<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดโหด! คนร้ายบุกจ่อยิงหัว 2 พี่น้องตายคาบ้าน คาดขัดแย้งปมมรดก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31&amp;nbsp;ต.ค.63 - พ.ต.ท.วิทยา สับประสาน สว.(สอบสวน)สภ.ทุ่งตะโก รับแจ้งเหตุพบศพถูกฆ่าตาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศพ ที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;193 /2&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิพร พุ่มพะเนิน ผกก.สภ.ทุ่งตะโก พ.ต.ท.วิสิทธิ์&amp;nbsp; อักษรทิพย์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.สมมาตร เกษแก้ว สวป. พ.ต.ต.จักรกฤช ธรรมารักษ์ สว.สส หน่วยกู้ภัย รพ.ทุ่งตะโก สายตรวจ สายสืบ รุดที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวทรงโมเดรินในเนื้อที่หลายไร่ ด้านหลังเป็นสวนปาล์มและสวนทุเรียน ภายในบ้านกลางห้องโถงพบศพของ นายสมชาย หีดศิริ อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.เข้าที่กลางหน้าอก ไหล่ซ้าย สีข้างขวา รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp; นอกจากนั้นภายในห้องเก็บของพบศพทราบชื่อ นายอำไพ แก้วพิทักษ์ อายุ&amp;nbsp;62&amp;nbsp;ปี ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่หน้าผากใกล้คิ้วขวา ทะลุกกหูด้านซ้าย ผู้ตายทั้ง 2 ศพเป็นพี่น้องอยู่บ้านเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าที่ศาลาหลังบ้านซึ่งใช้เป็นครัวพบกระสุนขนาด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มม.2&amp;nbsp;นัด บนโต๊ะกินข้าวยังพบมีดทำครัววางไว้คล้ายเตรียมพร้อมป้องกันตัว พัดลมยังเปิดอยู่ มีรอยเลือดหยดเข้าไปในบ้าน สันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุ คนร้ายซึ่งน่าจะเป็นคนใกล้ชิด เข้ามาพบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พี่น้อง ส่วนคนร้ายซึ่งน่าจะมาคนเดียวบุกเข้ามาปืนยิงนายสมชายที่ และนางอำไพที่ บริเวณครัวหลังบ้าน แค่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนไม่ตายทันที ได้วิ่งหนีเข้าบ้าน คนร้ายจึงวิ่งตามไปยิงนายสมชายอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นัด ส่วนนางอำไพ หนีเข้าไปห้องเก็บของ และขาดใจตายนอนขวางประตูเปิดไม่ได้ ส่วนคนร้ายจึงหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า &amp;nbsp;นางอำไพผู้ตายมีอาชีพเป็นแม่บ้านและทำสวน มีฐานะดี มีลูกสาวเป็นทันตแพทย์ อยู่ที่ จ.สงขลา ส่วนนายสมชายผู้เป็นน้องชาย มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างและขุดบ่อน้ำบาดาล ทำสวนปาล์ม สวนทุเรียน โดยมารดาของคนทั้งสองศพได้เสียชีวิตไปก่อนแล้วเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา ทิ้งมรดกไว้จำนวนหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาทั้งสองคนเกิดข้อขัดแย้งกับพี่น้องต่างบิดา เกี่ยวกับเรื่องมรดก&amp;nbsp; คาดว่าน่าจะเป็นประเด็นหลักในการสังหาร แต่ตำรวจยังตั้งประเด็น ทั้งเรื่องส่วนตัวอื่นๆ จะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82398</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, จังหวัดชุมพร, สภ.ทุ่งตะโก, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d4f4614c6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานกัมพูชาโหด! ฆ่าเพื่อนร่วมชาติเดียวกันดับคาเรือประมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 63 - เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 12 ก.ค. พ.ต.ท.เมธี&amp;nbsp; &amp;nbsp;พาชื่นใจ สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลูกเรือประมงต่างด้าวฆ่ากันตายบนเรือประมงโชคจันทร์เพ็ญ 4 เหตุเกิดในท้องทะเลอ่าวไทย โดยเรือประมงลำดังกล่าวได้เข้ามาจอดเทียบท่าเรือแพปลาแห่งหนึ่ง บริเวณหมู่บ้านด่านภาษี หมู่ 9 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์&amp;nbsp; &amp;nbsp;หริกจันทร์ ผกก.,พ.ต.ท.เกษมสิทธิ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำปาทอง รอง ผกก.ป.,พ.ต.ท.อานุภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันดิถาวงศ์ รอง ผกก.สส.,พ.ต.ต.วรรณชัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;คชายนต์ รก.สวป.,กำลังตำรวจชุดสืบสวน,แพทย์เวร รพ.ท่าศาลา และจนท.มูลนิธิประชาร่วมใจ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบบริเวณแพปลาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุภายในเรือประมง พบศพผู้เสียชีวิตชื่อนายวิชัย&amp;nbsp; วัน อายุ 48 ปี เป็นลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชา สภาพศพมีบาดแผลถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กและถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้าบริเวณใบหน้าจนเละเลือดไหลอาบศีรษะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนร้ายผู้ก่อเหตุเป็นลูกเรือประมงลำเดียวกันรอมอบตัวอยู่ในเรือประมง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมตัวคุมตัวลงจากเรือสอบสวนทราบผู้ก่อเหตุชื่อนายลอง&amp;nbsp; อายุ 41 ปี เป็นลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชา ประเทศเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวลงจากเรือประมงไปดำเนินคดีที่ สภ.