<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;พาณิชย์&quot;ถก&quot;สาธารณสุข&quot; อีกรอบ จี้ร.พ.เอาราคายาและค่ารักษา ขึ้นเว็บไซต์ให้ตรวจสอบก่อนใช้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พาณิชย์&amp;quot;ถก&amp;quot;สาธารณสุข&amp;quot; อีกรอบ กำหนดรายชื่อยาและค่ารักษาพยาบาล เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์ให้ผู้บริโภคตรวจสอบก่อนใช้บริการ ก่อนลงนามMOU ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน พร้อมขอให้แปลงรายชื่อยาและค่ารักษาพยาบาลเป็นภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย คาดบังคับใช้เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันที่ 19 พ.ย.2561 กรมฯ จะหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องค่ายาและค่ารักษาพยาบาล ของโรงพยาบาลเอกชนสูงเกินจริงอีกครั้ง หลังจากที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้เห็นชอบแนวทางในการผลักดันให้โรงพยาบาลเอกชนนำค่ายา ค่ารักษาพยาบาลเผยแพร่บนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลเอกชน โดยเบื้องต้นจะร่วมกันกำหนดรายชื่อยาและค่ารักษาพยาบาล ที่ประชาชนเข้ามาใช้บริการมากก่อน เพื่อให้โรงบาลเอกชนนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ จากนั้นจะเชิญตัวแทนของโรงพยาบาลเอกชนมาร่วมกันหารือถึงความพร้อมในการดำเนินการ และลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ภาครัฐจะหารือกันก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนว่าจะให้โรงพยาบาลเอกชนแสดงราคาค่ายาและค่ารักษาพยาบาลรายการไหนบ้าง เพราะหากขึ้นทั้งหมดรับรองว่าอ่านกันไม่ไหว จากนั้นต้องมาคุยกับเอกชนอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำรายชื่อยา และค่ารักษาพยาบาลในแต่ละโรคมาเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนได้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายได้ถูกต้อง คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนเม.ย.2562&amp;quot;นายประโยชน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประโยชน์กล่าวว่า กรมฯ ยังได้ขอความร่วมมือให้กระทรวงสาธารณสุขแปลงภาษายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลให้เป็นภาษาที่ชาวบ้านเข้าใจง่าย เพราะต้องยอมรับว่าภาษาที่ใช้กัน ถือว่ายากมาก จนบางครั้งประชาชนไม่เข้าใจ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของกรมฯ ที่ไปตรวจสอบ ก็ไม่เข้าใจภาษาที่ใช้กัน และยังมีแผนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำแอปพลิเคชันในการรวบรวมค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งมารวมไว้ที่เดียวกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกได้ถูกต้อง โดยไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปดูในเว็บไซต์ของแต่ละโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อโรงพยาบาลมีการแสดงราคาค่ายา และค่ารักษาพยาบาลบนเว็บไซต์แล้ว หากผู้บริโภคที่ไปใช้บริการแล้ว ถูกเรียกเก็บค่ายา ค่ารักษาพยาบาลไม่ตรงกับที่ขึ้นไว้บนเว็บไซต์ ก็สามารถร้องเรียนมาได้ ทั้งที่กรมการค้าภายใน 1569 หรือที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, กำหนดรายชื่อยา, คุมค่ารักษาพยาบาล, ค่ารักษาพยาบาล, ประโยชน์ เพ็ญสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181110/image_big_5be649d3c746b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2018 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้งไทยนิยมฯช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลหมื่นกว่าล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.61- รมว.สนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข &amp;nbsp; กล่าวถึงงานดูแลสุขภาพประชาชน ตามกรอบ&amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;quot; เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มี 4 กิจกรรมได้แก่ &amp;nbsp;1.โครงการ อสม. 4.0 เพื่อพัฒนาให้มีความรู้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ในการดูแลประชาชน โดยพัฒนาอสม.ทั่วประเทศ 1,030,000 คน ให้สามารถปฏิบัติงาน ด้านสาธารณสุขในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นบุคลากรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วัน ส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านเครือข่ายชุมชนเพราะเด็กคืออนาคตที่สําคัญของประเทศ &amp;nbsp;ต้องได้รับการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนในการค้นหา คัดกรอง และกระตุ้นพัฒนาการเด็กล่าช้าให้ได้รับการกระตุ้น ให้เด็กไทยฉลาดขึ้น เติบโตสมวัย สมส่วน
&amp;nbsp;
3.โครงการสร้างอาชีพสําหรับผู้ลงทะเบียนรายได้น้อย ผ่านการอบรมนวดไทย 5,000 คน เพิ่มพูนความรู้ทักษะความสามารถด้านการนวดไทยเพื่อสุขภาพ และสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถนําไปประกอบอาชีพ รวมทั้งการสร้างผู้ช่วยพยาบาล 5,000 คน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;และ 4. โครงการติดตามผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ โดยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และระบบสุขภาพอําเภอ หรือ พชอ. เพื่อเพิ่มประสิทธิผลการติดตามผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในระบบสมัครใจ &amp;nbsp; ทั้งนี้มั่นใจว่าโครงการจะเข้าถึงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสุขภาพแข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสังคมที่ปลอดภัย นําพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้เพิ่ม
&amp;nbsp;
&amp;quot;4 กิจกรรมได้ ดำเนินการแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มี คุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาตามบริบทของพื้นที่ คือโครงการหมอครอบครัว ซึ่งผลการวิจัยพบว่า การจัดให้มีหมอประจํา ครอบครัวจะสามารถลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลใหญ่จาก 172 นาที ถึง 44 นาที ลดการตายในทารกแรกเกิดได้ร้อยละ 10-40 ลดค่าเดินทางของประชาชนไปโรงพยาบาลได้1,655 บาท/คน &amp;nbsp; รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายสุขภาพได้ถึงร้อยละ 25-30 ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศปีละ 50,000 ล้านบาท &amp;nbsp;และโครงการ พชอ. ที่ส่งเสริมการทํางานแบบประชารัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขยะและสิ่งแวดล้อม&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ารักษาพยาบาล, งบประมาณ, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, รมว.สาธารณสุข, โครงการไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d6071a414d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
