<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; แจงค่าทนายสู้คดีเหมืองทองอัครา อยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศยังไม่รู้ใครแพ้-ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา เวลา 18.45 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่มีการอภิปรายพาดพิงเกี่ยวกับคดีเหมืองทองอัคราว่า ตอนนี้มีการร่ำลือกันว่ารัฐบาลแพ้คดีสามหมื่นล้านบาทนั้นคดีนี้อยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่ประเทศสิงคโปร์และยังไม่มีคำตัดสินออกมาว่าใครแพ้หรือใครชนะ &amp;nbsp;วันนี้มีประเด็นเรื่องค่าทนายความ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายร่วมกันทั้งโจทก์และจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาตามคำแนะนำของอนุญาโตตุลาการ รัฐบาลไทยเคยถูกฟ้องมาแล้วหลายคดี เช่น คดีฟิลลิปส์มอร์ริส หรือวอเตอร์บาวน์ เป็นต้น ซึ่งเราก็จ่ายค่าทนายความไปเยอะ แต่คดีนี้ยังไม่รู้ว่าจะแพ้หรือจะชนะ หรือถ้าแพ้แล้วจะต้องจ่ายเท่าไหรเพราะต้องรอการชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76979</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ค่าโง่, วิษณุ เครืองาม, อภิปราย, เหมืองทองอัครา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58dc1611841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่อย&#039; เดือดปุดๆ ลั่นบาทเดียวของภาษีประชาชน ก็ไม่ควรต้องเสียให้กับความผิดพลาดที่เผด็จการก่อไว้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า บาทเดียวของภาษีประชาชน ก็ไม่ควรต้องเสียให้กับความผิดพลาดที่เผด็จการก่อไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทย เสนอแปรญัตติตัดงบค่าใช้จ่ายเรื่องข้อพิพาทเหมืองทองอัครา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาษีประชาชนต้องไม่เสียไปกับความลุอำนาจของเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.60 ปิด #เมืองทองอัครา ด้วยอำนาจเผด็จการ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 72/2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าหัวหน้าคสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถนำเงินของรัฐที่เก็บจากภาษีอากรของประชาชนมาจ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศชัดเจน จะรับผิดชอบคดีปิดเมืองทองอัคราด้วยตัวเอง ก็อย่าพูดเอาหล่ออย่างเดียว โดยหลอกลวงประชาชนไปวันๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าสู้คดี รัฐจ่ายไปให้แล้ว 389 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายตามมา หากแพ้คดีอีกเกือบ 40,000 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศจะรับผิดชอบเอง
ก็ช่วยควักเงินจ่ายเองด้วยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรรมาธิการงบประมาณของพรรคเพื่อไทยจะเสนอตัดงบประมาณส่วนนี้ออกทั้งหมดค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#บาทเดียวของคนไทย ก็ไม่ขอจ่ายเป็นค่าโง่ให้เผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75869</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คุณหญิงสุดารัตน์, ค่าโง่, หน่อย, เพื่อไทย, เหมืองทองอัครา, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70b427ae780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟฟ้าสีแดงบางซื่อ-รังสิตวุ่นไม่เลิก&#039;ศักดิ์สยาม&#039;มึนเอกชนขอเคลมค่างาน 10,345 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ว่าจากปัญหาที่มีในขณะนี้นอกจากกำหนดการเปิดให้บริการซึ่งตามแผนเดิม การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)วางกำหนดการที่โครงการจะเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการในเดือนมีนาคมปี 2564 และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปลายปีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้โครงการประสบปัญหาความล่าช้าในส่วนของการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเอกชนผู้รับเหมางาน ขอขยายระยะเวลาก่อสร้างมากกว่า 500 วัน แต่คณะกรรมการบอร์ด รฟท.อนุมัติขยายระยะเวลาเพียง 87 วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการบริหารการเดินรถซึ่งกระทรวงคมนาคมเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่องบประมาณ ควรใช้วิธีร่วมทุนแบบให้เอกชนมาร่วมทุน PPPบริหารการเดินรถ โดยแนวทางดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่านอกจากนี้ยังพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงานส่วน Variation Order (VO) วงเงิน 10,345 ล้านบาท ซึ่งถูกระบุเป็นค่างานระบบอาณัติสัญญาณ,ภาษี,และค่าจ้างที่ปรึกษา ที่ดำเนินไปแล้ว ในขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เงินกู้จาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(ไจก้า) รวมทั้งโครงการที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 มีการขยายกรอบวงเงิน 2 ครั้ง จนล่าสุดมีวงเงินก่อสร้างรวม 93,950 ล้านบาท และคงจะไม่สามารถใช้เงินกู้จากไจก้าในส่วนของงาน VO ได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการนี้ในช่วงที่ผ่านมา ไปหาข้อมูลและทำให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากวงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาทนี้ ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย สามารถทำโครงการอื่นได้มากมาย และขณะนี้จะต้องศึกษาดูความเป็นไปได้ว่า จะไปหาวงเงินก้อนนี้จากไหน เพราะหากจะขอจัดสรรจากงบประมาณ การดำเนินการต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมและทุกหน่วยงานทำข้อมูลให้ชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ หรือวันที่ 17 ส.