<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.แจงค่าตั๋วรถไฟฟ้าสีส้มราคาอยู่ที่ 15-45บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.64-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงถึงประเด็นที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย วิจารณ์ว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น เมื่อเปิดให้บริการแล้ว ราคาก็จะแพงเช่นกัน ขณะที่เป็นช่วงที่มีการโต้ตอบเรื่องปัญหาการขยายสัมปทานและราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสีเขียว ระหว่างกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร ที่กำกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น คาดการณ์อัตราค่าโดยสาร ของสายสีส้มตะวันออก(ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) จะมีราคาที่ 15 &amp;ndash; 45 บาท เป็นราคาที่มีที่มาที่ไป และจะเป็นราคาที่ รฟม.จะใช้เจรจากับเอกชนที่ชนะการประมูล ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกด้วย ส่วนราคาที่มีการกล่าวอ้างถึง ที่ค่าโดยสารเริ่มต้น 17 บาท และมีการคิดค่าโดยสารตามระยะทาง 3 &amp;ndash; 4 บาทต่อสถานีโดยมีอัตราค่าโดยสารสูงสุด 62 บาทเมื่อผู้โดยสารเดินทางตั้งแต่ 12 สถานีขึ้นไป โดยอัตราดังกล่าว เป็นแค่อัตราที่ระบุในเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP อ้างอิง ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับเอกชนทุกราย ในการประเมินรายได้จากการลงทุน สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตามแผนจะเปิดให้บริการในช่วงปี 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ค่าโดยสาร รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ราคา 15 &amp;ndash; 45 บาท นั้น เป็นราคาที่มีที่ไปที่มา โดยเป็นการคำนวณตามดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI Non-food มีการเทียบเคียงกับราคาค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงในปัจจุบัน มีการสำรวจความเห็นของผู้ใช้บริการ และเทียบเคียงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น โดยยืนยันว่าวิธีดังกล่าวนั้นซึ่งมีการใช้คำนวณค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในปัจจุบัน ซึ่งมีการคำนวณเพื่อปรับราคาค่าโดยสารทุก 2 ปีหากราคาดัชนีผู้บริโภคไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับลดลงในบางปี ราคาค่าโดยสารก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นแล้วในอดีต 7 &amp;ndash; 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดราคาค่าโดยสารที่จะต้องพิจารณาเป็นโครงข่าย ระบบรถไฟฟ้าทั้งหมดโดยหากมีการกำหนดค่าโดยสารที่แพงเกินไปก็จะส่งผลกระทบ ทำให้ประชาชน เข้ามาใช้ระบบ&amp;rdquo;นายภคพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม จากฐานข้อมูลของรฟม.ขณะนี้ หากเปิดให้บริการในปี 2567 ในส่วนของสายสีส้มตะวันออก จะมีผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 เที่ยว-คน /วัน และเมื่อมีการเปิดให้บริการครบทั้งเส้นรวมกับสายสายสีส้มตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ซึ่งจะเปิดให้บริการในปี 2569 ก็จะมีผู้ใช้บริการประมาณ 400,000 เที่ยว-คน/วัน&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสาร, รถไฟฟ้าสายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f76a3614fd16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;เปิดหลักฐานฯยับยั้งกทม.เก็บเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท/เที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.64 &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม &amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ &amp;nbsp;และนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวเรื่อง &amp;ldquo;เปิดหลักฐานฯ เด็ด ยับยั้งการขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว และเรื่องเงินเยียวยาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายยุทธพงศ์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ได้ประกาศว่า วันที่ 16 ก.