<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พ่อรอง&#039;ยอมเปิดค่ารักษา&#039;แม่ทุม&#039; ป่วย 8 ปี 20 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 52 ปีที่ใช้ชีวิตด้วยกัน เป็นคู่ที่ตัวติดกันมากๆ สำหรับพ่อรอง เค้ามูลคดี กับแม่ทุม ปทุมวดี แต่วันนี้เมื่อแม่ทุมได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ พ่อรองก็ได้มาเปิดเผยทั้งน้ำตาผ่านรายกาถามสุดซอยว่า ตลอด 2 เดือนที่ขาดแม่ทุมเหงาจนทนไม่ได้ พร้อมเผยค่ารักษาภรรยา 8 ปี 20 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แม่ทุมอยู่โรงพยาบาล 8 ปีกว่า แรกๆ เป็นไทรอยด์ แต่ต่อมาทำไมทรุดลงๆ เวลาไปหาหมอ เราก็บอกหมอว่าเขาเป็นไทรอยด์ อาจเป็นเพราะเราก็ได้ เพราะหมอไม่ทันวินิจฉัยโรค เราบอกเลยว่าเขาเป็นไทรอยด์ เลยไม่ได้ดูแลโรคอื่น ดูแค่ไทรอยด์อย่างเดียว วันดีคืนดีเขาทรุดลงๆ ปวดเมื่อยไปหมด เดินเหินไม่ได้ จนเขาช็อกเอาไปรพ. หลายรพ.มาก จนสุดท้ายบอกเขาว่าแม่เวลานี้หมอบอกว่าต้องอยู่ยาวนะ ถ้าเข้าๆ ออกๆ ก็ไม่หายซะที เลยเอาเข้าเจริญกรุงประชารักษ์ หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรค ALS กล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายแรง แต่เขาไม่มั่นใจนะ เอาเป็นว่าส่งไปตรวจดีกว่า มีเครื่องใหม่มาที่รพ.รามาฯ ก็ส่งไปตรวจก็ขึ้นมาเลยว่า ALS ระยะสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงสุดท้ายชีวิตแม่ทุม พ่อรองอยู่บ้าน จะนอนแล้ว เพราะมีงานตอนบ่าย สักพักยุ้ยบอกว่าพ่อแต่งตัว รพ.โทรตามให้ไปดูแม่ด่วน ออกจากบ้านไปถึงรพ.สองยามครึ่ง ตอนนั้นเขาเริ่มไม่รู้เรื่องแล้ว ความดันเหลือ 80-90 แล้วก็เริ่มลดลงๆ ลูกชายสวดมนต์เก่ง ก็บอกให้ลูกสวดมนต์ให้แม่ฟัง เขาก็สวดมนต์ข้างหูแม่ตลอด จน 02.25 เครื่องปิ๊ด ก็รู้แล้วว่าเขาไปแล้ว &amp;nbsp;ทุกครั้งที่ไปหาจนวินาทีสุดท้ายก็บอกว่าพ่อรักแม่นะ เขาน่าจะรับรู้ มีอะไรอย่างนึงที่ทุกคนไม่ได้สังเกต แต่พ่อสังเกตเห็น ตอนบอกว่าพ่อรักแม่ น้ำตาข้างซ้ายเขาไหล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามั่นใจว่าเขาต้องได้กลับบ้าน เขาก็คิดว่าเขาต้องได้กลับ ไม่ได้คิดว่าเขาจะไม่ได้กลับ ลูกก็คิด จนปีนึงแล้ว สองปี สามปี สี่ปี จนปีที่ 5 ถามคุณหมอที่ดูแลเขาว่าหมอครับ เขาจะมีทางได้กลับบ้านไหม หมอบอกว่าคงจบที่นี่แหละ โรคนี้แปลกมากไม่มียารักษา รักษาตามอาการ แต่ก็มียาอยู่ตัวนึงต้องสั่งจากเมืองนอกเข้ามา เอาไหมช่วยได้ 5 เปอร์เซ็นต์เอง ยุ้ยบอกเปอร์เซ็นต์เดียวก็เอา แต่ก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่ เราคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาต้องดีขึ้น &amp;nbsp;ส่วนค่าใช้จ่าย ค่ารักษา รวมทุกอย่างตลอดที่แม่ทุมป่วย จริงๆ ไม่เคยบอกให้ใครฟังเลย ตั้งแต่เขาเริ่มเจ็บป่วย 20 กว่าล้าน แต่พ่อไม่สนใจ พ่อบอกยุ้ยไม่ต้องมาบอกพ่อนะว่าค่ารักษาเท่าไหร่ พ่อยังมีแรงทำงานได้ มีแรงช่วยรักษาแม่ได้ หมดเท่าไหร่ก็หมดไป ขอให้คนที่พ่อรักไม่เป็นอะไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;yuipattamawan&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83371</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 ล้าน, ค่ารักษา, ถามสุดซอย, ปทุมวดี เค้ามูลคดี, รอง เค้ามูลคดี, แม่ทุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa320169ce5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปู่อเมริกันรอดตายจากโควิด-19 เจอบิลค่ารักษา 34.8 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายชาวอเมริกันวัย 70 ปีป่วยปางตายเพราะโรคโควิด-19 โรงพยาบาลในเมืองซีแอตเติลรักษาจนหาย แต่กลับเจอบิลค่ารักษาเป็นเงินมากกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 34.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างรายงานของซีแอตเติลไทมส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ไมเคิล ฟลอร์ อายุ 70 ปี ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐแห่งนี้เมื่อวันที่ 4 มีนาคม เขานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนาน 62 วัน และเคยมีอาการหนักปางตายถึงขั้นที่นางพยาบาลโทรศัพท์ถึงภรรยาและลูกของเขาเพื่อให้บอกลากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง ฟลอร์อาการดีขึ้นและหายขาดจนโรงพยาบาลอนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันที่ 5 พฤษภาคม ท่ามกลางความยินดีปรีดาของคณะแพทย์พยาบาล แต่พร้อมกันนั้น เขาก็ได้รับใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลความยาว 181 หน้า ระบุตัวเลขค่าใช้จ่าย 1,122,501.04 ดอลลาร์ หรือราว&amp;nbsp; 34,881,844 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาเขารวมถึงการรักษาในห้องไอซียูวันละ 