<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อแม่ไม่เชื่อลูกผูกคอตาย วอนตร.ลำปางเร่งทำคดีอาจถูกฆ่าอำพราง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี&amp;nbsp;ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งเกิดเหตุคนผูกคอตายที่บริเวณไร่มันสำปะหลังข้างลำห้วยป่าดำ ตำบลชมพู อ.เมืองลำปาง เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยที่เกิดเหตุพบศพนายจรัญฐาธีนากร วงผาบุตร อายุ 23 ปี และ น.ส.ทิพวรรณ สิมโสม อายุ 23 ปี สองสามีภรรยาชาวอุบลราชธานี สภาพศพใช้เชือกผูกคอตายกับต้นไม้โดยใช้เชือกเส้นเดียวกัน แต่พ่อแม่ของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อว่าลูกและลูกสะใภ้จะฆ่าตัวตายเองเนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจและมีข้อสงสัยหลายจุดอีกทั้งเงินที่ผู้ตายพกมา 4-5 หมื่นก็หายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ นายสุริยา พุดตาน พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) พนักงานสอบสวน สภ.เขลางค์นคร ได้ให้ตนเองเข้าไปพบและได้คืนโทรศัพท์ของผู้ตายจำนวน 2 เครื่องให้ตนเอง ซึ่งเท่าที่ทราบมีเบอร์แปลกๆประมาณ 3-4 สาย โทรเข้าเครื่องของลูก เมื่อช่วง 10 โมงกว่าๆ ของวันที่ 29 ม.ค.62 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุ แต่เจ้าตัวไม่ได้รับ ซึ่งเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวไม่ใช่เบอร์ญาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามเรื่องคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าต้องรออีก 2 เดือนจึงจะสามารถสรุปคดีได้เนื่องจากต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนตัวเองมองว่าขณะนี้ลูกเสียชีวิตไปแล้วเกือบ 1 เดือนแต่คดีก็ยังไม่คืบหน้า ทำให้คิดว่าลูกอาจจะตายฟรี จึงจะนำเรื่องเข้าพบ พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รักษา ราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อขอความเป็นธรรมและเร่งรัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ่อและแม่ของผู้ตายทั้งคู่ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติได้นำธูปเทียนไปจุดบอกกล่าวลูกชายและลูกสะใภ้ตรงที่ทั้งคู่ผูกคอตาย พร้อมบอกให้ดวงวิญญาณหากไม่ได้รับความยุติธรรมให้ช่วยครอบครัวไขปริศนาหรือมาเข้าฝันเพื่อจะได้ติดตามสาเหตุการตายที่แท้จริง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อคืนวานนี้ (24 ก.พ.) เวลาประมาณ 3-4 ทุ่มได้ยินเสียงผู้หญิงร้องดังโหยหวนเหมือนคนร้องไห้อยู่รอบบ้าน กระทั่งเช้าก็มีตำรวจโทรมานัดว่าช่วงเย็นให้ไปพบเพื่อฟังผลทางคดี จึงเชื่อว่าวิญญาณของลูกคงจะมาร้องขอความเป็นธรรมหลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 1 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะผูกคอตายเอง เนื่องจากไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่ทั้งคู่จะผูกคอตาย เพราะมันสำปะหลังก็กำลังจะขุดขาย ลูกก็ยังเล็ก ทั้งเงินค่าขายมันสัมปะหลังประมาณ 4-5 หมื่นก็ยังหายไปด้วย และที่สำคัญคือ สภาพศพของลูกชายขณะที่ไปพบปลายเท้าเกือบจะถึงพื้น แต่พื้นดินกลับไม่มีร่องรอยของการตะกุยตะกายของคนที่จะดิ้นก่อนที่จะเสียชีวิต ประกอบกับที่ผ่านมา แพทย์เคยบอกว่าลูกชายมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงที่บริเวณเข่า และใบหน้าด้านขวาของฝ่ายหญิงมีรอยมือคล้ายถูกตบหน้าอย่างแรง จึงเชื่อว่าทั้งคู่อาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างที่นำมาซึ่งอันตรายต่อตัวเองจึงถูกฆ่าอำพราง และที่สำคัญที่กิ่งของต้นไม้ยังมีร่องรอยของการดึงเชือก คล้ายกับดึงฝ่ายหญิงแขวนคอก่อนแล้วก็แขวนคอฝ่ายชายตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29909</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไม่คืบหน้า, ฆาตกรรมอำพราง, จังหวัดลำปาง, ผัวเมียผูกคอตาย, ผูกคอตาย, ผูกคอตายในไร่มันสำปะหลัง, ร้องขอความเป็นธรรม, สภ.เขลางค์นคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73aa32854e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