พ.นี้ จะขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท ซึ่งวันนี้สถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจ ประชาชนกำลังเดือดร้อน การที่มาขึ้นค่าโดยสารสุงสุด 104 บาทต่อเที่ยว ซึ่งหากไปกลับจะเป็นเงิน 208 บาท แต่ค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุง 331 บาท วันนี้เขาจะอยู่ได้อย่างไรและถามว่าผู้ว่ากทม. คิดได้อย่างไรในการให้เหตุผลว่า ถ้าไม่ขยายสัมปทานออกไป 40 ปี ก็ต้องมีมติครม. สั่งไม่ให้กทม.ขึ้นค่าโดยสาร อย่างไรก็ต้องขึ้นค่าโดยสาร ทั้งยังท้าให้ฟ้องป.ป.ช. ได้เลยไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ต้องดำเนินการเนื่องจากกทม. เป็นหนี้บีทีเอสอยู่ เช่นนี้เหมือนเอาประชาชนคนกรุงเทพฯมาเป็นตัวประกัน และเป็นการซ้ำเติมวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจ จึงไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำไมยังอยู่เฉยและไม่มีการเรียก พล.ต.อ. อัศวินไปพูดคุยเพื่อหาทางยับยั้งไม่ใหขึ้นค่าโดยสาร และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้จะเป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคพท.ในครั้งนี้ต่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการถามว่า เหตุใดจึงเอาข้อมูลมาแถลงเปิดก่อนนั้น เนื่องจากพรรคพท. และพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อประธานสภาฯ ในวันที่ 25 ม.ค.เวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา และคาดว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหลัง 16 ก.พ. ถ้าพรรคเพื่อไทย รอจะไม่ทันการ เพราะจะมีการขึ้นค่าโดยสารไปก่อน ดังนั้น เราจึงหาวิธีการยับยั้งความเดือดร้อนของประชาชนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่มีปัญหาคือ กทม.การรับโอนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว คือเขียวเหนือและเขียวใต้ มาจากกระทรวงคมนาคม โดยเป็นหนี้รฟม. 51785 ล้านบาท พล.ต.อ.อัศวิน จึงได้มีการออกข้อบัญญัติ กทม.เรื่องการกู้เงินเพื่อให้ในการโอนทรัพย์สินและหนี้สินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ พ.ศ.2561 เพื่อกู้เงินไปจ่ายแต่ จนถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี ยังไม่ทำอะไรเลย ไม่มีการกู้เงินสักบาท และมาใช้วิธีการขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งเรื่งนี้เคยเข้าครม. ไปแล้ว และครม.ก็อนุมัติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินมาให้กทม. เพื่อใช้หนี้รฟม. แปลว่ากทม. เตรียมการเรื่องเป็นหนี้อยู่แล้ว และมีแหล่งเงินที่จะไปจ่ายคืนให้รฟม.อยู่แล้วด้วย เหตุใดจึงไม่ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มติครม. ยังกำหนดให้กทม.บริหารจัดการรายได้ตั้งงบประมาณให้เพียงพอต่อการชำระหนี้ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และพิจารณาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ซึ่งเป็นมติตั้งตั้งแต่ปี 61 จึงถามว่าเหตุใดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่ากทม. จึงไม่ปฎิบัติตาม ทั้งนี้เรื่องหนี้ 5 หมื่นกว่าล้านนี้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่ากทม. เข้าข่ายการละเว้นปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และจับเอาคนกทม. เป็นตัวประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คือ 1. ขอให้กทม. ชะลอการขึ้นค่าโดยสาร 104 บาท ในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ออกไปก่อน 2. การคิดค่าโดยสารที่เหมาะสม ราคาเริ่มต้นและสุงสุดต้องอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะไม่มีใครอยากนั่งต้นสายไปยังปลายทาง เพราะค่าเฉลี่ยประชาชนจะนั่งเพียง 12 สถานีเท่านั้น และ 3.โครงการรถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่ลงทุนไปแล้วมาคิดเอากำไรกับประชาชนเพื่อให้ได้กำไรสุด และกทม.ต้องดูแลประชาชน และทำอย่างไรให้ประชาชนได้ค่าโดยสารที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามหลักฐานดังกล่าวนี้ วันที่ 26 ม.ค. ตนจะนำไปยื่นหนังสือต่อ นายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าฯกทม. เพื่อยับยั้งไม่ให้ขึ้นค่าโดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียว, ค่าโดยสาร, จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d08df112f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค่ารถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกกว่า65บาทได้มั้ย! &#039;ดร.สามารถ&#039;มีคำตอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถูกกว่า 65 บาท ได้มั้ย?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่ตกอกตกใจไปตามๆ กัน เมื่อกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะเก็บค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียว 104 บาท จากเดิมที่คนกรุงคาดหวังว่าจะจ่ายไม่เกิน 65 บาท กระทรวงคมนาคมประกาศก้องว่าจะทำให้ค่าโดยสารถูกกว่า 65 บาท จะทำได้จริงหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.)&amp;nbsp; ประกาศปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังจากเปิดเดินรถเต็มระบบเป็นสูงสุด 104 บาท โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป จากเดิมที่ กทม.ตั้งใจว่าจะเก็บไม่เกิน 65 บาท ในกรณีมีการขยายสัมปทานให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ออกไป 30 ปี ตั้งแต่ปี 2572-2602 โดยบีทีเอสจะต้องแบ่งรายได้จากค่าโดยสารให้ กทม. เป็นเงินกว่า 2 แสนล้านบาท และจะต้องจ่ายหนี้แทน กทม.ประมาณ 68,000 ล้านบาท อีกทั้ง จะเก็บค่าโดยสารสูงสุดได้ไม่เกิน 65 บาท ลดลงจากเดิมซึ่งมีค่าโดยสารสูงสุด 158 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลันที่ กทม.ประกาศใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ กระทรวงคมนาคมออกโรงเบรก กทม. ขอให้ กทม.ชะลอการปรับค่าโดยสารออกไปก่อน พร้อมบอกว่าจะหาทางทำให้ค่าโดยสารถูกกว่า 65 บาท หรือไม่เกิน 42 บาท เช่นเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทางที่จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลง โดยยกตัวอย่าง การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพยุงอัตราค่าโดยสาร และนำรายได้ในอนาคตมาชำระคืนกองทุนภายหลัง แต่ผมมีความเห็นว่าแนวทางนี้จะไม่มีนักลงทุนสนใจมาลงทุน เพราะในช่วงจากนี้ไปจนถึงปี 2572 หรือระยะเวลาก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน นักลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเนื่องจาก กทม.ขาดสภาพคล่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำให้ค่าโดยสารเท่ากับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือสีม่วงซึ่งมีค่าโดยสารสูงสุด 42 บาทนั้นเป็นไปได้ถ้ารัฐบาลรับภาระหนี้แทน กทม. ประมาณ 68,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ต้องชำระภายในปี 2572&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุที่ค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเท่ากับ 42 บาท ซึ่งต่ำกว่าค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นเพราะบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็มซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไม่ต้องแบ่งรายได้จากค่าโดยสารให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เจ้าของโครงการ และไม่ต้องจ่ายหนี้แทน รฟม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีม่วงเท่ากับ 42 บาท เช่นเดียวกันนั้น ที่ทำได้เช่นนี้เพราะ รฟม.