<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> หวั่นหลบหนียุ่งพยาน ค้านประกัน‘ประสิทธิ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เหยื่อ &amp;ldquo;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;rdquo; สุดทน ร้องศาลอาญาไม่ให้ประกัน &amp;ldquo;ประสิทธิ์-กิตติศักดิ์&amp;rdquo; หวั่นหลบหนี-ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน นอกจากนี้ทั้ง 2 คนยังมีเครือข่ายกับบุคคลมีสี และผู้มีอำนาจด้วยเตรียมทำเรื่องยื่น ผบ.ทบ. หมอทหารหญิงเอี่ยวด้วย โวยคดีอยู่กับ &amp;ldquo;ดีเอสไอ&amp;rdquo; 4 เดือน ทุกวันนี้ยังไม่คืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 11 ส.ค.2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสมิษฐ์ มหาปิยศิลป์ อายุ 56 ปี พร้อมกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนกับบริษัท เอ็มกรุ๊ป และเครือข่ายของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานบริษัท เหนือโลก จำกัด ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เดินทางมายื่นหนังสือถึง นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอคัดค้านการให้ประกันตัว นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก และนายกิตติศักดิ์ เย็นนานนท์ รองประธานฯ จำเลยคดีฉ้อโกงประชาชน มูลค่ากว่าพันล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมิษฐ์กล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ยื่นขอคัดค้านการประกันตัวนายประสิทธิ์กับนายกิตติศักดิ์ เพราะหากทั้ง 2 ได้รับการประกันตัว มีโอกาสที่จะหลบหนี เนื่องจากมูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท รวมถึงคดีมีอัตราโทษสูง ทั้ง 2 อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานต่างๆ ได้ และเคยข่มขู่พยาน ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทที่จะมาเป็นพยานให้กับผู้เสียหาย โดยใช้วาจาหยาบคาย ซึ่งตนมีคลิปประกอบด้วย นอกจากนี้ทั้ง 2 คนยังมีเครือข่ายกับบุคคลมีสีและผู้มีอำนาจด้วย มีพฤติกรรมเข้าข่ายฟอกเงิน ฉ้อโกงประชาชนชัดเจน หากได้รับการประกันตัวมีโอกาสหลบหนี โยกย้าย ถ่ายเททรัพย์สิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และตามอายัดทรัพย์ รวมทั้งพบพยานหลักฐานว่านายประสิทธิ์มีพฤติกรรมฟอกเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท โดยซื้อหุ้นใหญ่ใน บมจ.พุทธธรรมประกันภัย ใส่ชื่อ พ.ต.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข หนึ่งในจำเลย ซึ่งทางเราจะสอบถามไปยัง ผบ.ทบ.และได้โอนขายหุ้นเป็นเงิน 80 ล้านบาท&amp;nbsp; กลับเข้าบริษัท เข้าข่ายฟอกเงินอย่างชัดเจน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกเราทนไม่ไหวแล้ว เสียหายมากมาย เดือดร้อนเหลือเกิน เขาจะอยู่อย่างสบายกันไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ผมจะทำเรื่องถึง ผบ.ทบ.ด้วย จึงขออย่าให้เขาได้ออกมา เพราะขณะนี้ ปปง.และตำรวจกำลังตามยึดและอายัดทรัพย์พวกเขาอยู่ หากเขาออกมาได้จะสามารถเปลี่ยนแปลง หรือยักย้ายถ่ายเท เขาจะออกมาบัญชาการอะไรบางอย่าง ขณะนี้มีเงินที่เขาซุกซ่อนไม่ต่ำว่า 2-3 พันล้านบาท รวมทองคำแท่ง มีการเคลื่อนย้ายออกนอกประเทศแล้ว ขอให้คดีนี้เป็นตัวอย่างของประเทศไทย จับแล้วต้องอายัดทรัพย์เลย ไม่ใช่ให้เรารอ เพราะเรื่องอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 4 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าอะไร พวกเรามีความกังวลมาก เพราะเรามีคลิปหลักฐานที่เขาคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบางคนว่าสามารถช่วยเหลือได้ ครั้งนี้จะเป็นการแสดง และพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่แท้จริงมีจริง&amp;rdquo; นายสมิษฐ์กล่าวตอนท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2564 พนักงานอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร 2 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประสิทธิ์ กับพวกรวม 9 ราย เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีช่วงระหว่างวันที่ 27 พ.ย.2563 ถึงวันที่ 18 เม.