<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนกฤตชี้ช่อง เคสโฮปเวลล์ ‘รบ.’ส่อเค้าเฮ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดร.ธนกฤต&amp;rdquo; ชี้ผลสะเทือนคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการรับเวลาที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดในกรณีโฮปเวลล์ จะเป็นการพลิกค่าโง่ครั้งใหญ่ อาจทำให้รัฐไม่ต้องจ่าย 2.5 หมื่นล้าน จี้ศาลปกครองเร่งพิจารณาคดีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นข้อกฎหมายกรณีผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อคดีโฮปเวลล์ ระบุว่า ผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต่อคดีโฮปเวลล์ ที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2562 ที่ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในปี 2551 ด้วยการจ่ายเงินให้แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมดอกเบี้ย เป็นเงินรวมกันประมาณ 25,000 ล้านบาทนั้น มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดขัดรัฐธรรมนูญ จึงนับเวลาที่โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ ตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค.2544 ไม่ได้ และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเรื่อง ปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองดังกล่าวเป็นระเบียบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงทำให้มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวใช้บังคับไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ดังนั้น การนับเวลาในการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการ จึงไม่สามารถเริ่มนับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือวันที่ 9 มี.ค. ตามที่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยไว้ในคดีนี้ได้ เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ดร.ธนกฤตระบุถึงการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต้องทำภายใน 5 ปี นับจากวันรู้เหตุเสนอข้อพิพาทนั้น โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาท 24 พ.ย.2547 เกิน 5 ปี หากนับจาก 30 ม.ค.2541 วันได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา ซึ่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 กำหนดให้การฟ้องคดี รวมทั้งการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการต้องกระทำภายใน 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี เมื่อไม่สามารถนับเวลาในการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือวันที่ 9 มี.ค.2544 ได้ การที่โฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2547 อาจเป็นการเสนอข้อพิพาทที่เกินกำหนดเวลาตามกฎหมาย คือเกินกว่า 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาลปกครองชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้ว่าโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่ 24 พ.ย.2547 เป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี นับจากวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดีตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 โดยถือเอาวันที่ 30 ม.ค.2541 ซึ่งเป็นวันที่โฮปเวลล์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา เป็นวันที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น และเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาท ระยะเวลา 5 ปี จึงต้องเริ่มนับจากวันที่ 30 ม.ค.2541 และครบกำหนดในวันที่ 30 ม.ค.2546 เมื่อโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการในวันที่ 24 พ.ย.2547 จึงเกินระยะเวลา 5 ปีที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 ดังกล่าว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนกฤตยังโพสต์ถึงหนทางสู่การพิจารณาคดีใหม่ว่า เรื่องเวลาในการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการนั้น ได้เสนอข้อพิพาทภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เรื่องปัญหาเกี่ยวกับเวลาการฟ้องคดีปกครองขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงเป็นประเด็นที่อาจนำไปสู่การพิจารณาคดีใหม่ของศาลปกครองสูงสุดได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 75 วรรคหนึ่ง (4) โดยการยื่นคำขอให้พิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งใหม่ต้องทำภายใน 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ได้ แต่ไม่เกิน 5 ปีนับแต่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาด และหากศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ หากยุติว่าโฮปเวลล์เสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการเกิน 5 ปี อนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาท ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนและปฏิเสธบังคับคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ รัฐไม่ต้องจ่ายเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าหากศาลปกครองอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ และนับระยะเวลาการเสนอข้อพิพาทของโฮปเวลล์ต่ออนุญาโตตุลาการ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.2541 ซึ่งเป็นวันที่โฮปเวลล์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา และถือเป็นวันที่ข้อพิพาทเกิดขึ้น และเป็นวันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาทดังที่กล่าวไป หรือตั้งแต่วันอื่นใด อันจะทำให้การเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการในวันที่ 24 พ.ย.2547 เกินกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการเสนอข้อพิพาทตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51&amp;rdquo; ดร.ธนกฤตโพสต์ย้ำ
ดร.ธนกฤตโพสต์ต่อว่า หากข้อเท็จจริงยุติเช่นนี้ ศาลปกครองมีอำนาจที่จะวินิจฉัยว่าคณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจรับข้อพิพาทที่โฮปเวลล์ยื่นเสนอไว้เพื่อพิจารณาได้ และการยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และมีคำพิพากษาให้เพิกถอนและปฏิเสธการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรค 3 (2) (ข) และมาตรา 44 ซึ่งจะทำให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ต้องจ่ายเงินให้แก่โฮปเวลล์ตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96829</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ, ค่าโง่โฮปเวลล์, พิจารณาคดีใหม่, ศาลปกครองสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6057611f906e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฮปเวลล์ส่งสัญญาณดี เล็งตั้งกก.เอาผิดอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ศักดิ์สยาม&amp;rdquo; แย้มคดีค่าโง่โฮปเวลล์ส่งสัญญาณที่ดี&amp;nbsp; แต่ต้องรอคำวินิจฉัยศาลปกครองกลางฉบับเต็มถึงจะเป็นข้อยุติ&amp;nbsp; ย้ำดำเนินการมาตั้งแต่รับตำแหน่ง สู้อย่างเต็มที่ เล็งตั้งคณะกรรมการเอาผิดทางอาญาเพิ่มเติม ด้านโฆษกศาลปกครองยันมติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดไม่ใช่ระเบียบ ไม่ต้องจำเป็นประกาศในราชกิจจาฯ หรือส่งสภาผู้แทนฯ ให้ความเห็นชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยมีมติที่ประชุมศาลปกครองสูงสุดคดีโฮปเวลล์ขัดรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้พยายามดำเนินการแก้ไขเรื่องโดยยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยได้มีการตั้งคณะทำงานต่างๆ ขึ้นมาตรวจสอบและดูในเรื่องนี้เริ่มตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา กระทรวงคมนาคมคงต้องรอคำวินิจฉัยกลาง ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญต้องฟังคำวินิจฉัยกลาง และคำวินิจฉัยกลางตามกระบวนการจะต้องส่งไปผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา แล้วจึงกลับมายังกระทรวงคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยกลางส่งมาที่กระทรวงคมนาคม โดยคณะทำงานที่มี จึงจะได้ดูว่าคำวินิจฉัยกลางที่ออกมาว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอย่างไร กระทรวงคมนาคมจึงจะสามารถดำเนินต่อไปได้ เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีท่านบอกตลอดว่าอะไรที่ดำเนินการโดยตามหลักกฎหมายและถูกต้อง ต้องดำเนินการ อะไรที่มันไม่ถูกต้อง จะทำให้ถูกไม่ได้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ทำเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะเราถือว่าเงินงบประมาณของรัฐบาลคือเงินของภาษีพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นการที่จะต้องดำเนินการในเรื่องที่จะจ่ายหรือชำระค่าอะไรก็ตาม ต้องถูกต้องตามระเบียบกฎหมายและข้อเท็จจริง ถ้าอะไรไม่ถูกต้อง กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตามขั้นตอนในการที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องอายุความ ต้องรอคำวินิจฉัยกลาง เนื่องจากเมื่อมีคำตัดสินออกมา จะต้องรอว่าคำวินิจฉัยกลางคือตัวองค์คณะของศาล จะมีรายละเอียดออกมาถึงจะเป็นข้อยุติว่าการตัดสินโดยหลักกฎหมายข้อใด ข้อเท็จจริง และมีผลคำวินิจฉัยอย่างไร ต้องดูในรายละเอียด วันนี้จะพูดอะไรออกไปโดยไม่เห็น มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ดี เบื้องต้นที่เห็นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ได้ยื่นเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน มี 2 ประเด็นคือ 1.