<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดอาลัย! บ้านนี้เมืองนี้สูญเสียคนดี คนเก่ง และคนคิดนอกกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 64 - นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก อาลัย &amp;quot;ณรงค์ โชควัฒนา&amp;quot; ที่เสียชีวิตจากโควิด 19 ว่า &amp;quot;บ้านนี้เมืองนี้สูญเสียคนดี คนเก่ง คนคิดนอกกรอบนอกความเคยชินเดิม ๆ ไปอีกคนแล้วเมื่อคืนนี้เพราะโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	โควิดคร่า &amp;#39;ณรงค์ โชควัฒนา&amp;#39; คลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม


&lt;p&gt;ได้เคยร่วมงานกับท่านทั้งในช่วงเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 2449-2551 ชุดเดียวกับคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ที่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนเมื่อ 10 วันก่อน และในวงต่อสู้อีกหลายประเด็นในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ยากครับที่คนในวงการธุรกิจทุนใหญ่อย่างท่านจะคิดเห็นเพื่อคนยากไร้อย่างเต็มกำลังสติปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สู่สุคติสู่ภพภูมิที่ดีครับคุณณรงค์ โชควัฒนา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110035</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิดนอกกรอบ, คํานูณ สิทธิสมาน, ณรงค์ โชควัฒนา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d238c4bd25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน-อานนท์&#039;สุดช้ำ พท.-กก.เลิกแก้หมวด1-2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ศึกษา รธน.สรุปความเห็นให้สภา 2-3 ก.ย. ส.ส.ร. 40 ร่อนแถลงการณ์บี้ ครม.-ส.ส.-ส.ว.เร่งแก้รัฐธรรมนูญสยบขัดแย้ง ก้าวไกลปัดกลับลำไม่ยื่นญัตติแก้หมวด 1-2 ย้ำจุดยืนต้องให้อิสระ ส.ส.ร.แก้ได้ทุกหมวดภายใต้มาตรา 255 แกนนำม็อบผิดหวังฝ่ายค้านเมินแตะสถาบัน เตือนระวังโดนยุบพรรคซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งสรุปรายงานความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาว่า คาดว่าจะส่งให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาได้ในช่วงวันที่ 2-3 ก.ย. โดยเนื้อหาหลักๆ อาทิ ควรแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ระบบการเลือกตั้ง กฎหมายว่าด้วยการกระจายอำนาจ องค์กรอิสระ วิธีงบประมาณ และวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเฉพาะระบบการเลือกตั้งนั้น เห็นควรให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม ส่วนที่มาของ ส.ว.นั้น จะต้องยึดโยงกับประชาชนให้มากขึ้นกว่านี้ และไม่ควรที่จะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวถึงการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคเพื่อไทยว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นจะยังไม่ยื่นร่างใดๆ ทั้งสิ้นในขณะนี้ เพราะได้มีการยื่นร่างในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านไปแล้ว จะขอรอดูท่าทีไปก่อนว่าจะเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ไม่ว่าจะชอบหรือชัง 250 ส.ว. ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญกันในระบบ ก้าวแรกก็ต้องอาศัยเสียง ส.ว. 84 คน ทั้งในวาระ 1 และ 3 ส่วน 250 ส.ว.จึงต้องคงอยู่ ผมเชื่อว่า ส.ว.ทุกคนพร้อมจะให้ความร่วมมือในการพิจารณา และพร้อมจะตัดสินใจลงมติที่ถูกต้องเสมอ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ไม่ว่าการลงมตินั้นในที่สุดแล้วจะกระทบต่อสถานภาพการเป็น ส.ว.ของทุกคนหรือไม่ก็ตาม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 รวม 17 คน อาทิ นายเดโช สวนานนท์ นายพนัส ทัศนียานนท์ นางสุนี ไชยรส นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ได้ออกแถลงการณ์เรื่องเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและข้อคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่ทุกพรรคทุกฝ่ายเรียกร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน โดยถือเอากระบวนการคัดเลือก ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน การรับฟังความเห็นประชาชน การร่างรัฐธรรมนูญ และเนื้อหาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ให้ใช้บัตร 2 ใบ ส่วน ส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในแต่ละจังหวัด อันจะทำให้ได้รับการยอมรับในความชอบธรรมและการเป็นประชาธิปไตย 3.นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของฝ่ายบริหารให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 4.ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่เพียงเฉพาะการวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้มีจุดเชื่อมโยงกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.คณะกรรมการในองค์กรอิสระต่างๆ ให้ที่มาของกระบวนการสรรหาทุกขั้นตอนยึดโยงกับประชาชน ไม่ให้อำนาจตกอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งกำหนดบทบาทหน้าที่อย่างเหมาะสม ไม่ให้มีมากเกินไปจนกลายเป็นอำนาจเหนืออำนาจ มีการตรวจสอบถ่วงดุลในการใช้อำนาจหน้าที่และการบริหารงานที่สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพ 6.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ พื้นฟูความเชื่อมั่นของสังคมที่กำลังเกิดวิกฤติศรัทธาให้กลับคืนมา &amp;nbsp;
เร่งแก้ รธน.สยบขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิดกล้าแสดงออกให้เหมาะสมกับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการจัดให้มีการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตยที่เป็นสากล 8.มีบทบัญญัติในระยะเปลี่ยนผ่านจากการสืบทอดอำนาจมาเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ คืนความเป็นธรรม การเยียวยา สร้างความกลมเกลียวเป็นปึกแผ่นให้กับประชาชนในชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 9.มีบทบัญญัติที่เป็นมาตรการและกลไกอย่างถาวรสำหรับป้องกันมิให้มีการก่อรัฐประหารยกเลิกรัฐธรรมนูญและล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้อีกต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 256 ผู้เกี่ยวข้องทั้งคณะรัฐมนตรี พรรคการเมือง ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมือผนึกกำลังกันด้วยความจริงใจต่อประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า เพราะยิ่งช้าเท่าไรก็จะยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเยาวชนและประชาชนมากขึ้นเท่านั้น ดังสำนวนไทยที่ว่า &amp;quot;กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้&amp;quot; ทั้งนี้ ผู้ปกครองและผู้มีอำนาจควรแสดงออกถึงการไม่เป็นผู้ยึดติดหรือหวงแหนอำนาจ ซึ่งจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ทิศทางที่ทุกฝ่ายมุ่งหวังต้องการ นั่นคือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเดินหน้าพัฒนาไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่ต้องเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนในอดีตที่ผ่านมา&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวระหว่างลงพื้นที่ จ.ระยอง ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของพรรคฝ่ายค้านที่จะร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังยืนยันว่าการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการร่างของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะเป็นทางออกให้กับความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม LB1201 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะก้าวหน้า โดยโครงการ Common School ได้จัดการบรรยายสาธารณะ Common School On Tour ในหัวข้อ &amp;ldquo;หนึ่งความฝัน : รัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; โดยมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ รศ.ดร.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมบรรยายในหัวข้อดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า ความเห็นต่างนี้ยังสะท้อนให้เห็นในการขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้ ในเรื่องของการจะเปิดให้มีการแก้หมวด 1, หมวด 2 ได้ด้วยหรือไม่ด้วย ซึ่งตนต้องยืนยันว่าหมวด 1, หมวด 2 มีการแก้ไขมาโดยตลอด ต่อให้แก้อย่างไรก็แก้โดยเปลี่ยนระบอบไม่ได้ เพราะล็อกเอาไว้แล้วในรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ช่วงชิงกันในทุกๆ มิติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย มีทั้งการต่อสู้ในเรื่องความคิดอุดมการณ์ และการต่อสู้กันในเรื่องของอำนาจรัฐด้วย เป็นช่วงยามที่กำลังจะขยับกันว่าตัวบทจะอยู่ตรงไหน เหตุปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่ตัวบทจะอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะออกแบบให้สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นสอดคล้องกับประชาธิปไตย ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นายปิยบุตรระบุ
