<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กกพ.&#039;ตรึงเอฟทีตลอดปี 64 ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 2564 นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ตรึงค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนกันยายน &amp;ndash; ธันวาคม 2564 โดยให้เรียกเก็บที่ -15.32 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้ายังคงจ่ายค่าไฟฟ้าเท่าเดิมในอัตรา 3.61 บาทต่อหน่วย ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2564 ตามแนวทางการพิจารณาที่จะเกลี่ยค่าเอฟทีให้คงที่ตลอดปี 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวการณ์ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามภาวะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณความต้องการการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์การเริ่มฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในภาวะเปราะบาง และได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ที่ยังคงรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;การตรึงค่าเอฟทีจึงเป็นการประคับประคองเศรษฐกิจ และไม่เป็นการซ้ำเติมผู้ใช้ไฟฟ้าจากค่าเอฟทีที่ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปี&amp;rdquo; นายคมกฤช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกพ. พิจารณาแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 66.3 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล และแนวโน้มการอ่อนตัวของค่าเงินบาทมาอยู่ในระดับ 31.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2564
ซึ่งมีผลโดยตรงต่อค่าเอฟทีในช่วงปลายปี หากพิจารณาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2565 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกแล้ว ประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะราคาพลังงานขาขึ้น ทำให้ค่าเอฟทีใน
ปี 2565 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;ดังนั้นการบริหารค่าเอฟทีในปี 2565 จะเป็นไปในทิศทางเพื่อสร้างให้ค่าไฟฟ้ามีเสถียรภาพ มีความมั่นคง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ ของภาครัฐ ในการดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยในการพิจารณาค่าเอฟทีในรอบเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2564 ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2564 เท่ากับประมาณ 64,510 ล้านหน่วย ปรับตัวลดลงจากประมาณการงวดก่อนหน้า (เดือน พ.ค. &amp;ndash; ส.ค. 2564) ที่คาดว่าจะมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 67,885 ล้านหน่วย หรือลดลงร้อยละ 4.97 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2564 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ร้อยละ 53.90 ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด นอกจากนี้เป็นการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ (ลาวและมาเลเซีย) รวมร้อยละ 20.13 และค่าเชื้อเพลิงลิกไนต์ของ กฟผ. ร้อยละ 9.45 ถ่านหินนำเข้าโรงไฟฟ้าเอกชน ร้อยละ 7.43 และอื่นๆ อีก ร้อยละ 6.90&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ราคาเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ใช้ในการคำนวณค่าเอฟทีเดือน ก.ย. &amp;ndash; ธ.ค. 2564 เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการในเดือน พ.ค. &amp;ndash; ส.ค. 2564 โดยราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า และราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากประมาณในรอบเดือน พ.ค. &amp;ndash; ส.ค. 2564 โดยที่เชื้อเพลิงอื่นๆ ปรับตัวลดลงและคงที่ ดังที่แสดงในตาราง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คมกฤช ตันตระวาณิชย์, ค่าไฟฟ้า, ตรึงค่าเอฟที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041e3d30d5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;หวดซ้ำ!กฟผ.ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สฝังเพชรเครื่องละ 3.5 แสน แต่&#039;แจ็คหม่า&#039;ขาย 5 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้เปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้างรถเข็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่า 152,956.21 บาท/คันไปแล้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งนำไปสู่การกำหนดราคาค่าไฟฟ้าแพง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่ง กฟผ.ได้แก้เกี้ยวโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบให้ทราบผลภายใน 2 สัปดาห์และรีบระดมทีมงานออกมาแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นเป็นพัลวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงนั้นแม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน 3 เดือน แต่ทว่าเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่ไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าหรือโรคโควิด-19 ได้ทั้งหมด เพราะยังไม่มีใครตอบได้ว่าโรคดังกล่าวจะหมดไปเมื่อใด และรัฐบาลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ดังนั้นปัญหาราคาค่าไฟฟ้าแพงจะยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป หากไม่มีการจัดการปัญหาที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดได้ ซึ่งล่าสุดสมาคมฯได้ตรวจสอบพบว่า กฟผ. ยังได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆเพื่อนำมาใช้ในสำนักงานและสถานีบริการไฟฟ้าต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีความผิดปกติอีกหลายประการ ล่าสุดพบว่า การจัดซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว ซึ่งเป็นยี่ห้อจากจีน(Portable SF6 Gas Leakage Detector) เพื่อใช้ในแผนงานโครงการ Supply and Construction of 500/230 kv(GIS) ซึ่งมีราคาต่อเครื่องถึง 350,431 บาท ซึ่งราคาขายปกติที่ซื้อขายกันโดยทั่วไปไม่น่าจะเกินเครื่องละ 12,000 บาท แต่ที่มีการซื้อขายในอินเตอร์เน็ตในอาลีบาบาดอทคอม จะมีราคาเพียง 5,303 บาทเท่านั้น แต่ทว่า กฟผ. กลับซื้อในราคาที่แพงลิบลิ่ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าเครื่องมือดังกล่าวทำด้วยทองคำฝังเพชรหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ของ กฟผ.ดังกล่าวเป็นเพียงขยะซุกใต้พรมที่แอบซุกไว้กันมาอย่างยาวนานและไม่มีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง แม้สมาคมฯจะพยายามนำเสนอให้มีการตรวจสอบกันอย่างโปร่งใสจริงจังแล้ว แต่กลับไม่ยอมรับความจริงกัน กลับก็มีกระบวนการชี้แจงตอบโต้ที่บิดเบือน และยังปล่อยข่าวทำลายเครดิตผู้ร้องเรียน ทั้งๆที่รูปและเอกสารต่างๆที่สมาคมฯนำมาร้องเรียนต่อ สตง. ซึ่งสื่อมวลชนนำไปรายงาน ก็ล้วนเป็นเอกสารที่มาจากคนภายใน กฟผ.ทั้งสิ้น ที่สำคัญการปล่อยให้มีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์กันในราคาแพง เป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จะถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการไฟฟ้า และผลักภาระทั้งหมดมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนทั้งประเทศผ่านค่า FT นั่นเอง รัฐบาลจงอย่าคิดหลอกประชาชนในยุคโซเชียลอยู่เลย เพราะประชาชนไม่ได้กินหญ้ากินแกลบ ความลับไม่มีในโลก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64364</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, การไฟฟ้า, ค่าไฟฟ้า, นายศรีสุวรรณ จรรยา, เครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea637f2f3ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนกกพ.อุ้มค่าไฟฟ้าเอกชนยาวถึงสิ้นปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมคิด&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะถกพลังงาน โยน &amp;quot;กกพ.&amp;quot; อุ้มค่าไฟเอกชนยาวถึงสิ้นปี โละเกณฑ์จ่ายเงินแบบเหมาให้จ่ายตามจริง ครอบคลุมผู้ประกอบการเกินแสนรายทั่วประเทศ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; บี้ สตง.สอบ กฟผ.ซื้อรถเข็นแพงกว่าปกติ 100 เท่า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือถึงแนวทางการลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ประกอบการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กระทรวงพลังงานมอบหมายให้ กกพ.