<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แคนาดาช็อก มือปืนอาละวาดยิงเหยื่อ 16 ศพที่โนวาสโกเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนวัยกลางคนแต่งกายเลียนแบบตำรวจยิงเหยื่อเสียชีวิตอย่างน้อย 16 คนระหว่างออกอาละวาดในหลายพื้นที่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมงที่รัฐโนวาสโกเชียของแคนาดาตั้งแต่คืนวันเสาร์ เป็นเหตุการณ์ยิงคนตายหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดของแคนาดายุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจแคนาดาเฝ้าอยู่ด้านหน้าร้านบิ๊กสต็อป ใกล้เมืองเอล์มสเดล รัฐโนวาสโกเชีย ที่พบศพมือปืนผู้ต้องสงสัยฆ่าหมู่ 16 ศพ เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 อ้างคำแถลงของสำนักงานตำรวจแคนาดาว่า มือปืนรายนี้เป็นชายอายุ 51 ปี ชื่อกาเบรียล เวิร์ตแมน มีอาชีพเป็นช่างทำฟันปลอม ตำรวจพบว่าเขาเริ่มก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่อหลายรายเมื่อวันเสาร์ หลังจากได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงคนตายหลายศพที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองพอร์ตาพิก เมืองเล็กๆ ริมทะเลที่อยู่ห่างจากเมืองฮาลิแฟกซ์ เมืองเอกของรัฐโนวาสโกเชีย ทางเหนือราว 130 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริส เลทเธอร์ ตำรวจอาชญากรรมโนวาสโกเชียเผยว่า เมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็พบมีผู้เสียชีวิตหลายคนทั้งภายในบ้านและนอกบ้านหลังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคนร้ายรายนี้ออกอาละวาดยิงเหยื่อในหลายสถานที่ ช่วงหนึ่งเขาปลอมตัวสวมใส่ชุดตำรวจและยังขับรถยนต์ที่เขาตกแต่งให้เหมือนกับรถตรวจการณ์ของตำรวจ ซึ่งทำให้สำนักงานตำรวจต้องย้ำเตือนประชาชนหลายครั้งว่าเขาไม่ใช่ตำรวจ แต่เขามีอาวุธและเป็นบุคคลอันตราย มีรายงานด้วยว่าอาคารหลายหลังและรถยนต์หลายคันในเมืองโดนวางเพลิง และมีตอนหนึ่งที่ตำรวจดวลปืนกับคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการตามล่ายาวนาน 12 ชั่วโมง ตำรวจโนวาสโกเชียประกาศว่า การตามล่าผู้ต้องสงสัยยุติลงเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เสียชีวิต แต่คำแถลงไม่ได้ยืนยันว่าเขาโดนตำรวจยิงตายตามที่ปรากฏในข่าวของสถานีซีทีวีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบรนดา ลักกี ผู้บัญชาการตำรวจแคนาดา กล่าวว่า มือปืนก่อเหตุยิงคนในหลายชุมชน และตำรวจพบว่ามีเหยื่อโดนยิงเสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าการฆ่าหมู่เกี่ยวโยงกับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวด้วยว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างมือปืนกับเหยื่อบางราย และตำรวจยังไม่มีข้อสันนิษฐานว่าอะไรคือมูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตทำให้ในเหตุการณ์นี้เป็นการฆ่าหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดในแคนาดานับแต่การฆ่าหมู่ที่มอนทรีออลเมื่อปี 2532 ที่มือปืนรายหนึ่งฆ่าผู้หญิง 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐโนวาสโกเชียซึ่งอยู่ในภูมิภาคแอตแลนติกของแคนาดายังอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เลทเธอร์กล่าวด้วยว่า ตำรวจกำลังสอบสวนความเป็นไปได้ว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวพันกับการระบาดของไวรัสโคโรนาที่ทำให้ธุรกิจที่ไม่จำเป็นถูกสั่งหยุดกิจการหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, ฆ่าหมู่, แคนาดา, โนวาสโกเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d1441a3e48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผ่าปาปัวนิวกินีชิงเหมืองทอง ฆ่าหมู่อริ 24 ศพ ไม่เว้นคนท้อง-เด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชนเผ่าในปาปัวนิวกินีคู่อริแย่งชิงเหมืองทองคำเปิดศึกนองเลือดนาน 