<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (7 ตุลาคม 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากนโยบายเดิมให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น เริ่มมีมาตรการตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยล่าสุด ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ได้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 1 ปี คือ ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2565 นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากเดิมรายละ 230 บาทต่อเดือน เป็น 315 บาทต่อเดือน โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือยังต้องชำระค่าไฟฟ้าปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงรูปแบบเดิม คือ ในกรณีที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ให้ลงทะเบียนตามช่องทางของหน่วยงานการไฟฟ้าที่ดูแลในพื้นที่ของท่าน เช่น หากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี หรือสมุทรปราการ สามารถลงทะเบียนผ่าน MEA ได้ที่ http://meagate1.mea.or.th/welfareregis แต่สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ ขั้นตอนต่อมา เมื่อ MEA แจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนแล้ว ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระค่าไฟฟ้าตามปกติ หลังจากนั้น MEA จะส่งข้อมูลการชำระค่าไฟฟ้าให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งหากข้อมูลถูกต้องกรมบัญชีกลางจะโอนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าคืนเข้ามาในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามจำนวนค่าไฟฟ้าที่ใช้จริง แต่ไม่เกิน 315 บาท ให้กับผู้ได้รับสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ที่มีขนาดเครื่องวัดฯ ขนาด 5(15) แอมแปร์ เมื่อใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการในปัจจุบันแทนสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงผู้ที่แม้จะมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 315 บาทต่อเดือน ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือในเดือนนั้น ๆ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลการใช้งานสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 02-109-2345 หรือสอบถามข้อมูลค่าไฟฟ้าได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และ MEA Call Center โทร 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/5079394338754329/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6115&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1445999045944561666?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=93602&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1163358734301063647&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Instagram : https://www.instagram.com/p/CUt6YQmPvoA/?utm_medium=copy_link&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119065</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID19, MEASmartService, ค่าไฟ, ชี้แจง, ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, มติครม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb528a6a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;เรียกร้องรัฐบาลช่วยค่าไฟประชาชนเช่าห้องพัก เผยเจ้าของกิจการไม่คิดลดหย่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.63 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เฟซบุ๊กไลฟ์ว่าการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ได้รับการร้องทุกข์ เรื่องเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าจำนวนหลายราย นอกจากประเด็นการคิดอัตราค่าไฟฟ้าที่สลับซับซ้อน มีขั้นตอนในการคิดคำนวนตามสูตรที่การไฟฟ้ากำหนด ซึ่งทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ และคำนวณค่าไฟฟ้าของตัวเองไม่ได้ ต้องรอบิลหรือใบเสร็จค่าไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าคิดคำนวน และจัดเก็บให้เท่านั้น แต่ถ้าหากรัฐบาลกำหนดสูตรคิดคำนวนค่าไฟฟ้าในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจง่าย อย่างที่ตนเคยเสนอไปจะทำให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย และสามารถคิดคำนวณด้วยตัวเองได้ในทันทีโดยไม่มีข้อสงสัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกปัญหาหนึ่งคนที่ไปเช่าบ้าน หรือห้องเช่า หรือหอพัก ที่มีมิเตอร์ไฟฟ้าพ่วงรวมกับมิเตอร์ของเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นมิเตอร์ขนาดใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้จะไม่ได้รับการเยียวยาเรื่องค่าไฟฟ้าโดยตรงจากรัฐบาล เพราะเจ้าของกิจการบางแห่งจะไม่ลดหย่อนค่าไฟฟ้า จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มคนกลุ่มนี้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนรากหญ้า ที่มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ รับจ้างรายวัน