ย.2564 ต่อเนื่องกัน พวกจำเลยได้บังอาจร่วมกัน และแยกกันกระทำผิดต่อกฎหมาย เป็นความผิดหลายบทหลายกรรมต่างกัน โดยการหลอกลวง และแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ด้วยการโฆษณาประกาศ แพร่ข่าว ข้อความ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชน และบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปในสื่อสังคมออนไลน์ให้มาร่วมลงทุนกับพวกจำเลยในธุรกิจค้าทองคำสินค้าแบรนด์เนม โดยการซื้อ ขาย ฝากขาย ให้เช่า และบำรุงรักษาทำความสะอาดสินค้ากระเป๋าแบรนด์เนม อาทิ เช่น หลุยส์ วิตตอง, ชาแนล, แอร์เมส, กุชชี&amp;nbsp; เป็นต้น มีลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 ในเว็ปไซต์ www.crabybrandname.com โดยจำเลยจะจ่ายหรืออาจจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ คิดเป็นอัตราร้อยละ 40.15 ถึงร้อยละ 51.1 ต่อปี ซึ่งเป็นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินกำหนด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นการกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินกู้ให้กู้ยืมของสถาบันการเงินจะพึงจ่ายได้ในช่วงดังกล่าว ซึ่งอยู่ที่อัตราร้อยละ 3.25ต่อปี ตาม พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลประทับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำ อ.1842/2564 และได้สอบคำให้การแล้ว โดยจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 20 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนายประสิทธิ์ และนายกิตติศักดิ์ จำเลยสำคัญในคดีขณะนี้ ทั้ง 2 ยังคงถูกคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว สำหรับจำเลยคนอื่นๆ ได้รับการประกันตัวจากศาล โดยติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้า (EM)&amp;nbsp; รวมทั้งปฏิบัติเงื่อนไขการประกันอย่างเคร่งครัด อาทิ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามออกนอกพื้นที่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกครั้งตามนัด. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112999</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านประกัน, ดีเอสไอ, ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวั่นหลบหนียุ่งพยาน, เครือข่ายกับบุคคลมีสี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113b5ce51cbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>31แกนนำเฮ ได้ประกันตัว ม็อบ7สค.แรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตร.ยื่นฝากขัง 2 สำนวน 31 ผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้า บช.ปส. ค้านประกัน &amp;quot;ไผ่ ดาวดิน&amp;quot; หวั่นหลบหนี ม็อบยื่นประกันตัว &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุมัติเห็นโทษไม่สูง ตีราคาประกันคนละ 1 แสนบาท พร้อมห้ามทำผิดแบบซ้ำ &amp;quot;ศปปส.&amp;quot; ยื่นศาลถอนประกันผู้ต้องหาคดี 112 &amp;quot;รำลึก 1 ปีม็อบแฮร์รีพอตเตอร์&amp;quot; คึก &amp;quot;ทนายอานนท์&amp;quot; ขู่ชุมนุม 17 ส.ค. ตำรวจสลายม็อบมีตอบโต้แน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 3 ส.ค. พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยื่นคำร้องฝากขังผ่านจอภาพครั้งเเรกคดีนายจิตริน พลาก้าน กับพวกรวม 29 คน (มีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาที่ 27) ในความผิดฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เป็นเวลา 12 วันนับตั้งเเต่วันที่ 3-14 ส.ค.64 เนื่องจากยังต้องสอบพยาน 6 ปาก เเละรอผลตรวจสอบรายนิ้วมือ ประวัติต้องโทษผู้ต้องหาจึงขออำนาจศาลฝากขัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาที่เข้าร่วมชุมนุมคาร์ม็อบ ซึ่งมาร่วมชุมนุมเพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี นำมาควบคุมไว้ที่ บช.ปส. ต่อมาวันที่ 2 ส.ค.64 มีกลุ่มของผู้ต้องหาได้นัดรวมตัวกันที่หน้า บช.ปส. เพื่อมาชุมนุมและข่มขู่กดดันพนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บช.ปส. ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องขอผัดฟ้องฝากขังต่อศาล จากนั้นศาลได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกันไปแล้ว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ยังคงชุมนุมกดดันพนักงานสอบสวนให้คืนรถบรรทุก 6 ล้อ และเครื่องขยายเสียงซึ่งเป็นของกลางในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามที่จะเข้าไปใน บช.ปส. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประกาศและสั่งให้ผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยุติการชุมนุม จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำสีที่เตรียมมาสาดใส่รั้วประตูของ บช.