<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบ &#039;เฟรม กาฬสินธุ์&#039; พร้อมของกลางยาบ้า ปืน กระสุนอื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.63 - เมื่อเวลา 09.30 น.ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย &amp;nbsp;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายวุฒิพษ์ หรือ เฟรม แก้วสีนวล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 ม.7 ต.คำใหญ่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น จับกุมตัวได้พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 188,000 เม็ด อาวุธปืนยี่ห้อโคลด์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 20 นัด, เครื่องกระสุนปืน ขนาด 556 มม. จำนวน 95 นัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่นได้จับกุมวัยรุ่นเสพยาเสพติด จึงได้ นำตัวมาสอบสวนขยายผลทราบว่า เพื่อนชื่อเฟรมซึ่งเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ( ม.พฤกษานารา)พื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น เอายาบ้ามาแบ่งให้เสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขอหมายค้น และเข้าตรวจค้นที่บ้านเช่าหลังดังกล่าว พบนายเฟรม พักอาศัยอยู่ในบ้าน โดยจากการตรวจค้นพบเพียงอาวุธปืนยี่ห้อโคลด์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 20 นัด เครื่องกระสุนปืน ขนาด 556 มม. จำนวน 95 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการสอบสวนทราบว่า นายเฟรม ให้การว่าเป็นชาว จ.กาฬสินธุ์ และมียาเสพติดเก็บไว้ที่บ้าน จากนั้นนำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดยาบ้า จำนวน 188,000เม็ด ที่บ้านพัก ในเขต อ.ห้วยเม็ก โดยให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าทั้งหมด มีเครือข่ายจากประเทศเพื่อนบ้าน ลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน จาก เขต จ.หนองคาย มาส่งให้ที่บ้าาทร่ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนำมาขายให้ลูกค้าในพื้นที่ ซึ่งจะขายเพียงราคาส่ง โดยจะไม่มีการวางตามข้างถนนหรือสถานที่ต่างๆ ลูกค้าต้องซื้อขายกันด้วยเงินสดเท่านั้น ส่วนยาบ้าที่ถูกตรวจยึดได้ในครั้งนี้ก็จัดเตรียมไว้ให้ลูกค้าที่นัดรับแต่ถูกตำรวจตรวจยึดและจับกุมตัวได้ก่อน จึงไม่สามารถส่งยาบ้าให้ลูกค้าได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการตรวจค้นพบอาวุธปืนนั้น ได้แจ้งข้อหา อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ้านเป็ด ดำเนินคดี ส่วนยาบ้านั้น ตรวจยึดได้ในพื้นที่ สภ.ห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า ให้พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยเม็ก รับตัวพร้อมของกลางไปดำเนินคดีในมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79373</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ค้ายา, ตำรวจ, ยาเสพติด, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f77f635709cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ &#039;เอมมี่ ธิดาวานร&#039; หนีคดีออกนอกประเทศไปอยู่ดูไบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - สืบเนื่องจากกรณีศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำคุก เอมี่ อาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ แม่มา นางเอกสาวลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ อดีตนางเอกละครเรื่อง ธิดาวานร และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 เป็นจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเหลือคุก 33 ปี 4 เดือน ปรับ 6.6 แสนบาท นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว ว่า &amp;quot;ยังมีคนกล้าหลอกนักข่าวอีกว่า เอมี่ อยู่เมืองไทยไม่ได้หลบหนี เดี๋ยวจะพาไปมอบตัวแล้วจะสู้ต่อในชั้นฏีกา โกหกซ้ำๆ ทำไมไม่บอกคนอื่นบ้างว่าโดนกองปราบดำเนินคดีบุกรุกสถานที่ราชการและโดนคดีเกี่ยวกับการล้มคดียาอีกกี่คดี เอมี่ เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิไปดูไบเมื่อวันที่ 22/08/2019 หลังจากนั้นไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย จนศาลออกหมายจับก่อนอ่านคำพิพากษา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายา, ยาเสพติด, เอมี่ อาเมเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f81f37265f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนประหารชีวิต &#039;ไซซะนะ&#039; พร้อมพวกอีกรายสมคบค้ายาบ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.2833/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 42 ปี (XAY SANA KEOPIMPHA) สัญชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว), นายชุมพร พนมไพร อายุ 45 ปี และนายรัชพล หรือกิมเล้ง รัฐสพลพกรณ์ อายุ 33 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และมียาบ้า ซึ่งเป็นเมทแอมเฟตามีน ยาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ ยื่นฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 24 ก.ค.- 16 ก.ย. 2558 จำเลยที่ 1-2 กับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด โดยจำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ใน สปป.ลาว ร่วมกันจัดหาเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และจัดหาเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการลักลอบขนส่งลำเลียงยาเสพติดและจัดหารถยนต์สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 2,381,400 เม็ด ไปส่งให้กับเครือข่ายทางภาคใต้ของไทย และมาเลเซีย และระหว่างวันที่ 17 - 22 ส.ค. 2559 จำเลยทั้งสาม ยังร่วมกันสมคบกันลักลอบส่งยาบ้าอีกจำนวน 1 ล้านเม็ด ส่งให้เครือข่ายทางภาคใต้โดยติดต่อกับนายไซนุเด็ง มะ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้ทำหน้าที่ธุรกรรมการเงินรับโอนเงินค่ายาเสพติดจากนายไซนุเด็งหลายครั้งหลายหน จำนวน 144 ล้านบาท ไปส่งมอบให้เพื่อนของจำเลยที่ 1 ที่ สปป.ลาว อันเป็นการกระทำเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมพวกจำเลยได้พร้อมของกลางหลายรายการทั้งยาเสพติด , รถกระบะที่ใช้กระทำผิด , โทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดที่ สปป.ลาว , จ.นครพนม , จ.อุดรธานี , จ.สงขลา และอีกหลายพื้นที่เกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 1-2 ไม่ได้รับการประกันตัว โดยถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 ได้รับการปล่อยตัว หลังศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง ซึ่งวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-2 มาจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ส่วนจำเลยที่ 3 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับมารดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2561 พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบแล้วเห็นว่า ในส่วนของข้อกล่าวหาสมคบกับนายรัชศักดิ์ ชำนาญกุล (ถูกฟ้องเป็นจำเลยคดีในศาลอาญาแล้ว) ค้ายาบ้าจำนวน 2,381,400 เม็ด ที่มีนายวิทยา หรือวิท โสภา เป็นผู้ขับรถยนต์ขนส่งไปที่ประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือน ก.ย. 2558 นั้นปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เบิกความตามที่ได้รับฟังข้อเท็จจริงมาจากบุคคลอื่นที่ให้การซัดทอดมา ขณะที่โทรศัพท์ที่ตรวจยึดได้ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่า ได้ติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ที่จำเลยที่ 1 ใช้ พยานหลักฐานโจทก์ จึงมีเพียงคำซัดทอดที่ต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังประกอบพยานหลักฐานอื่น ซึ่งแม้จะมีข้อมูลการติดต่อโทรศัพท์แต่ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีการติดต่อถึงจำเลยที่ 1-2 พยานหลักฐานโจทก์จึงยังมีข้อสงสัยตามสมควร ศาลจึงยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาจำเลยที่ 1 สมคบกับพวกนายศักดา หรือโหน่ง อัครศักดิ์ศรี และนายวิวัฒนชัย หรือเอ๋ เดชสหโรจนธร (ทั้งสองถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดียาเสพติดหมายเลขดำ อย.3226/2559 ที่ศาลจังหวัดชุมพรพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง 363/2560 แล้ว) กระทำความผิดเกี่ยวกับยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด และจำเลยที่ 2 มียาบ้า 1 ล้านเม็ดดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น โจทก์มีพยานหลักฐานการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์แสดงการติดต่อระหว่างจำเลยที่ 1-2 กับนายศักดา และนายวิวัฒนชัย ในเดือน ส.