ลงทุนเองทั้งหมดแล้วจ้างให้บีอีเอ็มเป็นผู้เดินรถ บีอีเอ็มไม่ต้องรับผิดชอบหนี้สินแทน รฟม. และที่สำคัญ รายได้จากค่าโดยสารทั้งหมดเป็นของ รฟม. จึงทำให้ รฟม.สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารได้อย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม การเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นโครงการของ รฟม. ภายใต้การกำกับของกระทรวงคมนาคม โดยปกติผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าโดยสารสูงสุด 84 บาท (สายสีม่วง 42 บาท + สามสีน้ำเงิน 42 บาท) แต่ รฟม. รับผิดชอบค่าแรกเข้า 14 บาท แทนผู้โดยสาร จึงทำให้ค่าโดยสารสูงสุดลดลงเหลือ 70 บาท (84-14) ซึ่งเป็นค่าโดยสารบนระยะทางประมาณ 49 กิโลเมตร (สายสีม่วง 23 กิโลเมตร + สายสีน้ำเงิน 26 กิโลเมตร) เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งมีค่าโดยสารสูงสุด 65 บาท สามารถเดินทางได้ประมาณ 55 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะทำให้ค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกกว่า 65 บาท ซึ่งสามารถทำได้ในกรณีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐบาลรับภาระหนี้ประมาณ 68,000 ล้านบาท แทน กทม. หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กทม.รับผลตอบแทนจากบีทีเอสลดลงเหลือน้อยกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อนำเงินไปช่วยจุนเจือค่าโดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ให้จ่ายค่าโดยสารแพง ผมขอเสนอให้กระทรวงคมนาคมเร่งหารือกับกระทรวงมหาดไทยและ กทม. ตามข้อทักท้วงของกระทรวงคมนาคมซึ่งเดิมมี 4 ข้อ ทราบว่ากระทรวงมหาดไทย และ กทม.ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว หลังจากนั้นมีข้อทักท้วงเพิ่มเติมขึ้นอีก 9 ข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทุกฝ่ายมีเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ผมมั่นใจว่าจะสามารถเคลียร์ข้อทักท้วงได้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น ผมขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี พิจารณานำเรื่องการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วน ซึ่งควรเป็นก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 หาก ครม.ให้ความเห็นชอบ จะทำให้ค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเท่ากับ 65 บาท หรืออาจจะต่ำกว่าก็ได้หากรัฐบาลรับภาระหนี้แทน กทม. หรือ กทม.รับผลตอบแทนน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทำได้เช่นนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป พี่น้องประชาชนจะจ่ายค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 65 บาท แต่ถ้า ครม.ไม่เห็นชอบ ค่าโดยสารสูงสุดอาจจะพุ่งขึ้นเป็น 158 บาท ไม่ใช่ 104 บาท ตามที่ กทม.เพิ่งประกาศใช้ เพราะเป็นอัตราชั่วคราวที่ใช้ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังที่จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลง&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90158</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คมนาคม, ค่าโดยสาร, ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์, รถไฟฟ้า, สายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea0441a36b2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง! เด็กปชป.จ้วงยับ ขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 64 -&amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว เกมตบตาประชาชนหรือหวังฮุบสัมปทาน 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นประกาศค่าโดยสารใหม่รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ลงนามโดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า กทม. กำหนดราคา 104 บาทตลอดสาย และยังพูดเอาบุญคุณ ว่าลดราคาลงแล้วจากเดิม ต้องเก็บ 158 บาทแล้ว ผมคิดว่าเราควรเลือกตั้งผู้ว่ากทม.