<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการตุรกีแฉ &#039;คาช็อกกี&#039; โดนฆ่ารัดคอแล้วหั่นศพ ทันทีที่เข้าสถานกงสุล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สำนักงานอัยการสูงสุดของตุรกีออกแถลงการณ์เผยรายละเอียดคดีสังหาร &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; เป็นครั้งแรก ระบุนักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียโดนรัดคอฆ่าทันทีที่เข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ที่นครอิสตันบูล จากนั้นศพถูกหั่นเพื่อกำจัดตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงแต่งตัวเป็นเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ที่มือเปื้อนเลือด ชุมนุมด้านนอกสถานทูตซาอุฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ว่าคำแถลงของสำนักงานอัยการสูงสุดเออร์ฟาน ฟีดาน ของตุรกี ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 31 ตุลาคม 2561 ตามเวลาท้องถิ่น มีออกมาในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงหลังจากอัยการสูงสุดของซาอุฯ เดินทางออกจากอิสตันบูลเพื่อกลับประเทศ อัยการของตุรกีเปิดเผยว่า ฝ่ายตนจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลนี้หลังจากการเจรจากับอัยการของซาอุฯ ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกี วัย 59 ปี เขียนคอลัมน์ลงวอชิงตันโพสต์และมักวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เขาหนีออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตที่สหรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนจับกุม เขาต้องเข้าสถานกงสุลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมเพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้นชาวตุรกี แต่เขาไม่ได้กลับออกมาอีกเลย สื่อตุรกีรายงานว่าคาช็อกกีโดนฆ่าหั่นศพภายในสถานกงสุล โดยฝีมือของทีมสังหารที่ส่งตรงจากริยาด เพื่อปิดปากเขา ถึงบัดนี้ยังไม่รู้ว่าศพของเขาอยู่ที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักงานอัยการตุรกีกล่าวว่า คาช็อกกีโดนรัดคอเสียชีวิตทันทีที่เข้าสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า &amp;quot;หลังจากเขาเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ ร่างของเขาก็ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วทำลาย ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าเช่นกัน&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชคซาอุด อัลโมเจ็บ อัยการสูงสุดซาอุดีอาระเบีย (ซ้าย) ออกจากสถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบูลเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชคซาอุด อัลโมเจ็บ อัยการสูงสุดของซาอุฯ เดินทางมาถึงอิสตันบูลเมื่อวันอาทิตย์ และได้พบกับฟีดาน 2 ครั้ง ได้เข้าไปในสถานกงสุลและได้คุยกับสำนักงานข่าวกรองเอ็มไอทีของตุรกีด้วย เขาเดินทางกลับซาอุฯ ช่วงบ่ายวันพุธโดยไม่ได้แถลงใดๆ สำนักงานอัยการตุรกีกล่าวว่า ทั้งๆ ที่ตุรกีพยายามด้วยความตั้งใจเปิดเผยความจริงให้ปรากฏ แต่การประชุมกับอัยการซาอุฯ กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน พวกเขากลับเชิญฟีดานและคณะไปเยือนริยาดพร้อมกับนำหลักฐานที่มีไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกีผู้หนึ่งกล่าวว่า ดูเหมือนพวกเจ้าหน้าที่ซาอุฯ มีความสนใจใคร่รู้เบื้องแรกก่อนว่า ตุรกีมีหลักฐานอะไรที่มัดตัวคนร้าย พวกเขาไม่ได้อยากให้ความร่วมมือกับการสอบสวนจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่ารัดคอ, ฆ่าหั่นศพ, จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ตุรกี, อัยการตุรกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdac37a35da8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์พิพากษายืนประหาร &#039;อาเธอร์&#039; หนุ่มสเปนฆ่าหั่นศพชิงทรัพย์เพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.61 - ที่ห้องพิจารณา 713&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีฆ่าหั่นศพ หมายเลขดำ อ.1372/2559 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ฟ้องนายอาเธอร์ เซการา&amp;nbsp;พรินเซฟ&amp;nbsp;อายุ 40 ปี สัญชาติสเปน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน หน่วงเหนี่ยวกักขัง&amp;nbsp;ซ่อนเร้น เคลื่อนย้ายทำลายศพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 20 -26 ม.ค. 2559 ต่อเนื่องกัน&amp;nbsp;จำเลยได้ฆ่านายเดวิด เบอร์นาด โมรัค&amp;nbsp;เพื่อนร่วมชาติจนถึงแก่ความตายภายในห้องพัก พีจี .