<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 17:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฒ่า​วัย 71​ สุดโหดฆ่าเมียเพิ่งอยู่กินเดือนเดียวดับสยอง แฉเคยติดคุกคดีฆ่าคนตายมาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ร.ต.อ.ไชยรัตน์&amp;nbsp;วงศ์ศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ทะเมนชัย อ.ลำ​ปลาย​มา​ศ​&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านเลขที่&amp;nbsp;174&amp;nbsp;&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ต.บุโพธิ์&amp;nbsp;อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ&amp;nbsp;พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร&amp;nbsp;และหน่วยกู้ภัยฯ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณหน้าบ้านพบกองเลือด และรอยเลือดหยดเป็นทางยาวไปจนถึงในห้องนอน&amp;nbsp;และพบศพนางวิไล&amp;nbsp;คงฟ้ารัมย์ อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นปูนในสภาพนอนตะแคงหน้าคว่ำกับพื้น&amp;nbsp;ใส่ผ้าถุงสีชมพูลายและสวมเสื้อยืดสีแดงสลับขาวลายการ์ตูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบสภาพศพพบบริเวณปากและใบหน้าด้านซ้ายถูกของมีคมฟันเป็นแผลเหวอะหวะ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แผล บางแผลยาวไปจนถึงใบหูเป็นที่น่าสยดสยอง&amp;nbsp;และพบมีดตะขอเปื้อนเลือดอยู่ภายในที่เกิดเหตุด้วย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า​ เมื่อคืนประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทุ่ม ได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันดังลั่น&amp;nbsp;แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;เพราะหลังจากทั้งคู่มาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนก็มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย&amp;nbsp;จึงไม่มีใครเอะใจว่าจะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;กระทั่งรุ่งเช้าเพื่อนบ้านที่เคยมาเล่นด้วยเดินผ่านมาหน้าบ้านเห็นกองเลือด และพบศพนางวิไลนอนเสียชีวิตอยู่&amp;nbsp;จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ&amp;nbsp;และเชื่อว่าคนก่อเหตุเป็นฝีมือนายสิงห์ มุ่งดี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งพึ่งมาอยู่กินกับนางวิไล&amp;nbsp;ผู้ตายแบบสามีภรรยาได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;หลังก่อเหตุก็ได้ปั่นจักรยานหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเวลาประมาณ&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทะเมนชัย&amp;nbsp;สามารถจับกุมตัวนายสิงห์&amp;nbsp;ผู้ก่อเหตุได้ขณะปั่นจักรยานกำลังจะผ่านหน้าโรงพัก&amp;nbsp;มุ่งหน้าจะไปทางสถานีรถไฟซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักเพียงประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แต่พอเจ้าหน้าที่สอบถามนายสิงห์กลับอ้างว่ากำลังจะปั่นจักรยานมามอบตัวพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ&amp;nbsp;เพราะท้ายรถจักรยานมีถุงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้&amp;nbsp;จึงคาดว่าน่าจะตั้งใจหลบหนีไปขึ้นรถไฟมากกว่า&amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมนายสิงห์&amp;nbsp;ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำนายสิงห์&amp;nbsp;ผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่า​ ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดขอที่ใช้สำหรับตัดอ้อยกระหน่ำฟัน นางวิไลจนเสียชีวิตจริง&amp;nbsp;โดยอ้างว่าโมโหที่ถูกนางวิไลด่าบุพการีและต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายหลายครั้ง&amp;nbsp;จึงทนไม่ไหวคว้ามีดกระหน่ำฟันจนตาย&amp;nbsp;ทั้งยอมรับว่าตนเองมาอยู่กินกับนางวิไล&amp;nbsp; แบบผัวเมียได้ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเวลาดื่มเหล้าเมาก็จะทะเลาะกันประจำ ก็เป็นธรรมดาของผัวเมีย&amp;nbsp;แต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวจริงเพราะนางวิไลด่าถึงบุพการี&amp;nbsp;แต่ก็รู้สึกผิดและอยากจะขอโทษภรรยาที่ลงมือฆ่าก็ไม่อยากให้จองเวรจองกรรมต่อกัน&amp;nbsp;ส่วนตนก็จะขอรับโทษที่ได้ก่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะบรรยากาศที่บ้านที่เกิดเหตุทางญาติและเพื่อนบ้านก็กำลังช่วยกันจัดสถานที่เพื่อจัดงานศพ น.