ปส. และจะเข้าไปเอาของกลางดังกล่าว ตำรวจจึงได้จับกุมตัวนำไปที่ บก.ตชด.ภาค 1 แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ทราบ โดยผู้ต้องหาทั้ง 29 คนให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยท้ายคำร้องระบุว่า หากนายจตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับมีพฤติการณ์ที่จะกระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ อีกทั้งผู้ต้องหามีแนวโน้มที่จะกระทำความผิดในลักษณะเดิมต่อไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ยังได้ยื่นฝากขังผ่านจอภาพผู้ต้องหาหญิงอีก 2 คน คือ น.ส.ชนาภา สิทธินววิช อายุ 24 ปี เเละ น.ส.รุ่งฤดี แก่งดาภา อายุ 20 ปี ในคดีการชุมนุมวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้ต้องหาทั้งหมดยื่นขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโทษที่ถูกกล่าวหาไม่สูงมากนัก ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะไม่หลบหนี จึงอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนตีราคาหลักประกันคนละ 1 แสนบาท แต่เพื่อป้องกันภยันอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาห้ามก่อความวุ่นวายหรือกระทำกิจกรรมในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ มิฉะนั้นจะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากมีพฤติการณ์พิเศษ และป้องกันไม่ให้หลบหนี ทำสัญญาประกัน งดหมายขัง ตรวจคืนหลักประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน หรือ ศปปส. นำโดยนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว ตัวแทน ศปปส. เดินทางมายื่นหนังสือและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอให้พิจารณาถึงพฤติกรรมการกระทำผิด (ซ้ำ) ของกลุ่มผู้ต้องหามาตรา 112 ซึ่งเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ และหรือถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าผิดเงื่อนไขการประกันตัว ก็ร้องขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัว ทั้ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชีวารัก​ษ์ หรือเพนกวิน, นายอานนท์ นำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กรณีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ หลังยุติกิจกรรมคาร์ม็อบ เมื่อ 1 ส.ค. โดยเรียกร้องให้ตำรวจยุติการใช้ความรุนแรงทุกกรณี เลิกใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูง และมาอยู่เคียงข้างประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 15.00 น. บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน ในวาระครบรอบ 1 ปีการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) จัดกิจกรรมชุมนุมเพื่อรำลึกถึงการชุมนุมม็อบแฮร์รีพอตเตอร์ มีนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ กลุ่ม ROOT ซึ่งเป็น 2 ผู้ปราศรัยสำคัญในม็อบแฮร์รีพอตเตอร์เมื่อปี 2563 ร่วมด้วย โดยมีการปราศรัย บรรเลงดนตรี และร่วมจุดเทียนรำลึกถึงผู้สูญเสียจากการบริหารจัดการของรัฐบาลภายใต้สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาอ่านประกาศห้ามทำกิจกรรมรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน ในพื้นที่ที่มีประกาศ หรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตาม 1.พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2.พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ อาจจะเข้า ข่ายเป็นความผิดฐานร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค อย่างไรก็ดี ตัวแทนผู้จัดการชุมนุมมอบเอกสารชี้แจงการทำกิจกรรมและความเป็นมาของตัวละครในนิยายแฮร์รีพอตเตอร์ ท่ามกลางเสียงโห่ไล่ของผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้จะพูดถึง 1 ปีที่ผ่านมา และก้าวต่อไปคงไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาไปมากกว่าเดิม เพราะทุกอย่างได้ทะลุเพดานไปแล้ว จะเป็นการทบทวนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่เราเสนอไปและสิ่งที่เราได้รับกลับมาจากการเสนอการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะนี้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้วและจะมั่นคงมากขึ้น เพดานสันติวิธีก็จะขยับขึ้นด้วย การพูดถึงปัญหาที่แท้จริงทำให้เราได้รับแนวร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พิสูจน์ได้จากเวทีที่มีการพูดถึงการเมืองทั่วไปจะไม่ค่อยมีคนเข้าร่วม ถ้าพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีผู้เข้ารับฟังจำนวนมาก