<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ลุยจ่ายเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญฯรอบ2 เร่งงานก่อสร้างเร็วขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน มอเตอร์เวย สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณตอนที่ 20 ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยประชาชนที่จะได้รับค่าเวนคืนทั้งหมด ประกอบไปด้วยจังหวัดกาญจนบุรี มี 689 ราย และจังหวัดราชบุรี มี 123 ราย

ทั้งนี้ทางกรมทางหลวง จะรีบดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้เสร็จภายในเดือน ธันวาคม 2562 และเร่งเดินหน้าก่อสร้างโดยจะเร่งรัดแผนงานโครงการต่างๆ ให้เสร็จโดยเร็วต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการเมื่อคราวไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบเงินค่าเวนคืนที่จังหวัดนครปฐม

&amp;ldquo;การเดินทางไปครั้งนี้ของนายอนุทิน นอกจากนี้จะได้ตรวจเยี่ยมและมอบค่าเวนคืนแล้ว ยังจะได้มีโอกาสพบผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทาง ที่จะหารือและนำประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มาแนะนำแนวทางเพื่อเร่งรัดงานก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า นักพยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า ในอนาคตหากโครงการนี้เชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือทวาย ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ไปที่ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบัง คาดว่า มูลค่าเศรษฐกิจภาพคร่าวๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ อุตสาหกรรมที่จะอยู่ในนิคมกาญจนบุรีหรือนิคมระยอง อาจจะมีคนมาสนใจมาลงทุนในนิคมเหมราช อมตะ และอื่นๆ

