<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมคิด&#039;จ่อฟ้องรมว.แรงงานต่อกกต.ไม่ขึ้นค่าแรงตามที่หาเสียง &#039;เสี่ยเฮ้ง&#039;ปัดไม่รู้จัก&#039;ดาบจ.-เจ๊อ.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ก.ย.64-เมื่อเวลา 9.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ในวันเสาร์ที่ 4 ก.ย. โดยวันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่นายสุชาติเข้ามารับตำแหน่ง คาดหวังว่าจะทำตามนโยบายที่ได้เคยหาเสียงไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลเมื่อใด ค่าแรงขั้นต่ำต้องเพิ่มขึ้นเป็น 400-425 บาท จบปริญญาตรีได้เงินเดือน 20,000 บาท จบอาชีวะได้ 18,000 บาท แต่พอผ่านมาหนึ่งปีกลับไม่ทำ ทั้งที่เคยหาเสียงไว้ถือว่าหลอกลวง ไปสัญญาประชาคมไว้ แต่ไม่ทำ ดังนั้น จะไปยื่นเรื่องเพื่อร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) ขอให้ตรวจสอบนายสุชาติ รวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องจากการโกหกหลอกลวงประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเลขแรงงานต่างด้าวซึ่งมีประมาณ 2.3 ล้านคน แบ่งเป็น กทม.7.5 แสนคน ปริมณฑล 1.3 แสนคน มีแรงงานผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียน 5 หมื่นคน แต่บางกลุ่มซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ไม่ยอมขึ้นทะเบียน และไม่มีมาตรการตรวจคัดกรอง ทำให้วันนี้โควิดมันกระจาย เพราะมาจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่มีการลักลอบขนแรงงานเข้ามา โดยกระบวนการนี้มีดาบ จ. ซึ่งรู้จักกันทั้งแม่สอด โดยส่งไปดาบนั่นดาบนี่ต่อไปข้างบนสุดท้าย คือ&amp;quot;บิ๊ก ป &amp;quot; และมี &amp;ldquo;เจ๊ อ.&amp;rdquo; ร่วมขบวนการด้วยในการเป็นเอเย่น กระจายแรงงานเถื่อนไปตามจุดต่างๆในประเทศ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่านายสุชาติ เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ค่าหัวแรงงานเถื่อนตกอยู่ที่ 5,000 บาทต่อคน ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขแรงงานเถื่อนมีถึง 5 หมื่นคน คิดเป็นมูลค่า 250 ล้านบาท เรื่องนี้เคยพูดไปแล้วเมื่อการอภิปรายครั้งที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีการจัดการจากรัฐบาลเลย วันนี้จึงได้พูดซ้ำอีก และหากยังไม่มีการจัดการอีก ก็จะพูดต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ ทำให้สถานการณ์โควิดย่ำแย่และเกิดความเสียหายต่อประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.25 น. นายสุชาติ ชี้แจงว่า การเยียวยาแรงงานไม่ได้เฉพาะช่วยเหลือแต่ลูกจ้าง แต่กระทรวงแรงงานช่วยเหลือนายจ้างด้วย การปิดแคมป์คนงานช่วงที่ตัวเลขสูงขึ้น ตนอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปฏิบัติ เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์มองว่าแคมป์คนงาน 626 แคมป์ในกทม. ประมาณ 8 หมื่นคน พักอาศัยในกทม. และจ.นนทุบรี เรากลัวระหว่างทางจะแวะข้างทาง เราปิดเพื่อให้จบ ตนเชิญนายกสมาคมก่อสร้างไทย และผู้ประกอบการมาประชุมร่วมกัน ตนให้คำมั่นสัญญาในวันนั้นว่า ปิดแล้วต้องจบ มีการตรวจ และฉีดวัคซีน 100% ซึ่งวันนี้แคมป์คนงานในกทม. และจังหวัดใกล้เคียงฉีดวัคซีนครบหมดแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนการขึ้นค่าแรงนั้น ก็เกรงว่าจะทำให้ผู้ประกอบที่อยู่ในจังหวัดค่าแรงน้อยต้องปิดกิจการ อย่างไรก็ตาม ตนก็มีแนวคิดเสมอ แต่ตอนนี้ขอเวลาแก้ไขปัญหาการเลิกจ้างงาน การเร่งฉีดวัคซีนให้กับแรงงานก่อน และในโอกาสต่อไปจะขอความรู้เรื่องขึ้นค่าแรงกับนายสมคิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่รู้จักดาบ จ. เจ๊ อ. ตามที่ผู้อภิปรายพูด กระบวนการตรงนี้ตน และกระทรวงแรงงาน มีหน้าที่ตรวจในสถานประกอบกิจการ ว่าคนที่อยู่ในโรงงานนั้น มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่ ตนเคยถามคนที่มีหน้าที่ตรวจ ว่าเวลาที่ตรวจเจอ อย่างเช่น ปีที่ผ่านมาตรวจไป 3 หมื่นกว่ากิจการ ตรวจแรงงาน 5 แสนกว่าคน หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ดำเนินคดี&amp;rdquo; รมว.แรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าแรงขั้นต่ำ, ค้าแรงงานเถื่อน, นายสมคิด เชื้อคง, นายสุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131b36216c93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งเจ๊เพชร ค้าแรงงานเถื่อน เจ้าหน้าที่มีเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตร.ทลายเครือข่าย &amp;quot;เจ๊เพชร&amp;quot; เอเยนต์รายใหญ่ขนแรงงานเมียนมาเข้าเมืองผิดกฎหมายส่งตลาดกลางกุ้งมหาชัย ต้องจ่ายค่าดำเนินการ 6,000-12,000 บาทต่อคน ระบุบางเครือข่ายมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ฝากขังเรือนจำกลางบางขวางรวม 4 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 15 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานในการกวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพร้อมกันทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งมีการแพร่ระบาดมาจากแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร ผลการสอบสวนโรคพบว่ามีสาเหตุมาจากคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองมาจากประเทศเมียนมาโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งให้กวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวอย่างเด็ดขาด ตำรวจจึงได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.ระบุว่า มีการดำเนินการไปทั้ง 2 มิติควบคู่กันไป&amp;nbsp; มิติแรกคือการสกัดกั้นการลักลอบ ตามแนวชายแดนและเส้นทางเชื่อมต่อแนวชายแดนที่สำคัญ โดยบูรณาการร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และกำลังตำรวจทุกหน่วย&amp;nbsp; โดยมีการตั้งจุดตรวจพื้นที่ชายแดนทั้งหมด 284 จุด จุดตรวจพื้นที่ตอนใน 579 จุด ชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อลาดตระเวนตรวจสอบผู้ที่ลักลอบหลบจุดตรวจ เช่นว่ายข้ามแม่น้ำ หรือเดินเท้าข้ามป่าอีก 1,714 ชุดปฏิบัติการ อีกมิติคือการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทั้งขบวนการ ซึ่งพบว่าบางเครือข่ายมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผลปฏิบัติการนับตั้งแต่ 1 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; 2564 สามารถจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ 396 ราย, นำหรือพาคนต่างด้าว? 29 ราย และที่มีหมายจับค้างเก่าอีก 19 ราย, ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นคนต่างด้าวผิดกฎหมาย 91&amp;nbsp; ราย ยึดรถของกลางที่ใช้ในการนำพา 22 คัน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญจำนวน 21 จุด&amp;nbsp; ในพื้นที่ 9 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 14 คน ยึดรถของกลาง 9 คัน และตรวจสอบรถยนต์ที่พบในบ้านผู้ต้องหาอีก 19 คัน และมีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายนำพาแรงงานต่างด้าวได้มากกว่า 10 เครือข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; บก.สส.สตม.ได้จับกุมนางราตรี เวชสุวรรณ หรือเจ๊เพชร ในความผิดฐานนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ ซึ่ง เครือข่ายเจ๊เพชรเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของภาคกลาง มีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้า-ส่งออกแรงงานต่างด้าวจากประเทศเมียนมามาส่งที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเกี่ยวพันกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ของเจ๊เพชร จะทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ฝั่งไทยประสานกับเอเยนต์เมียนมา