ถ้าไม่พูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์คนเข้าร่วมจะน้อยพิสูจน์มาแล้ว แน่ใจว่าเราเดินมาถูกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ยังกล่าวถึงการนัดชุมนุมวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า จะเกิดความรุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐตั้งใจทำให้เกิด พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ภาพของการชุมนุมเป็นการใช้ความรุนแรง แต่เราจะใช้การชุมนุมแบบสันติวิธี และยืนยันว่าเพดานสันติวิธีของเรามันมีเพดานอยู่ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้ความรุนแรง ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภาพที่เห็นตอนนี้คือตำรวจใช้อาวุธในการสลายการชุมนุม ใช้แก๊สน้ำตาที่มีสารพิษยิงมาใส่ผู้ชุมนุมเป็นการใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นได้อย่างชัดเจน ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นเราเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเลือกใช้ความรุนแรง ถ้าไม่มีการขัดขวางการชุมนุม การชุมนุมไม่มีการเกิดความรุนแรง เพราะเราจะใช้การชุมนุมแบบเชิงสัญลักษณ์ แต่ถ้าตำรวจใช้ความรุนแรงกับพวกเรา การชุมนุมแบบสันติวิธีก็จะขยับขึ้น อาวุธความรุนแรงที่ยังไม่ได้ใช้คือปลาร้า ไข่เน่า เพดานยังมีอีกเยอะ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่&amp;quot; นายอานนท์ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านประกัน, ทนายอานนท์, ผู้ต้องหาคดีชุมนุมหน้า บช.ปส, ยื่นฝากขัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุมัติเห็นโทษไม่สูง, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61092c2a97d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบค้านประกันตัว&#039;ประสิทธิ์&#039; หวั่นหลบหนี-ยุ่งพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ&amp;nbsp; จารุปรัชญ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ.) เปิดเผยภายหลัง นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เข้ามอบตัวคดีฉ้อโกงประชาชนว่า ขั้นตอนการสอบปากคำนายประสิทธิ์ อยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะส่งฟ้องศาลได้วันนี้หรือไม่ เนื่องจากต้องรอความเห็นจากพล.ต.ต.สุวัฒน์ เเสงนุ่ม ผู้บังคับการปราบปราม ว่ายังมีประเด็นใดที่ยังต้องสืบสวนสอบสวนเชิงลึกหรือไม่ เพราะการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับของนายประสิทธิ์ ตำรวจมีอำนาจในการควบคุมตัว 48 ชั่วโมงอยู่เเล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวนยืนยันคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมากมูลค่าเสียหายจำนวนมาก ประกอบกับนายประสิทธิ์ถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เเละอาจจะหลบหนี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103184</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, คดีโกงพันล้าน, คืนคุณแผ่นดิน, ค้านประกัน, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a208eb0957d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำตัวฝากขัง ค้านประกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจคุมตัวบังหมัด ผู้ต้องหาข่มขืนฆ่า &amp;#39;น้องนิหน่า&amp;#39; นร.วัย 15 ปี ที่หาดใหญ่ไปชี้จุดที่ขับรถยนต์ชน จยย.เหยื่อก่อนฝากขัง! คัดค้านประกัน เจ้าตัวเปิดปากขอโทษครอบครัว ระบุถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่ลงมือ วางกำลังคุมเข้ม 24 ชั่วโมง หวั่นเครียดฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 2 มี.ค. ความคืบหน้าคดี น.ส.อริสรา จันตุลา หรือน้องนิหน่า อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ ถูกข่มขืนแล้วฆ่าชิงทรัพย์ นำรถจักรยานยนต์ทับร่างอำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ ทิ้งศพในคูน้ำกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งคดีนี้ตำรวจสามารถปิดคดีได้ภายในเวลา 26 ชั่วโมง จับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้คือ นายประถม เอียดขาว อายุ 49 ปี หรือ &amp;#39;บังหมัด กงหรา&amp;#39; ชาว ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมูลเหตุจูงใจต้องการที่จะข่มขืน หลังพบกันโดยบังเอิญขณะทั้งสองคนเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มน้ำมันก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร โดยนายประถมถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ถูกส่งตัวไปควบคุมที่ สภ.