คนใหม่โดยเร็วที่สุดเสียที เพราะตั้งแต่พล.ต.อ.อัศวิน เป็นผู้ว่ากทม. มา นอกจากไม่เห็นผลงานที่ชัดแจ้งแล้ว ยังมีการกำหนดนโยบายแบบไม่เห็นหัวคนจนแมัแต่นิด &amp;nbsp;เพราะค่าแรงขั้นต่ำใน กทม. อยู่ที่ 331 บาท เท่ากับว่าโอกาสเข้าถึงบริการรถไฟฟ้าของคนจนแทบจะไม่มี แต่ถ้ามองให้ลึกผมคิดว่ามีความซับซ้อนมากกว่านี้ เพราะการประกาศปรับราคาค่าโดยสารให้คนรู้สึกตกใจ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ จะกลายเป็นแรงกดดัน ที่สร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล ต่ออายุสัมปทานให้กับบริษัท BTS 30 ปี แลกกับการเก็บค่าโดยสาร 15 ถึง 65 บาท ที่มีความพยายามผลักดันมาก่อนหน้านี้ แต่ครม.ยังไม่กล้าเคาะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นเพราะแบบนี้ใช่ไหมครับ เลยต้องเร่ง ประกาศค่าโดยสารใหม่ให้คนกรุงเทพฯ ออกมาบ่นให้หนัก กดดันรัฐบาลให้ต้องขยายสัมปทานตามที่ต้องการ &amp;nbsp;จึงอดสงสัยไม่ได้ว่านี่มันเป็นเกมตบตาประชาชนหรือหวังฮุบสัมปทาน 30 ปี กันแน่ ส่วนกทม.จะเดินเกมเดี่ยว หรือแบ่งงานกันทำ เล่นคนละหน้ากับ ครม. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมประโยชน์ทั้งคู่หรือไม่ อันนี้ไม่กล้าฟันธง แต่ที่เห็นชัดคือประชาชนเดือดร้อน ไม่ขยายสัมปทานก็ต้องจ่ายแพง ขยายสัมปทาน ผลประโยชน์ร้ฐที่เป็นของประชาชนทุกคนก็จะถูกย้ายกระเป๋าไปอยู่ในมือของเอกชน กลายเป็นเหยื่อทั้งขึ้นทั้งล่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90022</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสาร, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2cfb82b31b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2018 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> BTSโชว์มาตรการเยี่ยวยาผู้บริโภคไม่หักค่าเที่ยวพร้อมคืนเงิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีทีเอส&amp;quot;แถลงมาตรการเยียวยาผู้โดยสารได้รับผลกระทบรถไฟฟ้าขัดข้อง 25-27 มิ.ย. ระบุไม่ถูกตัดเที่ยวการเดินรถ &amp;nbsp;หรือพร้อมคืนเงินใหม่ภายในวันที่31 กค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5ก.ค.61-นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;nbsp;BTS &amp;nbsp;เปิดเผยว่า บีทีเอสพร้อมเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากรถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้อง &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการเยี่ยวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าในช่วงวันที่ 25-27 มิ.ย. 61 อยู่แล้วคือ &amp;nbsp;บัตรโดยสารประเภท ตั๋วเที่ยวเดียว &amp;nbsp;(Single Journey Ticket) &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่ได้รับตั๋วโดยสารกลับไปในช่วงที่เกิดความล่าช้า จะสามารถนำบัตรโดยสารมาใช้เดินทางได้ภายใน 14วันนับจากวันที่ออกบัตร &amp;nbsp;หากในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ต้องการใช้บัตรดังกล่าวเดินทางในระบบ สามารถนำบัตรโดยสารดังกล่าวมาขอคืนเงินค่าโดยสารได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนบัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไปหรือนักเรียน นักศึกษาหรือผู้สูงอายุ(Rabbit Card)
บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเงินค่าโดยสาร ในกรณีที่เกิดความล่าช้า โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด &amp;nbsp;เช่นเดียวกับบัตรโดยสารบีทีเอสประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วันสำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา(30-day Pass) &amp;nbsp;ก็จะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง ในกรณีที่เกิดความล่าช้า โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในกรณีที่ผู้โดยสารต้องการคืนค่าโดยสารในกรณีล่าช้าช่วงวันที่ 25-27 มิ.ย. ที่ผ่านมา แบ่งเป็น ประเภทบัตรโดยสารประเภทตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ผู้โดยสารที่ได้รับตั๋วโดยสารกลับไปในช่วงที่เกิดความล่าช้า สามารถนำบัตรโดยสารมาใช้เดินทางได้ภายใน 14วันนับจากวันที่ออกบัตร หากในกรณีที่ผู้โดยสารไม่ต้องการเดินทางในระบบ สามารถนำบัตรโดยสารดังกล่าวมาขอคืนเงินค่าโดยสารได้ภายในวันที่31กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไปหรือนักเรียน นักศึกษาหรือผู้สูงอายุ(Rabbit Card) สามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษจำนวน 3 เที่ยว1 ,บัตรโดยสารบีทีเอสประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วันสำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา (30-day Pass) ผู้โดยสารที่มีเที่ยวเดินทางคงเหลือในช่วงที่เกิดความล่าช้า ในช่วงวันที่ 25 - 27มิถุนายน 2561สามารถมาขอรับเที่ยวเดินทางพิเศษ จำนวน 6 เที่ยว1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารมาติดต่อขอรับการเติมเที่ยวเดินทางพิเศษได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารสถานีบีทีเอสทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 7 - 31 กรกฎาคม 2561เท่านั้น และสามารถใช้เดินทางได้ภายใน 45วันนับจากวันที่มาเติมเที่ยวพิเศษ และจะมีอายุการใช้งานอีก 30วันนับจากการใช้เที่ยวพิเศษเดินทางครั้งแรก&amp;quot;นายคีรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคีรีกล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งที่บริษัทฯ จะดำเนินการเพิ่มเติมในกรณีมีการประกาศเหตุรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความล่าช้าเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยบัตรโดยสารประเภท ตั๋วเที่ยวเดียว(Single Journey Ticket)ผู้โดยสารสามารถนำบัตรโดยสารมาขอคืนเงินค่าโดยสารได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วภายในวันเดียวกัน หรือ ขอรับบัตรโดยสารกลับไปโดยสามารถนำมาใช้เดินทางได้ภายใน 14วันนับจากวันที่ออกบัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
บัตรโดยสารประเภทแบบเติมเงิน สำหรับบุคคลทั่วไปหรือนักเรียน นักศึกษาหรือผู้สูงอายุ(Rabbit Card)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเงินค่าโดยสาร ในกรณีที่เกิดความล่าช้า โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรโดยสารบีทีเอสประเภทเที่ยวเดินทาง 30 วันสำหรับบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา (30-day Pass)&amp;nbsp;
บัตรโดยสารจะไม่ถูกตัดเที่ยวเดินทาง ในกรณีที่เกิดความล่าช้า โดยผู้โดยสารจะต้องออกประตูที่เจ้าหน้าที่สถานีกำหนด และ บริษัทฯ จะพิจารณาให้เที่ยวเดินทางพิเศษจำนวน 2 เที่ยวต่อวันที่เกิดความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัญหาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ให้บริการมาตั้งแต่ 19 ปี ถือว่ารุนแรงและที่ผ่านมาขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีฝ่ายใดผิดทั้งหมด โดยบีทีเอสไม่เคยโทษเป็นความผิดของ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;หรือ แม้แต่บีทีเอสก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด ตามข้อเท็จจริงการเยียวยาครั้งนี้ ต้องการชดเชยความเสียหายผู้เดินทางที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามเวลา และมั่นใจว่าการเยียวยาครั้งนี้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยประเมินว่าการเยียวยาผู้ใช้บริการช่วงเวลาดังกล่าวจะใช้เงินหลักสิบล้านบาท&amp;quot; นายคีรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้บริษัทเตรียมเปิดช่องทางใหม่ในการแจ้งข้อมูลการให้บริการโดยจะมี