การดำเนินการเป็นไปตามหลักข้อกฎหมายที่มีหรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด&amp;nbsp; และ 2.เรื่องอายุความ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอคำวินิจฉัยกลางตัดสินอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อเราได้คำวินิจฉัยกลางที่สมบูรณ์แล้วจะดำเนินการต่อได้ โดยยึดหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง และยึดผลประโยชน์ของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ ทางกระทรวงจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางอาญาเพิ่มเติม โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งเรื่องดังกล่าวรายละเอียดเยอะ ต้องใช้เวลาพิจารณา เพราะที่ผ่านมาเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2532 ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนความผิดในการละเมิดอยู่ระหว่างการส่งรายชื่อคณะกรรมการฯ เพื่อแต่งตั้งสอบสวนหาความผิดดังกล่าวมาที่เราให้พิจารณา เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอำนาจที่เราสามารถแต่งตั้งได้ หากเราเกี่ยวข้องจะเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้ ต้องดูคุณสมบัติของคณะกรรมการด้วยว่ามีความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง&amp;quot; นายศักดิ์สยามกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประวิตร บุญเทียม โฆษกศาลปกครอง ให้สัมภาษณ์ ว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ามติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2555 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2556 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองเป็นการออกระเบียบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่นั้น เป็นเพียงการชี้ว่าที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดไม่ได้ดำเนินการนำมติที่ประชุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2556 มาออกเป็นระเบียบตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 5 ที่กำหนดว่า บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่ออกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดว่า ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา 44 และมาตรา 66 ต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ออกระเบียบดังกล่าว เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบได้ ส่วนประเด็นอื่นที่เกี่ยวกับผลการชี้ขาดแห่งคดี ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ต้องดูคำวินิจฉัยฉบับเต็มก่อนว่าประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครอบคลุมไปลึกแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดใช้หลักปฏิบัติเดียวกับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาของศาลยุติธรรม เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 68 ที่กำหนดว่า กรณีประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นสมควรที่จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใด คดีใด ให้เสนอที่ประชุมใหญ่พิจารณา ซึ่งที่ผ่านมาหากประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคดีนั้นมีปัญหา หรือเป็นคดีสำคัญ หรือเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูง ก็จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่พิจารณาข้อเท็จจริงในคดีนั้น ซึ่งทำกันเกือบทุกเดือน มีเป็นร้อยเรื่อง ไม่ได้มองว่าเป็นระเบียบที่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบตามมาตรา 5 มาตรา 6 ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ จึงต้องดูว่ามตินี้เป็นระเบียบเพราะอะไร&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแบบนี้แล้วมันจะกระทบไปยังคดีเดิม เพราะคดีนั้นศาลพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว ถ้าทุกคนนิ่ง ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ศาลวินิจฉัยเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปแล้วก็เป็นไปตามนั้น แต่จะไม่นิ่งก็เมื่อคู่กรณีใช้ช่องทางขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 75 ซึ่งตรงนี้เป็นช่องทางที่เป็นสิทธิของคู่กรณี เมื่อขอมาศาลก็พิจารณา หากเมื่อพิจารณาคำวินิจฉัยเต็มของศาลรัฐธรรมนูญแล้วเห็นว่ามันเข้าเกณฑ์พิจารณาใหม่ ตามมาตรา 75 ก็สามารถรับพิจารณาคดีใหม่ได้ แต่ถ้าดูแล้วไม่เข้าเกณฑ์ ถึงจะมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตรงนั้น ก็ต้องยกไม่รับคำขอเหมือนกับคดีที่แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96535</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีค่าโง่โฮปเวลล์, คำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง, ค่าโง่โฮปเวลล์, ตั้งคณะกรรมการเอาผิดทางอาญา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6053694a3f854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์2.4หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คมนาคม-รฟท.