ปัดกลับลำไม่แตะสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล​ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคก้าวไกลกลับลำจะไม่ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้กลับลำ เพราะพรรคไม่ได้จะเสนอญัตติประเด็นนี้ แต่จุดยืนของพรรคคือควรให้ ส.ส.ร.ที่จะตั้งขึ้นมีอิสระในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นทางออกของประเทศ ดังนั้นจึงไม่ควรไปล็อกว่าห้ามแก้หมวด 1 และ 2 ซึ่ง ส.ส.ร.มีสิทธิ์แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรา 255 ที่กำหนดว่า​ ราชอาณาจักรไทยเป็นราชอาณาจักรเดียว จะแบ่งแยกมิได้ รวมถึงธำรงไว้ในกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้มีมติพรรคให้แก้หมวด 1 หมวด 2 แต่ให้เป็นภารกิจของ ส.ส.ร. และไม่ได้เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงการปกครอง ส่วนร่างญัตติที่จะเตรียมยื่นนั้นจะเป็นเรื่องการปิดสวิตช์ ส.ว.เท่านั้น&amp;quot; โฆษกพรรคก้าวไกลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเพซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;พรรคก้าวไกลก็ถอยไม่แก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 หมวด 2 กลายเป็นว่านักการเมืองล้วนผลักนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนลงถนนเผชิญอำนาจมืดโดยลำพัง น่าเสียดายไฟฝันที่ถูกจุดโดยไม่มีรัฐสภารับไม้ต่อ น่าเสียดายเสรีภาพที่พวกเรายอมสละไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำเยาวชนปลดแอก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;วันนี้ผมเสียใจมากที่ทราบว่าทุกพรรคการเมือง รวมถึงเพื่อไทยและก้าวไกลด้วยนั้นจะไม่แก้รัฐธรรมนูญในหมวดสอง หรือหมวดพระมหากษัตริย์ ทั้งที่เป็นหมวดที่มีปัญหามาก และเป็นรากเหง้าของปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายสิบปีที่ผ่านมา ดังนั้นผมขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลให้ไม่ละเลยการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 2 เพราะนี่คือต้นตอของปัญหาการเมืองไทย ถ้าพวกคุณไม่สู้ในประเด็นนี้ คุณก็จะแก้ปัญหาไม่จบเบ็ดเสร็จ และถ้าคุณไม่แก้ไขที่ต้นตอ คุณก็อาจจะโดนยุบพรรคซ้ำแล้วซ้ำอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค ที่ประกาศไว้ตั้งแต่วันก่อตั้งพรรค วันที่ 6 เมษายน 2489 ข้อ 4 ระบุว่า &amp;quot;พรรคจะไม่สนับสนุนระบบ และวิธีการแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใดๆ&amp;rdquo; จึงกำหนดท่าทีต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ 1.ประกาศไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะก่อปัญหาความขัดแย้งในสังคม ตอนทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ 2.ประกาศเป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร่งด่วน 3.ได้ยื่นญัตติศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากรัฐบาลบริหารประเทศได้ครบ 1 ปีแล้วตามสัญญา และ 4.ได้ประกาศแก้ไขมาตรา 256 และมาตราอื่นๆ ที่สามารถทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อมีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านมาเป็นเวลา 3 ปี พบจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากมาย เป็นกับดักของประเทศ และสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคม จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปสู่ภาวะวิกฤติของบ้านเมืองที่กำลังเกิดแฟลชม็อบหรือการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน เกิดขึ้นรายวัน ถ้าฝ่ายการเมือง ทั้งรัฐบาลและทุกพรรคไม่จับมือกันเพื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด บ้านเมืองก็จะเจอปัญหาวิกฤติทางการเมืองอย่างแน่นอน&amp;rdquo; นายเทพไทระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75338</URL_LINK>