9,736 ดอลลาร์, การย้ายไปรักษาในห้องปลอดเชื้ออีก 42 วัน รวมค่าใช้จ่ายเกือบ 409,000 ดอลลาร์, การใช้เครื่องช่วยหายใจ 29 วัน รวม 82,000 ดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายในการรักษาช่วง 2 วันที่เขาป่วยหนักปางตายอีกเกือบ 100,000 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของไทมส์กล่าวว่า ฟลอร์อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพเมดิแคร์ของรัฐสำหรับผู้สูงอายุในสหรัฐ เขาจึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ฟลอร์กล่าวว่า เขารู้สึกผิดเมื่อรู้ว่าต้องใช้เงินภาษีนับล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาชีวิตเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารักษา, สหรัฐอเมริกา, เมดิแคร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดเกาหลีเหนือโขกค่ารักษา &#039;วอร์มเบียร์&#039; จากสหรัฐกว่า 60 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกาหลีเหนือเรียกร้องให้สหรัฐจ่ายเงิน 2 ล้านดอลลาร์เป็นค่ารักษาพยาบาล &amp;quot;ออตโต วอร์มเบียร์&amp;quot; นักศึกษาอเมริกันที่ป่วยโคม่าในคุกเกาหลีเหนือและถูกส่งกลับไปตายที่สหรัฐ ขณะทำเนียบขาวไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เฟร็ดและซินดี วอร์มเบียร์ พ่อ-แม่ของออตโต วอร์มเบียร์ แถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งถูกบังคับให้ต้องลงนามหนังสือยินยอมชำระค่าบริการทางการแพทย์จำนวน 2 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 64 ล้านบาท) ก่อน เกาหลีเหนือจึงจะยอมให้สหรัฐนำตัววอร์มเบียออกจากเปียงยางเมื่อวันที่ 2560 รายงานของโพสต์ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ผู้นี้ลงนามหนังสือยินยอมไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐได้จ่ายเงินค่ารักษาก้อนดังกล่าวแล้วหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า นักศึกษาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียรายนี้โดนคุมขังภายหลังถูกกล่าวหาว่าฉีกแผ่นป้ายโฆษณาชวนเชื่อที่ติดไว้ภายในโรงแรมที่เขาเข้าพักระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาหลีเหนือ ภายหลังเดินทางกลับถึงสหรัฐด้วยอาการโคม่า คณะแพทย์กล่าวกันว่า วอร์มเบียร์ได้รับความกระทบกระเทือนที่สมองระหว่างโดนคุมขังในเกาหลีเหนือ เขาเสียชีวิตภายหลังกลับมาตุภูมิได้ไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเกาหลีเหนือปฏิเสธคำกล่าวอ้างของครอบครัววอร์มเบียร์ว่าชายหนุ่มโดนเกาหลีเหนือทารุณทรมาน แต่บอกว่าเขามีอาการติดเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการเป็นพิษ ขณะที่เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่ชันสูตรศพของวอร์มเบียร์กล่าวว่า พวกตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับชายหนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวให้ทัศนะเกี่ยวกับรายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์เพียงว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ให้ทัศนะเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองเรื่องตัวประกัน ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ทำให้การเจรจาประสบความสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ให้ความสำคัญกับการสานสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในนโยบายขึ้นชื่อของเขา และได้จัดการประชุมสุดยอดกับคิม จองอึน มาแล้ว 2 รอบ หนล่าสุดคือที่กรุงฮานอยของเวียดนามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ที่นั่นทรัมป์กล่าวว่า ตนยอมเชื่อคำกล่าวอ้างของคิมที่บอกว่าเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวอร์มเบียร์ในคุก ทั้งที่คดีนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ระหว่างเยือนรัสเซีย คิมได้กล่าวถึงการประชุมที่ฮานอยซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลว โดยสำนักข่าวเคซีเอ็นเอเผยว่า คิมกล่าวกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าสหรัฐมีทัศนคติที่ไม่บริสุทธิ์ใจ &amp;quot;สันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีล้วนขึ้นอยู่กับทัศนคติในอนาคตของสหรัฐ และเกาหลีเหนือจะเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ที่เป็นไปได้ทุกอย่าง&amp;quot; สื่อของทางการเปียงยางอ้างคำกล่าวของคิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34544</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารักษา, สหรัฐ, ออตโต วอร์มเบียร์, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc310b187882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
