<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกอ่วม‘แก๊งค้ามนุษย์’ พล.ท.มนัสโดน2เด้ง47ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลพิพากษาจำคุกอีก 20 ปี &amp;quot;พล.ท.มนัส&amp;quot; อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ฟอกเงินค้ามนุษย์โรฮีนจา รวมคดีเก่าอีก 27 ปี เป็น 47 ปี ขณะที่พวกรวมแก๊งอีก 53 ราย ถูกศาลสั่งจำคุกอ่วมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2554-2558 พวกจำเลยได้สมคบและตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮีนจา โดยร่วมกันกระทำความผิดเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งแหล่งที่ตั้งการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นการฟอกเงิน รวมยอดเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิด 443,389,468 บาท แล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน 27 แปลง ใน จ.สตูล รวม 7,709,308 บาท, ก่อสร้างโรงแรมมายด์เซเว่น ราคา 27 ล้านบาท, ซื้อรถยนต์ 4 คัน ราคา 14.1 ล้านบาท เรือเร็ว 1 ลำ ราคา 4.5 ล้านบาท และเรืออีก 1 ลำ ราคา 1.6 ล้านบาท เป็นต้น เหตุเกิดที่ จ.ระนอง จ.สงขลา จ.สตูล จ.กระบี่ เกี่ยวพันกัน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ มีนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล, นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา จำเลยที่ 45, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 รวมจำเลย 54 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกนายบรรณจง, พล.ท.มนัส, ร.ต.ต.นราทอน, พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 45-48 ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 6 (1), 9 วรรค 1 วรรคสอง, 10 วรรค 1, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฐานสมคบตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่มีการสมคบกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเหตุที่มีการสมคบกัน เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ลงโทษจำคุกนายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส จำเลยที่ 46 รวม 2 ข้อหา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90 (2), จำคุก ร.ต.ต.นราทอน จำเลยที่ 47 รวม 12 ปี, จำคุก พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 48 รวม 10 ปี ส่วนนายปริญญา หรือโกโต้ง จำเลยที่ 14 จำคุกรวม 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 11, 12, 13, 16, 17, 19, 20, 22, 27 ฐานสมคบกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 8, 54 คนละ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 35 มีกำหนด 6 ปี, จำคุกจำเลยที่ 53 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 15, 26, 42 คนละ 4 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2, 3 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 21, 37, 52 คนละ 1 ปี, จำคุกจำเลยที่ 30 ไว้ 16 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยที่ 4, 6, 7, 10, 24, 31, 32, 34, 36, 38, 40, 41, 43, 50 มีความผิดฐานสนับสนุนกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10, 31, 36, 43 คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 7 ไว้ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 7 ปี, จำคุกจำเลยที่ 40 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 24, 41 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 6, 34 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 38 ไว้ 1 ปี, จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 50 ไว้ 4 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ยกฟ้อง ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ระวังภัย จำเลยที่ 8, น.ส.ศิริพร อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 9, นายวิทยา จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 18, นายหมุดสอและ กำพวน จำเลยที่ 23, นายอาแซ เจ๊บากา จำเลยที่ 25, นายจารึก สุวรรณรัตน์ จำเลยที่ 28, นางศรัญญา เตะมาหมัด จำเลยที่ 29, น.ส.ฉันทนา วันทอง จำเลยที่ 33, นายประสิทธิ์ เหล็มแหล๊ะ จำเลยที่ 44 และ ร.อ.วิสูตร์ บุนนาค จำเลยที่ 49 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ศาลอาญาได้มีพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ คม.19, 27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม.33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ฟ้องยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 103 คน ที่ประกอบด้วยทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน โดยจำเลยคนสำคัญ คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่สำคัญ เช่น นายบรรณจง หรือโกจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ที่เป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและอดีตสมาชิกท้องถิ่น คนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปี และอายุเกิน 15 ปี กับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ จำคุกนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 มีกำหนด 75 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จำเลยที่ 54, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำเลยที่ 31, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 และนายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 จำคุกไว้คนละ 27 ปี รวมทั้งให้จำเลยรวม 62 ราย ที่ศาลพิพากษาลงโทษ ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายต่อเสรีภาพกับทุกข์ต่อจิตใจและร่างกาย และการขาดรายได้ทำมากินกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 ถึง 18 ปี จำนวน 58 รายด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000-159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์โรฮีนจา, พล.