<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา เตือนนักการเมืองหญิงระวังเดินตามรอย&#039;จตุพร&#039;ไปอยูในคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.64- &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่าคำว่า &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายความว่า &amp;quot;ผู้ที่ฆ่าคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร พรหมพันธุ์ เคยกล่าวหาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นฆาตกร กรณีสั่งให้ทหารสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อปี 2553 และมีคนถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ฟ้องนายจตุพรว่า หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาลฎีกาว่า นายจตุพรมีความผิดให้ลงโทษจำคุก ขณะนี้นายจตุพรถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีนักการเมืองผู้หญิงคนหนึ่งออกมากล่าวหาว่า รัฐบาลเป็นฆาตกร โดยได้ชักชวนประชาชนฟ้องรัฐบาลที่เป็นฆาตกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ารัฐบาลฟ้องผู้หญิงคนนี้คดีต่อศาลในข้อหาหมิ่นประมาท หวังว่าคงจะไม่ออกมาโวยวายว่า รัฐบาลรังแกประชาชน เพราะตนเองเป็นผู้ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ชูชาติ ศรีแสง, อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036217454720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุน&#039;ไบเดน&#039;สับ&#039;ปูติน&#039;ฆาตกร รัสเซียเรียกทูตประจำสหรัฐกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัสเซียเรียกเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐกลับมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่าเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; และจะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่มาก้าวก่ายการเลือกตั้งสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ (Photo by Mark Wilson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนให้สัมภาษณ์เอบีซีนิวส์ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และได้ตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานข่าวกรองที่ว่าประธานาธิบดีปูตินพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของเขาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 และสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐวัย 78 ปีตอบว่า &amp;quot;เขาจะต้องชดใช้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียตอบโต้คำพูดของผู้นำสหรัฐด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตของตนกลับประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ทำในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรัสเซียเมื่อวันพุธกล่าวว่า อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำวอชิงตันถูกเชิญกลับกรุงมอสโกมาปรึกษาหารือ เพื่อวิเคราะห์ว่าควรทำอะไรและความสัมพันธ์กับสหรัฐควรดำเนินต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสตี ว่าความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอเมริกาที่เสื่อมถอยลงนั้นตกอยู่กับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวกับเอเอฟพีว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่มอสโกต่อไป ด้วยความหวังว่าจะรักษาช่องทางการสื่อสารแบบเปิดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงของการคิดคำนวณผิดพลาดระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวก็ถูกผู้สื่อข่าวซักถามด้วยเช่นกันว่า ประธานาธิบดีไบเดนเห็นว่าประธานาธิบดีปูตินเป็นฆาตกรตามความหมายที่แท้จริง หรือเพียงแค่การเปรียบเปรย โฆษกหญิงผู้นี้ตอบเบี่ยงเบนไปว่า ไบเดนไม่เคยเก็บงำความกังวลของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่สหรัฐเห็นว่าเป็นการกระทำที่มุ่งร้ายและก่อปัญหา เช่นการแทรกแซงการเลือกตั้ง, การวางยาพิษอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายต่อต้านเครมลิน, การโจมตีไซเบอร์ และการตั้งค่าหัวทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, รัสเซีย, วลาดิมีร์ ปูติน, สหรัฐ, อนาโตลี อันโตนอฟ, เรียกทูตกลับ, เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ, แทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_6052f6be508ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;เปิดศึก เรียก&#039;ปูติน&#039;เป็นฆาตกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดศึกน้ำลายกับรัสเซีย ยอมรับต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ว่าเขาเห็นด้วยว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; ด้านประธานสภารัสเซียเดือดดาล ย้อนผู้นำสหรัฐด่าปูตินเท่ากับโจมตีรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Photo by Alexei Druzhinin\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไบเดนกล่าวโจมตีประธานาธิบดีปูตินระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีเอบีซีนิวส์ที่ออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 17 มีนาคม โดยตอนหนึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ปูตินจะต้องชดใช้หากพยายามบ่อนทำลายการสมัครรับเลือกตั้งของเขาเมื่อปี 2563 ตามที่มีการกล่าวหาในรายงานข่าวกรองฉบับใหม่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า เขาคิดว่าปูติน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไร้ความปรานีกับฝ่ายตรงข้าม เป็น &amp;quot;ฆาตกร&amp;quot; หรือไม่ ไบเดนตอบว่า เขาคิดเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของไบเดนแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับท่าทีของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ปฏิเสธอย่างแข็งขันที่จะกล่าวถึงประธานาธิบดีรัสเซียในเชิงลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน ซึ่งเคยเป็นรองประธานาธิบดีในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา นาน 8 ปี กล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับปูตินเมื่อเดือนมกราคม หลังจากเขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว โดยเป็นการสนทนาที่ยืดยาว ตัวเขาค่อนข้างรู้จักปูตินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ ไบเดนยังกล่าวถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเขากับปูตินด้วยว่า เริ่มต้นด้วยการที่ตัวเขาบอกกับปูตินว่า ทั้งคู่ต่างรู้จักกันดี และถ้าหากเขาพิสูจน์ได้ว่าสิ่งนี้เกิดขึ้น ก็จงเตรียมตัวไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสัมภาษณ์ของไบเดนไม่ได้ระบุชัดว่า เขาหมายถึงรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ หรือพฤติกรรมอื่นใดที่สหรัฐคัดค้าน เช่น การวางยาพิษและคุมขังอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเวียเชสลาฟ โวโลดิน ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย ตอบโต้คำกล่าวของผู้นำสหรัฐอย่างเดือดดาลผ่านเทเลแกรมว่า &amp;quot;ไบเดนดูถูกพลเมืองของประเทศเราด้วยคำพูดของเขา&amp;quot; และว่า การโจมตีปูตินก็เท่ากับ &amp;quot;การโจมตีประเทศของเรา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ประธานาธิบดีรัสเซีย, ประธานาธิบดีสหรัฐ, วลาดิมีร์ ปูติน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605212aa21774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจโคราชประกาศจับ &#039;ไอ้หื่น&#039; เดนคุก ฆ่าข่มขืนเด็ก 9 ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.64 -&amp;nbsp;เมื่อช่วงกลางดึกเวลา 20.30 น.วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ชนันต์ กวีขาวฉลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเด็กหญิงวัย 9 ขวบถูกกระทำชำเราและทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายในพื้นที่บ้านมาบเชือก ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จึงพร้อมกำลังไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมจัดกำลังตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน อส. ฝ่ายปกครองระดมกำลังหลายร้อยนายติดตามควานหาตัวอยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;และรายงานให้ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 โดยมีการประสานหน่วยบิน ฮ.