คลองหอยโข่ง ชั่วคราว แทนการคุมขังที่ สภ.บางกล่ำ พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันความวุ่นวายจากญาติพี่น้องผู้ตายที่ยังโกรธแค้นและอาจจะมารวมตัวที่โรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มี.ค. บรรยากาศที่ สภ.คลองหอยโข่ง ซึ่งนายประถมถูกนำไปควบคุมตัวอยู่ พบว่ามีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และต้องรายงานผู้บังคับบัญชาทุกชั่วโมง เนื่องจากผู้ต้องหามีอาการเครียดและไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน เกรงจะคิดสั้น และยังไม่มีญาติพี่น้องเดินทางมาเยี่ยมแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางกล่ำได้นำรถตู้ตำรวจมารับตัวนายประถมออกจาก สภ.คลองหอยโข่ง เดินทางกลับไปยัง สภ.บางกล่ำ เพื่อทำการสอบสวนอีกครั้ง ก่อนที่จะทำเรื่องฝากขังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันนี้ และคัดค้านการประกันตัว หากศาลไม่ให้ประกันตัวก็จะถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสงขลาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายประถมขณะถูกนำตัวออกจากห้องขัง สภ.คลองหอยโข่ง ซึ่งตอบเพียงสั้นๆ ว่าสำนึกผิดและยอมรับกรรม รับโทษกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป อยากขอโทษน้องนิหน่าและครอบครัว พร้อมกล่าวว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ในคืนนั้นจะไม่ทำแบบนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. ตำรวจ สภ.บางกล่ำได้นำตัวนายประถมส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดสงขลาทันที หลังจากที่ได้ยื่นเรื่องฝากขังกับศาลจังหวัดสงขลาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ผลัดแรก 12 วัน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว และไม่มีใครมายื่นประกันตัวในชั้นศาล จึงถูกนำตัวส่งเรือนจำจังหวัดสงขลาทันที และหลังจากนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมก็ยังคงรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ระหว่างการควบคุมตัวกลับไปยัง สภ.บางกล่ำ ตำรวจชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวน สภ.บางกล่ำได้นำตัวนายประถมไปชี้จุดเกิดเหตุ และถ่ายภาพเพื่อประกอบสำนวนคดีอีกครั้ง ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นความลับและทำอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะเป็นคดีที่สะเทือนขวัญและไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บางกล่ำมาก่อน และเมื่อถึง สภ.บางกล่ำได้นำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที โดยมี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ลงพื้นที่สอบสวนด้วยตัวเอง โดยถูกแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา คือ &amp;quot;ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร และฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้&amp;quot; ซึ่งมีอัตราโทษสูงถึงประหารชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายประถมถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.บางกล่ำ เพื่อรอนำตัวไปฝากขัง ปรากฏว่าได้มีญาติๆ ของน้องนิหน่าจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวได้เดินทางมายัง สภ.บางกล่ำ เพื่อที่จะดูหน้าผู้ต้องหา เนื่องจากยังคงโกรธแค้น แต่ตำรวจได้กันญาติเอาไว้และรีบพาตัวผู้ต้องหาขึ้นรถอย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืนแล้วฆ่าชิงทรัพย์, ค้านประกัน, นำตัวฝากขัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำพรางว่าเป็นอุบัติเหตุ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e360153942.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.คุมตัว&#039;ไมค์&#039;ฝากขังศาลอาญา2สำนวน ค้านประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม คุมตัว นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก หรือไมค์ แกนนำคณะราษฎร 2563 อายุ&amp;nbsp; 23&amp;nbsp; ปี ชาวจังหวัดระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา 2 สำนวน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญาเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 19-30 ต.