<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;แจงค่าบาทอ่อนยวบตามภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 2564 น.ส.ภาวิณี จิตต์มงคลเสมอ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทในปัจจุบันที่เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2564 อ่อนค่าไปแตะระดับ 32 บาท/ดอลลาร์ ว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในระยะนี้ มีปัจจัยหลักมาจากต่างประเทศ เพราะไม่ใช่เงินบาทสกุลเดียวที่อ่อนค่า แต่ค่าเงินของหลายประเทศในภูมิภาคก็ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกัน เพียงแต่เงินบาทอาจจะอ่อนค่าไปมากกว่าสกุลเงินอื่น จากสถานการณ์ภายในประเทศ คือ ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังเพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยังไม่สามารถเปิดประเทศเพื่อรับการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาวะเงินทุนไหลออกนั้น พบว่าตั้งแต่ต้นปีจะเห็นการออกไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ตลาดพันธบัตรนั้น ยังเป็นเงินทุนไหลเข้า ซึ่งยังไม่เห็นสัญญาณใด ๆ เป็นที่น่ากังวล แต่ ธปท.จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเห็นการออกไปลงทุนของคนไทยที่ค่อนข้างเหนือกว่าคาดหมาย ด้วยสถานการณ์โลกที่เอื้อให้ผลตอบแทนของต่างประเทศค่อนข้างดี จึงเห็นการออกไปลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์&amp;quot; น.ส.ภาวิณี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดการเงิน, ภาวิณี จิตต์มงคลเสมอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae4b9a408c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรุงศรีฯ&#039;ฟันธงปีหน้าบาทไทยยังแข็งโป๊กลุ้นแบงก์ชาติดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;นายตรรก บุญนาค ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเงินบาทไทยในสิ้นปี 2563 คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทไทยในปี 2564 คาดว่าจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง ทะลุระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่จะไม่เกิน 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสร็จสิ้น โดยผู้นำคนใหม่มีนโยบายในการบริหารเศรษฐกิจที่แตกต่างจากประธานาธิบดีคนเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีการประเมินว่าสหรัฐฯ จะใช้นโยบายการเงินการเงินแบบผ่อนคลายขนาดใหญ่ และความพยายามที่จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งคาดว่าจะมีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยภายนอกดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การระบาดของโควิด-19 ก็ยังเป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งของทิศทางค่าเงินบาท ทำให้มีเงินทุนร้อนไหลเข้ามาเก็บกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงของไทยอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4/2563 ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร โดยต้องติดตามต่อว่าเงินทุนร้อนที่ไหลเข้ามาดังกล่าวจะเข้ามาลงทุนยาวถึงต้นปีหน้า หรือยาวแค่ไหน ซึ่งประเมินว่ารัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการออกมาดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเร็วจนเกินไป จากที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกมาตรการเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินแล้ว ซึ่งเป็นการดูแลระยะยาวเป็นหลัก เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเกินกว่าค่าเงินในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธนาคารกรุงศรีฯ คาดว่า ธปท. จะพยายามดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินกว่าระดับ 5-7% เมื่อเทียบกับค่าเงินในภูมิภาค หากแข็งค่ามากกว่านี้เชื่อว่า ธปท. จะมีมาตรการระยะสั้นออกมาดูแลเพิ่มเติม แต่คงไม่มีมาตรการที่เป็นยาแรงออกมาแน่นอน โดยยอมรับว่า ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เงินบาทมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เกิดจากการตอบรับจากนักลงทุนกับข่าวดีจากทั้งการเลือกตั้งของสหรัฐ และวัคซีนโควิด-19 ทำให้เงินทุนที่เคยไหลออกไปอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาส 2/2563 ได้ทยอยไหลกลับเข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อย่างรุนแรงในหุ้น พันธบัตร หรือแม้แต่หุ้นกู้ของภาคเอกชน ทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็ว&amp;quot; นายตรรก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตา คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการด้านการคลัง ที่ขณะนี้ยังมีเม็ดเงินเพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกมาก ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าความสำเร็จจากการใช้เม็ดเงินดังกล่าว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวก็ยังน่าเป็นห่วย แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นและฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่หากนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับเข้ามาไทย ก็จะทำให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ช้า ขณะที่มาตรการด้านการเงิน เชื่อว่า ธปท. จะทำหน้าที่ดูแลสถานการณ์เงินบาทไม่ให้แข็งค่าเงินกว่าภูมิภาค รวมทั้งประเมินว่าในปีหน้าจะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ระดับ 0.50% ต่อปีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนภาคการส่งออกของไทยก็ยังได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทด้วย เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชินและยอมรับกับค่าเงินที่ระดับ 30-31 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ แต่เมื่อมีการประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสจะแข็งค่าถึงระดับ 29 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐก็จะกระทบแน่นอน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะทิศทางเงินบาทจะยังแข็งค่าในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ประกอบการในภาคส่งออกส่วนใหญ่เริ่มใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เพราะรู้ว่าไม่สามารถนั่งรอให้เงินบาทอ่อนค่ากลับมาเหมือนในอดีตได้ จึงต้องปรับตัวและหาทางป้องกันความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตรรก กล่าวอีกว่า ในส่วนภาพรวมการลงทุนในปี 2564 มองว่ามีความราบเรียบแต่ไม่ราบลื่น เพราะแนวโน้มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก สะท้อนจากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับสูงกว่า 1,400 จุด ส่วนพันธบัตรแม้ว่าผลตอบแทนระยะสั้นจะต่ำ แต่ผลตอบแทนระยะยาวถือว่าสูงแล้ว ส่วนภาคเอกชนมีการออกหุ้นกู้และการออกหุ้นกู้รุ่นใหม่เพื่อทดแทนรุ่นเดิม (Roll Over) ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศนั้น ถือเป็นปัจจัยพิเศษที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ตรรก บุญนาค, ธนาคารกรุงศรีอยุธา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5fedb06037.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;ย้ำไม่ได้แทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค. 63 นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่า ประเทศไทยและไต้หวันอาจจะถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จับตาว่าเป็นประเทศที่มีการแทรกแซงค่าเงิน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ นั้น ขอเรียนว่า ธปท. ได้หารือกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลก พัฒนาการของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศไทย และความจำเป็นของ ธปท. ที่ต้องเข้าดูแลเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินในบางช่วงจังหวะเวลาที่มีเงินทุนไหลเข้าอย่างเฉียบพลันจากการปรับมุมมองของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตลาดการเงินโลกและในประเทศอุตสาหกรรมหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ได้ย้ำเสมอว่า ธุรกรรมของ ธปท. ในตลาดเงินตราต่างประเทศ มิได้มุ่งหวังที่จะบิดเบือนค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้ากับคู่ค้าของไทย เห็นได้จากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปได้ทั้ง 2 ทิศทาง ทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า ไม่ได้ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง และการทำธุรกรรมในตลาดเงินตราต่างประเทศของ ธปท. เป็นไปทั้ง 2 ทางเช่นกัน คือ มีทั้งการซื้อและการขายเงินตราต่างประเทศ ตามปริมาณเงินทุนเคลื่อนย้ายที่เข้าออกอย่างผันผวนและรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, จันทวรรณ สุจริตกุล, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), แทรกแซงค่าเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f18fe851ab07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดค่าเงินบาทวิ่งในกรอบ &#039;31.05-31.45&#039; อ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2563 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.45 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.28 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน ท่ามกลางความต้องการดอลลาร์ของภาคธุรกิจและราคาทองคำที่ผันผวน โดยเงินบาทสวนทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคซึ่งได้แรงหนุนจากเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย 261 ล้านบาท และ 1.07 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดโลกจะติดตามผลการพัฒนาวัคซีนและยารักษา COVID-19, การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) วันที่ 15 ก.