จาก จ.ขอนแก่น และชุดพารามอเตอร์ตามล่าตัวอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายอนุวัฒน์ ผลจะโปะ อายุ 24 ปี รูปร่างผอมสูงประมาณ 150-160 ซม. แต่งกายสวมเสื้อสีส้ม ลายเทา กางเกงขาสั้น ไม่สวมรองเท้า พักอยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 7 บ้านมาบเชือก ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย&amp;nbsp;ไม่เคยทำบัตรประชาชน (มีที่อยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้าน เลขที่ 25/2 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ชื่อเล่นว่า แหบ หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้าป่าด้านทิศเหนือ บ้านมาบเชือก ถนนสาย 24 สีคิ้ว-ปักธงชัย อาศัยเดินเท้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจนกระทั่งสายของวันที่ 11 ก.พ.2564 ผ่านไป 14 ชั่วโมงที่เกิดเหตุสลดคนร้ายล่อลวงเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ไปข่มขืนกระทำชำเราแล้วฆ่าจนเสียชีวิต ในป่าละเมาะกลางทุ่งนาท้ายหมู่บ้านคุ้มโนนตูม บ้านมาบเชือก หมู่ 7 ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เหตุเกิดเมื่อช่วง 2 ทุ่ม วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 ขณะเกิดเหตุ น้องเอกลับจากโรงเรียนมาอยู่กับยายอายุ 87 ปี ส่วนพ่อแม่ไปทำงานก่อสร้าง หลังพ่อแม่กลับจากทำงานกลับบ้านมาไม่เจอลูกสาว จึงพากันออกตามหา กระทั่งไปพบกลายเป็นศพอยู่ที่เกิดเหตุ ห่างจากบ้านพัก 200 เมตร สภาพร่างเปลือยเปล่า นอนอยู่กับผ้าห่ม ลำคอมีรอยเขียวช้ำ และมีเลือดออกที่อวัยวะเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์ที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าเด็กถูกข่มขืนและบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนส่งร่างไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบพยานแวดล้อมทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายอนุวัฒน์ ผลจะโปะ ชื่อเล่น &amp;ldquo;แหบ&amp;rdquo; อายุ 26 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;และมีประวัติเคยต้องโทษในคดีข่มขืนเด็กชาย ถูกจำคุกและพึ่งพ้นโทษออกมาแค่ 3 เดือน ก่อนมาก่อเหตุซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอนุวัฒน์ นั่งดื่มสุรากับเพื่อน ๆ 3-4 คน ก่อนเห็นน้องเอเดินเล่นอยู่ละแวกหมู่บ้าน จึงล่อลวงไปข่มขืน คาดว่าเด็กดิ้นต่อสู้ขัดขืนจึงบันดาลโทสะใช้มือบีบคอเด็กจนเสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังกว่า 50 คน เร่งควานหาตัวคนร้าย โดยได้ปิดล้อมพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีเข้าไปในป่าใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวคนร้ายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, จังหวัดนครราชสีมา, ประกาศจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210211/image_big_6024aa3d9974d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบรถเบนซ์ไฮโซสาวโดนฆ่า โผล่ชายแดนเมืองจันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานความคืบหน้าคดีนางสาวธิติมา ตั้งวิบูลย์พานิช หรือเชอรี่ สาวไฮโซชื่อดังที่ถูกทำร้ายโดยคนร้ายใช้ไม้เบสบอลทุบศีรษะจนเสียชีวิตที่ห้องพักในโรงแรมชื่อดังย่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ สถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน ได้สืบพบรถเบนซ์ของผู้เสียชีวิตจอดไว้ในลานจอดรถข้างจุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี หลังได้รับประสานงานจากสถานีตำรวจนครบาลโชคชัยพื้นที่เกิดเหตุว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอัศยา ชัยภา ได้ขับรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กฒ&amp;nbsp;1973 กรุงเทพมหานคร หลบหนีคาดว่าจะข้ามชายแดนฝั่งจังหวัดจันทบุรี ล่าสุดจึงไปพบรถจอดล็อคกุญแจไว้ในลานจอดรถข้างด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องผ่านแดนบ้านผักกาด