ไปพิจารณาแนวทางขยายเวลาการปรับลดค่าไฟฟ้าในประเภทธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ไปจนถึงเดือน ธ.ค.63 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย.63 ตามข้อเสนอของภาคเอกชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานได้เห็นชอบมาตรการคิดค่าไฟฟ้าตามจริง จากเดิมที่คิดค่าไฟแบบเหมาจ่ายซึ่งคิดตามค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนต่ำสุดต้องไม่ต่ำกว่า 70% ของค่าความต้องการพลังงาน (ดีมานด์ชาร์จ) ที่สูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา รวม 3 รอบบิล (ตั้งแต่เดือน เม.ย.-มิ.ย.63)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมรับข้อเสนอของภาคเอกชนที่ต้องการให้ภาครัฐขยายการคิดค่าไฟฟ้าตามการใช้จริง ซึ่งปัจจุบันมีผลในรอบบิลเพียง 3 เดือน มีผลตั้งแต่เดือน เม.ย.และจะสิ้นสุดเดือน มิ.ย.63 แต่ภาคเอกชนประเมินว่าภาคธุรกิจจะไม่สามารถฟื้นตัวได้ภายในกลางปีนี้ โดยขณะนี้แต่ละกิจการยังลดกำลังการผลิตลงมาก ทำให้มีการใช้ไฟตามจริงเพียงประมาณ 20% แต่ระบบเหมาจ่ายทำให้เอกชนต้องจ่ายถึง 70% &amp;nbsp;จึงมอบหมายให้ กกพ.ไปจัดทำรายละเอียดขยายเวลามาตรการดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปีเพื่อกลับมาเสนออีกครั้ง&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลางในเขตกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;23,921 ราย ภูมิภาคทั่วประเทศมีผู้ประกอบการขนาดกลาง 80,019 ราย ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ &amp;nbsp;2,421 ราย ขนาดใหญ่ 7,092 ราย ประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง เช่น โรงแรม หอพัก/อพาร์ตเมนต์ &amp;nbsp;ประเภทที่ 6 องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร และประเภทที่ 7 กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร แต่ไม่รวมผู้ประกอบกิจการขนาดเล็ก เพราะกลุ่มนี้ได้รับความช่วยเหลือในการคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าและการลดค่าไฟในภาคครัวเรือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมอบหมายให้ ส.อ.ท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกลับไปจัดทำรายละเอียดผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เพราะบางอุตสาหกรรมไม่ได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร, &amp;nbsp;เวชภัณฑ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเรียกร้องที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้ผู้ประกอบการด้วยนั้น กระทรวงพลังงานขอติดตามและประเมินผลก่อน หลังจากนั้นจะมอบหมายให้ กกพ.พิจารณาแนวทางให้มีความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมผ่อนผันการชำระค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เช่น &amp;nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว, ธุรกิจโรงแรม ซึ่ง กกพ.เห็นว่าหากธุรกิจใดได้รับผลกระทบจะดำเนินการผ่อนผันการชำระ แต่ขอให้ภาคเอกชนดูแลป้องกันปัญหาการเกิดหนี้เสียในอนาคต ที่มีข้อกังวลว่าอาจกระทบต่อโครงสร้างค่าไฟฟ้าทั้งระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การหารือในวันนี้ เรื่องที่ภาคเอกชนต้องการผ่อนผันการเก็บอัตราค่าไฟฟ้าขั้นต่ำนั้นบรรลุวัตถุประสงค์ตามความต้องการแล้ว เพราะกระทรวงพลังงานโดย กกพ.ได้เตรียมวางมาตรการเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว จึงทำให้การประชุมวันนี้ที่มีท่านรองนายกฯ สมคิดร่วมเป็นประธานได้ข้อสรุปในระยะเวลาสั้นมาก สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทุกฝ่าย ซึ่งกระทรวงพลังงานทราบถึงความเดือดร้อนที่ทุกภาคส่วนได้รับจากสถานการณ์โควิดเป็นอย่างดี และพยายามที่จะผลักดันมาตรการพลังงานต่างๆ เพื่อบรรเทาและช่วยเหลือทุกกลุ่มให้ได้มากที่สุด&amp;quot; รมว.พลังงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ออกมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชนเพียง 3 &amp;nbsp;เดือนนั้น เป็นเพียงการขายผ้าเอาหน้ารอดในเหตุเฉพาะหน้าของกระทรวงพลังงานและรัฐบาลเท่านั้น &amp;nbsp;หากแต่ไม่เคยกลับไปทบทวนว่าต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้ค่าไฟฟ้าราคาแพงนั้นอยู่ที่ไหนและอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดสมาคมฯ ได้ตรวจสอบพบว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในสำนักงานและสถานีบริการไฟฟ้าต่างๆ ทั่วประเทศ มีความผิดปกติหลายประการ อาทิ การจัดซื้อรถเข็น (ลักษณะเดียวกับรถเข็นผักทั่วไป) เพื่อใช้ในแผนงานโครงการ Supply &amp;nbsp;and Construction of 500/230 kv(GIS) ซึ่งมีราคาต่อ 1 คัน คือ 152,956.21 บาท ซึ่งหากไปหาซื้อแถวย่านวรจักรหรือย่านรังสิตก็ไม่น่าจะเกินคันละ 1,000-2,000 บาทเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ของ กฟผ.ดังกล่าว เป็นเพียงฝุ่นใต้พรมที่ไม่มีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง ปล่อยให้รัฐวิสาหกิจดังกล่าวบริหารจัดการเงินแผ่นดินกันอย่างโจ่งครึ่ม ประหนึ่งเป็นบ่อน้ำมันของรัฐวิสาหกิจที่นำมาหล่อเลี้ยงพนักงานเจ้าหน้าที่ถึง 22,413 คน เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดดังกล่าวจะถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการไฟฟ้า และผลักภาระทั้งหมดมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนผ่านค่าเอฟที ซึ่งถึงเวลาแล้วที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะต้องตรวจสอบองค์กรการไฟฟ้าดังกล่าวอย่างจริงจังและรวดเร็ว ตั้งแต่ฝ่ายจัดซื้อเรื่อยไปจนถึงผู้ว่าการ ว่ามีส่วนรับรู้กับการจัดซื้อจัดหาพัสดุหรืออุปกรณ์ในราคาแพงกว่าปกติหรือไม่อย่างไร เพราะแต่ละแผนงานโครงการมีการตั้งงบจัดซื้อนับพันล้านบาท อาทิ สัญญาเลขที่ W100321-222M-SPPC-S-02 มีมูลค่าถึง 1,130,698,504.73 บาท &amp;nbsp;เพื่อที่จะได้นำมาลงโทษและกำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวดต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64075</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., ค่าไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มค่าไฟเอกชนยาวถึงสิ้นปี, เกณฑ์จ่ายเงินแบบเหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1902d8e6ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ครม.’รับทราบลดค่าไฟฟ้า 3เดือนถ้วนหน้า22ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ แจงลดค่าไฟฟ้าพยายามดูแลอย่างเต็มที่ ขอเห็นใจหน่วยงานต้องเอางบประมาณไปใช้อนาคตด้วย &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; ระบุลดค่าไฟ 3 เดือนถ้วนหน้า 22 ล้านราย ใช้งบ 2.3 หมื่นล้าน ครม.เห็นชอบแล้วใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ใช้ฟรี 3 เดือน ใช้ไม่ถึง 800 หน่วยให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟเดือน ก.พ.พ่วงส่วนลด 50-70% &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; แฉจัดซื้อพัสดุภัณฑ์แพงหูฉี่ทำให้ต้นทุนแพงจ่อร้อง สตง.สอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ในส่วนที่เป็นการเช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ เพื่อให้ครอบคลุมว่า ฟังทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงาน ซึ่งมีมาตรการเสนอขึ้นมาเพื่อลดค่าใช้ไฟฟ้าให้ประชาชนทั่วไป แต่ก็ต้องเห็นใจในเรื่องของงบประมาณที่ทั้ง 3 หน่วยงานจำเป็นจะต้องใช้ในการบริหารต่อไปในอนาคต เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรัฐบาลก็พยายามดูแลอย่างเต็มที่แล้ว การพูดจาอะไรต่างๆ ที่บิดเบือนไม่เกิดประโยชน์ให้ร้ายซึ่งกันและกัน บางทีก็เกิดปัญหาในการทำงาน ซึ่งจะทำให้การทำงานนั้นยากขึ้น ช้าขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อโดยรวมทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงการพิจารณามาตรการเยียวยาการลดภาระค่าไฟฟ้าระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค. วงเงิน 23,688 ล้านบาทว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและ ครม.