Application ในชื่อ &amp;lsquo;BTS SkyTrain&amp;rsquo; ให้ Download ทั้งใน Apple App Store และ Google Play Store ซึ่งบริษัทฯ จัดทำขึ้นโดยมีจุดเด่นที่สุดอยู่ที่ การแจ้งเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง และการแจ้งความหนาแน่นของแต่ละสถานีแบบ Real Time เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับทราบข้อมูลก่อนใช้บริการ โดยคาดว่า Application นี้จะพร้อมใช้งานในวันที่ 1 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสาร, บัตรโดยสาร, บีทีเอส, รถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3ddfb64499e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว นักวิชาการหนุนแท็กซี่ขึ้นราคา 10% แถมรถติดคิดเงินเพิ่ม ติดมากจ่ายเพิ่มอีก 10 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการแนะปรับขึ้นค่าแท็กซี่ 10% เพิ่มค่ารถติด พ่วงระบบตัดแต้มแท็กซี่การันตีคุณภาพบริการที่ดีขึ้นสมกับราคา เผยรายได้คนขับต่อวันน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ค่าแท็กซี่ไทยติดอันดับถูกสุดในโลก-อาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการชำนาญการขนส่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) เปิดเผยว่าจากผลวิจัยการปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถแท็กซี่พบว่าการปรับค่าโดยสารต้องมาพร้อมคุณภาพบริการที่ดีขึ้น จากผลสำรวจพบว่าผู้ขับขี่แท็กซี่ในปัจจุบันมีรายได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำหรืออยู่ที่ราว 200-300 ต่อวัน สำหรับตัวเลขรายได้เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1,400 บาทขณะที่รายจ่ายสูงถึง 1,100 บาท ส่งผลให้คุณภาพบริการาะท้อนตามต้นทุนที่ถูกจำกัดกรอบไว้ ดังนั้นTDRI จึงมองว่าควรปรับขึ้นราคาราว 10% ให้เหมาะสมกับบริบทปัจจุบันและต้นทุนของผู้ขับขี่ซึ่งควรมีรายได้เฉลี่ยต่อวันที่ 1,600-1,800 บาท หรือราว 400-500 บาทหลังหักต้นทุนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธกล่าวต่อว่าสำหรับการปรับราคาค่าโดยสารใหม่นั้นจะนำมากกว่า 1 แนวทางให้ขบ.พิจารณาแต่ในภาพรวมแล้วจะเพิ่มขึ้นมา 10% โดยแยกค่าใช้จ่ายเป็นสองส่วน 1.ค่าโดยสารตามระยะทาง 2.ค่ารถติด 50 สตางค์ต่อกม. จากเดิมที่คิดค่าโดยสารตามระยะทางและความเร็วของยานพาหนะที่ไม่เป็นไปตามจริงหากรถติด ส่งผลให้เกิดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร ดังนั้นแนวทางใหม่จะคิดราคาตามเวลาที่เดินทางจริงร่วมกับเวลารถติด ตัวอย่างเช่นใข้บริการแท็กซี่ระยะทาง 5 กม. มีค่าโดยสารตามระยะทาง 50 บาท ทว่าช่วงดังกล่าวมีปัญหารถติดเสียเวลาเดินทางมากกว่าเวลาปกติ 20 นาที ก็อาจจะคิดเพิ่มไปอีกนาทีละ 10 บาท ทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารทั้งหมด 60 บาท เป็นต้น ดังนั้นจึงพบว่าอัตราค่าโดยสารใหม่ในพื้นที่รถไม่ติดราคาจะเพิ่มขึ้นื3-4% ส่วนพื้นที่รถติดค่าโดยสาาจะเพิ่มขึ้นราว 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบค่าโดยสารรถแท็กซี่ทั่วโลกพบว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในชาติที่ค่าโดยสาร ต่อ 5 กม.ต่ำสุดในโลกอยู่ที่ราว 66.5 บาท ขณะที่ประเทศจีนอยู่ที่ 154 บาท ญี่ปุ่น 255 บาท แอฟริกาใต้ 220 บาท อังกฤษ 353 บาทและสหรัฐอเมริกา 409 บาท โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมืองหลักในอาเซียนพบว่า เมืองหลวงสิงคโปร์ค่าโดยสารสูงกว่า 146% เมืองกัวลาลัมเปอร์สูงกว่า 35% เมืองมะนิลาสูงกว่า 10.5% และฮ่องกงสูงกว่า 286% โดยสาเหตุนั้นมาจากประเทศไทยยังไม่มีการคำนวณค่าโดยสารในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของวันและค่าธรรมเนียมนอกเหนือจากปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธกล่าวอีกว่าการปรับขึ้นราคาต้องมาพร้อมกับแนวทางกำกับดูแลเข้มข้นขึ้นโดยจะเสนอให้ขบ.