3 วัน มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 24 คน รวมถึงเด็กและหญิงท้อง นายกรัฐมนตรีลั่นล่าตัวคนผิดมาลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 แผนกสาธารณสุขจังหวัดเฮลาเผยแพร่ภาพถ่ายเหยื่อการสังหารถูกเรียงไว้ข้างถนน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุฆาตกรรมหมู่เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน 2 แห่งในจังหวัดเฮลา ซึ่งอยู่ในเขตที่ราบสูงชนบทห่างไกลทางตะวันตกของปาปัวนิวกินี ระหว่างเผ่าที่เป็นคู่อริกันและปะทะกันบ่อยครั้ง สาเหตุมาจากการแย่งกันครอบครองเหมืองทองคำท้องถิ่น แต่ความรุนแรงทวียิ่งขึ้นภายหลังการแพร่หลายของปืนอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิลเลียม บันโด นักปกครองจังหวัดเฮลา เผยเมื่อวันพุธที่ 10 กรกฎาคมว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุสังหารหมู่ใน 2 หมู่บ้าน มีอย่างน้อย 24 คน และอาจมีมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีเอ็มทีวี สื่อท้องถิ่น รายงานว่า เหตุสังหารหมู่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ 2 แห่งในเขตทารี-โพรีของจังหวัดเฮลา โดยในวันอาทิตย์ ชาย 4 คนและหญิง 3 คนถูกฆ่าในหมู่บ้านมูนิมา และในวันจันทร์มีผู้หญิงและเด็ก 16 คนถูกฟันเสียชีวิตที่หมู่บ้านคาริดา หญิงที่เสียชีวิต 2 คนกำลังตั้งครรภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหนังสือพิมพ์โพสต์เคอเรียร์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายงานว่า เหตุฆ่าหมู่เกิดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในวันเสาร์มีผู้เสียชีวิต 6 รายและวันอาทิตย์ 16 ราย รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิป อันไดลู ผู้ว่าฯ จังหวัดเฮลา เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าที่ดำเนินมาหลายสิบปี โดยเป็นการแก้แค้นของเผ่าที่โดนโจมตีก่อน&amp;nbsp; เหตุรุนแรงทั้งสองครั้งกระทำกับชุมชนที่บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป ของปาปัวฯ ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ในจังหวัดที่เกิดเหตุ เผยว่า เหตุฆ่าหมู่นำโดยมือปืนจากเผ่าฮากุย, โอกิรู และลิวี เขาให้คำมั่นว่าจะต้องนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้ หมดเวลาของพวกอาชญากรพกปืนแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, จังหวัดเฮลา, ชนเผ่าคู่อริ, ปาปัวนิวกินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d25e6ccb7475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นช็อก จี้สอบเหตุฆ่าหมู่ชนเผ่าฟูลานีในมาลี 134 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเอ็นเผยได้รับรายงานเกิดเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชนเผ่าเลี้ยงสัตว์ฟูลานีไม่ต่ำกว่า 134 คน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภาคกลางของมาลีเมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ทหารฝรั่งเศสจากภารกิจบาร์คาเนในเขตซาเอล เล็งปืนจากเฮลิคอปเตอร์เอ็นเอช 90 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่คณะผู้แทนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เดินทางมาเยือนภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา เพื่อประเมินภัยคุกคามจากพวกนักรบญิฮาดในพื้นที่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายเปิดเผยว่า การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านโอกอสซากูซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนบูร์กินาฟาโซ หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในอำเภอบังกาสที่มักเกิดเหตุการณ์รุนแรงระหว่างชุมชนบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูบาการ์ คาเน นายอำเภอบังกาส