ค.นี้ &amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับปัญหางานส่วนที่เพิ่ม Variation Order (VO) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงนี้เป็นงานที่เอกชนได้ดำเนินการไปแล้ว ได้และแจ้งให้หน่วยงานภาครัฐทราบเพื่อขอเคลมค่างาน ซึ่งประเด็นนี้วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากภาครัฐปฏิเสธการชำระ ยังไม่เกิดความชัดเจนว่าเอกชนจะยอมแบกรับเงินลงทุนดังกล่าวหรือไม่ เพราะหากเอกชนไม่ยอมรับภาระ ยืนยันให้ภาครัฐจัดหาเงินค่างานมาชำระ ก็จะกลายเป็นข้อพิพาท ระหว่างภาครัฐกับเอกชนผู้รับงาน อาจกลายเป็นค่าโง่ และไม่ทราบว่าจะกระทบต่อกำหนดการการเปิดให้บริการหรือไม่ ในขณะที่ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า คนเซ็นอนุมัติให้มีการก่อสร้างงานส่วนเพิ่ม เป็นเจ้าหน้าที่บริหารโครงการระดับเล็กมาก และเพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องนี้ เป็นไปได้ว่ากระทรวงคมนาคมจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนประเด็นดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต) ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมขณะนั้น เสนอปรับกรอบวงเงินลงทุนรวมของโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล(สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยมีกรอบวงเงินโครงการรวม 93,950 ล้านบาท จากเดิม 75,548 ล้านบาท ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เสนอ โดยเป็นกรอบวงเงินที่ครอบคลุมงานปรับแบบรายละเอียดตามมติครม.เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ไว้แล้ว และมอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินการขยายวงเงินกู้เพิ่มเติมให้ครอบคลุมการปรับกรอบวงเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันมีข้อมูลระบุว่า การต้องขยายกรอบวงเงิน อีก 10,345 ล้านบาทนี้ เป็นค่างานส่วนเพิ่มที่ครอบคลุมทั้งในสัญญาที่ 1 คืองานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อและปรับเขตทางรถไฟ เพื่อให้ครอบคลุมจำนวนรางหรือ Track ที่มีในโครงการ รวมถึงงานส่วนเพิ่มในสัญญาที่ 2 และสัญญาที่ 3 ที่เป็นระบบอาณัติสัญญาณด้วย ขณะที่มีรายงานข่าวจากผู้บริหารการรถไฟระบุว่า วงเงินส่วนเพิ่มนี้ ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)กระทรวงการคลัง เคยรับทราบกรอบวงเงินแล้ว หลังจากที่ไม่สามารถกู้เงินไจก้าได้ โดย สบน.ระบุว่าจะมีการจัดหาแหล่งเงินกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ เข้ามารองรับวงเงินดังกล่าว แต่ก็ต้องมีการรายงานที่มาของแหล่งเงินกู้ใหม่ ให้ไจก้าทราบด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19427f562d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่สะดุ้ง!ไพศาลเตือนระวังซ้ำรอยยิ่งลักษณ์ พวกกองเชียร์ไม่ได้คิดคุกด้วยนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.62 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puchmongkol ระบุว่า &amp;quot;ระวังจะซ้ำรอยคุณยิ่งลักษณ์ ถึงวันนั้นพวกกองเชียร์มันไม่ได้คิดคุกด้วยนะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6dceec315eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ศักดิ์สยาม”ลั่นสู้ไม่ถอยนัดอัยการถกคดีโฮปเวลล์ 29 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำร้องให้มีการพิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัดนั้น ตนได้แต่งตั้งนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม (ด้านโครงสร้างพื้นฐาน) เป็นประธานคณะทำงานฯ

ทั้งนี้ เตรียมเชิญอัยการสูงสุดมาหารือร่วมกันในวันที่ 29 ส.ค.นี้ เพื่อพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมทั้งหาแนวทางในการสู้คดีให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะในประเด็นของการทุจริต ซึ่งหากพบว่าโครงการดังกล่าวมีประเด็นการทุจริตนั้น จะดำเนินการยื่นฟ้องตัวบุคคลต่อศาลฎีกา เช่นเดียวกันกับ คดีค่าโง่ทางด่วนบูรพาวิถี และค่าโง่คลองด่านในอดีต อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแล้วว่า ไม่มีการทุจริต ก็จะเดินหน้าปฏิบัติตามคำสั่งของศาลต่อไป

&amp;ldquo;ตอนนี้เรื่องโฮปเวลล์ยังไม่ได้ข้อยุติ อยากให้ไปดูข้อมูลให้ครบ และสู้ให้ถึงที่สุด ยังสามารถอุทธรณ์ได้อีก ต้องไปดูการทุจริตของโครงการ ถ้ามีการทุจริตก็ต้องไปฎีกา ยืนยันว่าต้องสู้ให้สุด ถ้าสู้ไม่ได้ ก็ปฏิบัติตามคำสั่งศาล คือ รฟท. จะต้องจ่ายเงินชดเชยประมาณ 25,000 ล้านบาทภายใน 180 วัน หรือครบกำหนดประมาณ ต.ค.นี้ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้เร็วที่สุด&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าวันที่ 27 ส.ค.นี้เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมหัวหน้าหน่วยงานทั้งหมดในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน หลังจากได้มอบนโยบายและให้การบ้านแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะครบตามกรอบเวลา 1 เดือนที่กำหนด ทั้งนี้ ถือเป็นตัวชี้วัด (KPI) ของทุกหน่วยงานด้วย

&amp;ldquo;หลังการประชุมดังกล่าว จะเรียกบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) มาหารือถึงการโอนย้าย 4 สนามบิน โดยเฉพาะกรณีมติคณะกรรมการ (บอร์ด ทอท.) เลือกสนามบินกระบี่มาบริหารจัดการแทน&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

