<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดนตัวเลขดีต่อเนื่อง ยอดรวม 8 เดือนโต 38%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการค้าชายแดนประกอบด้วยเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย และการค้าผ่านแดนข้ามไปยังจีน เวียดนามและสิงคโปร์ รวม 7 ประเทศ ในเดือนส.ค.2564 มีมูลค่า 147,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.56% เป็นการส่งออก มูลค่า 91,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% โดยการค้าชายแดนกับมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 25.38% กัมพูชา เพิ่ม 8.85% สปป.ลาว เพิ่ม 23.93% เมียนมา เพิ่ม 16.23% ส่วนการค้าผ่านแดน จีน เพิ่ม 100.12% สิงคโปร์ เพิ่ม 63.67% และเวียดนาม ติดลบ 9.19% ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์จากโควิด-19 และการนำเข้ามีมูลค่า 56,505 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.34% ได้ดุลการค้ามูลค่า 34,628 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยอดรวม 8 เดือนปี 2564 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 1,118,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.18% เป็นการส่งออกมูลค่า 682,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.03% ถือว่าทำได้ดี เพราะปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะการค้าชายแดนและผ่านแดนจะทำได้มูลค่า 7.89-8.12 แสนล้านบาท ขยายตัว 3-6% ซึ่งจนถึงขณะนี้เกินเป้าหมายไปแล้วหลายเท่าตัว และจากนี้ไปจะทำตัวเลขให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้ส่งออกภาพรวมโตขึ้นได้อีก ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 436,176 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.74% เกินดุลการค้ามูลค่า 246,008 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวว่า ปัจจัยที่ช่วยให้การค้าชายแดนขยายตัวเพิ่มขึ้น มาจากความเชื่อมั่นต่อสินค้าไทย การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพื่อนบ้าน และการแก้ไขปัญหาเชิงรุก เช่น การแก้ไขปัญหาการติดขัดที่ด่านชายแดน ทำให้การส่งออกขยายตัวได้ต่อเนื่อง เช่น การส่งออกผ่านแดนไปจีนเป็นบวกมากถึง 100.12% และในการส่งออกนี้ เป็นผลไม้ถึง 60% มูลค่า 14,700 ล้านบาท บวกถึง 217.4% เป็นทุเรียนมีมูลค่า 11,000 ล้านบาท มังคุด 3,157 ล้านบาท และลำไย 421 ล้านบาท เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลจากการเร่งรัดให้มีการเปิดด่านชายแดน ทำให้ปัจจุบันเปิดได้แล้ว 46 ด่าน จากที่มีอยู่ทั้งหมด 97 ด่าน ทำให้การค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัวดีขึ้น และได้มีนโยบายเร่งรัดการเปิดด่านเพิ่มเติมอีก โดยเฉพาะสปป.ลาว มาเลเซียและกัมพูชา เพื่อให้การค้าชายแดนและผ่านแดนขยายตัวมากกว่านี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยด่านเป้าหมายระหว่างไทยกับสปป.ลาว ที่จะเปิดเพิ่มมี 7 ด่าน ได้มอบให้กรมการค้าต่างประเทศประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมี 6 จังหวัด ใน 7 ด่านนี้ คือ เชียงราย เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร และอุบลราชธานี และประชุมเสร็จสิ้นแล้วมีการจัดทำแผนการเปิดด่านส่งให้ สปป.ลาว พิจารณา รอคำตอบจาก สปป.ลาว หวังว่าจะมีความคืบหน้าโดยเร็ว และด่านไทยกับมาเลเซีย เร่งรัดการเปิดด่านเพิ่มอีก 2 ด่าน ที่จังหวัดนราธิวาส คือ ตากใบ กับบูเก๊ะตา ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์เร่งรัดติดตามกับทางการมาเลเซีย โดยไทยพร้อมที่จะเปิดในวันที่ 15 ต.ค.2564 แต่รอคำตอบจากมาเลเซียอีกครั้งหนึ่ง ส่วนด่านกัมพูชา อยากเห็นการเร่งรัดการเปิดบ้านหนองเอี่ยน ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชา เห็นตรงกันที่จะให้เปิดด่าน จะมีการเร่งรัดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118299</URL_LINK>
                <HASHTAG>)กระทรวงพาณิชย์, ค้าชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61551dc7770e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดน 4 เดือนยอดพุ่งเติบโต 26%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขการค้าชายแดนและผ่านแดน ในช่วง 4 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-เม.ย.) สามารถทำเงินเข้าประเทศได้มูลค่า 526,220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.24% แยกเป็นการค้าชายแดน มูลค่า 295,381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.78% โดยมาเลเซีย เพิ่ม 52.87% สปป.