ท.มนัส คงแป้น, หนังสือพิมพ์, หมายเลขดำ ฟย.16/2559, อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdad80347944.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับใช้กรรม!ศาลสั่งจำคุก&#039;พล.ท.มนัส&#039;รวม47ปี คดีฟอกเงิน-ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงิน ค้ามนุษย์โรฮินจา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่ พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างปี 2554 -2558 พวกจำเลยได้สมคบและตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮินจา โดยร่วมกันกระทำความผิดเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรือ อำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งแหล่งที่ตั้งการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดอันเป็นการฟอกเงิน &amp;nbsp;รวมยอดเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิด 443,389,468 บาท แล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน 27 แปลง ใน จ.สตูล รวม 7,709,308 บาท, ก่อสร้างโรงแรมมายด์เซเว่น ราคา 27 ล้านบาท, ซื้อรถยนต์ 4 คัน ราคา 14.1 ล้านบาท เรือเร็ว 1 ลำ ราคา 4.5 ล้านบาท และเรืออีก 1 ลำ ราคา 1.6 ล้านบาท เป็นต้น เหตุเกิดที่ จ.ระนอง จ.สงขลา จ.สตูล จ.กระบี่ เกี่ยวพันกัน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยคนสำคัญในคดีร่วมกันฟอกเงินนี้ มีนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ใน จ.สตูล, นายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา จำเลยที่ 45, พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 รวมจำเลย 54 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุกนายบรรณจง, พล.ท.มนัส, ร.ต.ต.นราทอน, พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 45-48 ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5(1)(2), 6(1), 9 วรรค 1 วรรคสอง, 10 วรรค 1, 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฐานสมคบตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่มีการสมคบกัน เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเหตุที่มีการสมคบกัน เนื่องจากจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็นสองเท่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงให้ลงโทษจำคุกนายบรรณจง จำเลยที่ 45 เป็นเวลา 20 ปี, จำคุก พล.ท.มนัส จำเลยที่ 46 รวม 2 ข้อหา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90(2), จำคุก ร.ต.ต.นราทอน จำเลยที่ 47 รวม 12 ปี, จำคุก พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 48 รวม 10 ปี ส่วนนายปริญญา หรือโกโต้ง จำเลยที่ 14 จำคุกรวม 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้จำคุกจำเลยที่ 1, 5, 11, 12, 13, 16, 17, 19, 20, 22, 27 ฐานสมคบกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที่ 8,54 คนละ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 35 มีกำหนด 6 ปี, จำคุกจำเลยที่ 53 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 15, 26, 42 คนละ 4 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2, 3 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 21, 37, 52 คนละ 1 ปี, จำคุกจำเลยที่ 30 ไว้ 16 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 4, 6, 7, 10, 24, 31, 32, 34, 36, 38, 40, 41, 43, 50 มีความผิดฐานสนับสนุนกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 10, 31, 36, 43 คนละ 10 ปี, จำคุกจำเลยที 7 ไว้ 8 ปี, จำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ 7 ปี, จำคุกจำเลยที่ 40 ไว้ 5 ปี, จำคุกจำเลยที่ 24, 41 คนละ 3 ปี, จำคุกจำเลยที 6, 34 คนละ 2 ปี, จำคุกจำเลยที่ 38 ไว้ 1 ปี, จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี และจำคุกจำเลยที่ 50 ไว้ 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยที่ยกฟ้อง ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ระวังภัย จำเลยที่ 8, น.ส.ศิริพร อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 9, นายวิทยา จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 18, นายหมุดสอและ กำพวน จำเลยที่ 23, นายอาแซ เจ๊บากา จำเลยที่ 25, นายจารึก สุวรรณรัตน์ จำเลยที่ 28, นางศรัญญา เตะมาหมัด จำเลยที่ 29, น.ส.ฉันทนา วันทอง จำเลยที่ 33, นายประสิทธิ์ &amp;nbsp;เหล็มแหล๊ะ จำเลยที่ 44 และ ร.อ.วิสูตร์ บุนนาค จำเลยที่ 49 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2560 ศาลอาญาได้มีพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮินจา หมายเลขดำ &amp;nbsp;คม.19, 27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม.33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 103 คนที่ประกอบด้วยทั้ง ทหาร ตำรวจและพลเรือน โดยจำเลยคนสำคัญ คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยที่สำคัญ เช่น นายบรรณจง หรือโกจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ที่เป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและอดีตสมาชิกท้องถิ่น คนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปีและอายุเกิน 15 ปีกับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ จำคุกนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 มีกำหนด 75 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วน พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จำเลยที่ 54, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำเลยที่ 31, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 และนายอาบู หรือ ส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 จำคุกไว้คนละ 27 ปี รวมทั้งให้จำเลยรวม 62 ราย ที่ศาลพิพากษาลงโทษ ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายต่อเสรีภาพกับทุกข์ต่อจิตใจและร่างกาย และการขาดรายได้ทำมากินกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 ถึง 18 ปี จำนวน 58 รายด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000 - 159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35842</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก 47 ปี, ค้ามนุษย์โรฮีนจา, พล.