                <HASHTAG>คํานูณ สิทธิสมาน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f4275f53bba7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.คำนูณเชื่อวุฒิสภาทุกคนจะลงมติให้ชาติเดินหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ส.ค.2563 นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาเป็นรูปภาพพร้อมข้อความกล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ไม่ว่าจะชอบหรือชัง 250 ส.ว. ความจริงที่ต้องยอมรับ คือ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญกันในระบบ ก้าวแรกก็ต้องอาศัยเสียง ส.ว. 84 คน ทั้งในวาระ 1 และ 3 &amp;nbsp;250 ส.ว.จึงต้องคงอยู่ ผมเชื่อว่า ส.ว.ทุกคนพร้อมจะให้ความร่วมมือในการพิจารณา และพร้อมจะตัดสินใจลงมติที่ถูกต้องเสมอ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ไม่ว่าการลงมตินั้นในที่สุดแล้วจะกระทบต่อสถานภาพการเป็น ส.ว.ของทุกคนหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75292</URL_LINK>
                <HASHTAG>คํานูณ สิทธิสมาน, วุฒิสภา, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, โหวตให้ชาติเดินหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d6a09bed55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2018 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2018 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดมาตรฐานทางจริยธรรม &#039;ครม.บิ๊กตู่-สนช.&#039; พึงระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 61 - นายคํานูณ สิทธิสมาน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศํกดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ได้เผยแพร่ข้อความ&amp;quot;วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊กKamnoon Sidhisamarn&amp;nbsp; ว่า &amp;quot;มาตรฐานทางจริยธรรมฯ พ.ศ. 2561 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 219 มีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือหนึ่งในนวัตกรรมใหม่อันสำคัญยิ่งของรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เพราะแม้มาตรฐานนี้จะร่วมร่างโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ และชื่อกฎหมายอ่านผ่าน ๆ แล้วก็เสมือนบังคับใช้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ แต่ความสำคัญจริง ๆ ที่เป็นประเด็นคือให้ใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3 ตำแหน่งสำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส., ส.ว. และครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โทษก็ร้ายแรงตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวคือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ซึ่งหมายถึงถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรผู้ไต่สวนทำสำนวนคดีลักษณะนี้คือป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรผู้วินิจฉัยคือศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนการพิจารณาแตกต่างจากคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตรงทุกเมื่อป.ป.ช.ทำสำนวนไต่สวนและมีมติแล้วให้เสนอตรงต่อศาลฎีกาเลย ไม่ต้องส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากศาลฎีกาประทับรับฟ้องแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระบวนวิธีพิจารณาความในชั้นศาลฎีกา ให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ระบบไต่สวนและให้ดำเนินการโดยรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คืองานใหม่ที่สำคัญยิ่งของศาลฎีกาที่รัฐธรรมนูญมอบหมายให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรฐานทางจริยธรรมฯนี้ระบุไว้ชัดแจ้งเลยว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามข้อใดถือว่ามีลักษณะร้ายแรง โปรดพิจารณาหมวด 1 คือถ้าเข้าข่ายก็แทบจะกล่าวได้ว่าผิดเลย ไม่ต้องดูพฤติกรรม ผล และเจตนา เหมือนหมวด 2 และ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรฐานทางจริยธรรมฯนี้มีผลบังคับใช้ก่อนเงื่อนเวลาบังคับที่รัฐธรรมนูญมาตรา 276 กำกนดไว้ถึงกว่า 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ชุดปัจจุบัน และสนช.ที่ปฏิบัติหน้าที่ส.ส.และส.ว. จะอยู่ภายใต้บังคับมาตรฐานทางจริยธรรมฯฉบับนี้เป็นประเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ เปิดมาตรฐานทางจริยธรรมใหม่สำหรับทุกตำแหน่งในรธน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2121</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., คํานูณ สิทธิสมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a7166a81c6df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