ค.รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) วันที่ 16 ก.ค. หลังจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยความสัมพันธ์ผกผันระหว่างตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้การซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ส่วนเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายรายแสดงความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯปรับตัวลดลงเล็กน้อย นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปช่วงท้ายสัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลต่อค่าเงินยูโร เนื่องจากตลาดตั้งความหวังไว้ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับกองทุนฟื้นฟู (EU Recovery Fund) วงเงิน 7.5 แสนล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการแพร่ระบาดของไวรัส ขณะที่การเข้าสู่ฤดูร้อนของซีกโลกตะวันตกอาจทำให้สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดการเงินลดต่ำลง ส่งผลให้ความผันผวนสูงขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยภายในประเทศ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ระบุว่าเสถียรภาพระบบการเงินไทยเปราะบางเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่หดตัวมากกว่าคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีแนวโน้มติดลบ กนง.เห็นว่าไม่ได้แสดงว่าไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านเงินฝืด ขณะที่กนง.เน้นย้ำว่ามาตรการทางการคลังที่ตรงจุดและทันท่วงที นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย รวมถึงมาตรการด้านสินเชื่อมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งประเมินว่านโยบายการคลังยังมีขีดความสามารถรองรับการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้ อนึ่ง เราคาดว่าทิศทางนโยบายของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในระยะถัดไปจะมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c21d83f552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 06:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้แบงก์ชาติดูแลบาทแข็งห่วงเป็นอุปสรรคฟื้นฟูศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ ในช่วงเช้าวันที่ 11 มิ.ย. 2563 เงินบาทปรับตัวแข็งค่าสุดที่ระดับ 30.83 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ โดยเป็นระดับแข็งค่าที่สุดในรอบ 4 เดือน ว่า เป็นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องไปดูแลอย่างใกล้ชิด โดยคลังจะมีการหารือร่วมกับ ธปท. เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมามีการหารือกันตลอดอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธปท. ต้องไปดูแลให้สถานการณ์ค่าเงินบาทไม่เป็นอุปสรรคในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง ธปท. ทราบเหมือนกับคลังอยู่แล้วว่าสถานการณ์ค่าเงินบาทจะต้องสอดคล้องกับแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับเงินสกุลในภูมิภาค โดยนับตั้งแต่สิ้นเดือน พ.ค. ถึงปัจจุบัน (11 มิ.ย. 63) เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น 2.71% รองจากเงินรูเปียของอินโดนีเซีย และเงินวอนของเกาหลีใต้ สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ส่งผลให้เงินทุกสกุลในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูงผุู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ดร.