<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตัวผู้ต้องสงสัยฆ่า&#039;น้องนิหน่า&#039;! วงจรปิดมัด-สารภาพแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 64 - ความคืบหน้าคดีพบศพน้องนิหน่า อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ เสียชีวิตถูกรถจักรยานยนต์ล้มทับอยู่ในร่องกลางถนนสายเอเชีย เส้นทางหาดใหญ่-บางกล่ำ พื้นที่หมู่ 5 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เมื่อช่วงเช้าวันที่27ก.พ.ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้จากการสืบสวนพบว่าเป็นการชิงทรัพย์และฆาตกรรมอำพรางแฝงไม่ใช่เป็นอุบัติเหตุ เพราะกระเป๋าสะบายและเสื้อฮู้ดสีน้ำตาลหายไป โดยล่าสุดวันนี้ตำรวจจับตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมรถเก๋ง และนำตัวมาเค้นสอบแล้วโดยตามไปล็อกตัวได้ที่ จ.พัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนึ่งในเบาะแสสำคัญของคดีนี้ที่นำไปสู่กับตามไปล็อกตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมรถเก๋ง เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ ซึ่งอยู่ก่อนถึงจุดเกิดเหตุราว 3กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งรถเก๋งคันนี้เป็นรถโตโยต้าโคโรล่า สีบรอน ทะเบียน กง 856 ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขับเข้ามาจอดเติมน้ำมันในปั้ม ในเวลา 00.22 น. คืนวันที่ 27 ก.พ. และน้องนิหน่าก็แวะเติมน้ำมันที่ปั้มนี้เช่นกัน ซึ่งตอนนั้นยังสวมใส่เสื้อฮู้ดและล้วงเงินในกระเป๋ามาจ่ายค่าน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรถเก๋งคันนี้ขับออกไปก่อนเล็กน้อยและน่าจะไปดักรอ จากนั้นน้องนิหน่าจึงขับรถจักรยานยนต์ออกไปกระทั่งกลายเป็นศพอยู่ในร่องกลางถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้จะให้การรับสารภาพแล้ว แต่ผลการสอบสวนและรายละเอียดทั้งหมดทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จะแถลงยืนยันอีกครั้งในวันนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทรัพย์, ตำรวจ, น้องนิหน่า, ผู้ต้องสงสัย, หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c583d3006d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสตูลรวบมือฆ่าชิงทรัพย์เจ้าของร้านชำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62-พ.ต.อ.สมศักดิ์ &amp;nbsp;เจริญกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล ,พ.ต.อ. ปิยะวัฒน์ &amp;nbsp;ขวัญศรี ผกก. สภ.ทุ่ง หว้า จ.สตูล &amp;nbsp;พ.ต.ท.ชาญวุฒิ รักษาพราหมณ์ &amp;nbsp;รอง ผกก.ป สภ.ทุ่งหว้า พ.ต.ท.มาโนช &amp;nbsp; สุทธิรักษ์ &amp;nbsp;สว.สส.สภ.ทุ่งหว้า ร.ต.อ.กฤษฏา &amp;nbsp;พฤษษะศรี &amp;nbsp;รอง สว (สืบสวน) &amp;nbsp;สภ.ทุ่งหว้า และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ตำรวจ สภ.ทุ่งหว้า ฝ่ายปกครอง กว่า 30 นาย คุมตัว นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;หรือนาฝี &amp;nbsp;ตรีโกบ อายุ 31 ปี อยู่หมู่ 5 ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล &amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่น ไปที่เหตุเกิดบ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับของศาลจังหวัดสตูล ที่ จ.116/2562 ลงวันที่ 28 ก.ค.2562 เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ลงมือทำให้นางสำลีถึงแก่ความตายจริงเนื่องจากตนลักลอบเข้าไปภายในบ้านผู้ตายทางประตูหลังบ้านตอนกลางดึกด้วยการถอดกลอนประตูบ้านเพื่อต้องการที่จะเข้าไปลักทรัพย์ แต่เผอิญนางสำลี ผู้ตาย มาพบเห็นเหตุการณ์เสียก่อนแล้วผู้ตายพยามเข้ามาจับมัดตัวตนจึงได้ใช้เหล็กแป๊บเป็นอาวุธทุบทำร้ายตีผู้ตายที่แขน และที่ศรีษะที่ห้องนอนและหน้าบ้านแบบไม่ยั้งจนผู้ตายเสียชีวิตคาที่ก่อนผู้ต้องหาเอาทรัพย์เงินสดผู้ตายไป 500 บาท พาหลบหนีไปจนมาถูกตำรวจจับได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ค.2562 &amp;nbsp;พ.ต.ท.อนุศักดิ์ &amp;nbsp;แซะหมูด &amp;nbsp;สารวัต (สอบสวน) สภ.ทุ่งหว้า จ.