<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเมียนมาฆ่าผู้ประท้วงกว่า80ศพที่พะโคขนใส่รถทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านและสื่อท้องถิ่นเมียนมาเผย กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงอีกมากกว่า 80 คนที่พะโคเมื่อวันศุกร์ ยอดสังเวยความรุนแรงนับแต่รัฐประหารทะลุ 700 ศพแล้ว ชาวบ้านเผยทหารขนศพขึ้นรถบรรทุกทหาร ทูตเมียนมาประจำยูเอ็นเรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงฯ ดำเนินการอย่างหนักหน่วงกับรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารและรถบรรทุกของกองทัพขณะปฏิบัติการที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 (Photo by Aung Kyaw Htet/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาปิดกั้นการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด รายละเอียดเกี่ยวกับการปราบปรามนองเลือดครั้งล่าสุดที่เมืองพะโค ซึ่งอยู่ไกลจากนครย่างกุ้งทางตะวันออกเฉียงเหนือหลายสิบกิโลเมตร เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอเอฟพีได้รับคำบอกเล่าจากชาวบ้านหลายคนด้วยว่ากองทัพยังใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งบังคับให้พวกเขาต้องหนีไปอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อเมียนมาหลายแห่งว่า กองกำลังความมั่นคงยิงระเบิดปืนไรเฟิลใส่ผู้ประท้วงที่เมืองพะโค แต่ไม่สามารถสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างชัดเจนได้ เพราะกองกำลังความมั่นคงนำศพมากองรวมกันที่เจดีย์เซยามุนีแล้วปิดล้อมพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) และสื่อออนไลน์ เมียนมานาว ยืนยันเมื่อค่ำวันเสาร์ว่า กองกำลังความมั่นคงฆ่าผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร 82 คนในเมืองพะโคเมื่อวันศุกร์ เมียนมานาวบอกว่า การยิงเริ่มก่อนรุ่งเช้าวันศุกร์และยืดยาวถึงช่วงบ่าย ข่าวอ้างผู้จัดการชุมนุมชื่อ เย ทุ ว่าเหมือนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พวกนั้นยิงใส่เงาทุกเงา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอที่เอเอฟพีพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริง ถ่ายไว้เมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ เผยภาพที่ผู้ประท้วงหลายคนหลบอยู่หลังแนวกระสอบทรายพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลประดิษฐ์เอง มีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้หน่วยกู้ภัยเข้าไปใกล้ศพเหล่านั้น &amp;quot;พวกเขาเอาศพทั้งหมดมากองรวมกันแล้วขนขึ้นรถบรรทุกทหารขับออกไป&amp;quot; ชายคนนี้บอกกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์นิวไลต์ออฟเมียนมาเมื่อวันเสาร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ปราบปราม &amp;quot;พวกก่อจลาจล&amp;quot;&amp;nbsp; สื่อของทางการเมียนมาแห่งนี้รายงานว่ามีคนตายแค่ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานองค์การสหประชาชาติในเมียนมา ทวีตเมื่อคืนวันเสาร์ว่า กำลังติดตามเหตุการณ์นองเลือดที่พะโค ที่ซึ่งผู้บาดเจ็บถูกปฏิเสธการรักษา &amp;quot;เราเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงอนุญาตให้ทีมแพทย์เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บ&amp;quot; สำนักงานยูเอ็นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการนองเลือดที่พะโค เอเอพีพีระบุในวันศุกร์ว่า มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 618 คนนับแต่รัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ แต่คำแถลงของโฆษกรัฐบาลทหารเมื่อวันศุกร์อ้างว่ามีคนเสียชีวิตเพียง 248 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเหตุการณ์ไม่สงบที่เมืองทาทูในภาคตะวันตกเฉียงเหนือใกล้ชายแดนอินเดียเมื่อวันเสาร์ เมื่อผู้ประท้วงต่อสู้กลับ ภายหลังทหารพยายามทำลายแนวกั้นเพื่อปกป้องชุมชน ชาวบ้านกล่าวว่า มีพลเรือนตาย 2 คนเมื่อทหารยิงสุ่มไม่เลือก ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยการปาระเบิด ทำให้รถบรรทุกทหารคันหนึ่งพลิกคว่ำ มีทหารเสียชีวิตมากกว่า 12 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนองเลือดเพิ่มมากขึ้นทำให้กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มจับมือกันต่อต้านกองทัพเมียนมา ที่รัฐชานทางเหนือเมื่อวันเสาร์เกิดเหตุไม่สงบขึ้นอีก เมื่อกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (ทีเอ็นแอลเอ) โจมตีโรงพักช่วงเช้ามืด สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีตำรวจโดนฆ่าตายมากกว่า 12 นาย ทีเอ็นแอลเอกล่าวว่า กองทัพเอาคืนด้วยการโจมตีทางอากาศ มีทหารกบฏตาย 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรทัศน์ของทางการเมียนมารายงานข่าวนี้ช่วงค่ำว่า &amp;quot;กลุ่มติดอาวุธก่อการร้าย&amp;quot; โจมตีสถานีตำรวจด้วยอาวุธหนักแล้วจุดไฟเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนั้น