<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดทำพัทยาหงอย! สาวลูกน้ำเค็มข้ามถิ่นลงทวิตเตอร์ค้าประเวณี หลั่งน้ำตาเล่าชีวิตรันทด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายสมลักษ์&amp;nbsp;ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งลงโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ชักชวนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ซื้อบริการอย่างโจ๋งครึ่ม โดยระบุพิกัดอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงให้นายจักรพล เที่ยงภักดิ์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอกลุ่มงานป้องกัน ทำทีเป็นเสี่ยใหญ่เข้าไปทักและล่อซื้อบริการ จนทราบว่าหญิงสาวพักแมนชั่นแห่งหนึ่ง หลังสำนักงานขนส่งจังหวัดฯ นายจักรพลได้ทักแชทติดต่อขอซื้อบริการทางเพศตกลงกันในราคา 1,500 บาท พร้อมกับนำธนบัตรฉบับละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท และฉบับละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท รวมเป็นเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท ถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนัดหมายกันที่หน้าแมนชั่นดังกล่าว ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมมีฮู้ดสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้นออกมาพบ พร้อมกับบอกให้ผู้ล่อซื้อขับรถนำหน้าไปรีสอร์ท โดยตัวเองจะขับรถยนต์ส่วนตัวตามหลังไป เมื่อถึงที่หมายมีเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่บริเวณรีสอร์ทได้แสดงตัวเข้าจับกุมทราบชื่อคือ น.ส.สมศรี (นามสมมุติ) อายุ&amp;nbsp;26 ปี เป็นชาวอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี&amp;nbsp;พร้อมของกลางธนบัตรจำนวน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง จึงตรวจยึดไว้นำตัวไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น น.ส.สมศรี ผู้ต้องหา เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในพื้นที่พัทยา ก่อนจะผันตัวเองมาทำงานขายบริการ เพราะเห็นว่ารุ่นพี่ๆทำงานด้านนี้ได้เงินเร็ว ต่อมาเกิดสถานการณ์โควิดระบาด นักท่องเที่ยวในพัทยาบางตา การขายบริการก็ฝืดเคืองจึงเบนเข็มมาที่ต่างจังหวัด เหตุที่เลือกจังหวัดนครพนมเพราะส่วนตัวชื่นชอบบรรยากาศเป็นทุนเดิม จึงเดินทางมาเปิดห้องพักแล้วลงทวิตเตอร์ขายบริการประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ล่อซื้อจับกุมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ น.ส.สมศรีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวตนมาจากฐานะยากจน การศึกษาก็ไม่สูง จะไปหางานทำที่ไหนก็ลำบาก ชีวิตครอบครัวก็ล้มเหลว ระหว่างเป็นเด็กเสิร์ฟพบรักกับแฟนหนุ่มจนมีลูกด้วยกัน 1 คน ภายหลังเลิกราทั้งที่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ต้องกลายมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการนี้ พอมาเจอแฟนคนใหม่แรกๆก็ดีอยู่ ภายหลังพูดกระแนะกระแหนเอาเรื่องเก่ามาพูด จนทนไม่ไหวจึงขอเลิกรา และหวนสู่วงการน้ำกามอีกครั้ง อีกทั้งตนมีภาระที่ต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือในระดับชั้นสูงๆ เขาจะได้ไม่มามีอาชีพเหมือนแม่ รวมทั้งค่างวดรถและญาติพี่น้อง ที่ถูกจับกุมไม่รู้สึกโกรธเจ้าหน้าที่เพราะเมื่อมีคนแจ้งก็ต้องดำเนินการ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกจับกุมและยอมรับว่า กังวลใจกลัวว่าคนทางบ้านจะรู้ข่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ น.ส.สมศรีเปิดความในใจก็มีน้ำตานองหน้าตลอดเวลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;กล่าวว่าในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เมษายนฯนี้ จะนำเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม. ไปตรวจสอบห้องพักของผู้ต้องหาพร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เป็นไปตามการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;เนื่องจากสาวรายนี้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, จังหวัดนครพนม, ล่อซื้อบริการ, สาวพัทยา, อำเภอเมืองนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a52c1d2441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธข่าวมีเซ็กซ์กับสาววัย 