ลุ้นฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์! หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้มติที่ประชุมใหญ่ศาล ปค.สูงสุดปมนับอายุความขัดรธน. โฆษกศาลปกครองขอดูคำวินิจฉัยฉบับเต็ม แจงมติเป็นร้อยไม่เคยประกาศราชกิจจาฯ-ส่งสภา ผูู้ตรวจฯ เชื่อรัฐมีลุ้นไม่ต้องจ่าย 2.4 หมื่นล้าน นายกฯ ยันใช้ กม.เร่งสางปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดครั้งที่ 18/2545 วันพุธที่ 27 พ.ย.45 เรื่องปัญหาเกี่ยวกับระยะเวลาการฟ้องคดีปกครองที่กำหนด ที่กำหนดให้นับอายุความฟ้องคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือวันที่ 9 มี.ค.2544&amp;nbsp; มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 197 วรรคสี่ โดยให้เหตุผลว่า แม้เป็นการออกระเบียบตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 มาตรา 44 แต่มิได้ดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คดีดังกล่าวผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องของกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ขอให้วินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองสูงสุดนำมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดครั้งดังกล่าว ที่ไม่ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย คือไม่ได้ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้หรือไม่ รวมทั้งการกำหนดให้เริ่มนับอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ศาลปกครองเปิดทำการ คือตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2544 ซึ่งผิดไปจาก พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 51 ที่บัญญัติว่า ให้เริ่มนับระยะเวลาอายุความคดีปกครองตั้งแต่วันที่ &amp;ldquo;รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี&amp;rdquo; ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนมติหรือการกระทำดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลต่อการที่กระทรวงคมนาคมและ รฟท.จะยื่นรื้อคดีใหม่ เพราะหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาสั่งให้ทั้ง 2 หน่วยงานปฏิบัติตามมติอนุญาโตตุลาการที่ให้รัฐบาลต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัท โฮปเวลล์ฯ กว่า 2.4 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคมและ รฟท.ได้มอบหมายให้นายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นทนายความผู้รับมอบอำนาจ ยื่นหลักฐานใหม่ต่อศาลปกครองขอรื้อคดี โดยอ้างว่า พบว่าบริษัทโฮปเวลล์ฯ เป็นบริษัทต่างด้าว จดทะเบียนไม่ถูกต้อง แต่ก็ถูกตีตกโดยศาลปกครองสูงสุดไม่รับคำฟ้อง ทำให้คดีถึงที่สุด และนำไปสู่การที่กระทรวงคมนาคม รฟท. ยื่นคำร้องนี้ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การพิจารณาลงมติของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ องค์คณะตุลาการที่พิจารณาคดีนี้มีทั้งสิ้น 7 คน เนื่องจากศาลได้อนุญาตให้นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ถอนตัวจากการพิจารณาตั้งแต่ต้นตามพระราชบัญญัติ?ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลปกครองมาตรา 34 ประกอบมาตรา 32 (1) และนายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ที่ประชุมจึงเลือกนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่แทนประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 18 วรรคสี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมหากาพย์คดีค่าโง่โฮปเวลล์ ยาวนานมาถึง 13 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 8 พ.ย.51 อนุญาโตตุลาการให้กระทรวงคมนาคมและรฟท.จ่ายค่าเสียหายแก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด 11,888 ล้านบาท จากนั้น 13 มี.ค.57 ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอนุญาโตตุลาการ โดยกระทรวงคมนาคมและ รฟท.ไม่ต้องจ่ายค่าโง่ 11,888 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 22 เม.ย.62 ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท.จ่ายค่าโฮปเวลล์พร้อมดอกเบี้ย รวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายใน 180 วัน และต่อมาวันที่ 22 พ.ย.62 รฟท.ยื่น 4 หน่วยงาน เสนอคณะรัฐมนตรีงดจ่ายค่าโง่และสู้คดีต่อ จากนั้น 22 ก.ค.63 ศาลปกครองสูงสุดไม่รับพิจารณาคดีโฮปเวลล์ใหม่ และ 17 พ.