ค.2559 ก่อนเกิดเหตุที่นายศักดา และนายวิวัฒนชัย ถูกจับกุมในวันที่ 25 ส.ค.2559 ซึ่งจำเลยที่ 1 ใช้โทรศัพท์ติดต่อสั่งการจากฝั่ง สปป.ลาว และให้จำเลยที่ 2 กับพวกจัดหารถกระบะมือสองยี่ห้อมาสด้า ตรงกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายศักดาและนายวิวัฒนชัย ที่ว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ติดต่อโทรศัพท์มาและพาไปพบจำเลยที่ 1 บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ช่วงเช้าของวันที่ 20 ส.ค.2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเย็นวันที่ 21 ส.ค.2559 จำเลยที่ 2 ได้นำรถกระบะมาส่งให้ ขณะที่เมื่อถูกจับกุมตรวจค้นก็พบยาบ้าซุกซ่อนในรถกระบะ ขณะที่ผลการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ก็ระบุตำแหน่งขณะใช้บริเวณ จ.อุดรธานี จ.หนองคาย และด่านตรวจคนเข้าเมือง สอดคล้องกับคำให้การพยาน พยานหลักฐานจึงรับฟังได้ว่า นายไซซะนะ จำเลยที่ 1 สมคบกับพวกกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วน นายชุมพร จำเลยที่ 2 รับฟังได้ว่าเป็นผู้นำรถกระบะไปดัดแปลงซุกซ่อนยาบ้า 1 ล้านเม็ดไว้ก่อนนำรถมาส่งให้กับนายศักดา และนายวิวัฒนชัย เพื่อไปส่งให้บุคคลอื่น นายชุมพร จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายรัชพล จำเลยที่ 3 ที่ถูกกล่าวหารับโอนเงินค้ายาจากกลุ่มผู้ค้ายาประเทศมาเลเซียมาส่งให้นายสีสุก ดาวเรือง พวกที่อยู่ใน สปป.ลาว เพื่อให้ความสะดวกจำเลยที่ 1-2 สมคบค้ายานั้น แม้โจทก์จะมีเจ้าหน้าที่จากมาเลเซีย เบิกความถึงหลักฐานการรับโอนเงินกว่า 2 ล้านบาทแต่ตามทางนำสืบฟังไม่ได้ว่าเป็นเงินจากการค้ายาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ดที่ฟ้องนี้ แต่น่าจะเป็นยาเสพติดอื่นจำนวน 200,000 แสนเม็ด ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นเป็นเรื่องนอกสำนวนที่ไม่ได้ปรากฏในฟ้องนี้ศาลจึงไม่อาจนำมาพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 3 ยังมีข้อสงสัยตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษา ให้ประหารชีวิต นายไซซะนะ และนายชุมพร จำเลยที่ 1-2 แต่คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความบางส่วนของจำเลยที่1-2 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1-2 ไว้ตลอดชีวิต และให้นับโทษนายไซซะนะต่อจากยาบ้าคดีแรกจำนวน 1.2 ล้านเม็ด ที่ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตไปแล้วด้วย โดยพิพากษายกฟ้อง นายรัชพล จำเลยที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์ จำเลยที่ 1,2 ยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วพิพากษาแก้ว่า นายไซซะนะ จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานสมคบกันค้ายาเสพติดเพิ่มอีก 1 ฐานความผิดด้วย&amp;nbsp;แต่ยังคงโทษประหารชีวิต คำให้การจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์อยู่บ้างในชั้นสอบสวนลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนของนายไซซะนะมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ยังจำคุกตลอดชีวิตตามศาลชั้นต้น ขณะที่จำเลยที่ 3 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะพิพากษาลงโทษได้ ให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายไซซะนะ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2562 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาคดี อย.1642/2560 ให้ประหารชีวิตนายไซซะนะ ฐานนำเข้ายาบ้า จำนวน 1.2 ล้านเม็ด เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตอีกคดีด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75006</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ค้ายา, ยาเสพติด, ไซซะนะ แก้วพิมพา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72e9796fa13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 07:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เข็ดหลาบ!ตำรวจเมืองเพชร รวบชายวัย 32 เพิ่งพ้นคุกหันกลับค้ายานรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - พ.ต.ท.อติชาติ ปิสาวงษ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.ท.วีรยุทธ เอี่ยมประเสริฐ สว.กก.สส.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.