ท่าศาลา ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่าเรือประมงลำดังกล่าวเป็นของนางแหม่ม&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลาเกตุ อายุ 40ปี อยู่ จ.ตราด โดยเรือประมงลำดังกล่าวได้ออกจับปลาในน่านน้ำกลางทะเลอ่าวไทย เขต อ.ท่าศาลา โดยช่วงเวลาเกิดเหตุเวลาประมาณ 11.00น.ของวันที่ 12 ก.ค. นายวิชัย วัน ผู้ตายได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับนายลอง เพื่อนลูกเรือประมงสัญชาติกัมพูชาเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่ชกต่อยกัน นายลองได้คว้าท่อนเหล็กและมีดพร้ากระหน่ำทุบตีและฟันใบหน้าและศีรษะนายวิชัย วัน ไม่ยั้งจนตายคาเรือ หลังเกิดเหตุ ทางไต๋ก๋งเรือลำดังกล่าวได้นำเรือประมงเข้าเทียบท่าบริเวณแพปลา ก่อนแจ้งตำรวจ สภ.ท่าศาลา มาตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ ก่อนเก็บศพรอญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายลอง ผู้ต้องหาทางตำรวจได้คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ท่าศาลา ต่อไป โดยนายลองผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, นครศรีธรรมราช, เรือประมง, แรงงานกัมพูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bdf39eb9ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ๊ส ชวนชื่น&#039;ช็อก! ลูกน้องถูกฆ่าตายหน้าบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 ก.ค.) ได้มีเหตุฆ่ากันตายที่หน้าบ้านของตลกคนดัง แจ๊ส ชวนชื่น หรือ ผดุง ทรงแสง ที่ซอยนิมิตใหม่ 14 &amp;nbsp;คลองสามวา &amp;nbsp;โดยผู้ตายคือ นายพรชัย ดีเสือ อายุ 35 ปี เป็นคนงานในบ้านตลกคนดัง ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าชื่อ นายเสฎฐวุฒิ อายุ 36 ปี เจ้าของบ้านหลังติดกัน ซึ่งได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทางหนุ่มแจ๊ส ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Padung Songsang ว่า &amp;ldquo;มึงฆ่าคนที่บ้านกู ไอ้คนข้างบ้าน แล้วเจอกัน ติดตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของผมให้ดี มึงทำคนที่บ้านกู ต้องเสียชีวิต กูอดทนกับมึงมานานมาก ไอ้สัสนรก มึงมันเหี้ยจริงจริง ฝากทุกคนด้วยครับ จับไอ้เหี้ยนี่ให้ได้ #ฝากแชร์ด้วยครับ มันทุบรถลูกผม ไอ้เหี้ย เดี๋ยวมึงเจอกูแน่ไอ้สัส&amp;rdquo; นอกจากนี้เจ้าตัวยังโพสต์อีกว่าวันนี้จะเดินทางไปสน.มีนบุรี เพื่อดำเนินเรื่องต่อและจะมีการแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในส่วนของ แจง-ปุณณาสา พรหมยศ ภรรยาของแจ๊ส ชวนชื่น ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jangjit Promyos เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว &amp;quot;ขอบคุณมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร จุดสุวินทวงศ์ ที่เข้ามาช่วย เสียใจมาก แล้วจับคนร้ายไม่ได้ แล้วครอบครัวเราจะอยู่ยังไง ครอบครัวคนเสียชีวิตอีก คืนนี้จะนอนยังไง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกคุณทะเลาะกันถึงกับต้องฆ่าแกงกันเลยเหรอคะ ข้างบ้านดิฉันก็เป็นแบบนี้มาหลายรอบแต่ไม่คิดเลยว่ารอบนี้จะรุนแรงขนาดนี้ ทำร้ายร่างกายลูกน้องบ้านดิฉันไม่พอยังเอากระถางต้นไม้ทุบไปที่หัวที่หน้าจนเขาเสียชีวิต ทำไมใจร้ายขนาดนี้คะ แล้วยังไม่พอรถที่จอดอยู่หน้าบ้านจริงๆ เป็นรถของลูกแต่วันนี้โชคดีที่แจงให้ลูกนอนคอนโดเลยให้ป้าขับรถไปส่งแม่บ้านที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วคนข้างบ้านคนนั้นที่ก่อเหตุ ก็ของมาทุบรถจนกระจกรถแตก ทุบรถเพื่อให้คนแก่กับผู้หญิงลงมาจากรถคืออะไรเราไม่เข้าใจ มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าลูกอยู่ในรถจะเป็นยังไง แล้วตอนนี้ยังจับไม่ได้จะอยู่กันยังไง เสียใจกับลูกน้องด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเค้าพยายามเต็มที่เพื่อยื้อชีวิตไว้แล้วแต่ยื้อไม่ได้ แล้วมาเสียชีวิตหน้าบ้าน เลวที่สุด ลูกเมียเค้าจะอยู่ยังไง ฝาก สน.มีนบุรี ด้วยนะคะ ขนาดรถน้องกำลังขับเข้ามายังวิ่งเข้ามาอาละวาด จนต้องรีบถอยรถอออกก่อน เป็นห่วงคนที่บ้านมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, ตลก, สน.มีนบุรี, แจง ปุณณาสา, แจ๊ส ชวนชื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2ab03cf36c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง&#039;บิ๊กฉัตร&#039;ปลุก&#039;พม.&#039;ทำงานสางปมความรุนแรงในครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว &amp;nbsp;ร้องบิ๊กฉัตร ขันน้อต พม.เลิกซุกปัญหาใต้พรม เร่งสางปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหลังฆ่ากันตายยอดพุ่งสูงสุดในรอบ 3ปี ต้นตอจากเหล้า-ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.61- ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อังคณา อินทสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยนายเตชาติ์ มีชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายนักกฎหมายเด็กและเยาวชน และภาคีที่ทำงานด้านรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว จำนวนประมาณ 30 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้านสังคม เพื่อเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานเชิงรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.อังคณา กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและคู่รักมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น สะท้อนได้จากข้อมูลที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเก็บสถิติข่าวจากหนังสือพิมพ์ 11 ฉบับในปี 2561 พบว่าเพียง 7 เดือนคือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม มีข่าวความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 367 ข่าว เป็นข่าวฆ่ากันตาย 242 ข่าว คิดเป็นร้อยละ 65.9 เฉลี่ยเดือนละ 20 ข่าว รองลงมาเป็นข่าวทำร้ายร่างกาย 84 ข่าว และข่าวฆ่าตัวตาย 41 ข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบวุ่า ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบข่าวฆ่ากันตายย้อนหลัง 3 ปีจะเห็นว่าปี 2561 สถิติสูงสุดกว่าทุกปี ส่วนปัจจัยกระตุ้นสำคัญของการฆ่ากันตาย มาจากการดื่มสุราและยาเสพติด ซึ่งผู้ก่อเหตุร้อยละ 39.2 มีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยา อาวุธที่ใช้ก่อเหตุมากที่สุดได้แก่ปืน และมูลเหตุในการกระทำเพราะบันดาลโทสะ หึงหวงและมีเรื่องปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว นอกจากนี้ ร้อยละ 94.9 ของผู้ที่พบเห็นเหตุความรุนแรง เลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่เข้าไปช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อังคณาระบุว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีข้อเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลยกปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขโดยบูรณาการทำงานเชิงรุก ร่วมกับกระทรวง พม. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ผู้พบเห็นเหตุการณ์ต้องเข้าให้การช่วยเหลือหรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาการสูญเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ดำเนินการให้ระบบการเรียนการสอนสร้างความเข้าใจเคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นทักษะชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก 3. กระทรวง พม.ซึ่งมีกลไกอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน (อพม.) เฝ้าระวังปัญหาสังคมทุกหมู่บ้าน และ 4. ขอให้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เน้นทำงานเชิงรุกและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากการให้คำปรึกษาและประสานส่งต่อปัญหาสังคมทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเตชาติ์ กล่าวว่า แม้เราจะออกกฎหมายมาหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แต่สถิติความรุนแรงกลับไม่ได้ลดลง เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่พร้อมเข้าช่วยเหลือหรือพยายามไกล่เกลี่ยมาโดยตลอด ทั้งที่สถานการณ์ไปไกลกว่าที่จะไกล่เกลี่ย อีกทั้งสังคมไทยก็ละเลยในการเข้าช่วยเหลือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงพม.ต้องทบทวนการทำงานของตนเองด้วย เพราะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ มีกลไกเครื่องมือครบแต่ยังทำงานแบบตั้งรับ กลายเป็นปัญหาซุกไว้ใต้พรมจนเลยเถิด กฎหมายก็ให้อำนาจไว้แต่ยังทำงานแบบเดิมๆ ทั่วโลกหันมาสนับสนุนให้ประชาชนของเขาเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ ช่วยเหลือทำงานแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐ แต่บ้านเรายังให้ความสำคัญน้อยมาก &amp;rdquo; นายเตชาติ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16246</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ากันตาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊กฉัตร, พม., เครือข่ายรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัว, เหล้า ยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8391c287e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