ลาว เพิ่ม 13.49% เมียนมา เพิ่ม 0.002% และกัมพูชา ลด 4.5% และการค้าผ่านแดน มูลค่า 230,839 ล้านบาท เพิ่ม 41.93% โดยจีน เพิ่ม 54.25% สิงค์โปร์ เพิ่ม 34.57% และเวียดนาม เพิ่ม 22.47%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าสำคัญที่ส่งออกไปมาเลเซีย เช่น ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว เช่น ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป น้ำมันดีเซล และรถยนต์นั่ง กัมพูชา เช่น เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เมียนมา เช่น เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล เครื่องเทศและสมุนไพร ส่วนสินค้าส่งไปจีน เช่น ผลไม้ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ สิงคโปร์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า เวียดนาม เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้าชายแดนและผ่านแดนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและทำงานอย่างหนักระหว่างกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ในรูปของ กรอ.พาณิชย์ ทั้งการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่ติดขัด การแก้ไขปัญหาด้านการขนส่ง การเร่งรัดเปิดด่าน ทำให้เราสามารถผลักดันการค้าชายแดน การค้าผ่านแดน จนทำตัวเลขการส่งออกในภาพรวมเป็นบวกในช่วงวิกฤติโควิด-19 เพราะการค้าชายแดน การค้าผ่านแดน ก็เป็นส่วนหนึ่งในตัวเลขส่งออกรวมของประเทศ&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดการเปิดด่านชายแดนให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีด่านทั้งสิ้น 97 ด่าน ปิดอยู่ 51 ด่าน เปิดเพียง 46 ด่าน ซึ่งในระยะเวลาอันใกล้นี้ จะผลักดันให้มีการเปิดด่านที่คิดว่าจำเป็นสำหรับการส่งออกสินค้า มีเป้าหมายที่ตั้งไว้ 9 ด่าน ได้แก่ 1.ด่านแม่สาย จ.เชียงราย 2.ด่านบ้านแจมป๋อง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย 3.เชียงคาน จ.เลย 4.ด่านบ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย 5.ด่านท่าเรือหนองคาย 6.ด่านท่าเทียบเรือนครพนม 7.ด่านท่าเทียบเรือมุกดาหาร 8.ด่านบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี และ 9.ด่านบ้านท่าเส้น อ.เมือง จ.ตราด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหามาเลเซียล็อกดาวน์ มีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยบ้าง เช่น ปัญหาเรื่องพริกเขียว ที่ส่งออกไปไม่ได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปช่วยเหลือแล้ว แต่ในภาพรวมการค้าชายแดนยังทำได้ดี และเมียนมา ที่ปัจจุบันมีปัญหาทางการเมืองในประเทศ การค้าชายแดน ที่เคยกระทบในช่วงแรก แต่ปัจจุบันได้กลับมาทรงตัว ส่วนปัญหาเรื่องการห้ามนำเข้าเครื่องดื่ม ไทยยังส่งออกได้ตามเงื่อนไขที่เมียนมากำหนด คือ ทางเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯ ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน และประเมินว่าการค้าชายแดนและผ่านแดนในปี 2564 จะทำได้มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3-6% และแค่ 4 เดือน ก็ขยายตัวสูงถึง 26.24% ถือว่าเกินเป้าไปมาก โดยยังไม่มีการปรับเป้า แต่จะทำตัวเลขให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งจะเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าชายแดนที่มีอยู่และเร่งรัดการเปิดด่านเป้าหมาย ซึ่งได้มีการประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดที่มีด่านตั้งอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบัน มีด่านที่เปิดแล้วทั้งสิ้น 46 ด่าน จากทั้งหมด 97 ด่าน แยกเป็น เมียนมา 11 ด่าน จาก 21 ด่าน สปป.ลาว 14 ด่าน จาก 49 ด่าน กัมพูชา 12 ด่าน จาก 158 ด่าน และมาเลเซีย 9 ด่าน เปิดทั้งหมด โดยในส่วนของมาเลเซีย ที่มีการล็อกดาวน์ แต่ไม่มีการปิดด่าน การค้าชายแดนยังคงทำได้ปกติ และหากในระยะต่อไป สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย กรมฯ จะเดินหน้าผลักดันให้มีการเปิดด่านทั้งหมดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104914</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 เดือนแรก, กระทรวงพาณิชย์, ค้าชายแดน, ยอดขายพุ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087e6ea537f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จุรินทร์สั่งเจรจาด่วนหลัง&#039;เมียนมา&#039;ประกาศห้ามนำสินค้าเครื่องดื่มไทยผ่านด่านทางบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนรับมือเมียนมางดการนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มชั่วคราว ว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ประจำเมียนมาว่าในวันที่ 1 พ.ค.2564 อาจจะมีคำสั่งเรื่องสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม ที่เมียนมาอาจระงับไม่ให้นำเข้าผ่านด่านทางบก แต่ให้ส่งออกผ่านด่านทางเรือ ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมการค้าต่างประเทศ เร่งดำเนินการเจรจา โดยจะมีการนัดหารือกับอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศของเมียนมา เพื่อถามถึงสาเหตุและหนทางในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และเมื่อได้หารือกันแล้วจะแจ้งข้อเท็จจริง รวมทั้งความคืบหน้าในการหาทางออกร่วมกันต่อไป