ค. 2563 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น&amp;nbsp; ต้องทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา&amp;nbsp; มาประกอบสำนวนการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานยุยงปลกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เเละข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมฯ จากกรณีที่นายไมค์ ภานุพงศ์ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม&amp;nbsp; 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร&amp;nbsp; ในวันที่ 19 กันยายน 2563&amp;nbsp; เวลาประมาณ&amp;nbsp; 14.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่ท้องสนามหลวง&amp;nbsp; แขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนคร&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; จากนั้น นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันผลักดันประตูรั้ว ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จนแม่กุญแจที่ล็อกประตูรั้วของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; ท่าพระจันทร์ ได้รับความเสียหาย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสามารถเข้ามาภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้และมีการใช้รถเวทีปราศรัยเคลื่อนที่พร้อมด้วยเครื่องขยายเสียงในการปราศรัย และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งยังได้มีการตัดเหล็กแม่กุญแจของประตู ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ด้านท่าเรือท่าพระจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนยื่นฝากขังอีกสำนวนในความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, แก้ไข เปลี่ยนแปลง ต่อเติม ทำลายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเป็นหนังสือจากอธิบดีจากกรณีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 เวลาประมาณ 06.44 น. นายภาณุพงศ์&amp;nbsp; จาดนอก ผู้ต้องหาในคดีนี้พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการทำพิธีปักหมุดคณะราษฎร์โดยนำหมุดมาฝังลงบนพื้นที่ท้องสนามหลวง&amp;nbsp; อันเป็นการขุดเจาะ ทำลายพื้นบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นโบราณสถานเพื่อใช้ในการประกอบพิธีฯ ทำให้พื้นปูนในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นของกรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงินจำนวน 16,781.62 บาท&amp;nbsp; ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายภาณุพงศ์กับพวกตามกฎหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาทั้ง 2 สำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะไปชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองในลักษณะเดิมเหมือนที่ผ่านมา และผู้ต้องหาอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดีและหลายท้องที่ ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากให้ประกันตัวไป&amp;nbsp; เกรงว่าผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้านประกัน, ฝากขัง, พนักงานสอบสวน, ศาลอาญา, ไมค์ ระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f868bf7d3dcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อข่มขืนลูกในไส้แรมปี ฉีดแอลกอฮอล์ทำแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับพ่อข่มขืนลูกในไส้ตั้งแต่อายุ 11 ขวบจนโตเป็นสาว พอรู้ว่าท้องก็จับฉีดแอลกอฮอล์จนแท้ง ก่อนที่ลูกจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนักพร้อมค้านประกัน ด้านคดีเมียแจ้งจับผัวอาจารย์มหาวิทยาลัยล่วงละเมิดทางเพศลูก อธิการสั่งตั้งกรรมการสอบสวนพร้อมให้พักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ร.ต.อ.พัฒนพงษ์พันธ์ บุษบง ชุดสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภาค 5 พร้อมชุดจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดลำพูน เป็นชายอายุ 38 ปี ชาว ต.อุโมงค์ อ.