<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนยี้ขึ้นค่าแรง400บ. แนะ8แนวทางผ่าทางตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เอกชนออกโรงแล้ว! &amp;ldquo;หอการค้าฯ-สภาหอการค้าฯ-ผู้ประกอบการ&amp;rdquo; ยี้นโยบายขึ้นค่าแรง 400 บาท โพลชี้ชัด 94% ไม่เอาด้วย บอกกระทบเชื่อมั่นและแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ชง 8 ข้อเสนอแนะผ่าทางตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน แถลงถึงนโยบายค่าแรงของรัฐบาลที่จะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวันทั่วประเทศ &amp;nbsp;ว่าสร้างความสับสนและความกังวลใจต่อทุกภาคส่วนที่มีการจ้างแรงงาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ภาคเกษตรกรรม ภาคบริการ และภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนทั่วไปก็ห่วงว่าค่าครองชีพจะสูงขึ้น ต่างมีเสียงสะท้อนแสดงความไม่เห็นด้วย จนมีการตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมและความถูกต้องถึงวิธีการที่ได้มาของการใช้อัตราค่าจ้างตามกระแสข่าว
&amp;ldquo;หากขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเกิน 400 บาทจริงถือเป็นการเพิ่มเงินจากผู้ประกอบการเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 20,000 ล้านบาท หากเป็นปีกว่า 200,000 ล้านบาท ถือเป็นเงินเข้าระบบไม่น้อย แต่ขณะเดียวกันสร้างภาระต้นทุนต่างๆ มากขึ้น และยังจะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ต่างชาติจะไม่กล้าเข้ามาลงทุนในประเทศไทย&amp;rdquo; นายพจน์กล่าว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ ได้สำรวจความคิดเห็นต่อประเด็นการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากสมาชิกทั่วประเทศ ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัด 76 จังหวัด, หอการค้าต่างประเทศ 35 ประเทศ, สมาคมการค้า 138 สมาคม, สมาชิกผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,355 กลุ่ม ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งผลสำรวจยืนยันไปในทิศทางเดียวกัน คือ 93.9% ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 400 บาทต่อวันตามกระแสข่าว&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ยังมีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลที่เกี่ยวข้องอัตราค่าจ้าง คือ 1.การปรับขึ้นอัตราค่าจ้าง ควรยึดตามมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยผ่านกลไกการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด และคณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) และคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด ควรมาจากการสรรหาที่แท้จริง และควรเป็นองค์กรอิสระที่สามารถดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และขอให้ทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการไตรภาคี
2.การปรับอัตราค่าจ้างโดยไม่ศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ส่งผลต่อการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ซึ่งปัจจุบันไทยมีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงที่สุดในอาเซียน 3.การปรับอัตราค่าจ้างที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง เป็นปัจจัยลบส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจของนักลงทุนไทยและต่างประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังมีปัญหาจากปัจจัยหลายประการที่มีความผันผวน อาทิ ค่าเงินบาท และสงครามการค้าระหว่างประเทศต่างๆ เป็นต้น
4.การปรับอัตราค่าจ้างที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการจ้างงานทั้งระบบ และทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตร ภาคบริการ ภาคท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมี 3,046,793 ราย โดยปี 2560 สร้างมูลค่าให้ประเทศ 6.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 42.4% ของสัดส่วน GDP ทั้งประเทศ และยังจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานเดิม พนักงานรายเดือน กลุ่มพนักงานราชการ และพนักงานของรัฐในตำแหน่งต่างๆ ด้วย 5.การปรับอัตราค่าจ้างที่เกินพื้นฐานสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคมจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นตาม 6.การปรับค่าจ้างควรพิจารณาจากทักษะฝีมือแรงงานตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และให้กระทรวงแรงงาน เร่งส่งเสริมการกำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานฝีมือแรงงานเพิ่มขึ้นให้ครบทุกอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมี 241 สาขา&amp;nbsp;
