<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;ลั่นปีนี้ได้ลดราคารถไฟฟ้าแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายในปีนี้กระทรวงคมนาคม จะมีการพิจารณาปรับลดค่าโดยสาร โดยเฉพาะรถไฟฟ้า เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยเบื้องต้นจะนำร่อง 2 โครงการที่รัฐลงทุนเอง 100% ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-เตาปูนของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และ 2.โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายพญาไท-สุวรรณภูมิของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่ใช้หลักการที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปอุดหนุนงบประมาณ เพื่อไม่ให้กระทบกับภาษีของประชาชนและงบประมาณของประเทศ ในส่วนที่ว่าจะปรับลดราคาเหลือเท่าไหร่นั้น จะต้องมาศึกษารายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการมอบนโยบายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในวันที่ 30 ก.ค.นี้ จะกำหนดกรอบเวลา 1 เดือนที่แต่ละหน่วยงานจะต้องมีความคืบหน้าในการดำเนินการ ซึ่งจะถือเป็นตัวชี้วัด (KPI)ด้วย

&amp;ldquo;ผมยืนยันว่าเราจะหาวิธีลดราคาให้แน่ๆ และเราคงไม่ใช้วิธีเข้าไปอุดหนุน จะได้ไม่กระทบกับภาษีของประชาชน เพราะงบประมาณของไทยมีข้อจำกัด ซึ่งสายสีม่วง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ น่าจะทำได้ก่อน ถ้าอะไรที่ราชการเป็นเจ้าของโครงการ 100% จะดูแลง่าย ถ้าโครงการไหนเป็นแบบ PPP จะมีข้อจำกัด คมนาคมจะไม่ดูแค่รรถไฟฟ้า แต่เข้าไปศึกษาการลดราคาการคมนาคมขนส่งทุกระบบ&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า วันที่ 29 ก.ค.นี้ได้เปิดการทดลองให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง &amp;ndash; บางแค ฟรี 5 สถานี หรือตั้งแต่สถานีวัดมังกร-สถานีท่าพระ ซึ่งถือเป็นการให้บริการประชาชน ช่วยเพิ่มทางเลือก บรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพมหานคร โดยจากข้อมูลตัวเลขของ รฟม. นั้น โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 8 แสนคนต่อวัน ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงระบบความปลอดภัยในการให้บริการ รวมถึงมีมาตรการต่างๆ หากมีเหตุการณ์กรณีที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เนื่องจากเส้นทางส่วนต่อขยายดังกล่าว บางช่วงจะเป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา

รายงานข่าวจาก รฟม. ระบุว่า รฟม.ได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย จากสถานีวัดมังกร &amp;ndash; สถานีท่าพระ รวมจำนวน 5 สถานี (ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สถานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ และสถานีท่าพระ) โดยไม่คิดค่าโดยสาร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 28 กันยายน 2562 เวลา 10.00-16.00 น. โดยมีรถไฟฟ้า 3 ขบวน ให้บริการแบบ วิ่งไป-กลับ จากสถานีหัวลำโพงถึงสถานีท่าพระ ระยะห่างระหว่างขบวนประมาณ 8 นาที ซึ่งผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสายสีน้ำเงิน (สถานีเตาปูน &amp;ndash; สถานีหัวลำโพง) จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลำโพงเพื่อเดินทางไปยังสถานีในสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย (สถานีวัดมังกร &amp;ndash; สถานีท่าพระ)

อย่างไรก็ตาม กรณีเดินทางระหว่างสถานีวัดมังกรถึงสถานีท่าพระ (รวมจำนวน 5 สถานี) จะไม่คิดค่าโดยสาร โดยใช้เหรียญหรือบัตรโดยสารรถไฟฟ้า MRT เดินทางในระบบรถไฟฟ้าผ่านประตูอัตโนมัติได้ตามปกติ ทั้งนี้ ออกเหรียญโดยสารได้ที่เครื่องออกเหรียญโดยสารอัตโนมัติหรือห้องออกบัตรโดยสารทุกสถานี ในส่วนกรณีที่เดินทางเข้ามาโดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีเตาปูน &amp;ndash; สถานีหัวลำโพง) จะคิดอัตราค่าโดยสารตั้งแต่สถานีแรกที่อัตรา 16 บาท โดยค่าโดยสารจะเพิ่มตามระยะทาง อัตราสูงสุด 42 บาท และสามารถเดินทางเชื่อมต่อกับสายสีม่วงได้ตามปกติโดยมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 70 บาท และเมื่อผู้โดยสารแตะตั๋วโดยสารที่ประตูอัตโนมัติแล้วสามารถอยู่ในระบบรถไฟฟ้าได้ไม่เกิน 180 นาที โดยการออกตั๋วโดยสารและการใช้ระบบรถไฟฟ้าเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัท BEM กำหนด