อุตตม สาวนายน, ธนาคารแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe921f506a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แบงก์ชาติ&#039;รับห่วงค่าบาทโป๊กเล็งงัดมาตรการเบรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย. 2563 นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในระยะ2สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วกว่าสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์โควิด-19ของไทยดีกว่าอีกหลายประเทศและตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส1/2563ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่ง ธปท. กังวลว่าการแข็งค่าเร็วของเงินบาทอาจไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ยังเปราะบาง หลายภาคเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19อย่างรุนแรง ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของไตรมาส2/2563ในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราคาทองคำที่ปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมามีส่วนสร้างแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่า ซึ่ง ธปท. จะตรวจสอบการทำธุรกรรมของกลุ่มผู้ค้าทองคำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รวมทั้งพิจารณาแนวทางการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวโน้มสถานการณ์โควิด-19ในไทยและภูมิภาคที่ปรับดีขึ้น อาจทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียและเงินบาทเป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนบางกลุ่มที่ใช้ไทยเป็นแหล่งพักเงินระยะสั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท. ไม่พึงประสงค์ และ ธปท.พร้อมพิจารณาใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อไม่ให้การแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจในปัจจุบัน&amp;rdquo; นายเมธี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในช่วงต่อไป สถานการณ์โควิด-19และสภาวะตลาดการเงินโลกจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับจะมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทางตรงของทั้งภาครัฐและเอกชนที่อาจทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวกลับทิศได้ในบางช่วง ธปท.จึงขอแนะนำให้ผู้ที่มีธุรกรรมเงินตราต่างประเทศป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อรับมือกับความผันผวนจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาททั้ง2ทิศทางในระยะข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 1/2563 ขยายตัว -1.8% เทียบกับการขยายตัว 1.5% ในไตรมาสที่ 4/2562 โดยในด้านการใช้จ่าย โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวชะลอลง การใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนภาครัฐและเอกชนปรับตัวลดลง และการส่งออกรวมปรับตัวลดลงตามการส่งออกบริการที่ปรับตัวลดลงมาก โดยไตรมาส 1/2563 ถือว่าเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 1/2557 ที่จีดีพี อยู่ที่ระดับ -0.4% หรือเป็นการลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 น่าจะเป็นช่วงที่ลดลงต่ำสุดของปีนี้ เนื่องจากหลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างหยุดชะงัก ทุกอย่างถูกล็อกดาวน์ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน การท่องเที่ยว ตลอดจนธุรกิจ ห้างร้านต่าง ๆ จากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ส่วนตัวเลขจะลดลงอยู่ในระดับเท่าใดนั้น ต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง&amp;rdquo; นายทศพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 คาดว่าจะปรับตัวลดลง -6.0% ถึง -5.0% เนื่องจากการปรับตัวลดลงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก, การลดลงรุนแรงของจำนวนและรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติ, การระบาดของโรคโควิด-19 และปัญหาภัยแล้งโดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งปีจะอยู่ที่-8.0% การบริโภคภาคเอกชน -1.7% และการลงทุนรวม -2.1% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ในช่วง -1.5% ถึง -0.5% และบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 4.9%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), เมธี สุภาพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0abc3f5844c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;ชำแหละเหตุค่าเงินมาเลเซียมีปัญหา ค่าเงินไทยแข็งแกร่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.62- ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ค่าเงินมาเลเซียมีปัญหา ค่าเงินไทยแข็งแกร่ง เพราะ
===================================
มาเลเซีย
================
หนื่ง ผลจากการที่ราคาน้ำมันลด ส่งออกลด เงินต่างประเทศเข้าน้อย ไม่มีรายได้เข้ามหาศาลจากการท่องเที่ยวเหมือนไทย
--------------
สอง กู้เงินต่างชาติมาใช้มาก เอามาทำโครงการ และอุดหนุนชาวมาเลย์แท้ๆ เรียก ภูมิบุตร ปีละหมื่นล้านริงกิตทุกปี ไม่เกิดรายได้