ที่มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าในกลุ่มของไฟบ้านที่ใช้ในครัวเรือนอย่างถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนในการใช้ชีวิตของประชาชน ที่ร่วมมือกันดำเนินการตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยการทำงานที่บ้าน ตลอดจนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และทั้ง 3 การไฟฟ้า ที่ร่วมกันหารือเพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน สำหรับมาตรการดังกล่าวนั้นจะเป็นการช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าประเภทที่อยู่อาศัยจำนวน 22 ล้านราย ได้ประมาณการว่ามาตรการดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณ 23,688 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าจะต้องมีการทำการบ้านพิจารณาหามาตรการมารองรับ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบต่อไป ส่วนภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบก็เริ่มมีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ หรือแจ้งตรงมายังตนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ศึกษาปัญหาและอุปสรรค ก่อนจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง&amp;quot; รมว.พลังงานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติรับทราบแนวทางการดำเนินการมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอ โดยให้ พน.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายต่างๆ ให้ถูกต้อง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแหล่งเงินให้รอบคอบ ดังนี้ 1.สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน (ประเภทที่ 1.1 หรือ 1.1.1) ให้ใช้ไฟฟ้าฟรีเป็นเวลา 3 เดือน ในรอบการใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม 2563 หากใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยภายใน 3 เดือนดังกล่าวจะไม่ถูกจัดอยู่ในประเภทที่ 1.2 &amp;nbsp;หรือ 1.1.2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน (ประเภทที่ 1.2-1.3 &amp;nbsp;หรือประเภทที่ 1.1.2-1.1.3) ให้จ่ายค่าไฟฟ้ารายเดือนสำหรับรอบการใช้ไฟฟ้าเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม 2563 โดยใช้หน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นฐานในการอ้างอิง ดังนี้ &amp;nbsp;2.1 &amp;nbsp;หากการใช้ไฟฟ้ารายเดือนน้อยกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ให้จ่ายค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงในเดือนนั้นๆ &amp;nbsp;2.2 หากการใช้ไฟฟ้ารายเดือนมากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 แต่ไม่ถึง 800 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.3 หากการใช้ไฟฟ้ารายเดือนมากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และมากกว่า &amp;nbsp;800 หน่วย แต่ไม่ถึง 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;บวกด้วยค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ในอัตราร้อยละ &amp;nbsp;50 ของค่าไฟฟ้าจริง 2.4 หากการใช้ไฟฟ้ารายเดือนมากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ &amp;nbsp;2563 และมากกว่า 3,000 หน่วย ให้จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 &amp;nbsp;บวกด้วยค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ในอัตราร้อยละ &amp;nbsp;70 ของค่าไฟฟ้าจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินมาตรการดังกล่าวจะเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จำนวนประมาณ 22 ล้านราย เป็นวงเงินประมาณ 23,668 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&amp;quot; นางนฤมลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ค่าไฟฟ้าแพงนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นในช่วงนี้เท่านั้น แต่รัฐบาลมักใช้กลไกดูดเงินออกจากกระเป๋าประชาชนหลายช่องทางอย่างแยบยลโดยไม่รู้สึกตัวผ่านค่า FT ค่าบริการรายเดือน ค่าพลังงานไฟฟ้าแบบก้าวหน้าเป็นขั้นบันได คือใช้จำนวนมากก็เสียค่าไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งที่ควรเรียกเก็บตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยต่อเดือนจากปริมาณการใช้จริง สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนของการผลิตไฟฟ้าแพงมาก คือ การจัดซื้อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์สำหรับการซ่อมบำรุง สถานีไฟฟ้าแรงสูง และสถานีไฟฟ้าย่อยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศในโครงการ Supply and Construction