รณชัย จันทร์ปรุง รอง.สว.สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภ.จว.เพชรบุรี วานนี้ร่วมจับกุมตัวนายกิติศักดิ์ หรือ บังโหลด หงส์ทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 7 ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 78,000 เม็ด อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภ.จว.เพชรบุรี สืบทราบว่า นายกิติศักดิ์ ซึ่งเคยถูกจับกุมและจำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ เมื่อพ้นโทษยังมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดอยู่ และปัจจุบันเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม โดยนายกิติศักดิ์จะพักอาศัยอยู่กับภรรยา (ขอสงวนนาม) ที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ต.บางครก อ.บ้านแหลม และใช้บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 2 ต.บางครก เป็นสถานที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด ประกอบกับได้รับแจ้งจากสายลับว่านายกิติศักดิ์ได้รับยาเสพติดมาจำนวนหนึ่งและนำมาซุกซ่อนไว้ที่บ้านดังกล่าวเพื่อรอการจำหน่าย จึงได้ดำเนินการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเพชรบุรี ทำการตรวจค้นบ้านทั้ง 2 หลังดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบนายกิติศักดิ์อยู่ในบ้านและเป็นผู้นำตรวจ เบื้องต้นพบปืนพกขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะ Isuzu ทะเบียน บม 1182 เพชรบุรี และ พบยาบ้าจำนวน 18,000 เม็ด บรรจุห่อกันน้ำซุกซ่อนฝังดินไว้บริเวณใต้ต้นไม้หน้าบ้าน จากนั้นนายกิติศักดิ์ยังสารภาพอีกว่าตนยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนฝังดินอยู่ใต้ถุนบ้านเลขที่ 34/1 ซึ่งเป็นบ้านญาติของภรรยาตน ที่ปัจจุบันไม่มีผู้พักอาศัยแต่มีตนดูแลอยู่ พร้อมเป็นผู้นำไปขุดและนำยาเสพติด ออกมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 6 ก้อนหรือประมาณ 60,000 เม็ด รวมยาเสพติดที่พบทั้ง 2 จุดประมาณ 78,000 เม็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิติศักดิ์ สารภาพว่าหลังพ้นคดีออกจากเรือนจำ ได้กลับมาจำหน่ายยาบ้าใน จ.เพชรบุรีอีกครั้งนาน 8 เดือน โดยซื้อยาเสพติดมาจากชาย ชื่อ กาน ชาวกรุงเทพ &amp;nbsp;2 ครั้ง ครั้งแรกซื้อมาจำนวน 100,000 เม็ด และจำหน่ายไปจนหมด ครั้งนี้ซื้อมาจำนวน &amp;nbsp;140,000 เม็ด และจำหน่ายไปแล้วบางส่วนเหลือ เพียงยาบ้าของกลางที่ขุดพบที่กำลังรอจำหน่ายอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ควบคุมตัวนายกิติศักดิ์ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแหลม ดำเนินคดีจำหน่ายยาเสพติด และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71099</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายา, พ.ต.ท.อติชาติ ปิสาวงษ์, ภูมิภาค, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09090779ab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบยกแก๊งเครือข่าย &#039;นุ หนองหงส์&#039; ขาใหญ่ในเรือนจำ ซื้อขายยาบ้าจากชาวลาวผ่านเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อำเภอหนองกี่ &amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;สนธิกำลังหลายฝ่าย เข้าจับกุม นายสหวิริยา &amp;nbsp;ทีภูงา อายุ 37 ปี นายพงษ์เทพ &amp;nbsp;พิมพ์โคตร อายุ 30 ปี และนายโยธิน ปราชิโก อายุ 38 ปี ทั้งหมดเป็นชาวอำเภอหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ขณะขับขี่รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยตา สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ได้บนถนนสายนางรอง &amp;ndash; บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งจากสายว่า รถคันดังกล่าวลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่จังหวัด &amp;nbsp; และเมื่อทำการตรวจค้นภายในรถ &amp;nbsp;ก็พบห่อพลาสติกปิดมิดชิดจำนวน 8 ห่อ &amp;nbsp;เมื่อเปิดออกดูก็พบเป็นยาบ้านับได้จำนวน 15,626 เม็ด &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 3 ไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เคยถูกจับคดียาเสพติด &amp;nbsp;และช่วงที่อยู่ในเรือนจำ &amp;nbsp;ก็ได้รู้จักกับนายนุ &amp;nbsp;(ไม่ทราบนามสกุล) โดยแก๊งค้ายาจะรู้จักในฉายา &amp;ldquo;นุหนองหงส์ &amp;nbsp;ก็ติดคุกในคดียาเสพติดเหมือนกัน &amp;nbsp;ซึ่งตอนที่อยู่ในคุกก็พูดคุยถูกคอถึงขนาดไว้ใจคุยกันเรื่องเส้นทางการซื้อขายยาเสพติด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายนุ บอกว่า หากพ้นโทษออกมาก่อน ให้ไปติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับเครือข่ายที่อยู่ฝั่งลาวผ่านเฟชบุ๊ก &amp;nbsp;พอพ้นโทษนายโยธิน &amp;nbsp;ก็ติดต่อซื้อขายยากันมาตลอด &amp;nbsp;เมื่อได้รับยาแล้วก็จะทำหน้าที่นำไปกระจายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp; โดยจะวางไว้ตามจุดที่นัดหมาย กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 3 &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิรัตน์ &amp;nbsp;กลิ่นขจร &amp;nbsp;นายอำเภอหนองกี่ กล่าวว่า หลังจากได้รับรายงานจากสายว่ามีผู้ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ &amp;nbsp;โดยใช้วิธีการนำยาไปวางตามจุดต่างๆ ที่นัดหมาย เช่น หลักกิโลเมตร หรือป้ายบอกทาง &amp;nbsp;จากนั้นก็จะมีคนมารับ &amp;nbsp;และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าติดต่อซื้อขายยาผ่านเฟสบุ๊ก จากเครือข่ายค้ายาประเทศลาว จึงได้ให้ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดออกสืบสวนหาข่าว และติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาดังกล่าว &amp;nbsp;ได้พร้อมของกลางขณะนำยาไปกระจายให้ลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายา, บุรีรัมย์, ยาเสพติด, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eedecddc81ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือดกลางที่ประชุมพปชร.&#039;สิระ&#039;ชงคุณสมบัติกก.บห.ต้องไม่ค้ายาเสพติด&#039;ไผ่&#039;ตะโกนสวน บ้าหรือเปล่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.63- ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ อาคารวัน รัชดา ถ.รัชดาภิเษก มีการประชุมส.ส.ของพรรค ประจำสัปดาห์ โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล , นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค และนายสุชาติ ชมกลิ่น นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะรักษาเลขาธิการพรรค ยังคงไม่เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการประชุม นายไพบูลย์ได้แจ้งว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ จะเตรียมจัดประชุมในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 10:00 น ณที่ทำการพรรคเดิม จากนั้นการประชุมได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยระหว่างที่รอสื่อมวลชนเก็บบรรยากาศการประชุม ก่อนเข้าวาระที่3 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.ได้ลุกขึ้นหารือ โดยเสนอว่าให้คณะกรรมการบริหารชุดรักษาการ ต้องพิจารณาเพิ่มคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นกก.บห.พรรคชุดใหม่ โดยอย่าให้ผู้ที่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้ามาดำรงตำแหน่ง ทำให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ตะโกนสวนทันทีด้วยความไม่พอใจว่า &amp;quot;บ้ารึเปล่า!&amp;quot; &amp;nbsp;ถึง3 ครั้งติดต่อกัน ทำให้นายไพบูลย์ รีบตัดบทระบุว่า สิ่งที่นายสิระเสนอนั้นไม่ได้อยู่ในวาระการประชุม ก่อนที่จะเชิญสื่อออกนอกห้อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68853</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติรัฐมนตรี, ค้ายา, นายสิระ เจนจาคะ, นายไผ่ ลิกค์, พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee87d7a08c2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมนัส&#039;ลั่นไม่เคยรับสารภาพคดีค้ายา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 ก.พ. &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า &amp;nbsp; รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นกล่าวชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติของตนเองว่า&amp;nbsp;เรื่องที่ยกมาอภิปรายดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของไทยบังคับใช้กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหากนำมติครม.ประเทศออสเตรเลียมาบังคับใช้กับประเทศไทยไม่ได้เนื่องจากขัดต่ออธิปไตยเหนือดินแดน &amp;nbsp;ขณะที่อำนาจทางนิติบัญญัติที่ตรากฎหมายบังคับใช้เพื่อรัฐนั้นจะมีผลเฉพาะรัฐนั้นไม่สามารถนำกฎหมายของประเทศออสเตรเลียบังคับหรือลงโทษคนไทยในรัฐไทยไม่ได้ขณะที่อำนาจตุลาการจะมีผลพิพากษาเฉพาะตามอำนาจของรัฐเท่านั้นหากคู่กรณีหรือคู่สัญญาแต่ละประเทศหากยอมรับมาปฏิบัติในกฎหมายไทยต้องบัญญัติไว้ในกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนฟังผู้อภิปรายผมตื่นเต้นว่ามีอะไรเด็ดแต่พอฟังแล้วไม่ตื่นเต้นเพราะสิ่งที่พยายามอภิปรายคือคำพิพากษาของศาลแขวงผมมีมาตั้งนานแล้วโดยผมได้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงการต่างประเทศคัดสำเนาคำพิพากษาศาลออสเตรเลียคือศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ในวันที่ 31มี.ค. 2537และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รัฐในวันที่10มี.ค. 2538 &amp;nbsp;เอกสารที่ท่านแสดงผมมีมากกว่าท่าน &amp;nbsp;และที่ระบุมีคำแปลว่าผมรับสารภาพว่าเจตนานำเข้ายาเสพติดนั้นไม่จริง เพราะคำแปลที่มีผู้รับรองซึ่งน่าเชื่อถือได้ &amp;nbsp; ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่าผมรับสารภาพนำเข้าส่งออกจำหน่ายและผลิตเฮโรอีนที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต &amp;nbsp; ผมยืนยันว่าไม่ได้รับสารภาพว่าเป็นผู้นำเข้าส่งออกจำหน่ายและผลิตเฮโรอีนเพราะหากผมถูกลงโทษตามผู้อภิปรายชี้แจงผมคงต้องตายแล้วต้องมาเกิดเพื่อมาติดคุกอีกนอกจากนี้ในคำพิพากษาระบุว่าความผิดของผมคือฐานรู้ว่ามีผู้กระทำความผิดแต่ปกปิดไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ให้ทราบทั้งนี้ในคำพิพากษาที่อภิปรายนั้นอ่านไม่ครบถ้วน&amp;rdquo;ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่าเพราะความเขลาตนจึงโดนลงโทษ4ปีซึ่งในช่วงนั้นตนถูกส่งตัวไปที่เมืองโอบารอนส์รัฐนิวเซาท์เวลส์ประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นสถานที่นักโทษคดีชายฉกรรณ์ซึ่งมีความผิดลหุโทษโดยเข้าไปทำงานในฟาร์มไม่ได้ถูกขับอยู่ในเรือนจำทั้งนี้ตั้งแต่วันที่15เม.ย.40 หากไปตรวจสอบข้อมูลราชการจะพบว่าตนไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดเลยแต่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นจุดบอดเป็นตราบาปของตนฉะนั้นการแอบอ้างคำสั่งศาลของประเทศอื่นมามีผลบังคับใช้กับรัฐบาลไทยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เมื่อร.อ.ธรรมนัสชี้แจงจบ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ลุกขึ้นสอบถามร.อ.ธรรมนัสว่าขอถามสั้นๆอีกครั้งว่าท่านเคยเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและติดคุกที่ออสเตรเลียจริงหรือไม่ จึงทำให้ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ลุกขึ้นประท้วงทันทีก่อนที่นายสุชาติตันเจริญรองประธานสภาฯคนที่1ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมจะบอกว่าเป็นสิทธิของรัฐมนตรีว่าจะตอบหรือไม่แต่ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ลุกขึ้นตอบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในทวิตเตอร์และโซเซียล อนาคตใหม่ ก็มีการปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับคดีความร.อ.ธรรมนัส พร้อมโพสต์ข้อความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุ๊ย! ทำไฟล์หล่น&amp;nbsp; แจกไฟล์เอกสารกระชากหน้ากากธรรมนัสขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี-ส.ส. เนื่องจากมีการประท้วงและการขัดขวางการขึ้นภาพเอกสารในห้องประชุมสภาทำให้ประชาชนทางบ้านดูไม่ค่อยสะดวก #อภิปรายไม่ใว้วางใจรัฐบาล #ประชุมสภา #กระชากหน้ากาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;อุ๊ย! ทำไฟล์หล่น

แจกไฟล์เอกสารกระชากหน้ากากธรรมนัสขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี-ส.ส. เนื่องจากมีการประท้วงและการขัดขวางการขึ้นภาพเอกสารในห้องประชุมสภาทำให้ประชาชนทางบ้านดูไม่ค่อยสะดวก #อภิปรายไม่ใว้วางใจรัฐบาล #ประชุมสภา #กระชากหน้ากาก https://t.co/3xvn16Df2y&lt;/p&gt;
&amp;mdash; อนาคตใหม่ (@FWPthailand) February 26, 2020


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายา, ร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e565ad68fb5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