ย.63 ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความมติศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องติดตามในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะมีคณะทำงานตรงนี้อยู่แล้ว จะนำคำพิพากษาออกมาพิจารณาดูจะดำเนินการอย่างไรต่อไปได้ เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลตน แต่ต้องเอามาแก้ไขในรัฐบาลนี้ ถ้าสามารถแก้ไขได้ก็เป็นการดี เป็นการสงวนเงินงบประมาณแผ่นดิน ทำอะไรก็ตามตนระวังที่สุด ที่ต้องเริ่มต้นทุกอย่างด้วยความถูกต้อง ขอให้เข้าใจว่างานเหล่านี้เป็นงานที่ค้างคามาถึงรัฐบาลตน และตนก็แก้ไขไปในทางที่ถูกที่ควรตามช่องทางของกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้ตัดสินทุกสิ่งทุกอย่างได้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประวิตร บุญเทียม โฆษกศาลปกครองสูงสุด กล่าวว่า ขอดูคำวินิจฉัยฉบับเต็มก่อนว่าประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครอบคลุมไปลึกแค่ไหน แต่โดยหลักแล้วคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้น มีแนวใหม่ หรือมีคำวินิจฉัยใหม่ จะไม่กระทบกับคดีที่พิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปก่อน ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองจะนำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบการพิจารณา เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีโฮปเวลล์เคยมีการขอพิจารณาคดีใหม่ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุดเห็นตรงกันว่าไม่เข้าเกณฑ์ที่จะขอพิจารณาคดีใหม่ได้ แต่การขอพิจารณาคดีใหม่อาจจะขอได้อีก โดยอ้างเหตุใหม่ ฉะนั้นถ้าคู่กรณียกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลก็จะพิจารณาว่าเป็นเรื่องที่ใช้เหตุผลเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ใช่และเป็นข้อเท็จจริงใหม่ ก็จะพิจารณาต่อไปว่าแล้วเข้าเกณฑ์ที่จะรับพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 75 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ได้หรือไม่ ซึ่งก็ต้องขอดูคำวินิจฉัยเต็มของศาลรัฐธรรมนูญว่ามีรายละเอียดเป็นอย่างไร แล้วจึงมาพิจารณาต่อไปว่าเข้าเกณฑ์อนุมาตราใดของมาตรา 75 แล้วใช้ดุลยพินิจตามหลักฐานนั้น แต่ถ้าดูแล้วไม่เข้าเกณฑ์ ถึงจะมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตรงนั้น ก็ต้องยกไม่รับคำขอเหมือนกับคดีที่แล้ว&amp;rdquo; นายประวิตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศาลปกครองไม่เคยมองว่ามติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเป็นระเบียบที่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือต้องส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบตามมาตรา 5 มาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญ แต่มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเป็นไปตามมาตรา 68 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ ที่กำหนดว่า กรณีประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นสมควรที่จะให้มีการวินิจฉัยปัญหาใดคดีใด ให้เสนอที่ประชุมใหญ่พิจารณา ซึ่งที่ผ่านมาหากประธานศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคดีนั้นมีปัญหา หรือเป็นคดีสำคัญ หรือเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูง ก็จะนำเข้าที่ประชุมใหญ่พิจารณาข้อเท็จจริงในคดีนั้นๆ ซึ่งทำกันเกือบทุกเดือน โดยคดีโฮปเวลล์เป็นการพิจารณาปัญหาว่าจะนับอายุความอย่างไร ก็เลยเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งเมื่อเป็นมติที่ประชุมใหญ่แล้วก็ไม่ต้องทำอะไรต่อ ก็นำไปใช้บังคับเลย โดยศาลปกครองก็ถือปฏิบัติตามนี้มาจนเวลานี้ มติที่ประชุมใหญ่มีเป็นร้อยเรื่อง และไม่เคยส่งไปประกาศราชกิจจาฯ หรือส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ดังนั้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ จึงต้องดูว่ามตินี้เป็นระเบียบเพราะอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์&amp;nbsp; ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า หลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญคงส่งคำวินิจฉัยฉบับสมบูรณ์มาที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งจะแจ้งกลับไปยังกระทรวงคมนาคมและ รฟท. ทั้งสองหน่วยงานคงนำคำวินิจฉัยซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานข้อมูลใหม่ ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอรื้อฟื้นคดีจ่ายค่าเสียหายโฮปเวลล์ได้ แต่ที่สุดแล้วจะมีผลให้รัฐไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของศาลปกครอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่อาจทำให้ผลการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดที่พิพากษาให้ รฟท.