พร้อมประสานไปยังกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานต่างๆภายในรถอย่างละเอียด ก่อนที่จะนำรถของกลางไปยังท้องที่ที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลลานจอดรถบอกว่า รถดังกล่าวได้เข้ามาจอดตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่&amp;nbsp;27กรกฎาคม&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจนเจ้าหน้าที่มาพบและตรวจสอบว่ารถคันนี้มาจอดไว้เฉยๆหรือว่ามีการจำนำรถดังกล่าวหรือไม่ เพราะพฤติกรรมของผู้ต้องหาชอบเล่นการพนันน่าจะข้ามชายแดนหรือหลบหนีอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งจะได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ทางฝั่งกัมพูชาให้ช่วยหาตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ฆ่าไฮโซสาว, จันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62634e425bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือหั่นเผยนาทีฆ่า ค้อนทุบหัวแฟนสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบแล้วช่างตัดสติกเกอร์ฆาตกรทมิฬฆ่าหั่นศพแฟนสาว อ้างหึงหวงไปอยู่กับสามีเก่า พอย้อนกลับมาขนของในห้อง ก็เลยหน้ามืดใช้ค้อนทุบกะโหลกจนสลบ ฟื้นขึ้นมาจึงรัวกระหน่ำจนขาดใจ แล้วนอนอยู่กับศพจนรุ่งเช้า ก่อนใช้ความชำนาญที่เคยเป็นผู้ช่วยเชฟและคนงานชำแหละไก่ ชำแหละศพเป็น 14 ชิ้นยัดกระเป๋าเป้ กระสอบปุ๋ยทิ้งข้างทาง หลังพบศพยังโพสต์กลบเกลื่อน &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยรัยว้า เด่วยิงกัน เด่วฆ่ากัน หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo; พ่อลั่นขอให้ได้รับโทษประหารตายตกตามกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมตำรวจสืบสวน บก.น.3 เข้าควบคุมตัวนายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ช่างเทคนิคตัดสติกเกอร์และส่งเอกสาร บริษัท พริ้นต์วิทมี จำกัด ที่ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุสยองฆ่าหั่นศพ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง หรือเมย์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด อดีตพนักงานบัญชีบริษัท พริ้นต์วิทมี อดีตแฟนสาว พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นจีที หมายเลขทะเบียน 5 กบ 3173 กรุงเทพมหานคร มาสอบปากคำ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อกลางดึกวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.มีนบุรีพบกระเป๋าเป้สะพายสีดำต้องสงสัยมีคราบเลือดถูกทิ้งไว้ริมถนนสามวา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. ตรวจสอบภายในมีถุงพลาสติกสีน้ำเงินห่ออีก 2 ชั้น พันด้วยผ้าขนหนู เมื่อแกะดูก็พบศีรษะหญิงสาววัยรุ่น ผมสีแดง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบกระสอบปุ๋ยเปื้อนเลือดอีก 2 ใบ เปิดออกพบเป็นชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิต ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสมาเป็นลำดับ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดวันที่ 12 มิ.ย. ที่อาคารดีดีแมนชั่น แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. พบว่าผู้ตายพร้อมนายธนกฤตได้เข้าไปในห้องพัก และช่วงเช้ามืดวันที่ 14 มิ.ย. พบว่านายธนกฤตได้ลากถุงต้องสงสัยออกจากห้องโดยไม่พบว่าผู้ตายออกมาด้วยแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้นำตัวนายธนกฤตไปตรวจค้นที่ห้องพักอาคารดีดีแมนชั่น พบอาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 6 เล่ม พร้อมของกลางอีกหลายอย่างพร้อมทั้งคราบเลือด นายธนกฤตจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.ลักษณา ด้วยเหตุหึงหวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เดินทางมาร่วมสอบปากคำ นายธนกฤตเผยว่า ได้คบหากับ น.ส.ลักษณา อยู่ด้วยกันประมาณ 2 ปี และทราบว่าผู้ตายจะกลับไปคบหากับอดีตสามี จนเกิดมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง และได้เลิกกับผู้ตายเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงได้เก็บข้าวของออกไปอยู่ที่อื่น กระทั่งก่อนเกิดเหตุวันที่ 12 มิ.