คอนโดฯ ย่านพระราม 9 แล้วนำศพแช่เย็นในตู้แช่ ก่อนใช้หินเจียรไฟฟ้าหั่นศพเป็น 3 ชิ้น นำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมามีผู้พบชิ้นส่วนศพใกล้วัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางกอกน้อย กทม. และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ทั้งจำเลยยังลักเอาเงินจำนวน 734,940 บาท ของผู้ตายไปโดยทุจริต ก่อนหลบหนีไปที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อเตรียมหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลอาญาพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายจำนวน 734,940 บาทแก่ญาติผู้ตายด้วย ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือโดยละเอียดรอบคอบแล้วฟังได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้ตายได้ชักชวนผู้ตายให้มาพักที่ห้อง และได้ใช้กำลังประทุษร้ายบังคับให้ผู้ตายบอกรหัสผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อโอนเงินจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีของจำเลย แต่ผู้ตายไม่ยินยอม จำเลยจึงลงมือฆ่าผู้ตายและลักเอาเงินสดจำนวน 734,940 บาทของผู้ตายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่ก็มีพยานแวดล้อมทั้งแม่บ้านทำความสะอาด กล้องวงจรปิด เพื่อนหญิงของจำเลยประกอบกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น คราบเลือด คราบเหงื่อที่ติดอยู่ที่หินเจียรไฟฟ้า ตู้แช่ ซึ่งตรงกับดีเอ็นเอของผู้ตาย และเข้าตรงกับกับดีเอ็นเอของจำเลยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยคิดทบทวนวางแผน และซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตายจริง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวจำเลยมานั้นชอบแล้ว&amp;nbsp;อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน และให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 734,940 บาท แก่ญาติผู้ตายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นายอาเธอร์ จำเลย ถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวางในชุดผู้ต้องขัง รูปร่างแข็งแรง มีสีหน้ายิ้มแย้ม กล่าวสวัสดีทักทายกับสื่อมวลชนที่มาทำข่าว และมีล่ามภาษาสเปนมาคอยแปลคำพิพากษาให้ฟัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพ, ประหารชีวิต, หนุ่งสเปน, อาเธอร์ เซการา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4832d15beeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับหนุ่มฆ่าหั่นศพ-พ่อเหยื่อให้ลงโทษประหาร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวบหนุ่มร้านโฆษณาฆ่าหั่นศพอดีตแฟนสาว รับสารภาพด้วยความหึงหวง ผู้ตายกลับไปคบกับอดีตสามี กลับมาเก็บของที่ห้องพักใช้ฆ้อนทุบสิ้นสิ้นใจ ใช้ความชำนาญที่เคยทำงานที่โรงงานชำแหละไก่ หั่นศพ 14 ท่อนใส่กระเป๋าเป้โยนทิ้งข้างทาง ยังโพสต์เฟซบุ๊คกลบเกลื่อน &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยรัยว๊า เดวยิงกันเดวฆ่ากัน &amp;nbsp;หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo; พ่อรับศพอยากให้คนร้ายได้รับโทษประหารแบบเดียวที่ทำกับลูกสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 24 มิ.ย.61 มีรายงานาว่าช่วงดึกคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมตำรวจสืบสวน บก.น.3 เข้าทำการควบคุมตัวนายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ช่างเทคนิคตัดสติกเกอร์และส่งเอกสารบริษัทพริ้นต์วิทมี จำกัด ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุสยองฆ่าหั่นศพ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง หรือเมย์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด อดีตพนักงานบัญชีบริษัทพริ้นต์วิทมี จำกัด อดีตแฟนสาว &amp;nbsp;พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นจีที หมายเลขทะเบียน 5 กบ 3173 กรุงเทพมหานคร มาอบปากคำ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธไม่สีส่วนรู้เห็นในการก่อเหตุครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดวันที่ 12 มิ.ย.ที่อาคารดีดีแมนชั่น แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม.พบว่าผู้ตายพร้อมนายธนกฤต ได้เข้าไปในห้องพัก และช่วงเช้ามืดวันที่ 14 มิ.ย.พบว่านายธนกฤตได้ลากถุงต้องสงสัยออกจากห้องโดยไม่พบว่าผู้ตายออกมาด้วยแต่อย่างใด &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้นำมัวนายธนกฤต ไปตรวจค้นที่ห้องพักอาคารดีดีแมนชั่น พบอาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 6 เล่ม พร้อมของกลางอีกหลายอย่างพร้อมทั้งคราบเลือดจึงยอมให้การรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.