of 500/230 kv(GIS) มีการจัดซื้อจัดหากันในราคาแพงกว่าที่ซื้อขายในท้องตลาดทั่วไปมากกว่า 10 เท่าและมีคุณภาพต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น เครื่อง Portable SF6 Gas leakage detector ราคาจริง 12,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า &amp;nbsp;350,431 บาท, เครื่อง Gas decom position tester ราคาจริง 120,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า &amp;nbsp;1,121,379 บาท, เครื่อง Precision pressure gauge ราคาจริง 15,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า &amp;nbsp;192,737 บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีการจัดซื้อจัดหากันมาได้แล้วก็มาบีบบังคับให้หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแต่ละแห่งเซ็นรับครุภัณฑ์ดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่าเรื่องมาก ซึ่งหัวหน้าสถานีไฟฟ้าบางแห่งกลัวติดร่างแหในการตรวจสอบ จึงไม่กล้าเซ็นรับ จำต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ กรณีดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกโขกสับในราคาแพงทุกวันนี้ ต้นเหตุหนึ่งคือการจัดซื้อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์มาในราคาสูงอย่างผิดปกติ ซึ่งสุดท้ายจะถูกนำไปรวมเป็นค่าต้นทุนการผลิตและบริการของการไฟฟ้า และถูกนำไปรวมเป็นค่า FT มาดูดเงินในกระเป๋าประชาชนทุกครัวเรือนนั่นเอง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวันพุธที่ 22 &amp;nbsp;เม.ย.นี้&amp;quot; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนโยบาย &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;quot; โดยอยู่ทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home ประกอบกับเป็นช่วงหน้าร้อนเป็นผลให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้จ่ายค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามระบบการคิดค่าไฟของการไฟฟ้าที่คิดแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้เยอะยิ่งจ่ายเยอะ การคิดค่าไฟในอัตราก้าวหน้าดังกล่าวดูจะเป็นสิ่งที่สวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามช่วยเหลือก่อนหน้านี้ ยิ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระค่าครองชีพและซ้ำเติมความลำบากของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยังส่อต่อการขัดหลักการเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งการไฟฟ้าถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องจัดให้มีอย่างทั่วถึง โดยมีการกำหนดไว้ทั้งกฎหมายสูงสุดคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ.2560 หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 56 วรรค 3 มีสาระสำคัญที่กล่าวว่า การที่รัฐดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร หรือกฎหมายแม่บทที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 7(2) มาตรา 65 (4) ซึ่งเกี่ยวกับการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้พลังงานทั้งทางด้านอัตราค่าบริการและคุณภาพการให้บริการอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินกิจการของรัฐอันเกี่ยวเนื่องกับระบบสาธารณูปโภคของประชาชน จะต้องเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรอันเกินควรกับประชาชน ไม่ว่าจะในภาวะปกติหรือภาวะวิกฤติเช่นนี้ และการคิดอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าดังกล่าวอาจจะดูว่าส่อขัดกับหลักการของกฎหมายเฉพาะของทั้ง 2 องค์กรหรือไม่ คือ พ.ร.บ.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค &amp;nbsp;พ.ศ.2503 มาตรา 41 และ พ.ร.บ.การไฟฟ้านครหลวง พ.ศ.2501 มาตรา 40 รัฐไม่ควรแสวงหาผลกำไรบนความทุกข์ยากของประชาชนโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติเช่นนี้ จึงขอเสนอว่าหลังจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลสิ้นสุดลง ขอให้มีการทบทวนยกเลิกการคิดค่าไฟฟ้าในอัตราก้าวหน้าดังกล่าว หรือถ้าหากสามารถทำได้เลยก็จะเป็นการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือให้พี่น้องประชาชน&amp;quot; นายรยุศด์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟฟ้า, ค่าไฟฟ้าแพง, จัดซื้อพัสดุภัณฑ์แพง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลดค่าไฟฟ้า, ศรีสุวรรณ จรรยา, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef02e27128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;กัดไม่ปล่อย!