โครงการบิ๊กๆของมหาเธร์ไม่ทำเงิน เช่น ท่าเรือ สนามบิน แผนภาคเหนือ ภาคใต้ที่ปีโตรนาสทำ
เงินได้มาจากการกู้ต่างประเทศ โดยขายพันธบัตร ซื่งเป็นหนี้เงินต่างประเทศระยะสั้น เรียกคืน ขายคืนได้ในหนื่งปี แต่เอามาลงทุนในโครงการที่ใช้เวลานานกว่าจะคืนทุน แนวนี้เจ๊งกันเยอะ กู้สั้น โครงการยาว
------------------------
สาม จืงต้องขายพันธบัตรให้ต่างชาติมากๆถือไว้ตั้ง 50% ของ้พันธบัตรทั้งหมด ของไทยแค่ 10% เอง มาเลย์มียอดขายสูงกว่าไทยมาก ขายได้เยอะ เพราะไม่เก็บภาษี กู้มากินว่างั้นเหอะ
เงินพันธบัตรขายออกเมื่อใดก็ได้ ต้องตั้งสำรองให้พอเสมอ สำรองหด คนขายออก
----------------------------
สี่ สำรองเงินต่างประเทศน้อยกว่าความจำเป็นขั้นต่ำ คือ
ค่านำเข้าสินค้า
ค่าชำระหนี้ระยะสั้นของประเทศ
ค่าสร้างเงินริงกิตในประเทศ
เงินไหลเข้าออกจากการลงทุน
มาเลย์และตุรกีเจอปัญหานี้ รู้ทั่วโลก
-------------------------------
ห้า มาเลย์มีหนี้ต่างชาติเยอะ ไทยมีน้อยเทียบกับสำรอง
==================================
ผมว่าคนมาเลย์จะพยายามขายริงกิตมาถือเงินบาทนะ
ริงกิตจะอ่อนลงเทียบกับบาท
อาจมีนักท่องเที่ยวขนเงินมาแลกเยอะ ระวัง
================================
หก ตอนทรัมป์ขื้น ต่างชาติขายพันธบัตรมาเลย์เอาเงินออกมากกว่าไทยเท่าตัว ของมาเลย์ยังมีหนี้อีกเยอะมาก ของไทยเหลือไม่มาก ดูแล้วไทยสบาย
============================
ล่าสุด แบงค์ชาติมาเลเซียขอให้ธนาคารต่างประเทศในเคแอล งดทำการซื้อขายล่วงหน้าเงินริงกิตในตลาดออฟชอร์แล้ว เมื่อวันเสาร์นี้เข้าโหมดcapital control
=================================
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ทำไมเงินบาทไทยจืงแข็งแกร่ง
========================
หนื่ง เมื่อทรัมป์ขื้น ไทยมีเงินไหลออกเพียง 1400 ล้านเหรียญ แต่การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยอยู่ที่ปีละ 35000 ล้านเหรียญ เป็นประเทศที่ได้ดุลเยอะ
สำรองเงินตราต่างประเทศอยู่อันดับ 12 ของโลก
การเกินดุลเทียบกับ GDP อยู่ราวอันดับ 5 ของโลก ระดับเยอรมัน คือ เกินดุล 8.5% ของ GDP
ศัพท์ธุรกิจคือ ทุนมากกว่าหนี้ ในระดับ 3ต่อ 1 ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว สภาพคล่องสูง
--------------------
สอง ประเทศไทยมีภาระหนี้พันธบัตรที่ขายให้ต่างประเทศแค่ 10% ของทั้งหมด เทียบกับ 50% ของอินโดนิเซีย 40% ของมาเลเซียที่ต่างชาติถืออยู่
คนอินโด มาเลย์จืงกลุ้มใจมาก ห่วงค่าเงิน ยิ่งสำรองเงินตราต่างประเทศมีน้อย ยิ่งสะเทือนมาก&amp;nbsp;
-----------------------------
ราคาน้ำมันดิบที่จะไม่สูงก็ส่งผลต่อมาเลเซียมาก
ตุรกีก็ปัญหาคล้ายๆกัน มีสงคราม มีรายจ่าย เงินลงทุนจากต่างชาติลดฮวบ การท่องเที่ยวไม่ดีเหมือนเดิม
ละตินอเมริกาสะเทือนหมด เริ่มที่เม็กซิโก เชื่อมไปถืงประเทศละตินที่ทำเขตการค้าเสรีกับเม็กซิโกทั้งหมด
ไทยทำเงินจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก
------------------------------
สาม ดังที่เขียนไว้ แล้ว ประเทศที่มีสำรองน้อย รับเงิน QE มากท่าจะตายเอา ของไทยเอาออกไปเรียบร้อยแล้ว 55 ปรับตัวก่อนชาวบ้าน
ไทยมีสำรองราว 240000 ล้านเหรียญ เกินความจำเป็นขั้นต่ำที่ไอเอ็มเอฟบอกว่าต้องมี ราว 95000 ล้านเหรียญ
ไทยมีมากกว่าตั้งสองเทา เยอะมาก
ไอเอ็มเอฟคำนวณไว้ คนรู้กันทั้งโลก
ความจำเป็นขั้นต่ำ คือ
หนี้ต่างประเทศระยะสั้น
ปริมาณเงิน
การนำเข้า
เงินลงทุนเข้าออก
ไทยมีสำรองเกินจำเป็นสองเท่า
==================================
เขาบอกว่า ประเทศที่ค่าเงินเสถียรจะโตกว่าประเทศที่เงินไม่เสถียร
===================================
เจอปัญหาทีความเติบโตลดได้เป็น 10%ต่อปี
มูลค่าทรัพย์สิน รายได้ของคนก็ลดตามอัตราแลกเปลี่ยนนั่นแหละ จนลงครื่งนืง
วินัยการเงินจืงสำคัญงัย
------------------------------------
สี่ เมื่อเอาอยู่ ประเทศไทยจืงดูแข็งแกร่งในสายตานักลงทุน ยุโรปตอนนี้ก็แย่ วิ่งไปฝากเงินสวิสกันอีกแล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับตัวได้เร็ว
---------------------------------
ห้า ที่สำคัญคือ ธนาคารพาณิชย์ของไทยตั้งสำรองความเสี่ยงหนี้สงสัยไว้ระดับสูงของโลกทีเดียว ร่วม 140%
สถาบันการเงินของไทยจืงแกร่งมาก แบงค์ชาติควรพูดบ่อยๆ
=========================
มาเลย์โดนทรัมป์เล่นล่ะ
บอกแล้วประเทศราวหนื่งในสี่ของโลกที่สำรองน้อย หนี้มาก ใช้จ่ายเกินตัวจะมีอันตราย จากนโยบายของทรัมป์
เขียนทายไว้สามปีได้แล้ว จะได้เตรียมรับการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, มาเลเซีย, ริงกิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e82cc006c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