สตูล &amp;nbsp;รับแจ้งเหตุพบศพผู้หญิงถูกฆ่าเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล จึงรีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นร้านค้าขายของชำในห้องนอนพบศพทราบชื่อ นางสำลี &amp;nbsp;หนูหมาด อายุ 68 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตบนเตียงในบ้าน ในสภาพมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่แขน และศรีษะแตกจึงนำส่งโรงพยาบาลทุ่งหว้าเพื่อให้แพทย์ชันสูตรบาดแผลก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนในเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุในขณะที่ผู้ตายอยู่ภายในบ้านตามลำพังกระทั่งบุตรชาย นายประชา &amp;nbsp;หนูหมาด &amp;nbsp;อายุ 42 ปี ผอ.รพ.สต.บ้านเขาแดง &amp;nbsp;ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า มาหาแม่เรียกแต่มารดาไม่ตอบจึงได้พังประตูร้านเข้าไปพบว่า มารดานอนหงายเลือดไหลนองออกทางจมูก หู อยู่บนที่นอน นาทีแรกคิดว่า มารดาเส้นเลือดสมองแตกแต่ตรวจสอบดูใกล้ๆพบว่า มีบาดแผนที่ศีรษะ &amp;nbsp;ข้างหู และ แขน ตามลำตาม จึงเชื่อว่ามีคนร้ายเข้ามาทำร้ายมารดาจึงแจ้งตำรวจมาชันสูตรศพพร้อมสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายได้ดังกล่าว สำหรับมีพบว่า พฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สำหรับผู้ตายทราบว่า เป็น มารดา อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.ทุ่งบุหลัง อ.ทุ่งหว้าอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42174</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทรัพย์, จ.สตูล, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3e4092362b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับวินจยย.เพิ่งพ้นโทษลวงฆ่าสาวลูกจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับแล้ว วินจักรยานยนต์ฆ่าชิงทรัพย์สาวลูกจ้างแผงค้าผลไม้หมกป่าหญ้าในซอยเปลี่ยว อ้างไม่คิดว่าตายเลยไม่หนี ประวัติต้องคดียาเสพติด ลักรถ เพิ่งออกจากคุกได้ 7 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กกรฎาคมนี้ ที่ สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;พล.ต.ท.มนู&amp;nbsp;เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.&amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร&amp;nbsp;ผบช.ภ.1&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สภ.คลองหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แถลงข่าวจับกุมนายสามารถ ธัญญะผล&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี อยู่บ้านเลขที่ 262&amp;nbsp;หมู่ 3&amp;nbsp;ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี เลขที่&amp;nbsp;400/2562&amp;nbsp;ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นต่อการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 9 กช 3510 กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;หมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำ เสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างเบอร์ 11&amp;nbsp;เสื้อผ้าที่สวมใส่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.มนูกล่าวว่า สืบเนื่องจากคนร้ายฆ่า น.ส.พิไลวรรณ แก้วรักษา อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี ลูกจ้างแผงค้าผลไม้หมู่บ้านพระปิ่น 7&amp;nbsp;หมกป่าหญ้าข้างทางภายในซอยเทพกุญชร 21&amp;nbsp;หมู่ 11&amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พบผู้ต้องสงสัยคือนายสามารถ ผู้ขับขี่วิน จยย.รับจ้าง&amp;nbsp;ซึ่งรับผู้ตายจากหน้าร้านสะดวกซื้อปากทางเข้าหมู่บ้านพระปิ่น 7 ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.ค.62&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;21.30&amp;nbsp;น. จากนั้นได้เลี้ยวเข้าซอยเทพกุญชร 21 และได้ขี่ออกมาจากซอยเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับ กระทั่งจับกุมตัวได้พร้อมทั้งนำตัวไปตรวจยึดกระเป๋าสะพายของผู้ตายที่นำไปทิ้งไว้ใกล้เคียงทางต่างระดับบางขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายสามารถให้การรับสารภาพว่า เมื่อคืนวันที่ 15 ก.ค.62&amp;nbsp;ได้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง พบผู้ตายยืนโบกรถอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้านพระปิ่น 7&amp;nbsp;ให้ไปส่งที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเลยจุดเกิดเหตุไปเล็กน้อย แต่เมื่อถึงซอยเทพกุญชร&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ตนได้พาผู้ตายเลี้ยวเข้าไปในซอยเปลี่ยว และก่อเหตุชิงทรัพย์เป็นกระเป๋าสะพายของผู้ตาย โดยการสับศอกซ้ายเข้าที่ปลายคางผู้ตายจนล้มลง แล้วใช้เท้าถีบ 1 ครั้งจนตกลงไปในป่า จากนั้นได้ชักมีดแทง แล้วชิงกระเป๋าสะพายของผู้ตายไป ขี่รถหลบหนีออกถนนเลียบคลองหนึ่ง จนถูกตำรวจจับกุมได้ขณะขี่วิน จยย.รับจ้างตามปกติ เพราะไม่ทราบว่าเหยื่อเสียชีวิต &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติพบว่านายสามารถมีประวัติเสพยาเสพติด&amp;nbsp;ครอบครองยาเสพติด ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ถูกจำคุกเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 7 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังแถลงข่าว ตำรวจได้คุมตัวนายสามารถไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่งของประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ ตำรวจจึงรีบนำตัวผู้ต้องหากลับ สภ.คลองหลวงทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41957</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทรัพย์, จับวินจยย.เพิ่งพ้นโทษ, ลวงฆ่าสาวลูกจ้าง, สาวลูกจ้างแผงค้าผลไม้, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39b0f72c826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 20:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.พบศพชายวัย 31 ถูกฆ่าโหดมัดมือมัดเท้าทิ้งศพลงหนองน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ร.ต.อ.คมกฤษ สมจิตต์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรมะขาม &amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพลอยอยู่ในหนองน้ำตะพอง หมู่ที่ 1 ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.คมกฤษและเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางไปถึงพบศพผู้เสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีเหลือง สวมกางเกงขาสั้นสีลายพราง ลอยอืดอยู่ในหนองน้ำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้เจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี นำเรือไปลากศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาบนฝั่งเพื่อทำการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตถูกเชือกผ้าลมมัดมือ มัดเท้า ใบหน้าเขียวช้ำ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมา คือ นายกฤตชัย สายบัวดี อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ที่ 6 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง จากการตรวจสอบพบว่าสร้อยข้อมือน้ำหนัก 3 บาท และรถจักรยานยนต์ ของผู้เสียชีวิตได้หายไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะถูกคนร้ายฆ่าโหดมัดมือ มัดเท้า ก่อนชิงทรัพย์ และนำศพมาโยนทิ้งหนองน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบถาม นางฤทัยรัตน์ ชวนชื่น ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สามีได้หายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะมาหามารดาที่ตำบลมะขาม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี จากนั้นสามีก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ออกจากบ้านมารดาไปซื้อบุหรี่ จากนั้นก็ยังไม่กลับมาบ้านตนเองไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าคงจะไปหาเพื่อน จึงไม่ได้แจ้งความอะไรมาวันนี้ได้มีชาวบ้านมาพบศพสามีลอยอืดอยู่ในหนองน้ำตาพอง จึงได้ไปดูก็พบว่าเป็นสามีของตนเองจริง เมื่อตรวจสอบก็พบว่าทรัพย์สินที่เป็นสร้อยข้อมือ และรถจักรยานยนต์ ของสามีหายไป จึงคิดว่าน่าจะถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่หาข่าวเชิงลึก และจะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนีมาเป็นเบาะแสในการเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26925</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤตชัย สายบัวดี, ฆ่าชิงทรัพย์, จันทบุรี, ร.