กองทัพอาระกัน (เอเอ) พันธมิตรของทีเอ็นแอลดี ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตก ออกแถลงการณ์ย้ำว่าเอเอสนับสนุนขบวนการต่อต้านรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังชนกลุ่มน้อยอีก 2 กลุ่มได้แก่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) และกองทัพอิสรภาพกะฉิ่น (เคไอเอ) ก็โจมตีทหารและตำรวจเมียนมาเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ และโดนกองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศดินแดนของเคเอ็นยูในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเคเอ็นยูกล่าวว่าทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่แล้วมากกว่า 24,000 คนถึงวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ จอ โม ทุน เอกอัครราชทูตผู้แทนเมียนมาประจำยูเอ็น กล่าวต่อคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งร่วมกันโดยทันที เขาเสนอให้กำหนดเขตห้ามบิน, ปิดกั้นการค้าอาวุธ และคว่ำบาตรอย่างเจาะจงเป้าหมายกับสมาชิกในครอบครัวของพวกทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ นักวิเคราะห์อิสระจากอินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป กล่าวต่อคณะมนตรีฯ ด้วยว่า เมียนมากำลังจวนเจียนจะเป็นรัฐล้มเหลว &amp;quot;การดำเนินการ (ของรัฐบาลทหาร) อาจสร้างสถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่สามารถปกครองได้&amp;quot; เขาเตือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะมนตรีความมั่นคง, ฆ่าผู้ประท้วง, ปราบปรามนองเลือด, พม่า, พะโค, รัฐประหารเมียนมา, สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072ab2a15644.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้าหลวงสิทธิยูเอ็นชี้เมียนมาฆ่าผู้ประท้วงแล้ว54ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นเรียกร้องทหาร-ตำรวจเมียนมาหยุดฆ่าผู้ประท้วง อ้างมีคนถูกฆ่าแล้วอย่างน้อย 54 คนนับแต่รัฐประหาร ผู้ประท้วงกลับมารวมตัวกันอีกในหลายเมืองในวันพฤหัสบดีหลังจากวันนองเลือดที่ทูตยูเอ็นระบุมีคนตาย 38 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเมียนมาพร้อมอาวุธปืนที่บรรจุกระสุนจริง เคลื่อนกำลังระหว่างการปะทะในเมืองย่างกุ้งเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคมว่า นับแต่ทหารเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงบัดนี้มีผู้ประท้วงโดนฆ่าตายแล้วอย่างน้อย 54 คน และถูกควบคุมตัวมากกว่า 1,700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหารเมียนมาต้องหยุดการฆ่าและคุมขังผู้ประท้วง&amp;quot; บาเชเลต์กล่าวในแถลงการณ์ พร้อมกับยืนกรานว่า เป็นเรื่องน่ารังเกียจที่สุดที่กองกำลังความมั่นคงใช้กระสุนจริงยิงผู้ที่ประท้วงอย่างสันติทั่วเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดี ชาวเมียนมาในหลายเมืองยังคงออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารและเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี แต่ตำรวจก็ยังคงใช้กำลังในการสลายการชุมนุมเช่นเดิม ยังไม่มีรายงานว่ามีคนบาดเจ็บหรือล้มตายหรือไม่เท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานอ้างผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ที่ย่างกุ้งและเมืองโมนยวา ตำรวจยิงและใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมอีก สื่อพม่ากล่าวว่าตำรวจยิงสลายการชุมนุมที่เมืองพะสิมที่อยู่ทางตะวันตกของย่างกุ้งด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้คนออกมาชุมนุมจำนวนมากอย่างสันติในเมืองอื่นๆ เช่นมัณฑะเลย์และพุกาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเมืองมัณฑะเลย์กล่าวว่า ในช่วงเช้า มีเครื่องบินขับไล่ 5 ลำบินโฉบระดับต่ำหลายรอบ นัยว่าเพื่อแสดงแสนยานุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวอ้างคำกล่าวตำรวจอินเดียนายหนึ่งด้วยว่า มีตำรวจเมียนมา 3 นายหนีข้ามชายแดนเข้ารัฐมิโซรัมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย หลังจากปฏิเสธจะปฏิบัติตามคำสั่งของทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95015</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน, ฆ่าผู้ประท้วง, พม่า, มิเชล บาเชเลต์, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040c52d5d75a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลสหรัฐเชื่อ อิหร่านฆ่าม็อบเกิน 1,000 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐเชื่อว่าทางการอิหร่านสังหารผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คน ระหว่างปราบปรามการชุมนุมที่เริ่มตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว ขณะกระทรวงกลาโหมยอมรับว่ากองทัพกำลังพิจารณาจะส่งทหารไปเสริมกำลังในภูมิภาคนั้นเพิ่มราว 