อ้างคำกล่าวของผู้รอดชีวิตที่กล่าวหาพวกโดกอนที่เป็นชนเผ่านักล่าสัตว์ว่าบุกโจมตีหมู่บ้านนี้ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า เหยื่อที่ตายมีทั้งที่โดนยิงและโดนมีดพร้าฟันแทง พยานอีก 2 คนเผยด้วยว่า พวกโดกอนได้เผาทำลายกระท่อมในหมู่บ้านนี้เกือบหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า กูเตอร์เรสช็อกและโกรธอย่างมากกับรายงานที่ว่ามีพลเรือนอย่างน้อย 134 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็ก โดนฆ่าตาย และเรียกร้องให้ทางการมาลีสอบสวนเหตุการณ์นี้ทันทีและจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า กองกำลังรักษาสันติภาพของยูเอ็น หรือ MINUSMA ได้ให้การสนับสนุนทางอากาศเพื่อยับยั้งไม่ให้มีการโจมตีเพิ่มเติม และให้ความช่วยเหลืออพยพผู้บาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ยูเอ็นกล่าวว่า คณะเอกอัครราชทูตจากประเทศสมาชิกคณะมนตรีฯ ได้เข้าพบนายกฯ ซูเมย์ลู บูเบเย ไมกา เมื่อวันเสาร์ และหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปราะบางในภาคกลางของประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโจมตีหลายครั้งมีชนวนเหตุจากความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เล็มหญ้ากับชนเผ่าเร่ร่อน กับข้อพิพาทเรื่องที่ดินและน้ำ แต่ช่วง 4 ปีมานี้พื้นที่แถบนี้ก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลของพวกนักรบญิฮาดซึ่งกะเกณฑ์ชาวฟูลานีเข้าเป็นสมาชิก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, ฟูลานี, มาลี, ยูเอ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190324/image_big_5c97918198d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้แฉ กองกำลังโรฮิงญาก็ฆ่าหมู่ชาวฮินดูที่รัฐยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลระบุผ่านรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ว่ากองกำลังติดอาวุธของโรฮิงญาก่อเหตุสังหารหมู่ชาวบ้านที่เป็นฮินดูในรัฐยะไข่ของพม่าเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงเดียวกับที่กลุ่มนี้บุกโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงพม่า ที่จุดชนวนให้กองทัพพม่าปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรงจนโดนนานาชาติประณามว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 หญิงชาวฮินดูร่ำไห้ใกล้ศพของสมาชิกในครอบครัวที่พบในหมู่บ้านเยบ่อจอ ทางเหนือของรัฐยะไข่ STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 วันเดียวกับที่กองกำลังติดอาวุธกองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) หลายร้อยคนบุกโจมตีที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนพม่าในรัฐยะไข่หลายสิบจุดพร้อมกันและสังหารตำรวจพม่ากว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างขั้นรุนแรง บีบให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 700,000 คนอพยพหนีข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติกล่าวประณามการปราบปรามของกองทัพพม่าว่าเทียบได้กับการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ชาวโรฮิงญา ทหารและม็อบชาวบ้านที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยถูกกล่าวหาว่าเข่นฆ่าพลเรือนชาวโรฮิงญาและวางเพลิงหมู่บ้านของพวกเขา แต่ข้อมูลล่าสุดจากรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลแห่งนี้ บ่งชี้ว่ากองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาก็กระทำผิดเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาฆ่าหมู่ชาวฮินดูในหมู่บ้านทางเหนือสุดของรัฐยะไข่ ซึ่งกองทัพพม่าเคยพาผู้สื่อข่าว ที่รวมถึงผู้สื่อข่าวเอเอฟพี ไปเป็นประจักษ์พยานการขุดศพเน่าเปื่อยจำนวนหลายศพขึ้นจากหลุมตื้นๆ เมื่อเดือนกันยายน ในช่วงเวลานั้น กองกำลังอาร์ซาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สังหารคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเมื่อวันพุธกล่าวว่า