ต.อ.คมกฤษ สมจิตต์, สภ.มะขาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41d5923cdbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบคุมตัว 5 โหดทำแผนฆ่านายจ้างหวังรวบเมียและสมบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.61 - พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.ธานี สงวนจีน ผกก.สภ.ไทรโยค พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ พฐ.ภ.จว.กาญจนบุรี และกำลังกว่า20นาย นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีนายภูผาทอง หรือใหญ่ ผาทองภูมิ อายุ 36 ปี ชาวจ.กาญจนบุรี นายโซนี อายุ 25 ปี สัญชาติพม่า นายนิวอ่อง หรือโอม อายุ 36 ปี สัญชาติพม่า นายณัฐพล หรือกอล์ฟ วิวัฏฏ์กุลธร อายุ 27 ปี ชาว จ.นครปฐม นายมนตรี หรือ อิม สูนคำ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหา เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณริมถนนสายแก่งระเบิด-บ้องตี้น้อย บ้านแก่งระเบิด เลขที่235 ม.4ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยคจ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์ ผู้ตาย ท่ามกลางบรรดาญาติๆ และชาวบ้านที่ทราบข่าวกว่า200คน มามุงดูหน้ากลุ่มฆาตกร พร้อมตะโกนสาปแช่งให้ตายตกตามกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกที่บ้านนายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์ ผู้ตาย ริมถนนสายแก่งระเบิด-บ้องตี้น้อย เลขที่235บ้านแก่งระเบิดม.4ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค โดยนายโซนี และนายโอม ขับรถจักรยานยนต์ พร้อมนำอาวุธมีดและไม้ ไปหาผู้ตายที่บ้าน โดยนายโซนี ทำทีเข้าไปขอข้าวกิน ส่วนนายโอมรออยู่ด้านนอก พอได้จังหวะเห็นผู้ตายเผลอ นายโซนีใช้ไม้ที่เตรียมมา กระหน่ำตีที่ศีรษะจนล้มลง จากนั้นใช้มีดแทงอีก 3 ครั้ง โดยนายโอมเข้ามาใช้ไม้ช่วยตีซ้ำอีก จนแน่ใจว่าเสียชีวิต จุดที่2 ที่บริเวณริมแม่น้ำแควน้อย ห่างจากบ้านที่ก่อเหตุราว 2กม. นายโซนี นำศรีษะของผู้ตายมาเผา แล้วนำเถ้าลอยในแม่น้ำ&amp;nbsp;จุดที่3บริเวณกลางไร่มันสำปะหลัง กลางป่าบ้านแก่งระเบิด ม.8 ต.วังกระแจะ ผู้ต้องหาทั้ง5คน ขับรถกระบะปิกอัพของผู้ตาย และช่วยกันนำร่างของ ผู้ตาย มาเผาทำลายโดยใช้ยางรถยนต์ 1เส้น วางปูทับด้วยฟูกที่นอนของผู้ตาย แล้วนำร่างผู้ตายวางบนฟูก แล้วจุดไฟเผา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เผาศพไม่หมด เนื่องจากเชื้อเพลิงวอดเป็นเถ้าก่อน จึงฝังร่างที่เหลือในร่องมันสำปะหลัง จากนั้นทั้งหมดจึงเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นในการสังหารครั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ตายมีทรัพย์สินเป็นที่ดินหลายแปลง และนำไปขายได้เงินมากว่า 10 ล้านบาท โดยผู้ตายนำเงินไปใช้หนี้สินจำนวน 5.8 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือได้นำไปซื้อที่ดินไว้ 2 แปลง เพื่อทำไร่ และกิจการบ้านพักในพื้นที่ บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ ซึ่งในจุดนี้เชื่อว่าเป็นการสังหาร เพื่อเอาทรัพย์สิน รวมทั้งนายใหญ่ต้องการคบกับภรรยาผู้ตาย อย่างเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเสร็จจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน อยู่ในการควบคุมของตำรวจปราบปราม ก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาล จ. กาญจนบุรี พรุ่งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทรัพย์, นายนวพงศ์ สัจธรรมภิวัตน์, สภ.ไทรโยค, ใหญ่ ผาทองภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87b6020c25e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกฆ่าเจ้าอาวาส แทงยับ27แผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆาตกรทมิฬ บุกกุฏิรองเจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสวัดดังในอำเภอแวงน้อย กระหน่ำแทง 27 แผลฆ่าสยองเจ้าอาวาส ก่อนรื้อค้นข้าวของกระจุย ตร.