<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 06:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 06:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; ชี้การตรวจภูมิต้านทาน โควิด 19 ไม่มีประโยชน์ในการค้นหาผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2563 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุถึง โควิด 19 การตรวจภูมิต้านทาน
โดยให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกรายงานว่า การตรวจพบภูมิต้านทานไม่ได้เป็นเครื่องยืนยัน หรือเป็นใบเบิกทาง ถึงการป้องกันโรคที่จะไม่ให้เป็นซ้ำได้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 &amp;nbsp;ภูมิต้านทานที่ตรวจ มีทั้ง IgG และ IgM กว่าจะขึ้นให้ตรวจพบได้ ต้องใช้เวลา 1-2 อาทิตย์หลังมีอาการ ระบบภูมิต้านทาน ไม่ใช่มีเพียงแค่ &amp;nbsp;antibody &amp;nbsp;ยังมีระบบอื่นร่วมด้วย ตามทฤษฎีของภูมิคุ้มกันวิทยาที่เป็นแบบแอนติบอดี้และอาศัยเซลล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกได้ทบทวนการสร้างภูมิคุ้มกัน บางคนสร้างได้สูง บางคนสร้างได้ต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 &amp;nbsp;จากการศึกษาในปัจจุบัน 24 april ยังไม่มีรายงานใดที่จะบอกได้ว่าการมีภูมิต้านทานจะป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 &amp;nbsp;การตรวจภูมิต้านทานที่อยู่ในท้องตลาด จำนวนมากเป็น rapid test หรือตรวจได้อย่างรวดเร็ว จะต้องคำนึงถึง ความถูกต้องของการตรวจ มีทั้งผลบวก ปลอม และผล ลบปลอม ซึ่งจะสร้างความสับสนในการแปลผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 &amp;nbsp;การตรวจภูมิต้านทาน ไม่สามารถเอามาใช้ในการวินิจฉัย การติดเชื้อของผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกได้ ต้อง 1-2 อาทิตย์ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&amp;nbsp; การตรวจได้ผลลบ ไม่ได้บอกว่าผู้นั้นไม่มีการติดเชื้อ การตรวจหาเชื้อที่หลังโพรงจมูกยังเป็นวิธีมาตรฐาน ผู้ป่วยอาจจะติดเชื้อมีเชื้ออยู่แล้วแต่ภูมิต้านทานยังไม่ขึ้น ผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ในระยะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp; การตรวจได้ผลบวก ก็ยังมีผลบวกปลอม เพราะยังมี coronavirus ตัวอื่นๆ อาจจะให้ผลบวกปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp; ในการระบาด ที่ นิวยอร์กพบว่าครึ่งหนึ่งเป็นแบบไม่มีอาการ และการตรวจเชื้อ จะพบได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการเมื่อติดตามแล้วมีจำนวนเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่มีอาการ และยังสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ (NEJM; April 24, 2020)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp; การตรวจกรองหาผู้ติดเชื้อ จึงควรใช้วิธีการตรวจหาเชื้อ มากกว่าที่จะใช้วิธีการตรวจหาภูมิต้านทาน ขณะนี้มีการนำเอาการตรวจหาภูมิต้านทานไปตรวจตามโรงงาน เพื่อหาการติดเชื้อ จะไม่มีประโยชน์ในการค้นหาผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ เพื่อการควบคุมการแพร่กระจายของโรค โดยเฉพาะโรงงานหรือแหล่งชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp; การตรวจเกมรุกเพื่อหาผู้ติดเชื้อ และลดการแพร่กระจายเชื้อ จำเป็นจะต้องใช้วิธีตรวจหาเชื้อด้วยกระบวนการ PCR ถ้าบริหารจัดการให้ดี ในอนาคต ค่าตรวจควรจะลดลงได้มากกว่านี้มาก ประเทศไทยสามารถพัฒนาชุดตรวจได้เอง อย่างที่กรมวิทย์ทำ และ แทนที่จะตรวจ 2 gene ถ้าตรวจเกมรุกเป็นการตรวจกรอง อาจจะตรวจ gene เดียวก็พอ ถ้าให้ผลบวก แล้วจึงค่อยตรวจยืนยันอีกครั้งเหมือนการตรวจไวรัสตัวอื่นๆที่รู้จักดี เราก็ตรวจยีนส์เดียว โควิด 19 ปัจจุบันเป็นโรคที่รู้จักดีแล้วในการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ข้อมูลรายละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้จาก NEJM 24 April และ https://www.who.int/news-room/commentaries/detail/immunity-passports-in-the-context-of-covid-19
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นหาโควิด 19, ตรวจภูมิต้านทาน, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
