<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์บุกทลายแหล่งผลิตปืนเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ 2 จังหวัด มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - ที่กองบังคับการ 3 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.3 บช.สอท. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.(กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก. 3 บช.สอท. ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายดนุนัย (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น , นายสรวีย์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย ,นางกุลธิรัตน์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อนกว่า 2,000 กระบอก ลูกกระสุนปืนรวม 1,000,000 นัด รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้าน หลังถูกกำลังเจ้าหน้าที่ บก.3 บช.สอท. ทำการตรวจยึดได้ในเจตพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ ในเขต จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย &amp;nbsp;คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ บช.สอท. ร่วมกับ บก.สส.ภ.4 และ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกลุ่มผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนทางออนไลน์จนกระทั่งพบผู้ค้ารายใหญ่จำนวน 2 ราย ทำการเสนอจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ค จึงได้ทำการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และสถานที่ที่ใช้สำหรับซุกซ่อนอาวุธปืนเพื่อรอจำหน่าย ในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย จนกระทั่งในวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกันทั้งในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกในเขต จ. ขอนแก่น 3 จุด ทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของที่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 1,114 กระบอก , อาวธุ ปืนสั้นไม่มีทะเบียน 30 กระบอก และกระสุนปืน &amp;nbsp;400,000 นัด จุดที่ 2 ที่บ้านทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นโกดังเก็บของเช่นกัน ในเขต ต.ศิลา อ.เมือง ในจุดนี้ ตรวจยึด ปืนยาวไม่มีทะเบียน 258 กระบอก,อาวธุ ปืนสั้นไมมีทะเบียน 84 กระบอกและกระสุนปืนประมาณ 320,000 นัด จุดที่ 3 บ้านพักภายในหมู่บ้านวราศิริหนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวธุปืนยาวไม่มีทะเบียน 42 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 8 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 200,000 นัด &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 จุดของขอนแกน มีนายดนุนัย เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่กำลัง บก.3 บช.สอท. อีก 1 ชุดได้เข้าทำการตรวจค้นภายในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย &amp;nbsp;2 จุด คือจุดแรกที่ บ้านพักแห่งหนึ่งที่มีการต่อเติมให้เป็นโกดังเก็บของ พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 173 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 51 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 54,000 นัด และจุดที่ 2 ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์บีบีกัน &amp;nbsp; พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 13 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 3,500 นัด อาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียนจำนวน 1,600 กระบอก,อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 173 กระบอก และกระสุนปืนตะกั่ว จำนวน 977,510 นัด &amp;nbsp;ซึ่งจากการสอบสวน นายดนุนัย ให้การว่าได้สั่งอาวุธปืนมาจากผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้โดยปืนดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งจากอินโดนีเซีย,สวีเดน,สหรัฐอเมริกา, ตุรกี,สเปนและจีนโดยไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร ผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่งที่กำลังเจ้าหน้าที่กำลังเข้าสอบสวน ในส่วนอุปกรณ์ส่วนควบและกระสุนปืน &amp;nbsp;จะสั่งซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ โดยอาวุธปืนและอุปกรณ์ส่วนควบทั้งหมดจะถูกส่งมาที่โกดังทั้ง 3 แห่งในเขต จ.ขอนแก่น เพื่อทำการประกอบตามออเดอร์การสั่งซื้อ &amp;nbsp;และสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางจำหน่ายคือ &amp;nbsp;ปืนอัดลม.com เพื่อโพสต์แสดงสินค้าเมื่อมีลูกค้าสนใจจะทำการ ติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และให้ลูกค้าทำการชำระเงินผ่านวิธีการทางธนาคาร ก่อนที่จะจัดส่งสินค้าให้ทาง บริษัทขนส่งเอกชน โดยมีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.สอท. กล่าวว่า ขณะที่แนวทางการสอบสวนยังคงพบอีกว่านายดนุนัยนั้นใช้ขอนแก่นเป็นฐานการผลิต &amp;nbsp;และใช้พื้นที่เชียงราย เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ &amp;nbsp;โดยกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ทำการค้าขายมาแล้วประมาณ 5 ปี มีลูกค้ามากกว่า 50,000 ราย มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน โดยมียอดของการสั่งซื้อทุกวันๆละหลายร้อยกระบอก &amp;nbsp;ทั้งยังคงมีการเปิดช่องยูทูป &amp;nbsp;ชื่อ &amp;ldquo;AirgunRifle&amp;rdquo; สำหรับการใช้รีวิว สินค้า โดยมีบริษัทเอกชนขนส่งที่กลุ่มขบวนการดังกล่าวนี้เลือกใช้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า มีและจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน,จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่ผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯพ.ศ.2490 , ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันพึงรู้ว่านำเข้ามา โดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นและ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าอาวุธออนไลน์, บช.