จ่อร้อง สตง.สอบการไฟฟ้าจัดซื้อครุภัณฑ์โครตแพง เชื่อเป็นหนึ่งในสาเหตุทำค่าไฟแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63-นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาเปิดเผยและร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพงมากในรอบบิลที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นประเด็นปัญหาซ้ำเติมประชาชน ในช่วงที่รัฐบาลรณรงค์ขอร้องให้ &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ&amp;rdquo; เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนกระทั่ง รมว.พลังงาน กฟผ. สนพ.และ กกพ.ต้องรีบออกมาแก้หน้าด้วยการเสนอมาตรการเพิ่มเติมในการลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเสนอเข้า ครม.ในวันนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาเหตุที่ค่าไฟฟ้าแพงนั้นไม่ใช่เกิดขึ้นในช่วงนี้เท่านั้น แต่รัฐบาลมักใช้กลไกดูดเงินออกจากกระเป๋าประชาชนหลายช่องทางอย่างแยบยลโดยไม่รู้สึกตัวผ่านค่า FT ค่าบริการรายเดือน ค่าพลังงานไฟฟ้าแบบก้าวหน้าเป็นขั้นบันไดคือใช้จำนวนมากก็เสียค่าไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งๆที่ควรเรียกเก็บตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยต่อเดือนจากปริมาณการใช้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยตรวจสอบพบว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนของการผลิตไฟฟ้าแพงมาก คือ การจัดซื้อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์สำหรับการซ่อมบำรุง สถานีไฟฟ้าแรงสูง และสถานีไฟฟ้าย่อยในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศในโครงการ Supply and Construction of 500/230 kv(GIS) มีการจัดซื้อจัดหากันในราคาแพงกว่าที่ซื้อขายในท้องตลาดทั่วไปมากกว่า 10 เท่าและมีคุณภาพต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก เช่น เครื่อง Portable SF6 Gas leakage detector ราคาจริง 12,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า 350,431 บาท, เครื่อง Gas decom position tester ราคาจริง 120,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า 1,121,379 บาท, เครื่อง Precision pressure gauge ราคาจริง 15,000 บาท แต่ขายให้การไฟฟ้า 192,737 บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อมีการจัดซื้อจัดหากันมาได้แล้วก็มาบีบบังคับให้หัวหน้าสถานีไฟฟ้าแต่ละแห่งเซ็นต์รับครุภัณฑ์ดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่าเรื่องมาก ซึ่งหัวหน้าสถานีไฟฟ้าบางแห่งกลัวถูกร่างแหในการตรวจสอบ จึงไม่กล้าเซ็นต์รับจำต้องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกโขกสับในราคาแพงทุกวันนี้ต้นเหตุหนึ่งคือการจัดซื้อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์มาในราคาสูงอย่างผิดปกติ ซึ่งสุดท้ายจะถูกนำไปรวมเป็นค่าต้นทุนการผลิตและบริการของการไฟฟ้า และถูกนำไปรวมเป็นค่า FT มาดูดเงินในกระเป๋าประชาชนทุกครัวเรือนนั่นเอง ซึ่งเรื่องพรรค์นี้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อผู้ว่าการฯตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในวันพุธที่ 22 เม.ย.63 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ ถ.พระราม 6 พญาไท กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63778</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e51af2fc0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;โวยค่าไฟแพงซ้ำเติมโควิด ขู่ร้องสตง.