7.รัฐบาลควรเร่งกำหนดใช้อัตราค่าจ้างแรกเข้าในการประกาศใช้อัตราค่าจ้างครั้งต่อไปแทนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำทันที ตามนโยบายเร่งด่วนเรื่องการยกระดับศักยภาพของแรงงาน และควรกำหนดนิยามของอัตราค่าจ้างแรกเข้าที่ชัดเจน ซึ่งหลังจากกำหนดใช้อัตราค่าจ้างแรกเข้าแล้ว กระทรวงแรงงานต้องเร่งจัดทำโครงสร้างกระบอกเงินเดือนมาตรฐานที่สัมพันธ์กับค่าจ้างแรกเข้าของแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับแต่ละภาคส่วนที่ใช้แรงงาน และส่งเสริมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการทุกระดับสามารถนำไปใช้ปรับค่าจ้างประจำปีให้เหมาะสมกับการจ้างงานได้ และ 8.รัฐบาลควรส่งเสริมการจัดอบรม และมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการและแรงงาน ให้ความสำคัญกับการ UP-Skill Re-Skill และ New-Skill เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะฝีมือให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานเพื่อมุ่งไปสู่การปรับค่าจ้างตามโครงสร้างกระบอกเงินเดือน
&amp;ldquo;หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ และสมาชิกผู้ประกอบการทุกจังหวัดทั่วประเทศ เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพของแรงงาน รวมทั้งรายได้ของแรงงาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้แรงงานทั้งหมด แต่การปรับขึ้นค่าจ้างควรคำนึงถึงทักษะฝีมือแรงงาน สภาพเศรษฐกิจ อัตราค่าครองชีพ ยุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัดเป็นสำคัญ และควรเป็นไปตามมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ และการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วยกัน&amp;rdquo; นายธนวรรธน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าครองชีพจะสูงขึ้น, ค่าแรง400บาท, พจน์ อร่ามวัฒนานนท์, ยุทธศาสตร์แรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์, แผนยุทธศาสตร์20ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3b1d882098f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหนวันแรงงานฉะบิ๊กตู่ พท.ดิ้นตั้งรัฐบาลดันค่าจ้าง400</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 62 - ที่พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคมว่า พรรคขอให้กำลังใจผู้ใช้แรงงานทั้งภาคเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ แรงงานต่างชาติ ขอให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ดี รู้สึกเป็นห่วงผู้ใช้แรงงานที่ยังไม่ได้สิ่งที่เคยเรียกร้องไปถึงภาครัฐ อาทิ อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยการจัดตั้งสหภาพแรงงาน และสิทธิในการเจรจาต่อรอง ไม่เข้าใจ 5 ปีที่ผ่านมา ทำไมรัฐบาลประยุทธ์ไม่ดำเนินการให้ผู้ใช้แรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เมื่อปี2554 ได้ขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน ในทุกจังหวัด ผู้ใช้แรงงานพึงพอใจ จากนั้นพยายามพัฒนาเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี ย่อมจะส่งผลมาถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงาน สามารถเพิ่มค่าแรงได้ไม่ยาก แต่น่าเสียดายที่ถูกยึดอำนาจไปเมื่อปี 2557 ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ใช้แรงงานพลาดโอกาส หากพรรคเพื่อไทยได้บริหารงานครบ 4 ปี ค่าแรงวันนี้อาจสูงถึง 400 บาทต่อวัน น่าเสียดายที่รัฐบาลทหาร ไม่ได้ทำอย่างจริงจัง เชื่อว่าถ้าพรรคเพื่อไทยบริหารครบ 4 ปี ไม่มีการยึดอำนาจ ผู้ใช้แรงงานน่าจะมีความสุขมากกว่านี้หลายเท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังสู้เต็มที่เพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพื่อจะสนองความต้องการของประชาชน ที่จะได้รับประโยชน์สุขจากพรรคเพื่อไทยที่นโยบายล้วนตอบสนองผู้ใช้แรงงานหลายด้าน ขอเชิญผู้ใช้แรงงานก้าวเดินร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าแรง400บาท, ตั้งรัฐบาล, พท., ลดาวัลลิ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