ทั้งนี้หลังจากเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการแล้ว กระทรวงคมนาคม รฟม. และ BEM จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง - บางแค อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบและจัดเก็บค่าโดยสารตามปกติจากสถานีหัวลำโพง - สถานีหลักสอง ในวันที่ 29 กันยายน 2562 เป็นต้นไป และในต้นปี 2563 จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน - ท่าพระ ซึ่งจะมีเส้นทางเชื่อมต่อเป็นวงกลม โดยมีสถานีท่าพระเป็นสถานีร่วม (Interchange Station)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟฟ้า 15 บาท, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3e9c15c3ab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2019 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2019 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รฟม.ขานรับนโยบายรถไฟฟ้าราคา15 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 2562 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่าจากกรณีนโยบายของรมว.ว่าการกระทรวงคมนาคมที่ต้องการให้ลดค่ารถไฟฟ้าเป็น​ 15​ บาทตลอดสายนั้นตอนนี้ยังคงต้องรอความชัดเจนจากนโยบาย​ของท่านรัฐมนตรี เบื้องต้นมองว่ารถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-บางใหญ่และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์​ มีความพร้อมที่จะดำเนินการก่อน​ เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้าที่ดำเนินการและเก็บรายได้โดยรัฐบาล​ ไม่มีการผูกพันสัญญากับเอกชนจึงไม่ยุ่งยากมากนักในการบังคับใช้ราคาใหม่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามสำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง​ หากดำเนินการจริงก็คงต้องของบอุดหนุนเพิ่มจากรัฐบาลเพื่อแบกภาระค่าโดยสารดังกล่าวเพิ่มขึ้น​ปีละ​ 200-300​ ล้านบาท​ จากปัจจุบันรับเงินอุดหนุนด้านต้นทุนปีละ​ 1,000 ล้านบาท​ ทั้งนี้ราคาค่าโดยสารสายสีม่วงตอนนี้อยู่ที่​ 14-42 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวว่า​สำหรับการลดค่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์​ 15 บาทตลอดสายนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) คาดว่าหากเป็นนโยบายของกระทรวงคมนาคม​ รฟท.คงไม่ขัดข้อง​ ในปีที่ผ่านมารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มีรายได้​ 730 ล้านบาท​ และมีค่าใช้จ่ายราว​ 700 ล้านบาทแบ่งเป็นต้นทุนเดินรถ​ 300 ล้านบาทและค่าต้นทุนอื่นๆ​เช่นค่าซ่อมบำรุงราว​ 400​ ล้านบาท​ ดังนั้นหากลดราคาลงเหลือ​ 15​ บาทตลอดสาย​ จะส่งผลให้รายได้ลดลง​ 50% หรือลดลงปีละ​ 300-400 ล้านบาท​ คำนวณจากค่าโดยสารเฉลี่ยที่ราว​ 31 บาท/คน​ จากค่าโดยสารปกติ​ 15-45 บาทดังนั้นจึงต้องขออุดหนุนเงินเพิ่มในส่วนรายได้ที่ขาดหายไปจากนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพกล่าวต่อว่านโยบายค่าโดยสาร​ 15​ บาทตลอดสาย​ สามารถนำมาใช้กับรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กำลังจะเปิดไก้เช่นกัน​ คือสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต​ โดยจะต้องขอเงินอุดหนุนต้นทุนส่วนต่างจากภาครัฐคล้ายกับกรณีรถไฟฟ้าสายสีม่วง​ของ​ รฟม.​ อย่างไรก็ตามจากการสรุปข้อมูลศึกษาล่าสุด​ พบว่า​ ราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงจะอยู่ที่​ 15-50​ บาท​ เริ่มจากค่าแรกเข้าสถานีแรก​ 15​ บาทและคิดค่าโดยสารเพิ่มสถานีละ 5 บาทตามลำดับ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับ รฟท.เพื่อสรุปการส่งมอบบางสถานีให้บริษัทลูกบริหารเชิงพาณิชย์​ สำหรับสถานีที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์คือสถานีดอนเมือง​ เนื่องจากเป็นสถานีเชื่อมต่อสนามบิน​ จึงมีเอกชนสนใจเข้ามาลงทุนจำนวนมาก​ ซึ่งกลุ่มกิจกรรมที่มีโอกาสสร้างรายได้จำนวนมากคือ​ ร้านค้าปลีก​ สำนักงาน​ ร้านแลกเงินตราต่างประเทศ​ โรงแรมแคปซูล(Sleep Box) สำนักงานและบริการท่องเที่ยว​ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารถไฟฟ้า 15 บาท, ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212e60a4d66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