ท.มนัส คงแป้น, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda988e0c680.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งจำคุก27ปี‘2นายทหาร’ เป็นจนท.ค้ามนุษย์โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลสั่งจำคุกคนละ 27 ปี 2 นายทหารค้ามนุษย์โรฮีนจา ใช้ตำแหน่งหน้าที่ทุจริตแสวงหาประโยชน์มิชอบ เผยพยาน-หลักฐานมัดแน่น ให้ลงโทษทุกกรรมฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 18 ต.ค. ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาค้ามนุษย์โรฮีนจา หมายเลขดำ คม.1/2561 ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ &amp;nbsp;หรือนายณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ อดีตรอง ผอ.กอ.รมน. ส่วนหน้า จ.สตูล และ น.อ.กัมปนาท หรือนายกัมปทนาท สังข์ทองจีน สังกัดกองทัพเรือภาค 3 ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าส่วนปฏิบัติการ ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย-พม่า ฝั่งทะเลอันดามัน เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้แจ้งกับ พ.ต.ท.ชยพล ใหญ่ยิ่ง สว.สน.ตำรวจน้ำ 3 ซึ่งควบคุมตัวชาวโรฮีนจาไว้ทำนองว่า มีขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งคนต่างด้าวชาวโรฮีนจาไปประเทศที่ 3 และขอให้ส่งตัวคนเหล่านั้นแก่จำเลยที่ 1 แต่ พ.ต.ท.ชยพล พยาน ยืนยันว่าจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายก่อนจึงจะผลักดันได้เฉพาะผู้ที่อยู่บนเรือเท่านั้น จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งให้พยานทำบันทึกส่งมอบตัวชาวโรฮีนจาให้จำเลยที่ 2 จากนั้นมีทหาร 6-7 นาย แต่งเครื่องแบบนำเรือหางยาวมารับชาวโรฮีนจาไป แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ลงเรือไปด้วย ต่อมาอีก 2-3 วัน พยานได้ควบคุมชาวโรฮีนจาที่ลักลอบเข้าเมือง จำเลยที่ 1 ก็มาขอรับตัวไปในลักษณะเดียวกันอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเห็นว่า ตามหลักการปฏิบัติต่อผู้หลบหนีเข้าเมืองทางทะเล (Standard Operating Proceddure) หรือ S0P ตามหนังสือลับมาก ของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่า กรณีพบผู้หลบหนีเข้าเมือง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนพื้นที่ดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่จำเลยที่ 1 ไปขอรับตัวชาวโรฮีนจาโดยไม่มีอำนาจดำเนินการ ทั้งเมื่อรับตัวแล้วก็ไม่มีการควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ทหาร จำเลยที่ 1 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเขตพื้นที่รับผิดชอบในการผลักดันคนต่างด้าวชาวโรฮีนจา ได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยทุจริตด้วยการอ้างความมั่นคง เพื่อขอรับตัวชาวโรฮีนจาที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายไว้เองเพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักร ถือว่ามีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ซึ่งมีน้ำหนักมั่นคงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.กัมปนาท จำเลยที่ 2 รับฟังได้ว่า เป็นผู้นำเช็คเงินสดของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเทสโก้โลตัส ระนอง จำนวน 27 ครั้ง ครั้งละ 60,000-100,000 บาท รวม 1,623,530 บาท จาก น.ส.นัยนา ปั้งชวด ซึ่งเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ศาลเห็นว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ารับเงินค่าเสบียงและค่าปฏิบัติการข่าวเข้าบัญชีจริง อีกทั้งจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีหลักฐานอื่นมาแสดงว่าร่วมทำธุรกิจส่งอาหารทะเลและทำเรือประมง จึงเป็นข้ออ้างลอยๆ ไม่น่ารับฟัง เพราะเงินที่นำเข้าบัญชีแต่ละครั้งมีจำนวนมาก เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนสูงเกินกว่าที่ได้รับจากเงินเดือน ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ถือได้ว่าใช้โอกาสที่ต้องดำเนินการผลักดันหรือปฏิเสธการเข้าเมืองของคนต่างด้าวชาวโรฮีนจา เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับเงินหรือผลประโยชน์ค่าตอบแทน ช่วยดูแลการขนส่งชาวโรฮีนจา พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5 (1) (2) 825, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6 (1), 9 วรรคสอง, 10, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นข้าราชการ จึงต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า ให้จำคุกคนละ 8 ปี, ฐานร่วมกันตั้งแต่ 3 คนค้ามนุษย์แก่บุคคลอายุเกิน 18 ปี ระวางโทษเป็น 2 เท่า จำคุกคนละ 12 ปี ฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเป็นเจ้าหน้าที่ค้ามนุษย์แก่บุคคลอายุเกิน 18 ปี จำคุกคนละ 6 ปี และฐานร่วมกันรับและให้ที่พักพิงแก่บุคคลต่างด้าว จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 27 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายด้วย ข้อหาอื่นให้ยก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทนายความจำเลยกล่าวสั้นๆ ว่าจะยื่นขอประกันตัวจำเลย และยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20253</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์โรฮีนจา, จำคุกคนละ 27 ปี, น.อ.กัมปนาท สังข์ทองจีน, พ.อ.ณัฏฐ์สิทธิ์ มากสุวรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc88ed99c77a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