เมื่อมีแรงงานที่ต้องการเข้าประเทศไทยจะต้องเสียค่าดำเนินการตั้งแต่ 6,000-12,000&amp;nbsp; บาท และเอเยนต์ในเมียนมาจะออกเอกสารผ่านแดนให้แรงงาน หรือ Border Pass และเข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี หรือหากไม่มีเอกสารผ่านแดนก็จะลักลอบเข้ามาทางชายแดนธรรมชาติ จากนั้นเจ๊เพชรจะทำหน้าที่จัดหาที่ทำงานและที่พักให้แรงงาน พร้อมสั่งให้นายเย&amp;nbsp; มิน และกลุ่มนายออง โจ เป็นผู้ขับรถพาแรงงานไปยังที่พักดังกล่าวในจังหวัดกาญจนบุรีและสมุทรสาครตามพื้นที่รับผิดชอบ เบื้องต้นตำรวจสามารถจับกุมเจ๊เพชร รวมถึงนายเย มิน&amp;nbsp; และกลุ่มของนายออง โจได้แล้วรวม 4 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการสอบปากคำทราบว่า เครือข่ายของเจ๊เพชรลักลอบขนแรงงานต่างด้าวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี แม้ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาจะมีการปิดด่านพรมแดนข้ามประเทศ แต่เครือข่ายก็ยังมีการขนแรงงานเข้ามาอย่างผิดกฎหมายต่อเนื่อง ขณะนี้เจ๊เพชรถูกฝากขังอยู่ภายในเรือนจำกลางบางขวาง เนื่องจากพนักงานสอบสวนเห็นว่าเป็นผู้มีอิทธิพล อาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในอนาคต จึงคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับ ภ.8 เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายหลายจังหวัดในภาคใต้ &amp;quot;เครือข่ายกะพ้อ ยะหริ่ง&amp;quot;&amp;nbsp; ซึ่งทำหน้าที่นำเข้าและส่งออกแรงงาน 3 สัญชาติ ระหว่างไทยและมาเลเซีย ประสานกับเครือข่ายของเจ๊ดา ดอนเมือง&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกจับกุมไปแล้วก่อนหน้านั้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการ 10 คน ยึดรถของกลาง 7 คัน และสมุดบัญชีเงินฝากอีก 14 เล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเครือข่ายเจ๊ดา และเครือข่ายจันดีภาคตะวันออก ที่ลักลอบขนคนลาวและเขมร สามารถจับกุมเครือข่ายได้บางส่วนแล้ว จะดำเนินการขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวอีกว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนจะต้องถูกดำเนินการทั้งอาญาและวินัยทุกราย ทั้งนี้หากพบเบาะแสให้แจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าแรงงานเถื่อน, ตลาดกลางกุ้งมหาชัย, ฝากขังเรือนจำกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ๊เพชร, แรงงานผิดกฎหมาย, แรงงานเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a7a8063bea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธ.สอบแรงงานผิดกม.ชี้ช่องประชาชนส่งข้อมูลผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 -ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายภักดี โพธิศิริ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีการเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมนัดแรก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่า ในวันนี้ได้หารือถึงแนวทางการทำงานของคณะกรรมการและสภาพการทำงานต่างๆในเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้มีการตั้งโฆษกเพื่อรายงานการทำงาน ซึ่งในครั้งหน้าจะเป็นการมอบหมายงานในแต่ละส่วน และต่อจากนี้จะนัดประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การพูดคุยในวันนี้ได้รายละเอียดพอสมควรหรือไม่ นายภักดี กล่าวว่า ก็ได้ในระดับหนึ่งแต่ยังมีข้อมูลที่ต้องการเพิ่มเติม ตนจึงขอโอกาสเรียนฝากในเรื่องที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หากมีข้อมูลทางสื่อมวลชนก็สามารถแจ้งมาได้ ผ่านทางเลขาฯของกรรมการชุดนี้ และขอให้ช่วยนำเรียนประชาชนว่าหากมีข้อมูลก็สามารถส่งมาได้ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลโดยตรง อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ได้มีข้อมูลมาพอสมควร แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียดว่าจะขยายผลไปยังจุดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าแรงงานเถื่อน, นายภักดี โพธิศิริ, ลักลอบเข้าเมือง, ศูนย์รับเรื่องราวทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a8ddfda5ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉปมเด้ง &#039;นอภ.