ย. อดีตแฟนสาวได้มาหาที่ทำงานเพื่อขอกุญแจเข้าห้อง บอกว่าจะมาเก็บของที่ยังเหลืออยู่ จึงให้รอจนเลิกงานถึงกลับไปพร้อมกัน แต่เมื่อไปถึงห้องได้เกิดมาปากเสียงกันอีก จนนายธนกฤตบันดาลโทสะ ใช้ค้อนทุบตีที่ศีรษะ น.ส.ลักษณาจนเสียชีวิต แล้วนอนอยู่กับศพจนถึงเช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งขึ้นวันที่ 13 มิ.ย. นายธนกฤตได้ใช้อาวุธมีดจำนวน 6 เล่ม ที่สั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊กก่อนหน้านี้ชำแหละศพ โดยแยกเป็นชิ้นส่วนใส่กระเป๋าเป้และกระสอบปุ๋ย กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 14 มิ.ย. ได้ขนใส่รถจักรยานยนต์นำไปทิ้งในพงหญ้าบริเวณซอยสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา แล้วก็ไปทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นายธนกฤตเคยเป็นผู้ช่วยเชฟโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา และยังคงเคยประกอบอาชีพชำแหละไก่ที่โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนมาทำงานและคบหาดูใจกับ น.ส.ลักษณา และหลังลงมือก่อเหตุฆ่าอดีตแฟนสาว นายธนกฤตได้อาศัยความชำนาญในการใช้มีดอยู่แล้วหั่นศพอดีตแฟนสาวออกเป็นชิ้น แล้วบรรจุใส่กระเป๋าเป้และกระสอบก่อนนำไปทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อมีการพบศพถูกชำแหละและยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย ในเฟซบุ๊กของนายธนกฤตได้โพสต์เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว้า เด่วยิงกัน เด่วฆ่ากัน หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีประเด็นน่าสนใจ ที่นายธนกฤตอ้างว่าฆ่า น.ส.ลักษณาเพราะอารมณ์ชั่ววูบ บันดาลโทสะ แต่เหตุใดจึงมีการสั่งซื้อมีดทางเฟซบุ๊กถึง 6 เล่มไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นการวางแผนเตรียมการไว้ก่อนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.มีนบุรี เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ลักษณาเดินทางมาเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องพักอาคารดีดีแมนชั่น ซอยสีหบุรานุกิจ 10 แล้วถูกนายธนกฤตใช้ค้อนตีที่ศีรษะผู้ตาย 1 ครั้งจนสลบ เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ผู้ตายได้ฟื้นขึ้นมา จึงถูกนายธนกฤตใช้ผ้าห่มคลุมแล้วใช้ค้อนตีศีรษะอีก 3-4 ครั้งจนเสียชีวิต จากนั้นนายธนกฤตได้ทิ้งศพไว้ในห้องพัก 1 วัน โดยผู้ต้องหาออกไปทำงานตามปกติ แล้วกลับมาชำแหละศพเป็น 14 ชิ้น ก่อนทยอยนำใส่กระเป๋าเป้ กระสอบ และหลอดใส่โปสเตอร์ ไปทิ้งริมถนนสามวา 2 รอบ กระทั่งมีผู้มาพบกระเป๋าเป้และกระสอบบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากการสอบสวนนายธนกฤต สารภาพว่าก่อเหตุเพราะความหึงหวง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาไม่มีประวัติเคยก่ออาชญากรรม หรืออาการป่วยทางจิต สาเหตุที่ตัดสินใจชำแหละศพ เพราะไม่รู้ว่าจะเคลื่อนศพได้อย่างไร จึงอาศัยทักษะที่เคยเป็นผู้ช่วยกุ๊กในครัวมาตัดชิ้นส่วนศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า ต่อไปพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมหลักฐานมาพิจารณา ว่าการกระทำครั้งนี้เข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ส่วนจะถือเป็นการฆ่าด้วยความทารุณโหดร้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้พิพากษา ส่วนแฟนใหม่ของผู้ต้องหานั้น ต้องมีการเรียกตัวมาสอบสวนเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายธนกฤตไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในห้องพักที่เกิดเหตุ อาคารดีดีแมนชั่น เริ่มตั้งแต่ใช้ค้อนตีหัว ก่อนหั่นศพแยกชิ้นส่วน และจุดทิ้งกระเป๋าเป้และกระสอบบรรจุชิ้นส่วนศพในซอยสามวา ท่ามกลางการสาปแช่งของชาวบ้าน พร้อมตะโกนให้ประหารตายตกไปตามกัน หลายคนทำท่าจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวนายธนกฤตกลับไปคุมขังไว้ที่ สน.มีนบุรี และเตรียมนำส่งศาลฝากขังในวันที่ 25 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายแก้วมูล กำลังเก่ง อายุ 50 ปี พ่อของ น.ส.