<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โครงการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาอว.โอนแล้วกว่า 91.46% ช่วยนิสิต-นักศึกษากว่า 1.5 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานความคืบหน้าแผนโครงการลดค่าเทอมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อนุมัติงบประมาณเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษานำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ให้แก่นิสิต นักศึกษา ในส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2564 จนถึงวันที่ 8 ต.ค. 2564 ได้อนุมัติงบประมาณให้กับสถาบันอุดมศึกษาทั้งในและนอกสังกัดไปแล้ว จำนวน 150 แห่ง คิดเป็น 91.46% เป็นเงิน 7,831,638,424 บาท สำหรับช่วยเหลือนักศึกษา จำนวน 1,582,665 คน คิดเป็น 88.49%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนสาธิตในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา ฯ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย. 2564 จนถึงวันที่ 8 ต.ค. 2564 ได้อนุมัติงบประมาณให้กับสถาบันการศึกษาต้นสังกัดโรงเรียนสาธิตไปแล้ว จำนวน 62 แห่ง มากกว่า 95.% เป็นเงิน 154,326,000 บาท คิดเป็น 97.04% สำหรับช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 77,163 คน ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนตุลาคม นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามมาตรการช่วยเหลือด้านการศึกษาของนิสิต นักศึกษาอย่างใกล้ชิด ขอบคุณ อว. ที่เร่งดำเนินการโอนเงินเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ส่วนที่เหลือขอให้เร่งโอนเงินให้กับสถาบันเพื่อให้ถึงมือนิสิตนักศึกษาโดยเร็วตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนิสิต นักศึกษา และผู้ปกครอง นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในการบรรเทาผลกระทบของทุกกลุ่มเป้าหมาย และพร้อมที่จะขับเคลื่อนให้การศึกษาไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา, รองโฆษกรัฐบาล, รัชดา ธนาดิเรก, อว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98cf98797.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 23:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดเปิดเทอมเงินสะพัดในกทม.ทะลุ2.7 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเปิดเทอมใหญ่ปี 61 เงินสะพัดใช้จ่ายด้านการศึกษาในกรุงเทพฯ 27,500 ล้านบาท ชี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ปรับตัวลดค่าใช้จ่ายดำเนินชีวิตประจำวัน หารายได้เสริมเพิ่ม และลดงบซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า คาดในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 61 ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่กำลังศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลาน คิดเป็นเม็ดเงินสะพัด 27,500 ล้านบาท ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว โดยผู้ผลิตสินค้าด้านการศึกษาแข่งขันทำการตลาด และจัดโปรโมชั่นด้านราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการสำรวจพฤติกรรมผู้ปกครองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 64% มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเปิดเทอมใหญ่ แต่ยังมีความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องได้ โดยส่วนใหญ่ปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน หารายได้เสริมเพิ่ม รวมถึงซื้อสินค้าด้านการศึกษา อย่างชุดนักเรียน หนังสือ และอุปกรณ์การเรียน ราคาประหยัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน โดยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานส่วนใหญ่คงที่ เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว ยกเว้นค่าชุดนักเรียน ที่ส่วนใหญ่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายลดลง และค่าเรียนเสริมทักษะ เช่น ภาษาต่างประเทศ คอมพิวเตอร์ จินตคณิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น ที่ส่วนใหญ่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ โรงเรียนกวดวิชาบางรายทยอยปิดสาขาบางสาขาลง ซึ่งแนวโน้มการเรียนกวดวิชาน่าจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่การเรียนการสอนผ่านสื่อสมัยใหม่มากขึ้น ในส่วนของสถาบันเสริมทักษะต่างๆ ยังได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มที่ผู้ปกครองให้ความสาคัญกับการพัฒนาทักษะของบุตรหลาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ยังสามารถเร่งทำการตลาดเพื่อขยายฐานนักเรียนใหม่ๆ ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8805</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา, ศูนย์วิจัยกสิกรฯ, เงินสะพัด, เปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1d479411a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