ธาตุพนม&#039; สาวลึกคนสนิทเอี่ยวฉ้อโกงรถบรรทุกข้ามชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.62 - ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม นายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอธาตุพนม พร้อมด้วย พ.อ.ตระกูล ไทยสมัคร ฝ่ายเสนาธิการ บก.ควบคุม&amp;nbsp;กองทัพภาคที่ 2 ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ศอ.ปส.ชอน.) พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.ตม.นครพนม นายณัฏฐ์กัญจ์กร เกตุสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรนครพนม&amp;nbsp;นายขจรศักดิ์ นิตชิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงร่วมประชุมหารือวางแนวทางการแก้ไขปัญหาตามนโยบายของ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับมาตรการดูแลบริเวณจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-ลาว อ.ธาตุพนม ซึ่งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ด้านหลังสำนักงานเทศบาลตำบลธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลักลอบการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งค้าแรงงานเถื่อน ลักลอบนำเข้าส่งออก สิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด และป้องกันการฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มผู้อิทธิพล ในการเปิดตลาดนัดไทย-ลาว ทุกวันจันทร์กับวันพฤหัสบดี&amp;nbsp;โดยได้วางแนวทางร่วมกับทุกภาคส่วนในการจัดระเบียบให้มีการเข้าออก ขนย้ายสิ่งของ บริเวณจุดเดียว และมีตรวจสอบการเข้า-ออกผู้ใช้บริการทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากอธิบดีกรมการปกครองได้มีคำสั่งย้ายด่วน นายชัยวัฒน์&amp;nbsp;ชัยเวทย์พิสิฐ นายอำเภอธาตุพนม ให้ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง โดยให้มีผลในวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 หลังจากเพิ่งย้ายจากนายอำเภอนิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร มาดำรงตำแหน่งเดิมเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากปัญหาการปล่อยปละละเลยเกี่ยวกับการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวชาวลาว รวมถึงปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นบุคคลใกล้ชิดนายอำเภอธาตุพนม เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดูแลผลประโยชน์ของตลาดจุดผ่อนปรนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่ง พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้มีคำสั่งให้ ร.ต.อ.เพชรวิชัย จันทะคาม อายุ 56 ปี รอง สว.สส. สภ.หลักศิลา อ.ธาตุพนม ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการยาเสพติด อ.ธาตุพนม ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม มีผลตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในตลาดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว อ.ธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.ตม.