ออกมาตรการตัดแต้มแท็กซี่จากคะแนนเต็มที่ 100 คะแนน โดยมีข้อระวางโทษแบ่งเป็น ตัด 3 แต้มเมื่อพูดจาหยาบคาย กริยาไม่สุภาพ ตัด 5 แต้มเมื่อทิ้งผู้โดยสารกลางทาง พูดจาลามกและใช้ใบอนุญาตผู้อื่น ตัด 6 แต้มเมื่อปฏิเสธผู้โดยสาร ตัด 12 แต้มเมื่อไม่กดมิเตอร์หรือเหมาเที่ยว และตัด 21 เมื่อผู้ขับไม่มีใบอนุญาตและใช้รถไม่จดทะเบียนตามเงื่อนไข ส่วนด้านโทษนั้นกำหนดดังนี้ 1-5 แต้มยังไม่พักใบอนุญาต 6-10 แต้มพักใบสองสัปดาห์ 11-15 แต้มพักใบสี่สัปดาห์ 16-20 แต้มพักใบแปดสัปดาห์และ 21 แต้มขึ้นไปสั่งเพิกถอนใบอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจงรักษ์ กิจสำราญกุล รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)กล่าวว่าบริการแท็กซี่ในปัจจุบันนั้นมีรูปแบบหลากหลายเช่นเดียวกันกับราคาที่แตกต่าง ดังนั้นหากจะปรับขึ้นราคาต้องทำให้แน่ใจว่าบริการจะดีขึ้นด้วย โดยในขั้นตอนการออกกฎหมายขนส่งใหม่นั้นจะเพิ่มโทษการเอาผิดผู้ประกอบการอย่างอู่แท็กซี่และสหกรณ์ด้วยหากผู้ขับขี่กระทำผิด ซึ่งโทษหนักสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตหากกระทำผิดซ้ำซาก อย่างไรก็ตามคาดว่าผลศึกษาโครงสร้างราคาใหม่จะแล้วเสร็จภายใน ก.ค.นี้จากนั้นจะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการพิจารณาและกระทรวงคมนาคมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าไม่มีการปรับค่าแท็กซี่มานานแล้วทำให้บริการไม่มีศักภาพที่ดีของคนขับส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่ไม่เพียงพอต้นทุนสูงทำให้แท็กซี่ต้องปฎิเสธผู้โดยสารเพราะไม่คุ้มต่อต้นทุน ดังนั้นหากจะปรับเพิ่มขึ้นต้องมากกว่า 10% ขึ้นไปให้ผู้ขับขี่อยู่ได้ หรืออยู่ที่ราววันละ 2,200 บาทขึ้นไปจากปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยวันละ 2,000 บาทในการทำงาน 12-13 ชั่วโมง โดยมีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) สูงถึง 1,600-1,700 บาทต่อวัน อีกทั้งรัฐบาลยังไม่รักษาสัญญาว่าจะดำเนินการปรับค่าโดยสาร (มิเตอร์)เพิ่มขึ้น 13% ตั้งแต่ปี 2557 แบ่งเป็นปรับขึ้นเฟสแรก 8% ก่อนเพิ่มขึ้นอีก 5% ในเฟสที่สอง ซึ่งที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นเฟสแรกไปแล้ว เหลือเฟสที่สองที่อยู่ระหว่างรอการปรับขึ้น แต่ขณะนี้ผ่านมา4ปีแล้วการปรับค่าโดยสารเพิ่ม5%อาจไม่เพียงพอต่อแท็กซี่แล้วเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11412</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับแท็กซี่, ค่าเดินทาง, ค่าแท็กซี่, ค่าโดยสาร, ทีดีอาร์ไอ, ปรับราคาใหม่, สุเมธ องกิตติกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b2321977c98d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BEM คงค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน3เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BEM สนับสนุนภาครัฐให้ใช้อัตราค่าโดยสารเดิมไปอีก3 เดือนเริ่มตั้งแต่วันที่3ก.ค.-2ต.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 61- ตามที่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้แจ้งอัตราค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 &amp;ndash; 2 กรกฎาคม 2563 นั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐที่ต้องการแบ่งเบาภาระของผู้ใช้บริการ โดยใช้อัตราค่าโดยสารเดิม ไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2561&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าโดยสาร, รถไฟใต้ดิน, สายสีน้ำเงิน, สายเฉลิมรัชมงคลล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18f830b1e48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