เมืองลำพูน ซึ่งถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหากระทำชำเราลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง และที่ได้ติดต่อมอบตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ สืบเนื่องจากตัวแทนมูลนิธิสายใยเด็กได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางสาวหนึ่ง (นามสมมติ) ว่า ถูกนายชาติ (นามสมมติ) ที่เป็นพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราตั้งแต่ปี 2554 ขณะอายุได้ 11 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 4 เรื่อยมา กระทั่งปี 2555 พ่อถูกจำคุกในคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น ออกจากเรือนจำมาปี 2559 ก็กลับมาข่มขืนอีกครั้ง เท่าที่จำได้ถูกกระทำรวมประมาณ 12 ครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 8 ปี และได้ตั้งท้องเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 แต่ก็แท้งลูกโดยถูกพ่อบังคับทำแท้ง ครั้งแรกพ่อให้ดื่มยาสตรีเบนโล แต่ลูกไม่ออก ครั้งที่ 2 ซื้อยามาเหน็บ แต่ลูกก็ยังไม่ออก ครั้งที่ 3 พ่อได้ซื้อแอลกอฮอล์มาแล้วใส่เข็มฉีดยาฉีดเข้าอวัยวะเพศ 6 ครั้ง จนแท้งลูกในที่สุด จากนั้นนางสาวหนึ่งได้ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.พัฒนพงษ์ ขำแก้ว ผกก.สภ.เมืองลำพูน เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งดำเนินคดีผู้ต้องหารายนี้ 4 ข้อหาหนัก คือ 1.กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี 2.กระทำชำเราเด็กอายุเกินกว่า 13 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี และเด็กนั้นเป็นผู้สืบสันดาน 3.ทำให้เกิดการแท้งลูกโดยหญิงนั้นไม่ยินยอม ข้อหาที่ 4 ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือเสรีภาพ ชื่อเสียง ต่อหญิงที่ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น พร้อมกับคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และยื่นคัดค้านที่ศาลวันที่ 21 พ.ค.ด้วย เพราะผู้ต้องหามีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง เกรงว่าจะไปข่มขู่และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ จากการสอบสวนเด็กผู้เสียหาย ที่ขณะนี้อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กจังหวัดลำพูน ได้ส่งตัวเด็กที่ตกเป็นเหยื่อไปตรวจร่างกาย พบว่ามีร่องรอยการถูกกระทำชำเรา และก่อนที่เด็กจะติดต่อกับมูลนิธิสายใยเด็กนั้น เด็กคนนี้ท้องอยู่และให้การว่า ผู้ต้องหาได้เอาชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจ แล้วหายามาเหน็บ แต่ลูกไม่ออก แต่ครั้งสุดท้ายได้เอาแอลกอฮอล์มาฉีดเข้าไปทำให้แท้งลูก ขณะนั้นคาดว่าอายุครรภ์ได้ประมาณ 4 เดือน สำหรับแม่เด็ก ก่อนหน้านี้ได้ทะเลาะกับสามีซึ่งเป็นพ่อเด็กและหนีออกจากบ้านไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคดีที่ภรรยาแจ้งความกล่าวหาสามีล่วงละเมิดทางเพศลูกของตัวเอง โดยสามีและภรรยาคู่นี้ต่างเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีรายงานคืบหน้าว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของอาจารย์ชายและภรรยา ระบุว่า หลังตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาล่วงละเมิดเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี กับบุคลากรมหาวิทยาลัย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทางคดีอาญา มหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินการทางวินัยกับอาจารย์ชาย และให้รองอธิการบดีฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวน โดยกำหนดระยะเวลาในการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงระบุว่าเรื่องดังกล่าวมีมูล ทางมหาวิทยาลัยจะให้อาจารย์ชายพ้นสภาพจากการเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยไว้ก่อน แต่หากสุดท้ายพิสูจน์แล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นอาจารย์ของทางมหาวิทยาลัยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยสั่งห้ามอาจารย์ทั้งคู่สอนนักศึกษาเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเกี่ยวกับจริยธรรมของการเป็นอาจารย์ และสภาพจิตใจของอาจารย์ทั้งคู่ยังไม่พร้อม ซึ่งอาจมีผลกับนักศึกษาที่เรียนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยกรณีมีคลิปแม่ของเด็กพูดคุยและสอบถามเรื่องราวทั้งหมดกับลูกทั้ง 2 คน เล่าเหตุการณ์ว่าถูกพ่อและปู่กระทำชำเราในบ้านพัก แต่ชั้นการสอบสวนจากคำให้การของเด็กทั้ง 2 คน ต่อหน้าสหวิชาชีพ ไม่ได้ให้การว่ามีปู่หรือบุคคลอื่นร่วมล่วงละเมิดด้วย จึงไม่ทราบว่าคลิปมีจริงหรือไม่ คาดว่า 1-2 สัปดาห์ จะสามารถสรุปส่งอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องผู้ต้องหาได้.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ, ค้านประกัน, พ่อข่มขืนลูก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec525a5656e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
