลได้แก้ปัญหารถติด ลดจำนวนรถบนถนนและไม่เป็นภาระของภาคเอกชนอีกด้วยนอกจากนี้ในอนาคตควรคิดโปรโมชั่นส่งเสริมให้คนมาใช้โดยรัฐบาลเป็นคนออกเงินสนับสนุน(Subsidy) เช่นการเปิดให้ทดลองใช้รถไฟฟ้าฟรีในเส้นทางที่เปิดให้บริการในช่วงแรก ตลอดจนการลดราคา 5-10 บาท เพื่อกระตุ้นยอดผู้ใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธกล่าวต่อว่าตนเชื่อว่าการควบคุมราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลคิด เช่นเดียวกับรัฐบาลใหม่ในอนาคตที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคใด เพราะถ้าต้องการส่งเสริมให้คนใช้มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนหรือสิทธิพิเศษมาเสนอเพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้หากมีมาตรการส่งเสริมดังกล่าวแล้วเชื่อว่าสัดส่วนผู้ใช้รถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันคิดเป็น 3-4% ของสัดส่วนทั้งหมด หากรถไฟฟ้าเฟส 1 แล้วเสร็จจะเพิ่มเป็น 10% จากนั้นขยายสัดส่วนเป็น 15% เมื่อรถไฟฟ้าเฟส 2 แล้วเสร็จ ทั้งนี้ในอนาคตจะมีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบร่วม หรือ พรบ.ตั๋วร่วม พศ.... และมีเรื่องของกติกาการคิดค่าโดยสารร่วม (Common Fare) ของระบบตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่าแนวทางดังกล่าวคงไม่ยากเกินไปเนื่องจากทุกวันนี้รัฐบาลเทงบประมาณไปกับการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนปีละไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท แต่กลับยังไม่มีงบสนับสนุนระบบขนส่งรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในลำดับต้นๆ เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถลดภาระงบประมาณแผ่นดินในส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อมาสนับสนุนเรื่องนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากกานศึกษาพบว่า ระบบรถไฟฟ้ามีอัตราค่าใช้จ่ายมากที่สุด คิดเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500 บาท/เดือน รองลงมาคือรถตู้สาธารณะ มีค่าเฉลี่ยที่ 2,100 บาท/เดือน ต่อมา คือเรือด่วนคลองแสนแสบ มีค่าเฉลี่ยที่ 1,700 บาท/เดือน ส่วนด้านรถเมล์ปรับอากาศอยู่ที 1,400 บาท/เดิอน และรถเมล์ไม่ปรับอากาศ 1,200 บาท/เดือน เช่นเดียวกันกับอัตราค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 บาท/เดือน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟฟ้า, ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแผลการขนส่งและจราจร(สนข.), สราวุธ ทรงศิวิไล, หักลดหย่อนภาษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d32b4e0674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลางจ่อชงครม.โยกเงินค่าขึ้นรถไฟกับบขส. ในบัตรคนจนพื้นที่กทม.-ปริมณฑล มาเป็นค่าขึ้นรถไฟฟ้าแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีกลางจ่อชงครม.โยกเงินค่าขึ้นรถไฟกับบขส. ในบัตรคนจน มาเป็นค่าขึ้นรถไฟฟ้าแทน &amp;nbsp;เผยยอดใช้บัตรคนจนเดินทาง8 เดือนแรกทะลุ 200 ล้านบาทพร้อมให้บริการกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน 20 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการพัฒนาระบบตั๋วร่วมเพื่อรองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยว่า ในปัจจุบันมีประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง จำนวน 1.3 ล้านใบ ในเขต 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ซึ่งเป็นบัตรแบบ 2 ชิปการ์ด โดยจะมีสัญลักษณ์แมงมุมบริเวณมุมขวาล่างด้านหลังบัตร ทั้งนี้ ภายในบัตรดังกล่าวจะมีวงเงินที่สามารถใช้กับรถไฟฟ้า MRT และเป็นวงเงินเดียวกับใช้บริการรถเมล์ ขสมก. จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถใช้ร่วมกับรถเมล์ ขสมก. ภายในเดือน ต.ค.นี้นั้น กรมบัญชีกลาง จะมีการพิจารณาประเมินนำวงเงินในการใช้รถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.)จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน และรถโดยสารประจำทางของบริษัท ขนส่ง จำกัด &amp;nbsp;(บขส.)จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน &amp;nbsp;เพิ่มวงเงินในส่วนของการใช้กับรถไฟฟ้า MRT เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้ร่วมกับเรือโดยสารได้ด้วยในอนาคต ซึ่งจะต้องมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ก่อนนำเสนอไปให้คณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(ครม.)พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของการใช้บัตรกับรถไฟฟ้า MRT วงเงิน 500 บาทต่อคนต่อเดือนนั้น หากมีการใช้เกินจากวงเงินที่รัฐบาลให้ จะสามารถติดลบได้ 1 ครั้ง และจะถูกหักยอดติดลบในวงเงินของเดือนถัดไป ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการเดินทางโดยรถไฟ รฟท. เฉลี่ยวงเงิน 20 ล้านบาทต่อเดือน และรถ บขส. 5 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาผู้ใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยจ่ายค่าเดินทางแล้ว200ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือน เม.ย. 2561 ที่ผ่านมามีผู้ใช้บัตรฯกับรถไฟ 30 ล้านบาท และรถ บขส. 6 ล้านบาท
นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่าทาง รฟม.จะมีการดำเนินการในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีม่วงโดยจะมีการจัดจ้าง BEM ดำเนินการในการปรับอ่านบัตร Europay, MasterCard และ Visa (EMV) ให้สามารถอ่านได้ทั้งบัตรแมงมุมและบัตร EMV ซึ่งจะใช้งบลงทุนในการดำเนินการประมาณ 500 ล้านบาท ในส่วนของธนาคารกรุงไทยก็จะต้องไปดำเนินการจัดทำระบบการชำระดุล สำหรับขณะนี้มีการแจกบัตรแมงมุมไปแล้วจำนวน 140,000 ใบ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 50,000 จะมีการนำไปแจกในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ที่จะมีการเปิดตัวการใช้บริการบัตรแมงมุมร่วมกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ และรถเมล์ ขสมก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนของกรณีของรถไฟฟ้า BTS ที่ขณะนี้ยังไม่เข้าร่วมโครงการตั๋วร่วมนั้นก็เข้าใจว่าทาง BTS มองว่าน่าจะรอปรับปรุงหัวอ่านครั้งเดียวตอนปรับเป็นหัวอ่านบัตร EMV เพราะทาง BTS ก็มีผู้ถือบัตร Rabbit อยู่แล้วถ้าเป็นช่วงระยะเวลาสั้นในการเปลี่ยนระบบหลายครั้งเกรงว่าผู้ถือบัตรจะสับสนจึงน่าจะรอเปลี่ยนครั้งเดียวคือเดือนธันวา 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประเภทที่มี 2 ชิปการ์ด (มีสัญลักษณ์แมงมุมด้านหลังบัตร) ต้องนำบัตรฯ มาขึ้นทะเบียนก่อนจึงจะสามารถใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ โดยได้จัดเตรียมจุดให้บริการขึ้นทะเบียนบัตรฯ ไว้ภายในสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงิน ทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 61 ถึง วันที่ 30 กันยายน 61 ระหว่างเวลา 11.00 - 20.00 น. และบัตรฯ ที่ขึ้นทะเบียนแล้วนี้ จะเริ่มใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ได้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 61 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟฟ้า, ค่าเดินทาง, บัญชีกลาง, บัตรคนจน, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, บัตรแมงมุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61ba949850e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