สอท., ปืนเถื่อน, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114dd6d3e4ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. สั่งสอบหาผู้รับผิดชอบปืนหลวงถูกโพสต์ขายออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้มีหนังสือชี้แจงกรณีปืนหลวงหลายกระบอกถูกขบวนการค้าอาวุธเถื่อนโพสต์ขายทางออนไลน์ระบุว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ขอชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวพบปืนหลวงเกี่ยวข้องการค้าปืนเถื่อนออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเมื่อ 6 มิ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 6/6 (ร้านทองศรีเพชรทอง 2), บ้านเลขที่ 6/5 (ร้านเจแอนด์ที เอ็กเพลส), บ้านเลขที่ 21/23 (เต็นท์รถมือสอง) ถ.มาเจริญ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ และท้องพักเลขที่ 142/592 ฟิวส์ เซนเซ่ บางแคคอนโดมิเนียม ถ.พุทธมณฑลสาย 2แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ ตามหมายค้นของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ ค.109/2564, ค.111/2564 และ&amp;nbsp; ค.113 /2564&amp;nbsp; ลง 1 มิ.ย.64 ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุน จำนวนหลายรายการ อยู่ในความครอบครองของนายอนพัชฯ หรือท๊อป ผู้ต้องหา ต่อมาพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้นำอาวุธปืนซึ่งเป็นของหน่วยงานราชการ ที่ตรวจค้นพบได้ในครั้งนี้ส่งตรวจสอบที่กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพ.) พบว่า มีอาวุธปืนของกลางที่ สพ. ได้จ่ายให้กับ บช.น. จำนวน 11กระบอก โดยเป็นอาวุธปืนขนาด .38&amp;nbsp; นิ้ว จำนวน 1 กระบอก ขนาด 9 มม. จำนวน 10 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากได้รับรายงานจาก บก.ป. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทำการตรวจสอบ ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นของหน่วยงานใด และอยู่ระหว่างการครอบครองดูแลรักษาของผู้ใด ผลการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า อาวุธปืนของกลางดังกล่าว อยู่ในความดูแลของ สน.บางเสาธง จำนวน 1กระบอก, สน.ธรรมศาลา จำนวน 5 กระบอก และ สน.หลักสอง จำนวน 5 กระบอก รวมจำนวนทั้งสิ้น 11 กระบอก จึงได้สั่งการให้ บก.น.๗ และ ๙ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า อาวุธปืนดังกล่าวอยู่ในคลัง สน. หรือ ได้มีการแจกจ่ายให้ข้าราชการตำรวจรายใดเป็นอาวุธประจำกาย หรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงเรื่องตัวผู้รับผิดชอบแล้ว จะได้ดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยหากพบว่าข้าราชการตำรวจรายใด ได้นำอาวุธปืนไปจำหน่ายหรือจำนำโดยเจตนา ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บช.น. ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ 0015.143/6581 ลง 8 มิ.ย.64 กำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุม และการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนของทางราชการ โดยให้ทุกหัวหน้าหน่วยระดับ สน./กก. ด้วยตนเอง ตรวจสอบการจ่ายอาวุธปืนของหลวงทุกชนิดและการปฏิบัติเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อเป็นการป้องกัน มิให้เกิดการสูญหาย หรือเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง โดยกำหนดวงรอบการตรวจสอบเป็นประจำทุก 6 เดือน (มิ.ย. และ ธ.ค.) รวมทั้งให้จัดทำคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบระดับ รอง ผกก. มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลให้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดวงรอบการปฏิบัติทุกเดือน แล้วรายงานให้ บช.น. ทราบตามวงรอบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106438</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ค้าอาวุธออนไลน์, ค้าอาวุธเถื่อน, บช.น., ปืนหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c84d309a162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบทลายเครือข่ายค้าอาวุธเถื่อนออนไลน์ พบเงินหมุนเวียนกว่าร้อยล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช องผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์&amp;nbsp;จับกุม นายสิปปวุฒิ พรหมประสิทธิ์ อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ นายไตรภพ ล้าเลิศ อายุ 57 ปี และ นายนัฐพงษ์ ศรีงาม อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา ร่วมกันค้าอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครอง พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนสั้นและยาว รวม 23 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 1,000 นัด นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมลูกค้าที่ซื้อปืนจากเครือข่ายนี้ได้เพิ่มอีก1ราย พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนสั้นอีก 1 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีอาวุธปืนทั้งถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย อยู่ในท้องตลาดค้าขายปืนจำนวนมาก โดยมีกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ค้าอาวุธในตลาดมืดเป็นตัวขับเคลื่อนให้ปืนเหล่านี้กระจ่ายไปสู่ลูกค้าที่ต้องการ&amp;nbsp; โดยใช้ช่องทางการซื้อขายผ่านทางออนไลน์&amp;nbsp; ซึ่งจะมีการตั้งเป็นกลุ่มลับเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบในอาวุธปืน เพื่อสามารถจัดซื้อขายกันอยางเสรี และหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; ซึ่งอาวุธปืนส่วนใหญ่ที่กระจายออกไปมักจะไปอยู่ในมือกลุ่มนักสะสมมือปืนรับจ้าง และเครือข่ายค้ายาเสพติด&amp;nbsp;ดังนั้นหากปล่อยให้เครือข่ายค้าปืนเถือนออนไลน์ยังสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้ต่อไป อาจจะส่งผลต่อการก่อเหตุอาชญากรรมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.พงศ์ปณต กล่าวว่า สำหรับผลการปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนออนไลน์ของกองปราบปราบที่ผ่านมา&amp;nbsp; เริ่มจากการขยายผลการซื้อขายอาวุธ ผ่านเพจชุมชนตลาดดำ โดยเริ่มปราบปราบตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 9 ราย ยึดของกลางปืนสั้น และปืนยาว 154 กระบอก วัตถุระเบิดจำนวน14ลูก และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบ100ล้านบาท โดยหลังจากนี้ทางกองปราบจะดำเนินการตรวจสอบ และปราบปรามต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, ค้าอาวุธออนไลน์, ปืนเถื่อน, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1dac93b3b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