17</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าชายแอนดรูว์ รัชทายาทลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ประทานสัมภาษณ์แก่รายการของบีบีซีออกอากาศเมื่อค่ำวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ทรงปฏิเสธคำกล่าวหาของเวอร์จิเนีย จุฟเฟร เหยื่อทาสกามของเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินอเมริกันที่ฆ่าตัวตายในคุก ที่ว่าเธอเคยถูกบังคับให้มีเซ็กซ์กับเจ้าชายเมื่อครั้งเธออายุ 17 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ว่าเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษและเป็นรัชทายาทลำกับที่ 8 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ ประทานสัมภาษณ์แก่รายการนิวส์ไนต์ของสถานีบีบีซียาวนานถึง 1 ชั่วโมง โดยเป็นการถ่ายทำที่พระราชวังบักกิงแฮมเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว บทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อค่ำวันเสาร์เป็นครั้งแรกที่พระองค์ทรงตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับเอปสตีน และคำกล่าวหาเรื่องเพศสัมพันธ์ผิดกฎหมายที่เป็นข่าวอื้อฉาวมานานหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเงินชาวอเมริกันวัย 66 ปีรายนี้เคยรับสารภาพผิดเมื่อปี 2551 ว่าล่อลวงหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีมาค้าประเวณี และถูกจำคุก 13 เดือนในสหรัฐก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2553 เขาถูกกล่าวหาคดีการค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี และถูกคุมขังในเรือนจำที่นครแมนฮัตตัน แต่ถูกพบเป็นศพผูกคอตายในห้องขังเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในผู้กล่าวหาเอปสตีนคือ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร หรือชื่อเดิมเวอร์จิเนีย โรเบิร์ตส์ ที่ปัจจุบันอายุราว 35 ปี เธอกล่าวไว้ว่า เคยถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์ 3 ครั้ง ครั้งแรกที่กรุงลอนดอนเมื่อปี 2544 ตอนนั้นเธออายุแค่ 17 ปี, ครั้งที่ 2 ที่นิวยอร์ก และครั้งที่ 3 ที่เกาะส่วนตัวของเอปสตีนในทะเลแคริบเบียน เหตุการณ์เหล่านี้เกิดในช่วงที่เอปสตีนเก็บเธอไว้เป็น &amp;quot;ทาสบำเรอกาม&amp;quot; ระหว่างปี 2542-2545&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแอนดรูว์ทรงปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่านี้อย่างสิ้นเชิง และว่าทรงจำไม่ได้ด้วยว่าเคยพบกับผู้หญิงคนนี้ เจ้าชายทรงยืนกรานด้วยว่า คืนที่จุฟเฟรอ้างว่าถูกถวายตัวให้พระองค์เมื่อเดือนมีนาคม 2544 นั้น พระองค์ทรงพาเจ้าหญิงเบียทริซ พระธิดา เสด็จไปที่ร้านพิซซาเอกซ์เพรสในเมืองโวคกิงใกล้กรุงลอนดอน จากนั้นก็เสด็จกลับมาประทับที่ตำหนักพร้อมกับพระธิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีภาพถ่ายที่เผยแพร่ในสื่ออังกฤษที่พระองค์ทรงโอบเอวโรเบิร์ตเมื่อปี 2544 โดยมีกิสเลน แมกซ์เวลล์ เพื่อนหญิงของเอปสตีนยืนอยู่ด้านหลังนั้น เจ้าชายทรงชี้แจงว่า พระองค์จำไม่ได้ แม้จะทรงยอมรับว่าเป็นภาพของพระองค์จริง แต่ทรงไม่แน่ใจเรื่องความถูกต้องของภาพนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดยุคแห่งยอร์ก พระชันษา 59 ปี ทรงยอมรับว่า การที่พระองค์ยังคงคบหากับเอปสตีนต่อไปหลังจากนักการเงินอื้อฉาวรายนี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดคดีค้าประเวณีนั้นทำให้ราชวงศ์อังกฤษผิดหวัง แต่ทรงเชื่อว่าเรื่องราวนี้ไม่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระราชินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่มีคำกล่าวหาพาดพิงถึงเจ้าชายนั้น โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเคยปฏิเสธเสียงแข็งว่าเจ้าชายแอนดรูว์ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศและความสัมพันธ์กับจุฟเฟรไม่ว่าในรูปแบบใด ขณะที่เจ้าชายก็ทรงยืนกรานตามคำแถลงนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เอมิลี เมตลิส พิธีกรได้ซักถามเกี่ยวกับการเสด็จไปประทับที่ทาวน์เฮาส์ของเอปสตีนในนครแมนฮัตตัน ไม่นานหลังจากเอปสตีนถูกปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อปี 2553 ด้วย โดยเจ้าชายทรงอ้างเหตุผลว่าเพราะสถานที่นั้นสะดวกสบาย และพระองค์มีพระประสงค์จะไปพบกับเขาเพื่อยุติความเป็นเพื่อนกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, ดยุคแห่งยอร์ก, มีเซ็กซ์กับสาววัย 17, ราชวงศ์อังกฤษ, เจฟฟรีย์ เอปสตีน, เจ้าชายแอนดรูว์, เวอร์จิเนีย จุฟเฟร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd14d3ee5b57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปคม.บุกรวบแก๊งหัวลำโพง บังคับเด็กค้าประเวณี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ผบก.ปคม.)พร้อมชุดสืบสวน แถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ทลายเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ล่อลวง บังคับค้าประเวณีเด็ก แก๊งหัวลำโพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้(28ก.ย.) เจ้าหน้าตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;สนธิกำลังหน่วยคอมมาโด ตำรวจรถไฟ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำหมายจับและหมายค้นเข้าตรวจในโรงแรม ห้องพัก ย่านหัวลำโพง รวม 6 จุด สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 7คน คือ1.นายวสันต์ หรือไอซ์ แซ่เตีย 2.นายทะนงศักดิ์ หรือหิน สุริโยทัย 3.นายโต้ง ไม่ทราบนามสกุล 4.นายนรินทร หรืออี๊ด รอบรู้ 5.นายวายุ หรือเติล ภาษี 6.นายสิทธิชัย หรือเคิล เอกตาแสง และ7. นายวิษณุ หรือเต้ย มณฑา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในข้อหาสมคบกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ได้รับการประสานจากภาคประชาชนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่ามีขบวนการค้าประเวณีเด็กหญิงและชาย โดยใช้กลอุบายล่อลวงมาค้าบริการทางเพศ โดยเลือกเหยื่อที่มีปัญหาครอบครัว หนีออกจากบ้าน เป็นเด็กเร่ร่อน ใช้กลอุบายให้เข้ามารวมกลุ่ม หลักจากนั้นบังคับให้ค้าประเวณีกับลูกค้าทั้งหญิงและชาย มีค่าบริการตกครั้งละ 300-500 บาท แบ่งให้เด็ก100-200 บาท หากเด็กไม่ทำตามจะถูกทำร้ายร่างกาย จุดไฟรนหรือใช้มีดกรีดแขนเป็นบาดแผล ซึ่งมีเด็กเร่ร่อนอายุตั้งแต่ 10-16 ปี ตกเป็นเหยื่อร่วม 14 ราย เด็กชาย12ราย เด็กหญิง2ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่า มีการบังคับเด็กเสพยาเสพติด รวมทั้งกระทำชำเราก่อนจะส่งให้ไปใช้บริการกับลูกค้าคนอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สืบสวนจนทราบเบาะแสว่าแก๊งค้ามนุษย์กลุ่มนี้มีนายนรินทร์ หรืออี๊ด เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยใช้โรงแรมในย่านสถานีรถไฟหัวลำโพงเป็นสถานที่ค้าประเวณี ซึ่งมีลูกค้าหลายกลุ่ม โดยส่วนมากจะเป็นสาวประเภทสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวต่อมา ตำรวจได้วางแผนจับกุมนายปริญญา รื่นพิทักษ์ เป็นนายหน้าจัดหา และขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่รวม 13 ราย ก่อนเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 6 จุด จับกุมผู้ต้องหาชุดล่าสุดได้ 7 ราย และมีผู้สงสัยในคดีเป็นหญิง 5 คน พร้อมยึดหลักฐานโทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีมาขยายผลตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าทำมาไม่ต่ำกว่า 4 เดือน นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมยังพบว่า ผู้ต้องหาหลายรายเคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติดและคดีชิงทรัพย์มาแล้ว โดยยังอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนส่งข้อมูลให้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี ขณะที่กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์(พม.) ก็จะนำตัวเด็กไปสอบถามร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อคัดกรองเหยื่อค้ามนุษย์ ก่อนรับตัวไปเยียวยาภายใต้การดูแลของนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับเด็ก สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, ค้ามนุษย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8f1fe5ce62c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สนธิกำลังตรวจสถานบริการหลังหอแก้วมุกดาหาร ไม่พบสาวต่างด้าวค้าประเวณี ร้านปิดเงียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;นายศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรสันธ์ สมใจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ ทิพย์ธนาวิวัฒ รองผู้กำกับตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร นายกนก ศรีวิชัยนันท์&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;หน่วยงานด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออกปฏิบัติการตรวจสอบการให้บริการของสถานบริการในพื้นที่ด้านหลังหอแก้วมุกดาหาร เพื่อป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ เป็นการป้องปรามระวังจุดเสี่ยงสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อบรรเทาภัยจากการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากที่ผ่านมา ได้มีคลิปหญิงสาวขายบริการบริเวณด้านหลังหอแก้วมุกดาหาร เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;โดยในพื้นที่ดังกล่าวจะมีหญิงสาวต่างด้าวนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าตึกแถวและตามร้านอาหารที่เปิดไฟสลัว หากมีนักท่องเที่ยวขับรถเข้ามาหญิงสาวก็จะเดินออกมาต้อนรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้ หอแก้วมุกดาหารซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชาชนเข้าชม แต่บริเวณด้านหลังเป็นที่ขายบริการหรือการค้าประเวณีในรูปแบบร้านอาหาร&amp;nbsp;จะมีหญิงสาวต่างด้าวที่เข้ามาค้าประเวณี บางคนอายุไม่ถึง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี โดยหญิงสาวต่างด้าวใช้หนังสือเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกกฏหมาย แล้วมาลักลอบค้าประเวณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า&amp;nbsp;ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับมาตรการมีฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องให้ทุกหน่วยดำเนินการตามแผน บูรณาการตรวจเข้มที่บริเวณด้านหลังหอแก้วมุกดาหาร และทุกอำเภอในจังหวัดมุกดาหาร ความจริงทุกอำเภอได้ตรวจเป็นประจำ แต่ในช่วงนี้ได้ตรวจเข้มข้นขึ้น สำหรับตามสถานบริการที่เปิดอยู่ในขณะนี้มีอยู่หลายรูปแบบ&amp;nbsp;ส่วนการค้ามนุษย์แอปแฝง ต้องมีการล่อซื้อก็จะได้มีหลักฐานต่างๆเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;ถ้ามีการแอบลักลอบครั้งต่อไป ก็คงจะทำโทษหนักว่าไปตามข้อระเบียบข้อกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้ทุกพื้นที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล&amp;nbsp;พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วน ได้รับนโยบายจาก ผวจ.มุกดาหาร ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากที่มีข่าวทางทีวีช่องหนึ่ง และข่าวโซเซียล ในกรณีแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร มีการค้ามนุษย์หรือค้ากามเกิดขึ้นหลังหอแก้วมุกดาหาร ซึ่งขณะทำงานทาง พมจ. เราเป็นเลขาในคณะการป้องกันและปราบปราม โดยมี ผวจ. เป็นประธาน ได้ลงพื้นที่บูรณาการและวิเคราะห์การข่าวการค้ามนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บริเวณด้านหลังหอแก้วที่เปิดค้าประเวณีจำนวน 4 ร้าน ดังที่เป็นข่าว ปรากฏว่าปิดประตูอย่างมิดชิด ไม่พบเห็นผู้ใดในสถานที่ดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตของผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่ลงตรวจพื้นที่ไม่ได้เข้าไปตรวจร้านทั้ง 4 ร้านตามที่เป็นข่าว แต่เป็นการตรวจร้านอาหารบริเวณข้างเคียง จึงไม่พบเห็นตามที่เป็นข่าว ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อมีการนำเสนอข่าวสารออกไปแล้ว บริเวณร้านดังกล่าวได้มีการปิดประตูหน้าร้านอย่างเงียบเหงาไม่เกิดความคึกคักเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34403</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, ค้ามนุษย์, จังหวัดมุกดาหาร, ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร, สภ.