<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝุ่นควันจังหวัดภาคเหนือ กระทบประชาชนมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 เมษายน 2562 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง &amp;ldquo;ปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4 &amp;ndash; 5 เมษายน 2562 จาก ผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ (ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง พะเยา แพร่ และตาก) กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,253 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับ 9 จังหวัดภาคเหนือที่ประสบปัญหาฝุ่นควัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ร้อยละ 36.47 ระบุว่า ได้รับผลกระทบมาก ร้อยละ 20.51 ระบุว่า ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ร้อยละ 25.54 ระบุว่า ได้รับผลกระทบบ้าง (ไม่ถึงกับมาก) &amp;nbsp;ร้อยละ 8.22 ระบุว่า ได้รับผลกระทบน้อยหรือแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย และร้อยละ 9.26 ระบุว่า ไม่ได้รับผลกระทบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ร้อยละ 60.51 ระบุว่า มีอาการ แสบจมูก เป็นหวัด น้ำมูกไหล รองลงมา ร้อยละ 49.34 ระบุว่า หายใจไม่สะดวก ร้อยละ 48.11 ระบุว่า ระคายเคืองตา ร้อยละ 39.23 &amp;nbsp; ระบุว่า ไอ จาม เจ็บคอ แสบคอ ร้อยละ 7.12 ระบุว่า คันตามร่างกาย ร้อยละ 2.37 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ วิสัยทัศน์ในการมองเห็นลดลง และร้อยละ 0.18 ระบุว่า ไม่แน่ใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีป้องกันตัวเองของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 83.73 ระบุว่า &amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัย รองลงมา ร้อยละ 29.02 ระบุว่า หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน ร้อยละ 21.64 ระบุว่า ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่น ร้อยละ 10.64 ระบุว่า งดออกกำลังกายกลางแจ้ง และดื่มน้ำมาก ๆ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 6.16 ระบุว่า ใช้พัดลม &amp;ndash; &amp;nbsp;เครื่องฟอกอากาศ ร้อยละ 5.63 ระบุว่า งดการเผาขยะ ร้อยละ 4.13 ระบุว่า ปิดห้องแอร์ให้สนิท ร้อยละ 3.96 ระบุว่า ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 1.50 ระบุว่า งดสูบบุหรี่ ร้อยละ 0.70 ระบุว่า เดินทางไปต่างจังหวัดที่ไม่มีฝุ่น ร้อยละ 0.44 ระบุว่า ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และร้อยละ 2.81 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ฉีดน้ำบริเวณรอบ ๆ บ้าน สวมใส่แว่นตา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีการป้องกันใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามผู้ที่ได้รับผลกระทบว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ มีปัญหาเรื่องฝุ่นควันจนต้องไปหาหมอหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 87.95 ระบุว่า ไม่ได้ไปหาหมอ รองลงมา ร้อยละ 10.82 ระบุว่า ไปหาหมอ และร้อยละ 1.23 ระบุว่า ไปหาหมอแต่ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องฝุ่นหรือไม่ โดยในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า ไปหาหมอ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.14 ระบุว่า ไปหาหมอจำนวน 1 ครั้ง รองลงมา ร้อยละ 30.08 ระบุว่า ไปหาหมอจำนวน 2 ครั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 13.82 ระบุว่า ไปหาหมอจำนวน 3 ครั้ง และร้อยละ 5.69 ระบุว่า ไปหาหมอจำนวน 4 ครั้งขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าใช้จ่ายโดยรวมในการไปหาหมอของผู้ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากปัญหาฝุ่นควันตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 45.53 ระบุว่า ไม่มีค่าใช้จ่าย/ใช้สิทธิรักษาฟรี ร้อยละ 26.83 ระบุว่า ไม่เกิน 500 บาท ร้อยละ 13.01 ระบุว่า 501 - 1,000 บาท ร้อยละ 2.44 ระบุว่า 1,001 - 1,500 บาท ร้อยละ 6.50 ระบุว่า 1,501 - 2,000 บาท และร้อยละ 5.69 ระบุว่า 2,001 บาทขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ท้ายที่สุดเมื่อถามผู้ที่ได้รับผลกระทบถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน ตั้งแต่ต้นปีมานี้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.90 ระบุว่า มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน ขณะที่ร้อยละ 43.10 ระบุว่า ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน โดยในจำนวนของผู้ที่ระบุว่า มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการป้องกันหรือแก้ปัญหาฝุ่นควัน พบว่า มีค่าใช้จ่ายรายการใหญ่ ๆ เช่น ซื้อเครื่องฟอกอากาศ พบว่า ร้อยละ 61.70 ระบุว่า ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 14.89 ระบุว่า 5,001 - 10,000 บาท ร้อยละ 4.26 ระบุว่า 5,001 - 10,000 บาท ร้อยละ 8.51 ระบุว่า 15,001 - 20,000 บาท และร้อยละ 10.64 ระบุว่า 20,001 บาทขึ้นไป ส่วนค่าใช้จ่ายรายการย่อย ๆ เช่น หน้ากาก เสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้น พบว่า ประชาชน ร้อยละ 42.44 ระบุว่า ไม่เกิน 100 บาท ร้อยละ 23.09 ระบุว่า 101 - 200 บาท ร้อยละ 12.68 ระบุว่า 201 - 300 บาท ร้อยละ 4.88 ระบุว่า 301 - 400 บาท และร้อยละ 16.91 ระบุว่า 401 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33133</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าใช้จ่าย, นิด้าโพล, ฝุ่นควันจังหวัดภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190407/image_big_5ca96d74b7965.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ ตีกลับข้อเสนอผุด31หน่วยงานใหม่รองรับปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติในเรื่องที่ 5 ว่าด้วยการขอจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ว่า ครม.เห็นชอบในส่วนราชการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561 ในการรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ &amp;nbsp;โดยต้องพิจารณาการปรับปรุงบทบาท ภารกิจ &amp;nbsp;และโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นลำดับแรกก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ควรมีผลผูกพันกับส่วนราชการในทันที &amp;nbsp;และหากยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ควรจัดตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลความจำเป็นและคำนึงถึงค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ศึกษาเรื่องดังกล่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลตามความจำเป็นและความคุ้มค่าในการจัดตั้งให้ชัดเจนควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของเรื่อง สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า แผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน มีข้อเสนอการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ ดังนี้ 1.การขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ จำนวน 31 หน่วยงาน โดยจำแนกตามประเภทที่ขอจัดตั้งได้ คือ การขอจัดตั้งหน่วยงานระดับกรม จำนวน 9 หน่วยงาน, การขอจัดตั้งหน่วยงานภายใต้กรม 13 หน่วยงาน, อื่น ๆ เช่น องค์การมหาชน หรือองค์กรอิสระ เป็นต้น &amp;nbsp;9 หน่วยงาน, การขอปรับบทบาทภารกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 24 หน่วยงาน และการขอจัดตั้งหน่วยงานที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.ร. 21 หน่วยงาน ซึ่งการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ตามร่างแผนการปฏิรูปประเทศดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐที่มีเป้าหมายให้ภาครัฐมีขนาดที่เล็กลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก.พ.ร.ในการประชุมครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2561 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ในประเด็นการรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ โดยที่ประชุมมีมติให้ส่วนราชการที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศพิจารณาการปรับปรุงบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นลำดับแรกก่อน &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ &amp;nbsp;ไม่ควรมีผลผูกพันกับส่วนราชการในทันที และหากยังมีความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพิ่มควรจัดตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลความจำเป็นและคำนึงถึงค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ สำนักงาน ก.พ.ร. ศึกษาเรื่องดังกล่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นและความคุ้มค่าในการจัดตั้งให้ชัดเจนควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง, ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน, ด้านกฎหมาย, ด้านกระบวนการยุติธรรม, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ด้านสาธารณสุข, ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ, ด้านสังคม, ด้านพลังงาน, และด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.ร., ครม., ค่าใช้จ่าย, ปฏิรูป 11 ด้าน, มติคณะรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, หน่วยงานใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae836371755d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