และได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์ ตั้งวันแรกจนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากเรียนต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ให้ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในการใช้บริการในด้านสาธารณูปโภคของรัฐบาล ทั้งการไฟฟ้าและการประปา ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนโดยตรง ต่างจากกิจการบริษัทของภาคเอกชนที่ต้องการกำไรเป็นเป้าหมายสูงสุดของธุรกิจ จึงอยากให้กลับไปดูเจตนารมย์ของการไฟฟ้าและการประปา ตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นตามพระราชปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ว่ามีหน้าที่ให้การบริการดูแลบริการประชาชนอย่างไร จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในลักษณะ รัฐสวัสดิการโดยให้บริการฟรีในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ด้วย&amp;quot;นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, หอพัก, ห้องเช่า, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2c08d81d20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;แจงครม.มีมติรับทราบมาตรการช่วยค่าไฟบ้าน 22 ล้านราย ใช้งบฯ 23,688 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีประเด็นการพิจารณามาตรการเยียวยาการลดภาระค่าไฟฟ้า ระหว่างเดือนมี.ค. - พ.ค. วงเงิน 23,688 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าในกลุ่มของไฟบ้านที่ใช้ในครัวเรือนอย่างถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตของประชาชน ที่ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยการทำงานที่บ้าน ตลอดจนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และทั้ง 3 การไฟฟ้า ที่ร่วมกันหารือเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้นจะเป็นการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 22 ล้านราย ได้ประมาณการว่ามาตรการดังกล่าว จะต้องใช้งบประมาณ 23,688 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่า จะต้องมีการทำการบ้านพิจารณาหามาตรการมารองรับเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบต่อไป ส่วนภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบก็เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ หรือแจ้งตรงมายังตนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ศึกษาปัญหาและอุปสรรค ก่อนจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; รมว.พลังงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการเยียวยาค่าไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือน ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา มี 2 กลุ่ม คือ 1. มิเตอร์ไฟขนาดไม่เกิน 5 แอมป์ จะได้ใช้ฟรี 150 หน่วย หากเกินก็จะได้รับการดูแลให้ใช้ฟรีเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มนี้จะใช้ไม่เกินปริมาณ 150 หน่วยเป็นปกติ และถือว่าใช้ไฟน้อย 2. มิเตอร์ไฟขนาดเกิน 5 แอมป์ จะมีข้อกำหนดคือ หากใช้มากกว่าเดือน ก.พ. แต่ไม่เกิน 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. แต่หากใช้เกิน 800 หน่วย แต่ไม่เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนที่เกิน ซึ่งได้รับส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์ และหากใช้เกิน 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดือน ก.พ. บวกกับส่วนเกิน ซึ่งได้รับส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยการลดหย่อนดังกล่าวจะมีการคืนค่าใช้จ่ายให้ในรอบบิลถัดไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์, รมว.พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191020/image_big_5dac3f2462e26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 15:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.การุณ วอน &#039;สนธิรัตน์&#039; ช่วยเหลือค่าไฟหลังประชาชนกักตัวอยู่บ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.63 -&amp;nbsp; นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าค่าไฟฟ้าเดือนนี้พุ่งสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 150-200 % หรือสูงกว่า เนื่องจากทุกคนต้องอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาล จึงมีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่มากขึ้น &amp;nbsp;แม้กระทรวงพลังงานจะประกาศมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้ 3 % ก่อนหน้านี้ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับใบเสร็จค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้เลย ตนเองทราบว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมเรียกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องชมเชย และตนเองจะคอยฟังข่าวดี เพราะเชื่อว่า นายสนธิรัตน์ คงจะมีมาตรการชดเชยค่าไฟฟ้าและไม่ยอมให้ประชาชนต้องจ่ายแพงเพราะให้ความร่วมมือกับรัฐแบบนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนต้องอยู่บ้านตามมาตรการของรัฐ จึงต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้นเมื่อใบเสร็จค่าไฟฟ้ากระโดดขึ้นไปแบบนี้ รัฐต้องร่วมรับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จะปล่อยให้เป็นภาระกับประชาชนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐไม่ได้เป็นอันขาด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องหยุดประกอบอาชีพหรือตกงานขาดรายได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพราะเท่าที่ดูใบเสร็จของทุกครอบครัวล้วนโดนการไฟฟ้าคิดเงินแบบอัตราก้าวหน้า &amp;quot;ใช้แยะจ่ายแยะ&amp;quot; ทั้งสิ้น ซึ่งถือเป็นการคิดเงินในสถานการณ์ปกติ ทั้งๆที่ทุกคนต้อง &amp;quot;อยู่บ้านหยุดเชื้อ&amp;quot; จากสถานการณ์พิเศษตามที่รัฐประกาศ พรก. ผมจึงหวังว่า รัฐมนตรีพลังงานจะรีบปรับลดค่าไฟฟ้าให้กับทุกครอบครัวที่อยู่บ้านตามคำสั่งของรัฐตามความเป็นจริงโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายการุณกล่าวว่า ขอเสนอแนะให้นายสนธิรัตน์ คิดค่าไฟฟ้าแต่ละมิเตอร์ตามค่าเฉลี่ยก่อนรัฐสั่งให้อยู่บ้านหยุดเชื้อเป็นหลักเพราะสะท้อนการใช้จริงในสถานการณ์ปกติ จากนั้นให้บวกส่วนลดเข้าไปอีกประมาณ 50 % เพราะประชาชนมีรายได้ลดลงหรือต้องตกงานเพราะมาตรการของรัฐเช่นกัน ถ้านายสนธิรัตน์เห็นว่าข้อเสนอนี้เป็นประโยชน์ก็นำไปใช้ได้ หรือจะกำหนดมาตรการแบบอื่นๆที่ลดค่าไฟฟ้าลงมา ตนเองก็ไม่ขัดข้อง แต่ประชาชนต้องไม่จ่ายแพงขึ้นมากไปกว่าค่าไฟฟ้าในสถานการณ์ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทุกครอบครัวจะจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ เพราะการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเกิดจากมาตรการของรัฐที่ขอให้ประชาชนอยู่บ้านหยุดเชื้อ ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมรัฐบาลต้องออกมาตรการลดค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ผมเสนอว่าทุกครอบครัวเคยจ่ายเฉลี่ยอยู่เท่าไหร่ก็ควรจะเป็นเท่านั้น บวกกับส่วนลดที่รัฐต้องชดเชยให้อย่างน้อย 50% เนื่องจากประชาชนมีรายได้ลดลงจากการถูกล็อคดาวน์ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายรัฐบาลจะลดให้แค่ไหนคงไม่ไปก้าวล่วง แต่ถ้าเก็บค่าไฟฟ้าเกินกว่าค่าเฉลี่ยที่จ่ายในสถานการณ์ปกติคงยอมกันไม่ได้อย่างแน่นอน&amp;quot; นายการุณกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63717</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, ค่าไฟ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e970ccd102f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM ยันมาตรการลดค่าไฟไม่กระทบรายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2563 นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เรื่องมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ดูแลปัญหาภัยแล้งและกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 โดยมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้า ให้ตรึงค่าเอฟทีในเดือนพฤษภาคมที่อัตราเดิมคือ -11.6 สตางค์ และลดค่าไฟฟ้าในอัตราร้อยละ 3 ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน &amp;ndash; มิถุนายน 2563) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทมีความยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยการลดค่าไฟฟ้าที่จำหน่ายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 เดือนเริ่มในเดือนเมษายนนี้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;
โดยมาตรการปรับลดค่าไฟฟ้าในระยะสั้นในอัตราร้อยละ 3 เป็นระยะเวลา 3 เดือนนี้ บริษัทประเมินผลกระทบต่อรายได้รวมทั้งปีในอัตราเพียงร้อยละ 0.17 เนื่องจากเป็นมาตรการชั่วคราว และไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทที่มีสัดส่วนถึงร้อยละ 77 ของรายได้รวม อันมาจากการจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และรายได้จากโครงการในต่างประเทศ มีเพียงธุรกิจจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 23 ที่จะได้รับผลกระทบชั่วคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยในปีนี้มีลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ที่ลงนามซื้อขายไฟฟ้ารวมถึง 31 เมกะวัตต์ทยอยเข้ามาในช่วง 9 เดือนแรกของปี โดยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 มียอดการใช้ไฟฟ้าจากลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในอัตราร้อยละ 1 ซึ่งมาจากการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นต้นทุนหลักของบริษัทที่มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของต้นทุนรวม บริษัทจึงมีโอกาสลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญจากแนวโน้มการปรับตัวลดลงของราคาก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 มีการปรับตัวลงถึงร้อยละ 9 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทประเมินว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรของบริษัทราวร้อยละ 15 เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 2,331 ล้านบาทในปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, บี.