พุ่งเป้าชิงทรัพย์ พยานยันเห็นชายร่างสูงใหญ่มาขอเงินก่อนเป็นศพ เผยเป็นพระนักเทศน์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ พ.ต.ท.ชูชาติ เทือกอุต สารวัตรสอบสวน สภ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น รับแจ้งว่า พระครูโพธิอินทสาร หรือพระครูน้อย รองเจ้าคณะตำบลแวงน้อย เจ้าอาวาสวัดศีลขันธาราม บ้านโนนศิลา หมู่ 19 ต.แวงน้อย อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ถูกฆาตกรรมมรณภาพอยู่ภายในกุฏิ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.พิชัยภูษิส จารุพงศ์ ผกก.สภ.แวงน้อย, พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 และตำรวจสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในกุฏิเจ้าอาวาส เจ้าหน้าที่พบศพพระครูโพธิอินทสาร อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดศีลขันธาราม นอนเลือดท่วม สภาพศพถูกแทงตามร่างกายรวม 27 แผล ข้าวของภายในกุฏิกระจุยกระจาย คาดว่าคนร้ายรื้อค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 ได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างมารอที่หน้ากุฏิด้วยอาการโศกเศร้า พร้อมกับสาปแช่งคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายสมัย นารินทร์ มัคนายกวัด ให้การว่า ช่วงเช้าก่อนพบศพ หลวงพ่อไม่ออกบิณฑบาตเหมือนเคย เห็นผิดปกติจึงมาตามที่กุฏิ เห็นประตูแง้มไว้ เมื่อเปิดเข้าไปดูก็พบศพหลวงพ่อ จึงตีกลองเรียกชาวบ้านและแจ้งความตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า พระครูโพธิอินสารเป็นพระนักเทศน์ ก่อนหน้านี้จำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.พล จ.ขอนแก่น เพิ่งมาอยู่ที่วัดที่เกิดเหตุได้เพียง 3 พรรษา เป็นที่รักของชาวบ้าน และเป็นพระนักเทศน์ชื่อดังของ อ.แวงน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้กระจายกันลงพื้นที่ พบเบาะแสชายรูปร่างสูงใหญ่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ทะเบียน มาหาเจ้าอาวาสที่กุฏิเพื่อขอเงิน แต่ทางเจ้าอาวาสไม่ให้ คาดว่าชายดังกล่าวได้ย้อนกลับมาเพื่อฆ่าชิงทรัพย์ก่อนหลบหนีไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรทมิฬ, ฆ่าชิงทรัพย์, ฆ่าสยองเจ้าอาวาส, ชายร่างสูงใหญ่มาขอเงิน, พ.ต.ท.ชูชาติ เทือกอุต, พระนักเทศน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าอาวาสวัดดัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2f406b9665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ลดโทษ &#039;ไอ้ตั้ม-คู่หู&#039; ฆ่าชิงไอโฟนบัณฑิตมศว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บิดาและมารดานายวศิน เหลืองแจ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;เม.ย.61-ที่ห้องพิจารณาคดี&amp;nbsp;903&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำ อ.125/2560&amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และนางนิราพร เหลืองแจ่ม มารดาผู้เสียชีวิต ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายกิตติกร หรือตั้ม&amp;nbsp;วิกาหะ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาว จ.สระแก้ว และนายสุพัฒชัย หรือเอ๊กซ์ จันทร์ศรี อายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี ชาว จ.อุทัยธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ที่ตนกระทำผิดฯ,&amp;nbsp;ฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปในเวลากลางคืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้ยานพาหนะ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;288, 289 (7), 339&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;371&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ม.