&amp;ldquo;การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ยังเดินหน้าต่อไปได้ แต่เรื่องนี้ เป็นกรณีเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และนมเปรี้ยว เป็นต้น โดยไทยส่งออกไปยังเมียนมาปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยหากเป็นไปตามที่เมียนมาจะดำเนินการ จะกระทบทำให้ไทยต้องไปส่งทางเรือ มีต้นทุนการขนส่งมากขึ้นแทนที่ไปส่งทางบก ซึ่งที่ผ่านมา ไทยส่งผ่านด่านใหญ่ 3 ด่าน คือ 1.แม่สอด 2.แม่สาย 3.ระนอง&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เมียนมา แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2564 เป็นต้นไป รัฐบาลเมียนมาประกาศห้ามนำเข้าสินค้า 5 รายการ ผ่านด่านการค้าชายแดนระหว่างประเทศทางบก โดยให้นำเข้าทางเรือแทน ได้แก่ เครื่องดื่มทุกประเภท เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ และชา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กาแฟสำเร็จรูป&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นมข้นหวาน และนมข้นจืด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับสาเหตุที่จะมีการห้ามนำเข้า เพราะในช่วง 2 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) เมียนมานำเข้าสินค้าดังกล่าวจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งยังขาดดุลการค้ากับไทยจำนวนมาก โดยนำเข้าเครื่องดื่มจากไทยมากถึง 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการที่ชาวเมียนมาต่อต้านสินค้าของบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพ จึงหันมานำเข้าจากไทยแทน และปัจจุบัน เมียนมายังมีปัญหาขาดดุลการค้ากับไทย รัฐบาลต้องการแก้ปัญหานี้ จึงได้ออกประกาศห้ามนำเข้าทางบก และให้นำเข้าทางเรือแทน

สำหรับเป้าหมายในการหารือกับเมียนมา ไทยจะขอให้เมียนมาทบทวนการออกประกาศดังกล่าว และย้ำให้เห็นว่า การขาดดุลการค้า ไม่ได้มาจากเมียนมานำเข้าสินค้าจากไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ไทยก็นำเข้าสินค้าจากเมียนมาเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมา ตัวเลขนำเข้าน้อย เพราะการขนส่งในเมียนมาไม่คล่องตัว จากเหตุการณ์ความไม่สงบ จึงส่งออกมาไทยได้น้อย โดยหวังว่าเมียนมาจะเข้าใจเหตุผลของไทย และยอมทบทวนการออกประกาศดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าชายแดน, ค้าชายแดนไทย-เมียนมา, ตลาดเครื่องดื่มอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f813c97e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดนฟื้น 2 เดือนค้าขายเพิ่ม 18.6% ขยับเปิดด่านเพิ่ม 6 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเปิดทำการจุดผ่านแดน เพื่อการขนส่งสินค้า ณ วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เม.ย.2564&amp;nbsp;ว่า ไทยเปิดทำการจุดผ่านแดนเพื่อการขนส่งสินค้าทั้งสิ้น&amp;nbsp;46&amp;nbsp;แห่ง จากที่มีอยู่ 97 แห่งทั่วประเทศ โดยเพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนก.พ.2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง ประกอบด้วยด้านชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดตราด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านมะม่วง และด้านชายแดนไทย-เมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง คือ 1.จุดผ่อนปรนการค้าห้วยต้นนุ่น 2.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านเสาหิน 3.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ 4.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านห้วยผึ้ง และ 5.จุดผ่อนปรนการค้าบ้านน้ำเพียงดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านและทำให้ยอดการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมา จากการติดตามพบว่ายังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ประกอบการไทยยังคงสามารถทำการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนไทย-เมียนมาได้ตามปกติ