ส.วิไล&amp;nbsp;ผู้ตาย&amp;nbsp;ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่คิดว่านายสิงห์&amp;nbsp;ซึ่งเพิ่งมาอยู่กินกับผู้ตายได้เพียงเดือนเดียว&amp;nbsp;จะลงมือฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้ได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะ น.ส.ทุ่งทิวา&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp; ลูกสาวคนตาย&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;หลังจากแม่อยู่กินกับนายสิงห์ก็มีปากเสียงกันบ่อยเพราะทั้งคู่ก็ชอบดื่ม&amp;nbsp;เวลาเมาแล้วก็อาจจะพูดจาไม่เข้าหูกันจึงทะเลาะกันซึ่งชาวบ้านก็ได้ยินจนเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;จึงไม่มีใครเข้าไปยุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ผู้ตายอ้างว่าสาเหตุที่ลงมือฆ่าเพราะแม่ด่าบุพการีนั้น&amp;nbsp;ก็เป็นคำกล่าวอ้างเพราะแม่ของตนตายไปแล้วไม่มีโอกาสได้ลุกขึ้นมาพูดหรือชี้แจงอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ยอมรับว่าแม่ตนเป็นคนปากร้ายพูดจาเสียงดัง&amp;nbsp;แต่ถึงจะมีปากเสียงกันยังไงก็ไม่ควรจะลงทำกันรุนแรงถึงขั้นฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้&amp;nbsp;น่าจะแค่ดุด่าก็พอแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวไม่ขออโหสิกรรมหรือให้อภัยคนก่อเหตุ&amp;nbsp;อยากให้ตำรวจลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;เป็นไปได้ประหารชีวิตไปเลย&amp;nbsp;เพราะเมื่อประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กว่าปีที่แล้ว ผู้ต้องหาก็เคยก่อเหตุฆ่าคนตายถูกจับติดคุกมาแล้ว&amp;nbsp;พอพ้นโทษออกมา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ก็มาก่อเหตุฆ่าแม่ของตัวเองอีก&amp;nbsp;หากปล่อยออกมาก็ไม่รู้จะไปฆ่าใครตายอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายสิงห์&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฆ่าคนตายโดยเจตนา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าคนตายโดยเจตนา, จังหวัดบุรีรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_603a2076ef6df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขข้อข้องใจ&#039;เมาแล้วขับชนคนตาย = เจตนาฆ่า&#039;จริงหรือ?     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย. 62 - พ.ต.อ.วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และคอลัมน์นิสต์ &amp;ldquo;เสียงประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;rdquo; &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ความพยายามในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจรและความตายบนถนนที่สูงเป็นอันดับหนึ่งในโลกของรัฐไทย ด้วยการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชาตำรวจสั่งให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาคนเมาขับรถจนเกิดอุบัติเหตุมีผู้ถึงแก่ความตายว่าเป็น &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฆ่าคนตายโดยเจตนา&amp;rdquo; เพื่อทำให้ได้รับโทษหนักขึ้นเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแทนจำคุกไม่เกินสิบปีนั้น &amp;nbsp;ขัดต่อหลักนิติธรรมและกฎหมายอาญาของไทยและทั่วโลกในปัจจุบัน &amp;nbsp; ที่แยกพฤติกรรมฆ่าคนตายกับ &amp;nbsp;&amp;ldquo;การกระทำโดยประมาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;ออกจากกัน &amp;nbsp;และถือเป็นคำสั่งให้แจ้งข้อหากับผู้กระทำผิดเกินจริง &amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และจะถูกต่างชาติมองว่าไทยเป็นประเทศที่ป่าเถื่อนมีการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้มาตรฐาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;การอ้างว่า เป็นพฤติกรรมที่เล็งเห็นผลในการฆ่าผู้อื่นนั้นไม่น่าจะถูกต้อง &amp;nbsp;เพราะการดื่มสุราในปริมาณเกินกฎหมายกำหนดแล้วขับรถก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเสมอไป และเมื่อเกิดแล้วจะมีคนตายหรือไม่ &amp;nbsp;ก็ไม่แน่นอน หลักในการแจ้งข้อหาทางอาญากับบุคคล &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงต้องชัดเจน &amp;nbsp;ไม่ใช่แจ้งไว้ก่อนแล้วอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือศาลยกฟ้องก็เรื่องของอัยการและศาล &amp;nbsp;แม้จะทำให้ผู้คนขับรถหวาดกลัวไม่กล้าดื่มสุรา &amp;nbsp;เพราะกลัวถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต &amp;nbsp;แต่ก็ขัดต่อตัวบทกฎหมายอย่างชัดแจ้ง &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าคดีที่เกิดขึ้นและมีการแจ้งข้อหาโดยมิชอบดังกล่าว &amp;nbsp;ศาลได้สั่งให้นำกลับไปดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงโทษอาญาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสที่มีโทษจำคุกถึงสามปีหรือถ้าถึงแก่ความตายก็จำคุกสูงถึงสิบปี &amp;nbsp;ถ้ารัฐตรวจสอบให้ตำรวจบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ด้วยความสุจริตและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง &amp;nbsp;คนรวยไม่สามารถวิ่งเต้นต่อตำรวจผู้ใหญ่ให้สั่งล้มคดีได้ &amp;nbsp;เมื่อขับรถเกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือมีคนตาย &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องสอบสวนทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาลให้พิพากษาลงโทษทุกราย &amp;nbsp;คนรวยไม่สามารถล้มคดีได้ด้วยจ่ายค่าเสียหายและญาติพี่น้องจนพอใจแล้วไม่ดำเนินการสอบสวน หรือ &amp;ldquo;สอบสวนทำลายพยานหลักฐานส่งให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้คนที่ขับรถโดยประมาทไม่ว่าจะเร็ว เมา หรือมีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะใดก็จะเข็ดหลาบ &amp;nbsp;มีความระมัดระวังมากขึ้น &amp;nbsp;ลดอุบัติเหตุและความตายบนถนนของประชาชนลงได้อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีการเพิ่มโทษในมาตราใดเลย. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33570</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าคนตายโดยเจตนา, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, อดีตรองผู้การจเรตำรวจ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190413/image_big_5cb1e05eed077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อ&quot;น้องหญิง&quot;แจ้งความเพิ่ม &quot;อ๊อฟ&quot;ฆ่าคนตายโดยเจตนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำครอบครัว น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือ น้องหญิง อายุ 19 ปี ที่เสียชีวิตจากการตกรถเทรเลอร์ ในพื้นสภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ดำเนินคดีกับนายสุรพล ดาราคำ หรือ อ๊อฟ คนขับรถเทรเลอร์ ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานภาพถ่ายจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการเรงเห็นผลที่ตั้งใจฆ่าโดยเจตนา ส่วนผลตรวจอาวุธในที่เกิดเหตุคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจะแจ้งเพียงแต่นายสุรพล หรือ อ๊อฟ เพียงคนเดียวเท่านั้น และหากผลตรวจนิติเวชชี้ว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศน้องหญิง จะเดินหน้าแจ้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อไป ส่วนน.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือ เป็ด และนายท็อป จะแจ้งข้อหาสนับสนุนกักขังหน่วงเหนี่ยวให้ผู้อื่นที่แก่ความตาย หลังจากนี้ตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมทีมกู้ภัย จะลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของข้อหาค้ามนุษย์เชื่อว่าน.ส.สิรินาถทำเพียงคนเดียว โดยลักษณะเป็นการตีสนิทล่อลวงหญิงสาวมาส่งให้กับลูกค้าที่เชื่อว่าเป็นผู้ขับรถบรรทุกระยะไกล โดยวันนี้ตำรวจจะนำผลจากการลงพื้นที่ไปรายงานกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุบิน ยาวิราช บิดาของน้องหญิง ระบุว่า รู้สึกพึงพอใจกับการดำเนินคดีของเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp; หลังจากนี้หากคดีคลี่คลายจะนำร่างของน้องหญิงไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ยังกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ทางเรามีพยานหลักฐานว่ามีคนจ้างให้ตำรวจไม่ทำคดีนี้เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท แต่ไม่ขอเอ่ยว่าเป็นใคร และไม่ใช่เงินที่ น.ส.เป็ด ยื่นประกันตัว โดยจะฟ้องศาลให้ดำเนินคดีต่อ ผกก.สภ.บางปะอิน ด้วยตัวเองต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14492</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, ฆ่าคนตายโดยเจตนา, น้องหญิง, อัจฉริยะ, อ๊อฟ, แจ้งความเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b612958c9859.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