ต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับบริษัท โฮปเวลล์ฯ ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เพราะทุกคดีมีอายุความ การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเช่นนี้ ก็อาจทำให้มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดที่เป็นประเด็นพิพาทไม่สามารถนำมาใช้บังคับได้ ซึ่งก็จะมีผลให้การฟ้องคดีของบริษัท โฮปเวลล์ฯ น่าจะเป็นฟ้องเมื่อคดีขาดอายุความแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ศาลปกครองจะพิจารณาวินิจฉัย แต่ก็ถือว่ารัฐบาลมีลุ้นที่อาจจะไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนให้กับบริษัทเอกชน&amp;rdquo; พล.อ.วิทวัสกล่าว และเชื่อว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในไทย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังจากนี้ว่ากระทรวงคมนาคมต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญส่งมาอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งคณะทำงานติดตามคดีโฮปเวลล์ที่กระทรวงตั้งขึ้น จะมีการพิจารณาการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า จะมีการนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปพิจารณาในที่ประชุมคณะทำงานเจรจาเพื่อลดผลกระทบภาครัฐอันเนื่องจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีโฮปเวลล์ ที่มีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะทำงานฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการในคดีโฮปเวลล์ต่อไปอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96420</URL_LINK>
                <HASHTAG>2.4 หมื่นล้าน, คำวินิจฉัยฉบับเต็ม, ค่าโง่โฮปเวลล์, ฟื้นคดีค่าโง่โฮปเวลล์, ศาลปกครอง, ศาลปกครองสูงสุด, ศาลรัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6052226a8cffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายนกเขา&#039; ร้องดีเอสไอรับ &#039;ค่าโง่โฮปเวลล์&#039; คดีพิเศษ ขู่หากรัฐบาลจ่ายเงินจะนำมวลชนประท้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจกระทรวงคมนาคม และ การรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กระทำความผิด กรณีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โฮปเวลล์ รวมทั้ง นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง กระทำความผิดอาญาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการโฮปเวลล์ โดยให้ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิติธร กล่าวว่า ตนนำพยานหลักฐานเป็นทั้งเอกสารเก่าและเอกสารใหม่มามอบให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบโครงการโฮปเวลล์ ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำความผิดหลายฝ่ายทั้ง ข้าราชการ นักการเมือง และเอกชน มีการจดทะเบียนบริษัทไม่ถูกต้องและไม่ทำตามมติ ครม. จนทำให้รัฐเกิดความเสียหาย โดยคดีอยู่ในอำนาจขอบเขตของดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ควรจ่ายเงิน เพราะยังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ แม้ศาลต่างๆ จะพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว ฝากถึงรัฐบาลหลังแต่งตั้ง นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมแล้ว ควรให้มาดำเนินการตรวจสอบเรื่องโครงการโฮปเวลล์ด้วย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีการจ่ายเงินตนจะนำมวลชนออกมาประท้วงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยสัปดาห์หน้าเตรียมจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์ เผยว่า เบื้องต้น ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเรียกร้องว่ามีประเด็นใดบ้างและเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่ โดยจะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ตามขั้นตอนการรับเรื่องร้องทุกข์ของดีเอสไอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76393</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีพิเศษ, ค่าโง่โฮปเวลล์, ดีเอสไอ, ทนายนกเขา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50aa76190ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยังไร้งบฯชดใช้ ค่าโง่โฮปเวลล์ ลั่นสู้ทุกช่องทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เคารพคำตัดสินของศาลไม่โทษใครคดี &amp;ldquo;ค่าโง่โฮปเวลล์&amp;rdquo; ยอมรับยังไม่รู้ใช้งบจากไหน สั่งคมนาคมหาทางแก้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นสู้ไม่ถอย จะยอมจ่ายเงินจำนวนมากง่ายๆ ไม่ได้ &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot; ลุ้นศาลปกครองตัดสินปมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมิชอบ&amp;nbsp; ยันต้องสู้ให้ครบทุกช่องทาง พร้อมเจรจาลดมูลหนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองปกครองชั้นต้น ไม่รับพิจารณาคดีค่าโง่โฮปเวลล์ใหม่ ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้กับเอกชน 2.4 หมื่นล้านบาทว่า วันนี้ตนเพิ่งทราบมติคำตัดสินของศาลออกมา เดี๋ยวต้องหาทางต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว รัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเคารพกระบวนการตัดสินของศาล ซึ่งรัฐบาลนี้มีทั้งแก้ ทั้งปรับ ตนไม่อยากจะไปโทษใคร เพราะบางเรื่องก็รู้ดีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมอบหมายให้ใครดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว คราวที่แล้วเป็นผู้ขออุทธรณ์ขึ้นไป ส่วนจะใช้งบประมาณจากไหนนั้น ตนต้องไปหาทางต่อไป จะมาตอบตอนนี้ยังไม่ได้ ท่านก็รู้ว่ารายได้ รายรับ รายจ่ายของเราเป็นยังอย่างไรอยู่ แต่มันอยู่หลายวิธีการ วันหน้าก็ติดตามกัน ตนให้กระทรวงคมนาคมไปแก้ปัญหาตรงนี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทั้งกระทรวงคมนาคมและ รฟท. เขามีคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้อยู่&amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลต้องชดใช้เงินในจำนวนดังกล่าวใช่หรือไม่ ยังไม่รู้ เพราะตนไม่ได้ตามเรื่องมาโดยตลอด ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร คงต้องให้กระทรวงคมนาคมรายงานมาก่อน ส่วนเรื่องไปถึงศาลปกครองสูงสุดแล้วพอจะมีแนวทางอื่นที่จะไม่ต้องชดใช้หรือไม่ ยังนึกไม่ออก อาจจะมีก็ได้ แต่ตนไม่ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้มาหารือเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่มี ไม่เคย ไม่มีเลยตั้งแต่ต้น มีแต่ตนเคยเชิญรองปลัดกระทรวงคมนาคมซึ่งเป็นประธานในการเจรจามาหารือในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คมนาคม แต่เวลานี้ก็ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง หากจำเป็นก็อาจจะต้องเชิญมาถามอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากรัฐบาลต้องชำระเงิน จะมีกรอบระยะเวลาว่าต้องดำเนินการภายในเมื่อไหร่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเมื่อเลยคำพิพากษาก็จะเป็นการบังคับคดี ซึ่งการบังคับคดีก็เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ไม่จำเป็นต้องปัจจุบันทันด่วน และก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเหมือนกัน หลังจากนี้เราก็ยังสามารถเจรจากับเอกชนได้อยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาก็เคยเจรจามาแล้ว แต่ในครั้งนั้นไปเกี่ยงอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้ นึกไม่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลจะสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะคดีแบบนี้จะให้รัฐไปยอมจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากง่ายๆ คงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับรายงานจาก รฟท.อย่างเป็นทางการ ทราบจากข่าวที่ออกมาเท่านั้น แต่ก็เคารพคำตัดสินของศาลที่ออกมา โดยเบื้องต้นได้มีการหารือกับทาง รฟท.เพื่อดูรายละเอียดว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรได้อีกบ้าง โดยขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายกำลังศึกษาอยู่ ยืนยันกระทรวงจะต้องทำจนถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.คมนาคมกล่าวว่า ปัจจุบัน รฟท.ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลพิจารณาหลักฐานกรณีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขัดกับข้อกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างรอว่าศาลจะรับคำร้อง โดยข้อมูลที่มีอยู่นั้น ถือเป็นข้อมูลใหม่ ในเรื่องความไม่สมบูรณ์ของการจดทะเบียนบริษัทที่ทำให้ผลการทำนิติกรรมสัญญาอาจมิชอบ โดยฝ่ายทนายความ รฟท.ดำเนินการอยู่ และยืนยันว่ากระทรวงก็จะต้องทำให้ครบทุกช่องทาง นอกจากนี้ กระทรวงยังได้ส่งข้อมูลเอาผิดในคดีอาญา ซึ่งปัจจุบันกระทรวงได้ส่งข้อมูลไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อช่วยพิจารณาข้อมูลในประเด็นการทำสัญญาที่เกิดจากการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นยืนยันว่าเรื่องนี้ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน โดยมั่นใจกับเรื่องที่ดำเนินการ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลด้วย ขณะเดียวกันกระทรวงยังได้ดำเนินการคู่ขนานในเรื่องของการเจรจาผลวงเงินชดเชยกับบริษัท โฮปเวลล์ฯ ซึ่งผมได้ตั้งคณะทำงานโดยมีนายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน โดยขณะนี้ทราบว่ามีความคืบหน้า แต่ยังไม่ได้รับการรายงาน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยามกล่าวด้วยว่า เม็ดเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท หากทำให้เกิดผลกระทบต่อประเทศชาติ ก็ต้องทำให้ครบทุกช่องทาง ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีเวลา 90 วันที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย หลังจากที่ศาลตัดสินไปเมื่อวานนี้ ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ย 7.5% ขณะนี้ดอกเบี้ยจะไม่เดินรายวัน เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงได้ดำเนินการขอชะลอการบังคับคดี ทำให้ทุกเรื่องยังอยู่ที่เดิม ไม่มีภาระเพิ่มขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72345</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่โฮปเวลล์, จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมิชอบ, ศาลปกครอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f1998bd3868e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ไม่โทษใครหลังแพ้คดีค่าโง่โฮปเวลล์ สั่งคมนาคมหาทางแก้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองปกครองชั้นต้น ไม่รับพิจารณาคดีค่าโง่โฮปเวลล์ใหม่ ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้กับเอกชน 2.4 หมื่นล้านบาท ว่า วันนี้ตนเพิ่งทราบมติคำตัดสินของศาลออกมา เดี๋ยวต้องหาทางต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว รัฐบาลนี้พยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเคารพกระบวนการตัดสินของศาล ซึ่งรัฐบาลนี้มีทั้งแก้ ทั้งปรับ ตนไม่อยากจะไปโทษใคร เพราะบางเรื่องก็รู้ดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมอบหมายให้ใครดูแลเป็นพิเศษ หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว คราวที่แล้วเป็นผู้ขออุทธรณ์ขึ้นไป ส่วนจะใช้งบประมาณจากไหนนั้น ตนต้องไปหาทางต่อไป จะมาตอบตอนนี้ยังไม่ได้ ท่านก็รู้ว่ารายได้ รายรับ รายจ่ายของเราเป็นยังอย่างไรอยู่ แต่มันอยู่หลายวิธีการ วันหน้าก็ติดตามกัน ตนให้กระทรวงคมนาคมไปแก้ปัญหาตรงนี้อยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่โฮปเวลล์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f1932d75eefa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นอีกเฮือก! &#039;วิษณุ&#039; ชี้ช่องเจรจาเอกชน ปมค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้องของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ขอให้รื้อคดีที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องคืนค่าตอบแทน ที่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ชำระและใช้เงินในการก่อสร้างโครงการพร้อมดอกเบี้ยราว 2.4 หมื่นล้านบาท ให้กับบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ทั้งกระทรวงคมนาคม และ รฟท. เขามีคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ารัฐบาลต้องชดใช้เงินในจำนวนดังกล่าวใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่รู้เพราะ ตนไม่ได้ตามเรื่องมาโดยตลอด ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร คงต้องให้กระทรวงคมนาคมรายงานมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักอีกว่า เมื่อเรื่องไปถึงศาลปกครองสูงสุดแล้วพอจะมีแนวทางอื่นที่จะไม่ต้องชดใช้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังนึกไม่ออก อาจจะมีก็ได้ แต่ตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้มาหารือเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เคย ไม่มีเลยตั้งแต่ต้น มีแต่ตนเคยเชิญรองปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นประธานในการเจรจามาหารือในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่มีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็น รมว.คมนาคม แต่เวลานี้ก็ผ่านมาปีหนึ่งแล้ว ก็เลยไม่รู้ว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง หากจำเป็นก็อาจจะต้องเชิญมาถามอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า หากรัฐบาลต้องชำระเงิน จะมีกรอบระยะเวลาว่าต้องดำเนินการภายในเมื่อไหร่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเมื่อเลยคำพิพากษาก็จะเป็นการบังคับคดี ซึ่งการบังคับคดีก็เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ไม่จำเป็นต้องปัจจุบันทันด่วน และก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเหมือนกัน หลังจากนี้เราก็ยังสามารถเจรจากับเอกชนได้อยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาก็เคยเจรจามาแล้ว แต่ในครั้งนั้นไปเกี่ยงอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้นึกไม่ออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโง่โฮปเวลล์, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1843796f609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