ค.2560&amp;nbsp;เวลากลางคืน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ โดยมีจำเลยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นคนขี่ มาถึงบริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวง - เขตลาดพร้าว กทม. พบนายวศิน เหลืองแจ่ม หรือมะปิน บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร กำลังถือโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;26,000&amp;nbsp;บาท จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จึงใช้อาวุธมีดจี้ขู่เข็ญให้นายวศินยื่นโทรศัพท์ให้ แต่นายวศินต่อสู้ขัดขืน จึงถูกจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายนายวศินอย่างแรงหลายครั้งตามร่างกาย และลำคอจนถึงแก่ความตาย แล้วชิงโทรศัพท์มือถือผู้ตายหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยทั้งสองได้พร้อมของกลาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รายการ ส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดี โดยพนักงานอัยการได้คัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี และเป็นการกระทำผิดโดยอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน อีกทั้งหลังก่อเหตุคดีนี้ ในคืนเดียวกันทั้งสองยังได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ในท้องที่ สน.โชคชัย และวิ่งราวทรัพย์ท้องที่ สน.โคกคราม รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คดี ซึ่งเป็นภัยต่อสังคม จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองสถานหนักด้วย ชั้นพิจารณาจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ตามมาตรา&amp;nbsp;289 (7)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทหนักสุด และเมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์แล้ว จำเลยก่อเหตุร้ายแรง มีประวัติการก่ออาชญากรรมหลายครั้ง ยากแก่การปรับปรุงแก้ไขนิสัย และคำรับสารภาพเกิดจากการจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงไม่มีเหตุลดโทษ ให้ประหารชีวิตสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาจากเรือนจำกลางบางขวาง ขณะที่นางนิราภรณ์ เหลืองแจ่ม มารดาของนายวศิน ในฐานะโจทก์ร่วม และบิดาของนายวศิน เดินทางมาศาลร่วมฟังคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ตามพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ลดโทษนั้น แม้ว่าสิ่งที่จำเลยทั้งสองกระทำเป็นเรื่องร้ายแรง เป็นภัยต่อสังคม ทั้งยังมีประวัติถูกดำเนินคดีหลายคดี โดยคดียาเสพติดศาลก็มีคำสั่งให้ไปรับการบำบัด สำหรับคดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพโดยละเอียด ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และยอมรับผ่านสื่อมวลชน แสดงว่ารู้สึกถึงความผิด จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพทั้งชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้ลดโทษจำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต และนับโทษต่อจากคดีอื่นที่พิพากษาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางนิราพร มารดาของนายวศิน เปิดเผยภายหลังศาลพิพากษาว่า ตนทำใจได้นานแล้ว และตอนนี้ไม่รู้สึกถือโทษโกรธเคืองใครทั้งสิ้น แต่มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาสังคม ที่อยากจะฝากภาครัฐและราชทัณฑ์ให้ดูแลนักโทษในเรือนจำ เพื่อให้ออกมากลับตัวกลับใจ ไม่ก่อเหตุซ้ำ ตนพูดในภาพรวมไม่ใช่แค่กรณีของลูกชายเท่านั้นทั้งนี้&amp;nbsp;ตนก็ได้ศึกษาธรรมะ และช่วยเหลือดูแลเด็กกำพร้า ซึ่งยอมรับว่า 2 สิ่งนี้ช่วยเรื่องสภาพจิตใจได้มาก เป็นการช่วยเหลือสังคม และเป็นการส่งผลบุญให้ลูกชายด้วย สำหรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ออกมานั้น ทางครอบครัวตนคงไม่ยื่นฎีกาแล้ว แต่หากทางจำเลยจะขอยื่นฎีกา ก็เป็นสิทธิของฝ่ายจำเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7730</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าชิงทรัพย์, ฆ่าชิงไอโฟน, ตั้ม วิกาหะ, นิราพร เหลืองแจ่ม, วศิน เหลืองแจ่ม, เอ๊กซ์ จันทร์ศรี, ไอ้ตั้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adeac3305c75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