เมืองมุกดาหาร, สาวลาวขายบริการ, หอแก้วมุกดาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc10a2b58a00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 00:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 00:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ลงลึกเรื่องคดี ’ณัฏฐ์’ให้กำลัง’ซึงรี บิ๊กแบง’ในฐานะเพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้ชื่อว่ามีความสนิทสนมกับไอดอลชื่อดัง ซึงรี อดีตสมาชิกวงบิ๊กแบง โดยหลังจากอีกฝ่ายประสบปัญหามีคดีความใหญ่โตที่ประเทศเกาหลีใต้ &amp;nbsp;ในฐานะเพื่อน ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็พร้อมให้กำลังใจอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ส่วนข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าประเวณีหรือยาเสพติด หนุ่มณัฏฐ์ขอไม่ขอลงรายละเอียดเพราะไม่รู้จริงๆ ซึ่งตนเองก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกันว่าบทสรุปจะเป็นยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เราสนิทด้วย จริงๆ ซึงรีเป็นคนน่ารักมากนะ ก็สงสารที่เขาต้องเจอกับข่าว ซึ่งความจริงมันอะไร เราก็ไม่รู้ ตอนเห็นข่าวซึงรียอมรับว่าตกใจมาก สำหรับในประเทศเกาหลีมันค่อนข้างรุนแรงพอสมควร ในข้อกล่าวหาที่เขาโดน เราก็ไม่รู้ เราก็พูดไม่ได้หรอกว่าจริงหรือไม่จริง ก็อยากจะส่งกำลังใจไปให้เขาแล้วกัน อยากให้เขาสู้ๆ เพราะว่าเห็นว่าต้องลาออกจากวง เป็นเรื่องราวใหญ่โต ไม่รู้ว่าจะต้องโดนดำเนินคดีหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะเพื่อน เวลาที่เราไปเกาหลี เขาดูแลเราดีมาก และอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าซึงรีเขาเป็นคนน่ารักคือเขาเป็นคนจำทุกคนได้ ไม่ได้จำหน้าได้อย่างเดียว คือจำชื่อทุกคนได้ ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนดังขนาดนั้น แต่ว่าเขาก็ยังจำทุกคนที่เขาเจอได้ โดยส่วนตัวนะ &amp;nbsp;ผมเจอซึงรีครั้งสุดท้ายน่าจะประมาณ 6 ปีที่แล้ว นานมาก แต่ทุกครั้งที่เราไปเกาหลีเขาดูแลเราดีมาก และทุกครั้งที่เขามาเราก็ดูแลเขา &amp;nbsp;พาไปทานอาหาร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ส่งกำลังใจไปให้ ในฐานะที่เป็นเพื่อนที่น่ารักคนหนึ่ง แล้วก็อยากให้เขาผ่านพ้นตรงนี้ไปให้ได้ โดยที่ปลอดภัยไม่มีปัญหาอะไรมากไปกว่านี้แล้ว หวังว่ามันคงจะไม่มีอะไรซีเรียสไปมากกว่านี้ &amp;nbsp;ก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ซึงรี บิ๊กแบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วงบิ๊กแบง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก @nut_devahastin และอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, ซึงรี บิ๊กแบง, ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, นักร้อง, นักแสดง, ยาเสพติด, วงบิ๊กแบง, เกาหลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c8fd9d0053a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม!คุก18ปี16เดือน&#039;ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ&#039;ค้ากามเด็กวิตอเรียซีเครท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์อาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ซึ่งเป็นเด็กหญิงต่างด้าวชาวเมียนมาร์ อายุไม่เกิน 15 ปี และเด็กสาวอายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ที่อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ยื่นฟ้องนายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก อายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการ กับพวกรวม 2 สำนวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนวนแรกคดีหมายเลขดำ คม.25/2561 ศาลยกฟ้องนายบุญเฉลียว หรือเอส จันทร์พิมพ์ จำเลยที่ 1 &amp;nbsp;(ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี) ซึ่งเป็นเพียงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างส่งผู้เสียหายระหว่างแมนชั่นที่พักกับที่ทำงานสถานอาบอบนวด โดยไม่ทราบว่าผู้เสียหายนั้นมีอายุเท่าใด และจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นธุระจัดหาค้าประเวณี ส่วน นายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี จำเลยที่ 2, &amp;nbsp;นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย หรือป๋าติ๊ก ในฐานะผู้มีอำนาจบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 3 นั้นให้จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ฐานร่วมเป็นเจ้าของหรือควบคุมค้าประเวณีเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 , พ.ร.บ.ค้าประเวณี พ.ศ.2539 (ทั้งสองถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 4 &amp;nbsp;ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนจำกัด ในห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการนั้น ก็มีความผิดด้วย แต่ให้ลงโทษสถานเบา เนื่องจากเป็นการกระทำโดยส่วนตัวไม่ใช่โดยห้างหุ้นส่วน ก็ให้จำคุก 8 เดือน (จำเลยถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างพิจารณาคดี) โดยให้ยกฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 และให้จำคุก 6 ปี นายเดชา หรือสิงห์ สาครเดชา จำเลยที่ 6 (จำเลยได้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282