นอกจากนี้ ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เม.ย.2564&amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าในการยกระดับช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้นเป็นจุดผ่านแดนถาวร เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้าขายกับกัมพูชา พร้อมทั้งจัดประชุมร่วมภาครัฐและภาคเอกชนภาคตะวันออก เพื่อรับฟังปัญหาและหาทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย

สำหรับสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ซึ่งมีตัวเลขล่าสุด 2 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.พ.) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;242,641&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;18.60%&amp;nbsp;เป็นการส่งออก&amp;nbsp;141,092&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;19.64%&amp;nbsp;และนำเข้า&amp;nbsp;101,549&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;17.18%&amp;nbsp;ได้ดุลการค้า&amp;nbsp;39,543&amp;nbsp;ล้านบาท

ทั้งนี้ หากแยกเฉพาะการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา) มีมูลค่า&amp;nbsp;140,724&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;4.06%&amp;nbsp;โดยมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;91,959&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;13.17%&amp;nbsp;รองลงมาคือ สปป.ลาว มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;91,576&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;51.95%&amp;nbsp;กัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;30,811&amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง&amp;nbsp;4.80%&amp;nbsp;และเมียนมา มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;28,294&amp;nbsp;ล้านบาท ลดลง&amp;nbsp;7.85%&amp;nbsp;โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล รถยนต์นั่ง และน้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ กัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เมียนมา ได้แก่ น้ำมันดีเซล เครื่องเทศและสมุนไพร และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

&amp;nbsp;ด้านการค้าผ่านแดนประเทศเพื่อนบ้านไปตลาดจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ มีมูลค่ารวม&amp;nbsp;101,917&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;46.93%&amp;nbsp;โดยจีนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;42,270&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;66.44%&amp;nbsp;รองลงมา คือ สิงคโปร์ มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;16,295&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;13.61%&amp;nbsp;เวียดนาม มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,064&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;42.44%&amp;nbsp;และประเทศอื่นๆ มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;33,287&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;47.56%&amp;nbsp;โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยาง สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด และสินค้าปศุสัตว์อื่นๆ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ecbc8baf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดด่านหนุนค้าชายแดนกระเตื้อง 6เดือนมูลค่า 6แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ในช่วงครึ่งปี 2563 (ม.ค.-มิ.ย.) ว่า มีมูลค่ารวม 627,480 ล้านบาท ลดลง 9.18% แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 365,207 ล้านบาท ลดลง 8.60% และนำเข้ามูลค่า 262,273 ล้านบาท ลดลง 9.98% เกินดุลการค้า 102,935 ล้านบาท แต่มูลค่าการค้าชายแดนดังกล่าว ถือว่าทำได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่า 415,241 ล้านบาท ช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ขึ้นมาอยู่ที่มูลค่า 524,357 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการที่ไทยพยามยามเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านให้เปิดการค้ามากขึ้น หลังปิดด่านจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ไทยเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านให้ผ่อนผันการเปิดด่านการค้า เฉพาะการส่งออก-นำเข้าสินค้า ตามที่ภาคเอกชนเรียกร้อง เพื่อให้การค้าระหว่างกันคล่องตัวมากขึ้น และสินค้าไม่ขาดแคลน ทำให้มีการทยอยเปิดด่านอย่างต่อเนื่อง และผลักดันมูลค่าการค้าขายแดนและผ่านแดนเพิ่มขึ้น คาดว่า เดือนต่อๆ ไป มูลค่าจะเพิ่มขึ้นอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยและประเทศเพื่อนบ้านเปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่านแดนชั่วคราว จุดผ่อนปรนการค้าและการท่องเที่ยว และจุดผ่อนปรนพิเศษระหว่างกันแล้ว 40 จุด จากเดือนพ.ค.2563 ที่เปิดได้ 37 จุด จากทั้งหมด 97 จุด โดยเป็นจุดผ่านแดนไทยกับสปป.ลาว 13 จุด จาก 13 จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เมียนมา 9 จุด จาก 21 จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กัมพูชา 9 จุด จาก 18 จุด และมาเลเซีย 9 จุด จาก 9 จุด

