<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บสย.&#039;ควัก2หมื่นล้านค้ำประกันSME!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;12 ส.ค. 2563 นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&amp;nbsp;(บสย.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสย.&amp;nbsp;เร่งทำข้อตกลงกับสถาบันการเงินที่ต้องการปล่อยกู้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจริง ๆ เพื่อช่วยให้ผ่านวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ไปให้ได้ โดย บสย.&amp;nbsp;ใช้เงินของตัวเองวงเงิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีที่มาขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โดยขณะนี้มีสถาบันการเงิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ที่ได้ทำข้อตกลงกับ บสย.&amp;nbsp;แล้ว คือ ธนาคารออมสิน ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พันล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พันล้านบาท และ ธนาคารกรุงไทย ขอวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันล้านบาท ซึ่งการค้ำประกันของ บสย.&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่า จะทำให้สถาบันการเงินไปปล่อยกู้ได้&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;quot;วงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท บสย.&amp;nbsp;จะร่วมมือกับสถาบันการเงินที่จะดำเนินการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโควิด-19จริง ๆ และต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ยังประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปได้&amp;quot;&amp;nbsp;นายรักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่ผ่านมาสถาบันการเงินและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ติดกับดักสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;(ซอฟท์โลน)&amp;nbsp;และ ค่าธรรมเนียมถูก ซึ่งทำให้เอสเอ็มอีส่วนมากเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง จนในที่สุดมีปัญหาการดำเนินงาน เป็นหนี้เสียกับสถาบันการเงิน ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;quot;ตอนนี้ บสย.&amp;nbsp;ไม่เป็นห่วงเรื่องหนี้เสีย แต่เป็นห่วงหนี้ที่กำลังจะเป็นหนี้เสีย ที่มีอีกจำนวนหลายแสนล้านบาท หากสถาบันการเงินไม่เร่งช่วยปล่อยกู้ช่วยเอสเอ็มอี ผลสุดท้ายจะทำให้หนี้เสียของสถาบันการเงินมากขึ้น ถึงเวลาที่สถาบันการเงินต้องปล่อยกู้ช่วยผู้ประกอบการ ส่วนเอสเอ็มอีก็ต้องปรับตัวเองให้มีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่ปรับตัวเองให้ได้สินเชื่อไม่ว่าดอกเบี้ยจะแพงหรือถูก สุดท้ายก็ไปไม่รอดอยู่ดี&amp;quot;&amp;nbsp;นายรักษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ บสย.&amp;nbsp;ยังมีวงเงินค้ำประกันของโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีค่า&amp;nbsp;(PGS8)&amp;nbsp;เหลืออีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรอนายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง คนใหม่เห็นชอบเรื่องการปรับเงื่อนไขการค้ำประกัน เหมือนกับวงเงินค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ที่ บสย.&amp;nbsp;ดำเนินการอยู่ เพราะของเดิมเป็นการค้ำประกันหมู่ มีสถาบันการเงินจำนวนมากได้วงเงินค้ำประกันไปแล้ว แต่ไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ ทำให้ไม่เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0px; margin-bottom:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับ&amp;nbsp;PGS9&amp;nbsp;จะต้องรองบประมาณปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านก่อน จึงเสนอให้ รมว.การคลัง เห็นชอบ ว่ากำหนดวงเงินดำเนินการเท่าไร เพราะการดำเนินการต้องใช้เงินงบประมาณชดเชยให้กับ บสย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74217</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ำประกันสินเชื่อ, ช่วย SME, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), รักษ์ วรกิจโภคาทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5e7b9466ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