การสอบสวนใหม่ยืนยันว่ากองกำลังอาร์ซาฆ่าชาวฮินดู 53 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ในรูปแบบการประหารชีวิต ที่หมู่บ้านข่าหม่องแซะในเมืองหม่องดอทางเหนือของรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือวิกฤติของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า การนำตัวพวกที่กระทำการอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนมาลงโทษนั้นสำคัญมากเท่าๆ กับการดำเนินการกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติโดยกองกำลังความมั่นคงของพม่าในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของผู้รอดชีวิต 8 คนว่า ชาวบ้านที่เป็นฮินดูหลายสิบคนโดนกลุ่มชายคลุมหน้าและชาวบ้านที่เป็นโรฮิงญา ต้อนมารวมกันแล้วปิดตาพาเดินออกจากชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราช กุมารี ชาวฮินดูวัย 18 ปี เล่าให้แอมเนสตีฟังว่า คนพวกนี้มีมีด พลั่วและท่อนเหล็ก พวกเขาฆ่าพวกผู้ชาย พวกเราถูกสั่งว่าไม่ให้มอง ตัวเขาหลบซ่อนอยู่ในดงไม้ และมองดูพ่อ พี่ชายและลุงโดนฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ที่หมู่บ้านเยบ่อจอ มีผู้ชาย, ผู้หญิงและเด็กชาวฮินดู รวม 46 คน หายตัวไปในวันเดียวกันนั้น รายงานอ้างข้อมูลจากชาวบ้านฮินดูที่เชื่อว่าอาร์ซาฆ่าคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของแอมเนสตียืนยันข้อมูลของกองทัพพม่าที่อ้างว่ากองกำลังโรฮิงญาก็กระทำการโหดร้ายทารุณต่อชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในรัฐยะไข่เช่นกัน แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี มาอุล ผู้นำชุมชนชาวฮินดูกล่าวกับเอเอฟพีจากรัฐยะไข่ว่า พวกฆาตกรหนีเข้าบังกลาเทศ มีพยานหลายคนเห็นเหตุการณ์ แต่พวกเราไม่ได้รับความยุติธรรม &amp;quot;คนไม่ค่อยสนใจการเข่นฆ่าพวกนี้&amp;quot; เขากล่าว โดยเปรียบเทียบกับความโหดร้ายที่เกิดกับชาวโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นานาชาติพากันประณามพม่าว่าประหัตประหารชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นคนไร้รัฐและถูกกดขี่มายาวนาน แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธคำกล่าวหาการทารุณทำร้ายชาวโรฮิงญาอย่างกว้างขวาง และตำหนิกลุ่มสิทธิว่าอคติเข้าข้างโรฮิงญา พร้อมกับชี้ด้วยว่า มีชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่มที่ประสบภัยจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, พม่า, ยะไข่, สังหารหมู่, ฮินดู, เมียนมา, แอมเนสตี็อินเตอร์เนชั่นแนล, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b05753f9dc47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 22:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสประณาม &#039;ทรัมป์&#039; ล้อเลียนฆ่าหมู่ปารีส โยงเหตุผลหนุนอาวุธปืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พูดคะนองปากไปเรื่อย &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กล่าวปราศรัยสนับสนุนอาวุธปืน แต่หยิบยกเหตุการณ์กราดยิงผู้ชมคอนเสิร์ตที่บาตากล็องที่แนวร่วมไอเอสโจมตีปารีสปี 2558 มาอ้างอิงแล้วล้อเลียนแบบผิดๆ เพื่อสนับสนุนอาวุธปืน ชาวฝรั่งเศสรวมถึงอดีตผู้นำรุมประณามประธานาธิบดีสหรัฐไม่เคารพเหยื่อการสังหารหมู่ เรียกร้องรัฐบาลตอบโต้อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกท่าทางระหว่างการปราศรัย ที่ศูนย์การประชุมเคย์เบลีย์ฮัตชิสัน ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วาจาเกินเลยจากข้อเท็จจริงออกจากปากประธานาธิบดีสหรัฐ คล้อยหลังการเดินทางไปเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการในระดับประมุขของรัฐของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสเพียง 1&amp;nbsp; สัปดาห์ ซึ่งทรัมป์และมาครงต่างกระตือรือร้นเน้นย้ำมิตรภาพระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ทรัมป์กล่าวปราศรัยอย่างสนุกปากต่อสมาคมไรเฟิลแห่งชาติที่รัฐเทกซัสเมื่อวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการครอบครองอาวุธปืน และไม่ใช่แค่การอ้างอิงเหตุการณ์สังหารหมู่ที่กรุงปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เท่านั้น ทรัมป์ยังกล่าวถึงการโจมตีที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ ซึ่งคนร้ายใช้มีดเป็นอาวุธด้วย โดยเปรียบเทียบโรงพยาบาลในลอนดอนว่าเป็นเหมือน &amp;quot;สมรภูมิ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสแสดงความไม่พอใจคำกล่าวของผู้นำสหรัฐ โดยประกาศว่าฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำกล่าวของทรัมป์ และเรียกร้องให้ทรัมป์แสดงความเคารพต่อเหยื่อ ขณะที่สังคมฝรั่งเศสซึ่งรวมถึงผู้รอดชีวิตและอดีตประธานาธิบดีและอดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่างประณามทรัมป์อย่างโกรธแค้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์เช่นทวิตเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำปราศรัยทรัมป์กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ว่าจะป้องกันได้หากพลเมืองฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้ซื้อปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในกรุงปารีสไม่มีใครมีปืน และพวกเราล้วนจดจำได้ว่า คนมากกว่า 130 คน กับคนอีกมากมายก่ายกองได้รับบาดเจ็บอย่างน่าสยดสยองจริงๆ พวกคุณจะเห็นได้ว่าไม่มีใครพูดถึงพวกเขาเลย&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้ฟังซึ่งเป็นผู้สนับสนุนอาวุธปืน &amp;quot;คนเหล่านี้โดนฆ่าตายอย่างโหดร้ายโดยผู้ก่อการร้ายกลุ่มเล็กๆ ที่มือปืน พวกนั้นค่อยๆ ยิงตายไปทีละคนๆ อย่างใจเย็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้นำสหรัฐได้ทำท่าทำทางเลียนแบบคนร้ายชี้ปืนแล้วเรียกเหยื่อมายิงทีละคนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นฝีมือของกลุ่มมือปืนที่ภักดีต่อกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) พวกเขาใช้อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมและเสื้อกั๊กระเบิดเป็นอาวุธโจมตีเป้าหมายหลายจุดในกรุงปารีสค่ำคืนนั้น ทั้งภายนอกสนามกีฬาแห่งชาติที่กำลังจัดเกมฟุตบอลทีมชาติระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนี, ที่ร้านอาหารและบาร์ และที่โรงละครบาตากล็องที่จัดแสดงคอนเสิร์ตวงร็อกจากอเมริกา การก่อวินาศกรรมครั้งนั้นสังหารชีวิตคน 130&amp;nbsp; คน และบาดเจ็บมากกว่า 350 คน เป็นการก่อการร้ายครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างความบอบช้ำต่อจิตใจของชาวปารีสและชาวฝรั่งเศสทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่ม &amp;quot;13 องซ์ 15&amp;quot; ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นั้น แสดงความขยะแขยงต่อคำกล่าวของผู้นำสหรัฐ ซึ่งเคยดูถูกเมืองหลวงแห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่งระหว่างการหาเสียงเมื่อปี 2559 ว่ามีคนต่างชาติและพวกหัวรุนแรงเกลื่อนเมือง ฟิลิป ดูแปรอง ผู้นำกลุ่มยังเรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศสตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์อย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ และอดีตนายกฯ มานูเอล วาลส์ ก็พากันแสดงความไม่พอใจ โอลลองด์กล่าวว่าคำพูดของทรัมป์น่าละอาย และเผยให้เห็นว่าทรัมป์คิดยังไงกับฝรั่งเศสและค่านิยมของฝรั่งเศส ส่วนวาลส์ทวีตว่าคำพูดของทรัมป์หยาบคายและไร้ค่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, ทรัมป์, บาตากล็อง, ปารีส, ฝรั่งเศส, สมาคมไรเฟิลแห่งสหรัฐ, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef1c45d1378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