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ เดินหน้าเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านให้ทยอยเปิดด่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนการค้าสินค้าผ่านแดนของไทยไปยังเวียดนาม และจีนตอนใต้ มีเส้นทางที่สินค้าไทยผ่าน 23 เส้นทาง แต่ไทยได้เจรจาให้เวียดนาม และจีนเปิดเส้นทางเพื่อขนส่งสินค้าจากไทยแล้ว 19 เส้นทาง เช่น เส้นทาง&amp;nbsp;R8 บึงกาฬ, R9 มุกดาหาร, R12 นครพนม เป็นต้น&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยจะเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าการค้าทั้งปีไม่น่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ปรับลดลงจากก่อนหน้านี้ที่ 1.5 ล้านล้านบาท เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจ และการค้าโลก ยังคงชะลอตัวจากผลกระทบของโควิด-19 แต่มีความเป็นไปได้ที่จะทำได้มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ คือ มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ในช่วง 6 เดือน พบว่า มาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มีมูลค่าการค้ารวม 109,401 ล้านบาท ลดลง 26.81% รองลงมา คือ สปป.ลาว 92,285 ล้านบาท ลดลง 7.09%&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เมียนมา 86,744 ล้านบาท ลดลง 13.65% แต่กัมพูชา 82,023 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.27% โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สปป.ลาว ได้แก่ น้ำมันดีเซล สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ และสินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เมียนมา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำมันดีเซล และปูนซีเมนต์ และกัมพูชา ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สินค้าปศุสัตว์ และรถยนต์นั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่มูลค่าการค้าผ่านแดนไปยังจีน สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่น พบว่า จีน มีมูลค่าการค้าสูงสุด 109,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.00% ตามด้วยสิงคโปร์ 41,694 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.70%,&amp;nbsp;เวียดนาม 29,900 ล้านบาท ลดลง 23.89% และประเทศอื่นๆ 75,537 ล้านบาท ลดลง 16.78% สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน ได้แก่ ผลไม้สด เครื่องคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน และยางพารา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องยนต์สันดาป เครื่องคอมพิวเตอร์ และแผงวงจรไฟฟ้า และเวียดนาม ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74775</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ รัชโน, ค้าชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0805a7de1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้าชายแดนวูบหนักมูลค่าซื้อขายหดกว่า10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยเดือนม.ค.2563 มีมูลค่ารวม 86,070 ล้านบาท ลดลง 10.76% เป็นการส่งออก 59,501 ล้านบาท ลดลง 9.44% และนำเข้า 26,569 ล้านบาท ลดลง 13.57% เกินดุลการค้า 32,932 ล้านบาท โดยมาเลเซียเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่ง มูลค่า 31,024 ล้านบาท ลดลง 16.39% รองลงมาคือ สปป.ลาว มูลค่า 24,060 ล้านบาท ลดลง 10.79% กัมพูชา มูลค่า 16,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.81% และเมียนมา มูลค่า 14,203 ล้านบาท ลดลง 15.47% และในจำนวนนี้จากการค้าขายแดนเป็นการค้าผ่านแดนต่อไปยังจีนตอนใต้ มูลค่า 15,081 ล้านบาท ลดลง 1.09% รองลงมา คือ สิงคโปร์ มูลค่า 6,178 ล้านบาท เพิ่ม 3.33% และเวียดนาม มูลค่า 3,965 ล้านบาท ลดลง 53.13%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การค้าชายแดนที่ลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การค้า การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ จากการที่คนไม่เดินทาง การค้าขายก็ชะลอตัว โดยเฉพาะการค้าผ่านแดนไปถึงจีนตอนใต้ ที่เริ่มได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็ยังลดลงไม่มาก