ทั้งนี้ เมื่ออุตสาหกรรมมาลงทุนมากขึ้น จะเกิดธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจการเงิน การปล่อยสินเชื่อธุรกิจทางด้านประกันภัย ประกันด้านการขนส่ง ธุรกิจการเงิน ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตามแนวทาง และธุรกิจต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าปีๆ หนึ่งไม่ต่ำกว่าแสนล้าน และทำให้จีดีพีโตได้ประมาณ 1% เป็นอย่างน้อย น่าจะเกิดขึ้นได้
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, ค่าเวนคืนที่ดิน, บางใหญ่ – กาญจนบุรี, ศักดิ์สยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df85a3db7433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม จ่อชงครม.อนุมัติเงินเวนคืนบางใหญ่ฯ-กาญจนบุรี 1.37 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96 กม. วงเงินประมาณ 6 หมื่นล้านบาทว่า ล่าสุด กรมทางหลวง (ทล.) ได้รับความเห็นจากกฤษฎีกาถึงโครงการดังกล่าวว่า เป็นเรื่องการบริหารของ ทล. ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาด้านกฎหมาย โดยในวันพรุ่งนี้ (29 ต.ค. 2562) จึงเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินจาก 5,420 ล้านบาทที่ ครม. ได้เคยพิจารณาอนุมัติไปแล้วนั้น เป็นวงเงินประมาณ 13,700 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของกรอบวงเงินดังกล่าวนั้น เนื่องจากภายหลังพิจารณาราคาที่ดินแล้ว พบว่ากรอบวงเงินสามารถลดลงได้ประมาณ 500 กว่าล้านบาท จากเดิมที่ตั้งวงเงินไว้ที่ 14,217 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หาก ครม. พิจารณาเห็นชอบในวันพรุ่งนี้นั้น จะสามารถเริ่มจ่ายค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน และครบทั้งหมดภายในสิ้นปี 2562 จากนั้นจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ข้อเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการเพิ่มวงเงินค่าเวนคืนนั้น สามารถดำเนินการอุทธรณ์ได้หลังจาก ครม.มีมติอนุมัติแล้ว แต่ต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับในส่วนของงบประมาณดังกล่าว ที่จะนำไปจ่ายค่ากรรมสิทธิ์ที่ดินนั้น ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ โดยยืนยันว่า หาก ครม.มีมติพิจารณาเห็นชอบ สามารถดำเนินการจ่ายให้กับประชาชนได้ทันที เนื่องจากมีการจัดสรรแบ่งงบประมาณก่อสร้างคงเหลือของปีงบประมาณ 2561-2562 ไว้แล้ว&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทล. ไปเจรจากับผู้รับเหมา เพื่อปรับแผนและเร่งรัดการดำเนินการให้เร็วขึ้น ซึ่งกำหนดกรอบเวลาไว้ว่า ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565นายศักดิ์สยาม กล่าวถึงกรณีข้อพิพาททางด่วนว่า จากการพิจารณาของคณะทำงานโดยมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา และการรวบรวมเอกสารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มาประกอบการพิจารณา เช่น มติ ครม., รายละเอียดของสัญญา, การดำเนินการของ กทพ. เป็นต้น ทั้งนี้ กรอบในการพิจารณานั้น จะต้องพิจารณาว่าการคิดคำนวนค่าเสียหาย มีที่มาจากส่วนใด รวมถึงกระบวนการในการดำเนินการ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากมีความเสียหายใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าเรื่องดังกล่าว จะจบภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49080</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, ค่าเวนคืนที่ดิน, บางใหญ่ – กาญจนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d884d9b0b6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคมชี้ปัญหาเวนคืนสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลืองเป็นไปตามกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;อาคม&amp;quot; ย้ำเวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ด้านนายกฯสั่งสร้างรถไฟฟ้าต้องปลอดภัยหลังเกิดอุบัติเหตุหลายเส้นทาง ส่วนรฟม.เตรียมเสนอบอร์ดพิจารรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก 31 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ว่าสำหรับค่าเวนคืนที่ดินที่จะก่อสร้างโครงการนั้น ทั้งส่วนของภาคเอกชนและภาคราชการอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยส่วนของราชการดำเนินการได้เสร็จสิ้นแล้วทั้งกรมทางหลวงและกรุงเทพมหานครได้ส่งมอบพื้นที่เกือบ100% เป็นไปตามกฎหมายกรอบงบประมาณส่วนเอกชนก็ดำเนินการตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนกรณีข้อเรียกร้องการเวนคืนที่ดินของประชาชนที่ต้องการเพิ่มค่าเวนคืน นั้นมีขั้นตอนทางกฎหมายรองรับ ขณะเดียวกันราคาการเวนคืนที่ดินจะต้องเป็นไปตามราคาประเมินและมีหลักฐานการซื้อ-ขายที่มาจากกรมที่ดิน ไม่ใช่การเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในส่วนการก่อสร้างโครงการให้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายได้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงให้เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรให้เร็วที่สุดหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมถึงการเชื่อมต่อการเดินทาง โดยกระทรวงคมนาคมจะใช้ระบบตั๋วร่วมเข้ามาดำเนินการเชื่อมต่อเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน &amp;nbsp;และจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพียงครั้งเดียวต่อไปคิดระยะทางทางตามสถานี &amp;quot;นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีกลุ่ม BSR ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp;แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เป็นผู้ที่ได้รับสัมปทานมีระยะเวลาการลงทุนรวม 33 ปี 3 เดือนแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1งานออกแบบและก่อสร้างงานโยธาพร้อมติดตั้งระบบและขบวนรถไฟฟ้า ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน และระยะที่ 2 งานให้บริการและบำรุงรักษาระยะเวลา 30 ปีโดยให้เอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันการดำเนินงานระยะที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 3.10% (สิ้น ก.ค.61) ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธา 5.07% (สิ้น ก.ค.61) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มั่นใจว่าสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จและทดลองระบบพร้อมเปิดให้บริการได้ช่วงปลายปี 64 ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าแบบ Heavy Rail หรือระบบขนส่งมวลชนหลักที่ต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างไม่น้อยกว่า 6 ปี โดยการเดินรถไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดก็จะมีกรอบราคาค่าโดยสาร 14-42 บาท โดยจะมีค่าแรกเข้า 14 บาท แม้จะมีระยะทางเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มค่าโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่ารฟม.เตรียมเสนอรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการร่วมทุน PPP Net Cost เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) ในวันที่ 31 ส.ค.นี้หากได้รับอนุมัติจะเปิดประมูลเป็นสัญญาเดียวประกอบด้วยงานก่อสร้างโยธาวงเงิน 1.2 แสนล้านบาทและงานวางระบบรวมถึงบริหารจัดเก็บรายได้ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะเสนอโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี จากสถานีศรีรัชเข้าเมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กม.ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ เช่นกัน หลังจากที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ต่อขยายเส้นทางไปตามถนนรัชดาภิเษกสิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน ระยะทาง 2.6 กม.ได้รับอนุมัติไปครั้งที่แล้ว ทั้งหมดโดยจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)เพื่อบรรจุในแผนแม่บทการจราจร หลังจากนำเสนอเข้ากระทรวงคมนาคมเพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะจะมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งภาครัฐจะเป็นผู้ดำเนินการ และเอกชนจะจ่ายชดเชยภายหลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16311</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเวนคืนที่ดิน, รถไฟฟ้าสายสีชมพู, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, แนวรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86f5f69a8e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
