<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏยะไข่เหิม บุกถล่มโรงพักฆ่าตำรวจ 9 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกของเมียนมายังร้อนระอุ กองกำลังติดอาวุธกองทัพอาระกันบุกโจมตีโรงพักในหมู่บ้านห่างไกลเมื่อช่วงดึกวันเสาร์ที่ผ่านมา สังหารตำรวจ 9 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างของตำรวจที่โดนสังหารนอนอยู่บนพื้นที่โรงพักของหมู่บ้านในรัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจและกรรมการหมู่บ้านโยตาโย้กที่เกิดเหตุว่า ชาวบ้านได้ยินเสียงยิงปะทะกันหลังกองกำลังติดอาวุธบุกโจมตีโรงพักในหมู่บ้านนี้เมื่อช่วงหลัง 5 ทุ่มของคืนวันเสาร์ ชาวบ้านรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่าการยิงต่อสู้กินเวลาประมาณ 20 นาที แต่ชาวบ้านไม่ได้แตกตื่นหนีออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตร และอยู่บนเส้นทางสายหลักที่เชื่อมเมืองนี้กับเมืองอื่นๆ ของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีเผยแพร่ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ มีศพถูกคลุมด้วยผ้าห่มนอนอยู่บนพื้นดินของโรงพักเก่าซอมซ่อ บางศพมีกองเลือดอยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจเสียชีวิต 9 นาย บาดเจ็บ 1 นาย และสูญหาย 1 นาย&amp;quot; ตำรวจอาวุโสนายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีโดยไม่เปิดเผยนาม มีรายงานเล็ดลอดออกมาด้วยว่ามีอาวุธหายไปจากโรงพักจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ แม้แต่กองทัพอาระกัน (เอเอ) ซึ่งก่อเหตุปะทะกับฝ่ายความมั่นคงเมียนมาหลายครั้งตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วก็ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังเอเอเคยก่อเหตุโจมตีนองเลือดเมื่อวันชาติของเมียนมาต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โจมตีที่มั่นของตำรวจ 4 แห่ง สังหารตำรวจเมียนมาไปถึง 13 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกผู้นำเมียนมาให้คำมั่นว่าจะปราบปรามพวกกบฏยะไข่ที่ต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองเหล่านี้&amp;nbsp; แต่การปะทะยังคงลุกลามไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆ กองทัพได้ส่งกำลังเสริมเข้าไปหลายพันนายและยิงปืนใหญ่โจมตีที่ตั้งของเอเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงรอบล่าสุดนี้ทำให้ชาวบ้านมากกว่า 5,000 คนละทิ้งถิ่นฐานหนีภัย ทางการเมียนมาได้ประกาศให้หลายพื้นที่ในภาคเหนือของรัฐเป็นเขตห้ามหน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 รัฐยากจนในภาคตะวันตกของเมียนมาแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคง สังหารตำรวจมากกว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการปราบปรามขั้นรุนแรง ส่งผลให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศมากกว่า 730,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอาระกัน, ฆ่าตำรวจ, พม่า, ยะไข่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c851fd8a7aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