กริม เพาเวอร์, ปรียนาถ สุนทรวาทะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d737d626149c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานถนัด!เพื่อชาติอัด&#039;บิ๊กตู่&#039;เล่นลิ้นกวนประสาทดูถูกประชาชน เห็นเป็นศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- นายธีระพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ถามว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ตอบผู้สื่อข่าวว่าค่าไฟแพงเพราะประเทศขาดรายได้ ถ้าคิดว่าค่าไฟแพงก็ไปจุดเทียนไขใช้แทนเอา เป็นคำตอบที่เหมาะสมกับภาวะผู้นำประเทศที่อาสาจะมารับใช้ประชาชนไหม การตอบแบบนี้คือการตอบแบบเล่นลิ้น ดูถูกดูแคลนผู้สื่อข่าวและประชาชน เห็นประชาชนที่เดือดร้อนเป็นศัตรู &amp;nbsp;การอยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็คืออยากมีอำนาจบริหารประเทศ ซึ่งต้องพร้อมและพยายามคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ประเทศและประชาชน เมื่อรู้ว่าประเทศไม่มีรายได้ต้องหาวิธีที่ทำให้เกิดรายได้ โดยไม่ใช่การมาขูดรีดจากประชาชนที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในสภาพรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นแทนที่จะตอบคำถามกรณีเพิ่มค่า FT ไฟฟ้าด้วยการเล่นลิ้นกวนประสาทและดูถูกประชาชน ควรจะตอบว่ากำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาให้ประเทศมีรายได้ ด้วยการพยายามเสนอขายสินค้าเกษตรและบริการจากการท่องเที่ยวเพื่อให้ประเทศมีรายได้ขึ้น หรือว่าที่ไม่ได้ตอบเช่นนี้ เพราะรู้ศักยภาพตนเองว่าไม่สามารถหารายได้ด้วยวิธีการอื่นได้ นอกจากขูดรีดภาษีจากประชาชนที่แทบจะไม่มีรายได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟ, ธีระพงษ์ เผ่ากา, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รองโฆษกพรรคเพือชาติ, เล่นลิ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c132a089ad4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2018 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการห่วงเลื่อนประมูลปิโตรเลียมสูญ4.5แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
นักวิชาการห่วงผลกระทบหากเลื่อนประมูลเอราวัณ-บงกช หวั่นทำความเสียหายต่อด้านพลังงานกว่า 4.5 แสนล้านบาท/ปี ส่งผลต่อเนื่องถึงการลงทุนในอนาคตและปัญหาการตกงานเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 เม.ย.61- แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่หมดอายุ หากมีการเลื่อนการประมูลโดยเฉพาะในแหล่งเอราวัณ-บงกช ที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ออกไป จะทำให้เกิดมูลค่าที่เสียหายสูงกว่า 450,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะรายได้ของรัฐบาลที่จะหายไปด้านค่าภาคหลวง ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม และรายได้อื่น ๆ คิดเป็นมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังส่งผลเรื่องก๊าซธรรมชาติทีเดิมมีการขุดเจาะได้จะหายไป 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน(เทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาด 1,200 เมกะวัตต์ จำนวน 10 โรง หรือมากกว่า 50% ของโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซทั้งหมด) &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)มาทดแทน ส่งผลต่อเนื่องถึงค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 18 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อเทียบกับราคาแอลเอ็นจีที่ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอต่อการนำเข้าแอลเอ็นจีที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นอกจากนี้ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจต่อเนื่องมีต้นทุนสูงขึ้นจากการที่ต้องนำเข้าสารตั้งต้นมาทดแทน ส่งผลให้เกิดมูลค่าความเสียหายรวม ๆ กว่า 230,000 ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
แหล่งข่าวกล่าวว่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจะได้รับผลกระทบในส่วนนี้ด้วย และอาจจะหยุดการลงทุน ส่งผลให้เงินลงทุนจะหายไปจากผู้รับสัมปทานและบริษัทที่รับจ้างบริการต่าง ๆ รวมกว่า 160,000 ล้านบาทต่อปี และทำให้มีคนตกงานกว่า 10,000 คน อย่างไรก็ตามหากการประมูลล่าช้า ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้รายเดิมยิ่งได้เปรียบในการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวที่กระทบหลัก ๆ ก็จะเป็นเรื่องค่าภาคหลวงที่รัฐจะต้องสูญเสียไป และการนำเข้าแอลเอ็นจีที่จะใช้เงินมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำมันจะลดต่ำลงแล้วส่งผลให้ค่าภาคหลวงลดลงนิดหน่อย แต่เมื่อคิดจากกำลังการผลิตของแหล่งบงกชและเอราวัณก็ยังเป็นเงินที่สูงมากอยู่ดี&amp;rdquo;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซ, ก๊าซธรรมชาติ, ค่าไฟ, บงกช, ปิโตรเลียม, สัมปทาน, เอราวัณ, แอลเอ็นจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180402/image_big_5ac2307515cff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