นครพนม เปิดเผยว่าปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับการจัดระเบียบตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาวมีความหละหลวม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการกับ ตม. ที่มีหน้าที่ดูแลในการเดินทางเข้า-ออก ที่ต้องมีการวางมาตรการเข้มงวดในการจัดทำเอกสารต่างๆ เพื่อให้ตรงกันทั้งขาเข้าขาออก เพื่อป้องกันการหลบหนี และฉวยโอกาสกระทำผิดของขบวนการค้าแรงงานเถื่อน หรือเครือข่ายค้ามนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนที่จะมีการรื้อระเบียบเก่าทิ้ง สืบเนื่องจากวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา มีแรงงานชาวลาว รวม 7 คน แยกเป็นชาย 3 คน หญิง 3 คน อายุระหว่าง 13-18 ปี ได้หลบหนีเข้าเมือง โดยอาศัยช่องทางตลาดจุดผ่อนปรน โดยมีหลักฐานเป็นบัตรผ่านแดนของจุดผ่อนปรนอยู่ในกระเป๋าแรงงานต่างด้าว จากนั้นมีคนไทยพาหลบหนีออกจากพื้นที่ต้องห้าม และเดินลัดเลาะไปตามคันนานำไปกักขังไว้ในห้องน้ำของบ้านพักขบวนการค้ามนุษย์ ในพื้นที่ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม ตั้งแต่เช้าจนค่ำโดยเด็กชาวลาวไม่ได้กินข้าว ด้วยความหิวจึงพังประตูห้องน้ำ พากันหลบหนีออกมา เดินไปขอข้าวชาวบ้านกิน จากนั้นชาวบ้านจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พบว่าเป็นเหยื่อของขบวนการค้าแรงงานเถื่อน เครือข่ายค้ามนุษย์ จึงนำตัวไปสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบว่ามีเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งชาวไทยและชาวลาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเชื่อมโยงไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งทนเป็นขบวนการ มีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยใช้ช่องว่างในการเปิดให้ชาวลาวเข้ามาค้าขายบริเวณด่านจุดผ่อนปรน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการตรวจสอบเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ขอพูดในรายละเอียด เพราะอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานของหน่วยงานเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันว่าเป็นเครือข่ายค้ามนุษย์ที่เคยมีประวัติถูกจับกุมมาก่อน&amp;nbsp;โดยทางผู้ว่าฯนครพนม ได้กำชับหากตรวจสอบพบบุคคลใดหรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีข้าราชการตำรวจนายหนึ่งที่ถูกระบุว่ามีส่วนพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ และผลประโยชน์ต่างๆในจุดผ่อนปรนไทย-ลาว อ.ธาตุพนม มีภรรยาน้อยหลายคน โดยจะให้ทำหน้าที่เดินเก็บค่าคุ้มครองในจุดผ่อนปรน ทั้งที่ในความเป็นจริงทางอำเภอไม่ได้เก็บค่าใช้จ่าย แต่คนกลุ่มนี้จะให้ลูกน้องไปดักเก็บเงินคนลาวที่ท่าน้ำรายละ 20 บาท รายไหนมีสินค้ามาขายมากจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น และยังไม่นับรวมการนำสินค้าผิดกฎหมายลักลอบนำเข้ามา รวมทั้งยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีภรรยาน้อยรายหนึ่งของข้าราชการนายนี้ มีส่วนพัวพันกับขบวนการฉ้อโกงรถบรรทุกหัวลาก โดยทำทีเข้าไปเช่ารถบรรทุกจากผู้ประกอบการขนส่งในหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดนครพนม โดยมีเงินมัดจำจำนวน 4 แสนบาท เมื่อผู้ให้เช่าปล่อยรถให้ไป คนกลุ่มนี้จะนำรถวิ่งข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อดัดแปลงสภาพรถใหม่ แล้วนำกลับมาขายในเต็นท์รถมือสอง และตั้งราคาขายในราคาสูงเกือบ 3 ล้านบาท ล่าสุดเสี่ยเจ้าของรถลงทุนไล่ล่าจนเจอรถของตนจอดอยู่ในเต็นท์รถมือสอง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับภรรยาน้อยของข้าราชการรายนี้ ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาล ขณะเดียวกันภรรยาน้อยอีกคน ก็คุยโวในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในจุดผ่อนปรนว่า สามีตัวเองเส้นใหญ่ ไปพักผ่อนไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์, ค้าแรงงานเถื่อน, จังหวัดนครพนม, จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-ลาว, นายอำเภอธาตุพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d4183c74c07f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