, พ.ร.บ.ค้าประเวณี พ.ศ.2539, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรข้ามชาติ พ.ศ.2556 โดยจำเลยเป็นผู้ขับรถกระบะพาเด็กสาวผู้เสียหายที่ถูกส่งตัวจาก กทม.ไป อ.สะเดา จ.สงขลา ไปค้าประเวณียังประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ ศาลให้ยกฟ้องข้อหาค้ามนุษย์ เพราะพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟังให้ลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสำนวนที่ 2 หมายเลขดำ คม.26/2561 ซึ่งเป็นการฟ้องว่าได้ร่วมกระทำผิดต่อเด็กสาวอายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีนั้น ศาลมีคำพิพากษาว่า นายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ จำเลยที่ 1, นายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ จำเลยที่ 2, นายชัยณรงค์ หรือป๋าสง่า จำเลยที่ 3, นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล หรือพี่ป๊อป อายุ 29 ปี มีความผิดเป็นธุระจัดหาฯ จำคุกคนละ 15 ปี 12 เดือน (จำเลยทั้งสามถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รวมทั้ง 2 สำนวนแล้ว จำคุกนายศรัทธาธรรม หรือป๋าติ๊ก ผู้จัดการสถานบริการ กับนายบุญทรัพย์ หรือป๋ากบ เป็นทั้งสิ้น 18 ปี 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ จำเลยที่ 4 &amp;nbsp;ในฐานะผู้มีอำนาจเป็นหุ้นส่วนจำกัด ในห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออนเซน ที่ขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ จำเลยที่ 6 ให้จำคุก 7 ปี 6 เดือน (จำเลยถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกลางระหว่างพิจารณาคดี) ทั้งนี้รวมจำคุกทั้ง 2 สำนวนแล้ว รวมจำคุก 7 ปี 14 เดือน โดยให้ยกฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด อมรินทร์ ออนเซน จำเลยที่ 5 กับบริษัท เดวิส ซิลเวอร์สตาร์ จำกัด จำเลยที่ 7 ที่เป็นเพียงนิติบุคคลเรื่องการเช่าสถานที่ และให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาค้ามนุษย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ได้เปิดเผยว่า จะทำความเห็นเสนอให้อุทธรณ์คดีทั้ง 2 สำนวนนี้ต่อไปในส่วนที่มีการยกฟ้องข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ด้วย &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของนายมนัสหรือป๋านัส อ่วมทับ อายุ 48 ปี และนายสมชายหรือป๋าต้น แสงอุดม อายุ 52 ปี จำเลยร่วม ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานเชียร์แขก ที่แยกฟ้องอีกสำนวนในคดีหมายเลขดำ คม.24/2561 เพราะจำเลยให้การรับสารภาพนั้น ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.ย. นี้ เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16247</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ากามเด็ก, ค้าประเวณี, ตำรวจ, วิคตอเรียซีเครท, ศาล, อาบอบนวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839368394ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก16-19ปีแก๊งค้ามนุษย์ลวงสาวโมร็อกโกค้ากาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 61 - ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.64/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล อายุ 46 ปี ชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย, นายแคสสัน วาคีย์&amp;nbsp; สัญชาติซีเรีย อายุ 37 ปี, นายฉลาด หรือชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 63 ปี, นายอารีย์ หรือชยากร เอี่ยมสารี อายุ 41 ปี และนางฮานา เตายูรี สัญชาติโมร็อกโก อายุ 38 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 11 ต.ค. 2559 - 26 มี.