ทั้งนี้ หาก ทย. มีความประสงค์จะบริหารสนามบินกระบี่ต่อนั้น จะต้องมีแผนการเพิ่มศักยภาพของสนามบิน เพื่อพัฒนาให้สนามบินกระบี่เป็นสนามบินนานาชาติ ทั้งยังเป็นการลดความแออัดของสนามบินภูเก็ตด้วย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ค่าโง่, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d64af17c6e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศักดิ์สยาม”ตั้งคณะทำงานสางปัญหาค่าโง่ทางด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ส.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงาน 3 ชุด ได้แก่ คณะทำงานแก้ไขปัญหาถนนพระราม 2 โดยได้มอบหมายให้นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)เป็นประธาน เพื่อพิจารณาและเร่งรัดโครงการที่เกิดความล่าช้า พร้อมหาแนวทางการแก้ไขปัญหา และหาข้อสรุปก่อนเสนอให้กรมทางหลวง (ทล.)ไปดำเนินการ ทั้งนี้ ได้กำหนดกรอบเวลาให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ ยังตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. จะขยายสัมปทานทางด่วนให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพื่อยุติทุกข้อพิพาท โดยมอบหมายให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะทำงาน โดยให้คณะทำงานไปพิจารณาตั้งแต่ผลการศึกษาของโครงการ, การกำหนด TOR, การปฏิบัติตามสัญญา โดยกำหนดกรอบเวลาให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน จากนั้นจะสรุปแนวทางเพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกันได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะทำงานแปลงนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่หลักการดำเนินการ โดยมีตนเป็นประธาน ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ จะประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ จะจัดให้มีการประชุมขึ้นในสัปดาห์ เพื่อพิจารณานโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคม เพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ ที่สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยในส่วนของ 2 ช่องจราจรด้านขวาสุดจะกำหนดความเร็วในการขับขี่ห้ามต่ำกว่า 80-120 กม. เท่านั้น พิจารณานโยบายการอนุญาตให้รถขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกให้มาวิ่งบนถนนทางหลวงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ในช่วงเวลา 00.00-04.00 น. ก่อนที่จะสรุปและเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก หรือ คจร. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ ได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมไปพิจารณาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ยังค้างอยู่ ว่าติดปัญหา หรืออุปสรรคใดบ้าง รวมถึงให้ไปหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ (สบน.)เพื่อหาวิธีการที่จะนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้ในการดำเนินการต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42919</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่, ค่าโง่ทางด่วน, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d41d52d4aaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว!อนุญาโตฯชี้ขาดให้กทพ.จ่ายค่าโง่ทางด่วน1.48 พันล้านบาทให้ BEM</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 เม.ย.62- นางพเยาว์ มริตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2551 เพื่อเรียกร้องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ชำระเงินส่วนต่างรายได้ค่าผ่านทางตามประกาศกระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 ส.ค.2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญานั้น &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทฯได้รับทราบคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 22 เม.ย.2552 โดยคณะอนุญาโตตุลาการได้มีมติเอกฉันฑ์ ชี้ขาดให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัทฯ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 1,48.23 ล้านบาท และดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ศรีรัช ส่วนดี) ข้อ 25.6 ของเงินต้นค่าเสียหายจำนวน 914.35 ล้านบาท คิดเป็นรายวันตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2551 เป็นต้นไป จนกว่ากทพ.จะชำระเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางตามประกาศกระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 ส.ค.2546 กับส่วนแบ่งที่บริษัทฯมีสิทธิจะได้รับตามสัญญา โดยคำนวณตามจำนวนรถยนต์แต่ละประเภทที่ใช้ทางตามจริง เป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2551 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค.2551 รวมทั้งชำระดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาข้อ 25.6 ของผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทาง นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2551 เป็นต้นไป จนกว่ากทพ.จะชำระค่าเวียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทฯเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 บริษัทฯสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อให้ศาลทำการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ ในขณะที่กทพ.อาจพอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีขอบเขตอำนาจภายใน 90 วัน นับตั่งแต่วันที่ได้รับสำเนาชี้ขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34813</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, ค่าโง่, ทางด่วน, พเยาว์ มริตนะพร, รรมการผู้จัดการ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc838ffe6d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