5,000-7,000 นาย ไม่ถึง 14,000 นายตามที่สื่อรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ร้านค้าโดนผู้ประท้วงวางเพลิงระหว่างการต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมันในเมืองชาร์เรียร์ของอิหร่าน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม อ้างคำกล่าวของไบรอัน ฮุก ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำอิหร่าน ว่ารัฐบาลอิหร่านอาจสังหารพลเมืองอิหร่านไปแล้วมากกว่า 1,000 คนนับแต่เริ่มมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน แต่เขายอมรับว่าการตรวจสอบข้อมูลในอิหร่านเป็นเรื่องยาก อิหร่านควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด แต่สหรัฐมั่นใจว่ามีผู้ประท้วงถูกฆ่าหลายร้อยคนแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า มีชาวอิหร่านหลายพันคนได้รับบาดเจ็บจากการปราบปราม และมีผู้ประท้วงอย่างน้อย 7,000 คนถูกควบคุมตัว ในวิกฤติการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของอิหร่านในรอบ 40 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การต้อนรับนักการทูตขององค์การสหประชาชาติที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวถึงการปราบปรามของอิหร่านว่า &amp;quot;โหดร้าย&amp;quot; และเป็น &amp;quot;สถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว&amp;quot; ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าภัยคุกคามของอิหร่านที่มีต่อผลประโยชน์ของสหรัฐจะเผชิญการตอบโต้ &amp;quot;อย่างรุนแรง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ สำนักงานข้าหลวงสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นที่นครเจนีวา แถลงว่า มีรายงานว่าผู้ประท้วงถูกจับกุมไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และเรียกร้องให้อิหร่านปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังตามอำเภอใจทันที สำนักงานแห่งนี้ยังได้รับวิดีโอที่ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้ว เผยให้เห็นทหารยิงผู้ประท้วง ที่เหมือนเป็นการฆ่าโดยเจตนา ข้อมูลที่ได้บ่งชี้ว่ามีผู้คนถูกฆ่าอย่างน้อย 208 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกับขององค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขของรัฐบาลสหรัฐนั้นใกล้เคียงกับจำนวน 1,029 ศพ ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธโดยกลุ่มมูจาฮีดินอีคาลิก อดีตกลุ่มฝ่ายค้านติดอาวุธที่ต่อต้านระบอบอิหร่านอย่างดุดันและกำลังสานสัมพันธ์กับรัฐบาลของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกกล่าวว่า สหรัฐอ้างอิงยอดผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งจากภาพถ่ายและวิดีโอที่ผู้คน 32,000 คนส่งมาให้สหรัฐ ตามคำเชื้อชวนของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เพื่อท้าทายมาตรการจำกัดอินเทอร์เน็ตของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอหลายชิ้นจากเมืองมาห์ชาห์ร ถิ่นของชาวอาหรับที่เป็นชนส่วนน้อยในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน แสดงให้เห็นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านใช้รถกระบะติดปืนกลไล่ต้อนผู้ประท้วงลงหนองบึงแล้วกราดยิง ฮุกกล่าวว่า ที่นี่ที่เดียวน่าจะมีคนตายมากถึง 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอิหร่านปฏิเสธข้อมูลจำนวนผู้เสียชีวิตมากมายว่าเป็น &amp;quot;เรื่องโกหกทั้งเพ&amp;quot; โดยยืนยันว่ามีผู้ประท้วงตายแค่ 5 ราย มีเจ้าหน้าที่โดนผู้ก่อจลาจลฆ่าตาย 4 นาย และมีพลเรือนตายด้วย 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งสัญญาณโอนอ่อนและแสดงความเห็นใจต่อประชาชนโดยระบุว่า ผู้ที่ถูกฆ่าตายในเหตุการณ์รุนแรงจะได้รับการพิจารณาว่าเป็น &amp;quot;วีรชนพลีชีพ&amp;quot; ตราบใดที่ผู้นั้นไม่ได้ปลุกระดมความไม่สงบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุกเรียกร้องให้โดดเดี่ยวอิหร่านทางการทูตมากขึ้นเพื่อตอบโต้การปราบปราม ขณะที่อีกด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐบอกว่าสหรัฐไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะเสริมทหารในภูมิภาคนั้น โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีว่า มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหม กำลังพิจารณาแผนส่งทหารไปตะวันออกกกลางเพิ่มอีก ระหว่าง 5,000-7,000 นาย แต่ไม่ใช่ 14,000 นายตามที่วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานก่อนหน้านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51941</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าผู้ประท้วง, ตะวันออกกลาง, รัฐบาลสหรัฐ, อิหร่าน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5b204a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