ค. 2560 นายไมเคิล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้จัดการ &amp;quot;ดรีมดิสโก้&amp;quot; บริเวณชั้น 4 โรงแรมซีนิท ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. ร่วมกับจำเลยอื่นๆ วางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวชาวโมร็อกโก รวม 4 ราย เป็นผู้เสียหายมาค้าประเวณี โดยหลอกลวงว่าให้มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่พวกจำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณี เหตุเกิดที่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ และประเทศโมร็อกโก เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 11, 52 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ.2560 มาตรา 3, 4, 6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 11 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 310 โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้ง 5 คน ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วข้อเท็จจริงแล้วรับฟังได้ว่า นายไมเคิล จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผับดรีมดิสโก้ ส่วนหญิงผู้เสียหายทั้งสี่เป็นชาวโมร็อกโกที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ถูกบังคับให้ขายบริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยได้สอบสวนผู้เสียหายที่ 1, 2 ไว้ แต่ไม่ได้สอบสวนผู้เสียหายที่ 3, 4 เนื่องจากเดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์มีพยานหลักฐานจากบันทึกการสอบสวน ผู้เสียหายที่ 1, 2 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฮานา จำเลยที่ 5 ชักชวนให้ ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย เดินทางจากประเทศโมร็อกโกเข้ามาทำงานในประเทศไทย อ้างว่าทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารและมีรายได้ดี ทั้งสี่จึงเดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จากนั้นจึงนั่งรถโดยสารมาที่สุขุมวิท แล้วพาเข้าไปพักที่โรงแรมแบกแดด แล้วพาไปทำงานที่ผับดรีมดิสโก้ ซึ่งมีนายไมเคิลเป็นเจ้าของ ส่วนนายจาร์สิน, นายฉลาด, นายอารีย์ จำเลยที่ 2, 3, 4&amp;nbsp; เป็นลูกน้อง ซึ่งผู้เสียหายถูกบังคับให้ขายบริการ หากไม่ทำจะถูกทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์มีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เบิกความเป็นพยานสอดคล้องกัน เชื่อว่า นางฮานาน จำเลยที่ 5 กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 อีกทั้งจำเลยที่ 1-5 ได้กระทำผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ เพราะภายหลังที่ได้ชักชวนผู้เสียหายทั้งสี่ให้เดินทางเข้ามาทำงานและถูกบังคับให้ค้าประเวณี นั้นจำเลยที่ 1, 2 เป็นคนจ่ายเงินเดือน ส่วนจำเลยที่ 3, 4&amp;nbsp; เป็นคนควบคุมหญิงผู้เสียหาย ที่จำเลยอ้างไม่เคยบังคับผู้เสียหายให้ค้ามนุษย์และไม่ทราบว่าผู้เสียหายค้ามนุษย์ เป็นคำเบิกความลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อถือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6 (1), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่ง, 11, 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรก, 310 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกกระทงละ 2 ปี จำนวน 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อลวงไปหรือชักพาไปค้าประเวณีฯ ฐานเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นฯ และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังฯ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ลงโทษฐานเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายหรือข่มขืนใจฯ เป็นความผิดที่มีโทษหนักสุด จำคุกกระทงละ 6 ปี จำนวน 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 12 ปี&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในส่วนเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 11 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่งด้วย จำคุก 3 ปี รวมจำคุกนายไมเคิล จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 19 ปี ส่วนนายแคสสัน, นายฉลาด, นายอารีย์ และนางฮานา จำเลยที่ 2-5 จำคุกคนละ 16 ปี ข้อหาอื่นให้ยก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, จำคุก16-19ปี, ลวงสาวโมร็อกโก, ศาลอาญา, แก๊งค้ามนุษย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4ed3543f813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