ลักษณา พร้อมญาติ เดินทางมารับชิ้นส่วนศพ ภายหลังผลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ลายนิ้วมือศพตรงกัน พนักงานสอบสวนจึงออกหนังสือยืนยันชื่อ และใบรับรองการตายเพื่อขอรับศพ ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า เกิดจากกะโหลกศีรษะแตก สมองฉีกขาด จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกอย่างรุนแรง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งยังไม่กำหนดสวดและวันเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วมูลกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ทราบเรื่องลูกสาวคบหากับคนร้ายมาประมาณ 2 ปี ซึ่งนายธนกฤตเคยเดินทางมาที่บ้าน จ.ร้อยเอ็ด พบหน้ากัน 2-3 ครั้ง คนร้ายดูเป็นคนเงียบๆ และลูกสาวไม่เคยเล่าถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงใดๆ มีแต่ทะเลาะกันบางครั้ง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวยังกลับมาที่บ้าน พร้อมบอกว่าเลิกรากับนายธนกฤตแล้ว จากนั้นราว 1 สัปดาห์ ทางบ้านพยายามติดต่อโทรศัพท์ไปก็ไม่ติด รู้สึกเป็นห่วง กระทั่งมาทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้นว่าลูกสาวถูกฆ่าและทำอย่างทารุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมแค้นใจ อยากให้คนร้ายถูกประหารชีวิตทันที ตายตกตามกันไปกับสิ่งที่ทำรุนแรง ถูกประหารหั่นแบบเดียวกับที่ทำกับลูก เพื่อไม่ให้คนอื่นทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง&amp;quot; พ่อผู้ตายกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธสั่นเครือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จะมัง อายุ อายุ 59 ปี ลุงของ น.ส.ลักษณา เปิดเผยว่า หลานสาวเป็นคนเรียบร้อย นิสัยดี เป็นที่รักของทุกคน ก่อนหน้านี้เคยมีครอบครัว มีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนที่จะเลิกรากับแฟนเก่า และมาคบกับนายธนกฤต ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง ขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในโทษประหาร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง หากไม่ประหารชีวิตก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เนื่องจากโทษหนักสุดก็แค่จำคุก จึงทำให้หลายๆ คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ แค่ตนรู้ว่าหลานเสียชีวิตก็เสียใจที่สุดแล้ว ยิ่งพอมารู้ว่าหลานโดนหั่นศพด้วยก็ยิ่งรับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 บ้านดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ลักษณา นางพัชรา กำลังเก่ง แม่ของน้อง น.ส.ลักษณา กล่าวว่า ลูกสาวเคยพานายธนกฤตมาเยี่ยมบ้าน เท่าที่ดูก็เป็นคนเรียบร้อย ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะทำกับลูกอย่างโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ จึงอยากให้ได้รับโทษประหารตายตกตามกัน เพราะถ้าติดคุกก็อาจจะพ้นโทษไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ&amp;rdquo; โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ ประชาชนร้อยละ 80.50 ต้องการให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิดในคดีร้ายแรง โดยร้อยละ 85.29 ระบุว่า บทลงโทษประหารชีวิตจะมีผลทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์หรือน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเด็ดขาด ขณะที่ร้อยละ 12.07 ระบุว่า ไม่ได้ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่มีความโปร่งใส มีช่องโหว่ทางกฎหมาย และการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนร้อยละ 79.05 ยังเห็นว่าโทษประหารชีวิตจะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง และร้อยละ 92.49 เห็นว่า ควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นบทเรียนเตือนใจให้แก่ผู้กระทำความผิดหรือคิดจะกระทำความผิดมีความเกรงกลัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ธนกฤต ประกอบ, บริษัท พริ้นต์วิทมี จำกัด, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พัชรา กำลังเก่ง, ลักษณา กำลังเก่ง, สมคิด จะมัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วมูล กำลังเก่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f9e8f4dc1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