ซึ่งต้องจับตาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติกล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นและผลักดันการค้าชายแดน กรมฯ มีแผนที่จะจัดมหกรรมการค้าชายแดนอีกในหลายจังหวัด เช่น สระแก้ว เชียงราย นครพนม ตาก และยะลา เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน และจะใช้โอกาสนี้ จัดประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนตามด่านชายแดนของไทย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกไทย ทำให้เกิดความคล่องตัวและสนับสนุนการค้าของภาคเอกชนในการทำการค้าชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายการค้าชายแดน จะเสนอให้คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาในเดือนมี.ค.2563 เพื่อกำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะเป้าเดิมกำหนดให้ขยายตัวปีละ 15% เริ่มจากปี 2561-63 เป็นไปได้ยาก และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ปรับตัวเลขการเก็บสถิติการค้าชายแดนใหม่ให้สอดคล้องกับตัวเลขของกรมศุลกากร โดยนับตัวเลขการค้าที่ออกจากชายแดนออกไปเป็นการค้าชายแดนและผ่านแดน จากเดิมที่นับแยก เพราะตามปกติของการค้า บางประเทศซื้อสินค้าจากไทยแล้ว ก็นำไปส่งออกต่อ เช่น เดือนม.ค.2563 ไทยส่งออกไปสปป.ลาว 24,060 ซึ่งในจำนวนนี้ อาจจะส่งต่อไปจีน 30% หรือกัมพูชา ซื้อจากไทยแล้ว นำไปส่งออกต่อไปจีนหรือเวียดนาม ดังนั้น หากนับตัวเลขซ้ำซ้อน ก็จะทำให้ตัวเลขรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนสูงเกินจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58411</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, กีรติ รัชโน, ค้าชายแดน, สถิติการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยเดือนม.ค.2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0805a7de1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยมอเตอร์เวย์เชื่อมไทย-มาเลย์ 5.7 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคมลุยมอเตอร์เวย์เชื่อมไทย-มาเลย์ งบ 5.7 หมื่นล้านบาทเล็งเปิดประมูล PPP ต้นปี 62 ส่งเสริมการค้าชายแดน 3.2 แสนล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.61-อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายในงานสัมมนาเพื่อประเมินความสนใจของภาคเอกชน (Market Sounding) ว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายหาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลเซียนั้นมี วงเงินโครงการ 57,022 ล้านบาทแบ่งเป็นวงเงินลงทุนก่อสร้าง 37,399 ล้านบาท ประกอบด้วย งานทางและโครงสร้าง 27,424 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 6,974 ล้านบาท งานระบบ 2,856 ล้านบาท ค่าลงทุนระยะเริ่มต้น 145 ล้านบาท ขณะที่วงเงินค่าบริหารและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) อยู่ที่ 19,623 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าผ่านทางนั้นจะคิดค่าแรกเข้า 10 บาท และคิดตามระยะทาง 1.25 บาทต่อกิโลเมตร เมื่อรวมตลอดเส้นทางทั้งเส้นจะมีอัตราค่าผ่านทางรวม 88 บาท อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเร่งให้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการพีพีพีและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในปีนี้ ก่อนเปิดประกวดราคาในช่วงไตรมาสแรกของปี 62 ก่อนลงนามสัญญาและก่อสร้างช่วงกลางปี 62 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปีเพื่อเปิดให้บริการตามแผนในปี 65-66&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ควบคู่ไปกับเพิ่มมูลค่าการค้าด่านชายแดนไทย-มาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ(Special Economic Zone : SEZ) ที่มียอดการค้าเกือบ 3.2 แสนล้านต่อปีได้แก่ด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งถือว่าเป็นด่านชายแดนที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดในประเทศ ทั้งยังสามารถลดต้นทุนการขนส่งและระยะเวลาเดินทางได้เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดด้วยการออกแบบมอเตอร์เวย์ระบบปิด จากเดิม 90 นาทีเหลือเพียงไม่ถึง 60 นาที นับว่าเป็นเส้นทางสายใหม่ที่จะกลายมาเป็นเส้นทางสายหลักส่งเสริมการค้าชายแดนและลดปัญหาจราจรแออัดบริเวณด่านชายแดน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7842</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ค้าชายแดน, มอเตอร์เวย์, อาคม, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92aa60068a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