สอบหน่วยงานไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ใช้ไฟฟ้าออกมาบ่นและร้องเรียนว่าค่าไฟฟ้าในเดือนรอบบิลที่ผ่านมา ทำไมจึงมีราคาแพงแบบก้าวกระโดด ทั้งๆ ที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดฉุกเฉินขอให้ประชาชนอยู่กับบ้าน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ควรที่จะหันมาดูแลเอาใจใส่ต่อปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ทำได้แค่ลดค่าไฟให้ 3 % เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เป็นความผิดพลาด ล้มเหลวของการบริหารจัดการระบบพลังงานไฟฟ้าทั้งระบบของรัฐบาล ตั้งแต่การฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญโดยให้เอกชนมาผลิตไฟฟ้ามากเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดเกินกว่า 70% ไปแล้วโดยมีการทำสัญญาซื้อขายถาวรล่วงหน้าทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาได้ เพราะโรงไฟฟ้าของรัฐผลิตได้ไม่ถึง 30% นั่นเอง ทำให้ขณะนี้มีปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้ามากถึง 43,372 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อมาจากเอกชน ขณะที่ปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 28,338 เมกะวัตต์ (สถิติใช้ไฟฟ้าสูงที่สุดเมื่อปี 62 เพียง 32,272 เมกะวัตต์) ทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้เหลือทิ้งเป็นปริมาณที่สูงมาก ทำให้ภาครัฐต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมฉกเงินจากกระเป๋าผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนโดยผ่านค่า FT ไปจ่ายให้เอกชนตลอดเวลา รวมทั้งการคิดค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดคือใช้จำนวนมากก็เสียค่าไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งๆ ที่ควรเรียกเก็บตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยต่อเดือนจากปริมาณการใช้จริง ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องมีคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าทั้งหลายทั้ง กฟผ. - กฟน. และ กฟภ. ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าสุทธิที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้างวดเดือน เม.ย.-มิ.ย. รวม 3 เดือน แต่นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของการช่วยเหลือประชาชนแบบจิ๊บๆ เท่านั้น แต่ทำมาเป็นคุยโวเสียใหญ่โตว่าได้ช่วยประชาชนในยุคโควิด-19 แล้ว ทั้งๆ ที่ควรจะลดค่าไฟฟ้าให้ทุกครัวเรือน 50% ในยามที่ต้องอยู่บ้านหนีภัยโควิด-19 ตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนในระยะยาวต้องเร่งลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าเอกชนลงมาให้ได้ 50% จึงจะชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่หลายบ้านได้รับบิลค่าไฟฟ้าแพงมหาโหด ทั้งๆ ที่เทียบกันเดือนต่อเดือนแล้วไม่น่าจะแพงขนาดนั้นและได้ส่วนลด 3% แล้วก็ยังแพงอยู่ดีนั้น เรื่องนี้อาจมีกลเล่ห์ฉลที่ซ่อนเงื่อนงำไว้อีกมากที่รัฐบาลโดยหน่วยงานไฟฟ้า และผู้กำกับไฟฟ้า ไม่ได้บอกความจริงต่อประชาชนทั้งหมด โดยเฉพาะการเตรียมการการจ่ายโบนัสให้พนักงานเจ้าหน้าที่กันอย่างมากมายแบบอู้ฟู้ บนความเดือดร้อนของประชาชนในยุคโควิด-19 และรวมทั้งการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์การผลิต การส่ง การบำรุงรักษาไฟฟ้าที่ราคาแพงเว่อร์ๆ ซึ่งเป็นต้นทุนของการไฟฟ้าที่ผลักภาระมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนช่วยรับผิดชอบทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจะนำหลักฐานไปร้องเรียนให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบในเร็วๆ นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าไฟฟ้า, ศรีสุวรรณ จรรยา, สตง., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c31e00203b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเฮ!&#039;สนธิรัตน์&#039;นัด&#039;กกพ.&#039;ถกมาตรการช่วยค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม20เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;พรุ่งนี้(20 เม.ย.)ผมเชิญ กกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหาแนวทางมาตรการเรื่องค่าไฟฟ้า เพิ่มเติมจากที่ได้มีหลายมาตรการออกไปแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63618</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., ค่าไฟฟ้า, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e368f478a767.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
