<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 18:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.พลังงานเตรียมรับมือเชฟรอนฯยื่นอนุญาโตตุลาการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีที่ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเนื่องจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.) ให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแหล่งเอราวัณ ภายในเดือนเม.ย. 2565 ว่าขณะนี้กระทรวงพลังงานได้เตรียมขั้นตอนต่าง ๆ ไว้เพื่อสู้คดีแล้วซึ่งรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นเรื่องประเด็นทางกฏหมาย โดยมั่นใจว่าจะมีแนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ในที่สุด ซึ่งเรื่องของความมั่นคงด้านพลังงานนั้นหากเกิดผลกระทบกับการผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็มั่นใจว่าจะไม่กระทบกับความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงเพราะบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้เตรียมพร้อมสถานีรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อนำเข้าไว้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนี้ได้เข้าสู่ขั้นตอนอนุญาโตตุลาการ การให้ข้อมูลจึงต้องระมัดระวัง กระทรวงพลังงานก็ได้เตรียมแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไว้หมดแล้ว โดยมอบหมายให้นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานในฐานะประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม ไปเร่งดำเนินการ&amp;quot;นายสุพัฒนพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าขณะนี้ปลัดกระทรวงพลังงานได้ตั้งคณะทำงาน ทีมกฏหมายทั้งในและต่างประเทศ และทีมอนุญาโตตุลาการฝ่ายไทยไว้สู้คดีดังกล่าวพร้อมแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ซึ่งยังคาดหวังว่าจะสามารถเจรจากันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เรื่องดังกล่าวเริ่มจากการที่สัญญาสัมปทานของแหล่งก๊าซเอราวัณที่เชฟรอนฯได้รับสัปทานจะสิ้นสุดเม.ย. 2565 รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานจึงได้เปิดการประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณ(แปลง G1/61)สัญญาแบ่งปันผลผลิต(PSC ) ซึ่งเชฟรอนพ่ายแพ้การประมูลให้กับกลุ่มบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(ปตท.สผ.)ส่งผลให้ตามกฏหมายการเปลี่ยนผ่านต้องมีการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมโดยที่ผ่านมากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและเชฟรอนฯได้หารือเพื่อตกลงการส่งมอบแท่นเพื่อให้กลุ่มปตท.สผ.เข้ามาใช้ในการผลิตต่อจำนวน 142 แท่น ส่วนอีก 49 แท่นทางเชฟรอนรับภาระรื้อถอนเองทั้งหมดโดย 7 แท่นในจำนวนนี้ได้รื้อถอนไปทำปะการังเทียมแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัญหาที่เชฟรอนฯยื่นร้องต่ออนุญาโตตุลาการเป็นประเด็นใน 142 แท่นเพราะไม่สามารถตกลงกับกระทรวงพลังงานได้ว่าจะต้องวางเงินค่ารื้อถอนในสัดส่วนเท่าใดเพราะเชฟรอนมองว่า แม้ใช้ประโยชน์มานาน 40 ปีแต่ปตท.สผ.เข้ามาใช้ประโยชน์ต่ออีก 10-20 ปีดังนั้นสัดส่วนการจ่ายก็ควรจะน้อยลง แต่รัฐกลับให้จ่ายก่อนและจ่ายเต็ม โดยคิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายสูงถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว &amp;nbsp;48,000 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)หรือปตท.สผ. &amp;nbsp;กล่าวว่าการยื่นอนุญาโตตุลาการเป็นการตั้งคณะขึ้นมาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่าง 2 ฝ่าย ไม่ใช่เป็นการฟ้องร้อง &amp;nbsp; โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลิตก๊าซฯในแหล่งเอราวัณหลังรับโอนจากเชฟรอนฯได้ตามที่รัฐกำหนดไว้ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้ปตท.สผ.ได้เข้าพื้นที่เพื่อทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)แล้ว และเตรียมเจรจากับเชฟรอนฯเพื่อขออนุญาตนำแท่นผลิตปิโตรเลียมในเฟสแรกจำนวน 8 แท่น มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐไปติดตั้งในพื้นที่ก่อนภายในกลางปี 2564 เพื่อให้สามารถผลิตก๊าซฯได้ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันหลังรับโอนแหล่งเอราวัณที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ปตท.สผ.ยังไม่ได้ลงนามสัญญาข้อตกลงการเข้าพื้นที่ ระยะที่ 2 กับทางเชฟรอนฯ เพราะอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งมีสัญญาณที่ดีและมีการพูดคุยบ่อยขึ้น และใกล้ชิดกันมากขึ้น คาดว่าจะน่าจะลงนามสัญญากันได้ในเร็วๆนี้ &amp;nbsp;โดยข้อตกลงการเข้าพื้นที่ ระยะที่2 &amp;nbsp;ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ 2ส่วน คือ 1.กิจกรรมที่ทำในทะเลเปิด ได้แก่ การติดตั้งแท่นหลุมผลิตใหม่ การวางท่อ การเจาะหลุมผลิตบนแท่นที่ติดตั้งใหม่ การวางท่อในพื้นที่เปิด และ2.กิจกรรมที่กระทบกับการผลิตปัจจุบัน ได้แก่ การวางท่อข้ามท่อปัจจุบัน การเชื่อมต่อท่อเข้ากับแท่นหลุมผลิตปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.), ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม, บริษัท เชฟรอนประเทศไทย, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77ea525d779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เชฟรอนยื่นอนุญาโตตุลาการเคลียร์พิพาทค่าใช้จ่ายรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมด้านพลังงานตั้งทีมสู้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2563 - เชฟรอนประเทศไทย (บริษัทฯ) ได้ทำงานร่วมกันกับรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมการส่งมอบสิ่งติดตั้งที่ยังใช้ประโยชน์ได้ในแหล่งเอราวัณให้รัฐบาลอย่างปลอดภัยหลังจากสัมปทานสิ้นสุดลงในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ทั้งนี้ ข้อตกลงในสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมได้ระบุไว้ว่าผู้รับสัมปทานมีหน้าที่รับผิดชอบการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่จะมิได้ส่งมอบให้แก่รัฐบาลแต่เพียงเท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งเชฟรอนมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามข้อผูกพันดังกล่าว &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการอีกครั้ง เพื่อให้ได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่จะส่งมอบให้กับรัฐบาลภายหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา เชฟรอนประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในแหล่งเอราวัณที่จะมิได้ส่งมอบให้แก่รัฐบาลในปีพ.ศ.2565 ภายใต้ข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม และบริษัทจะยังคงมุ่งมั่นในภารกิจจัดหาพลังงานอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานในระยะยาวของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป ดังที่ได้ปฏิบัติมาแล้วกว่า 5 ทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ &amp;nbsp;เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด มีหนังสือถึงกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่าทางบริษัทเชฟรอน ที่สหรัฐอเมริกาได้เข้าสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการ ยื่นฟ้องรัฐไทยในประเด็นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติให้ทางเชฟรอนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ตามกฎหมายของไทย ว่า กระทรวงพลังงานได้มีการตั้งคณะทำงาน ทีมกฏหมายทั้งในและต่างประเทศ และทีมอนุญาโตตุลาการฝ่ายไทยไว้สู้คดีดังกล่าวพร้อมแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่ทางเชฟรอนยื่นฟ้องได้เนื่องจากจะมีผลต่อรูปคดี &amp;nbsp;แต่ยังเปิดทางที่จะให้มีการเจรจาระหว่างกันเพื่อหาข้อยุติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม, บริษัท เชฟรอนประเทศไทย, อนุญาโตตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77ea525d779.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