ลักษณา จริงด้วยเหตุความหึงหวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ท.ชาญวช เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เดินทางมาร่วมสอบปากคำ นายธนกฤต เผยว่า ได้คบหากับน.ส.ลักษณา อยู่ด้วยกันประมาณ 2 ปี และทราบว่าผผู้ตายจะกลับไปคบหากับอดีตสามี จนเกิดมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง และได้เลิกกับผู้ตายเมื่อเดือน พ.ค.คที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงได้เก็บข้าวของออกไปอยู่ที่อื่น &amp;nbsp;กระทั่งก่อนเกิดเหตุวันที่ 12 มิ.ย. อดีตแฟนสาวได้มาหาที่ทำงานเพื่อขอกูญแจเข้าห้องโดยให้เหตุผลว่าจะมาเก็บของที่ยังเหลืออยู่ จึงให้รอจนเลิกงานถึงกลับไปพร้อมกัน แต่เมื่อไปถึงห้องได้เกิดมาปากเสียง เกิดบรรดาโทสะใช้ฆ้อนทุบตีที่ศรีษะจนเสียชีวิต จากนั้นวันที่ 13 มิ.ย.ได้ใช้อาวุธมีดจำนวน 6 เล่มที่สั่งซื้อมาจากเฟชบุ๊คก่อนหน้านี้ชำแหละศพ โดยแยกเป็นชิ้นส่วนใส่กระเป๋าเป้และกระสอบปุ๋ย กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 14 มิ.ย.ได้ขนใส่รถ จยย.นำไปทิ้งในพงหญ้าบริเวณวอยสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา &amp;nbsp;แล้วก็ไปทำงานปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นายธนกฤต เคยเป็นผู้ช่วยเชฟโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา และยังคงเคยประกอบอาชีพชำแหละไก่ที่โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนมาทำงานและคบหาดูใจกับ น.ส.ลักษนา และหลังลงมือก่อเหตุฆ่าอดีตแฟนสาวนายธนกฤต ได้อาศัยความชำนาญในการใช้มีดอยู่แล้วหั่นศพอดีตแฟนสาวออกเป็นชิ้นแล้วบรรจุใส่กระเป๋าเป้และกระสอบก่อนนำไปทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีรายงานอีกว่า เฟซบุ๊คของนายธนกฤต ได้โพซเมื่อวันที่ 17 เม.ย.61 ว่า &amp;ldquo;ไม่เข้าใจกะคนจริงๆ@มาขอเป็นเพื่อน รับ@แล้วแชทมาบอกว่าผมคิดถึงแฟนผมครับ ตอนนี้ทั้งลบทั้งบล็คอไป 2 รอบแล้ว ก็มีคนปลดและ@อีก โทรมาเช้าเย็นดึก ยอมรับเลยคุณสุดยอดมากกก เป็นผัวเก่ายังมาวอแววุ่นวายใครอยู่ใกล้ๆรู้จักมัน ฝากบอกมันด้วยว่า กูรำคานโทรมาอยู่นั้นแหลไ&amp;rdquo; กระท่งช่วงเย็นวันเดียวกันายธนกฤต ยังได้โพสต์เฟวบุ๊คอีกว่า &amp;ldquo; ถ้าคุณเจอแฟนของคุณแอบคบกับแฟนเก่าอยู่ โดยที่บอกคุณว่าไม่ได้มีรัยกันแล้ว คุณจะรู้สึกอย่างไร&amp;rdquo; และหลังจากก่อเหตุแล้วนำศพไปทิ้ง นายธนกฤตยังได้โพสต์เพื่อกลบเกลื่อนความผิดอีกว่า &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว๊า เดวยิงกัน เดวฆ่ากัน หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.00 น.ที่สถาบันนิติเวชวิทยโรงพยาบาลตำรวจ &amp;nbsp;นายแก้วมูล กำลังเก่ง อายุ 50 ปี พ่อของ น.ส.ลักษณา พร้อมญาติ เดินทางมารับชิ้นส่วนศพ ภายหลังผลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ลายนิ้วมือศพตรงกัน พนักงานสอบสวนจึงออกหนังสือยืนยันชื่อ และใบรับรองการตายเพื่อขอรับศพ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งยังไม่กำหนดสวดและวันเผา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแก้วมูล กล่าวด้วยความเสียใจว่า ทราบเรื่องลูกสาวคบหากับคนร้ายมาประมาณ 2 ปี เคยเดินทางมาที่บ้าน จ.ร้อยเอ็ด พบหน้ากัน 2-3 ครั้ง คนร้ายดูเป็นคนเงียบๆ และลูกสาวไม่เคยเล่าถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงใดๆ มีแต่ทะเลาะกันบางครั้ง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวยังกลับมาที่บ้านหาที่บ้าน &amp;nbsp;พร้อมบอกว่าเลิกรากับคนร้ายแล้ว จากนั้นราว 1 สัปดาห์ พยายามติดต่อโทรศัพท์ไปก็ไม่ติด รู้สึกเป็นห่วง กระทั่งมาทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้นว่าลูกสาวถูกฆ่าและทำอย่างทารุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ตนแค้นใจอยากให้คนร้ายถูกประหารชีวิตทันทีตายตกตามกันไปกับสิ่งที่ทำรุนแรง ถูกประหารหั่นแบบเดียวกับที่ทำกับลูก เพื่อไม่ให้คนอื่นทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง&amp;quot; พ่อผู้ตายกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธสั่นเครือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11998</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพ, ธนกฤต ประกอบ, ลักษณา กำลังเก่ง, วุธฆ่าหั่นศพ, โทษประหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f5ecc6a5b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 33 ปี 4 เดือน &#039;สมชาย แก้วบางยาง&#039; ฆ่าชาวญี่ปุ่น-ยกฟ้อง &#039;พรชนก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ชั้น 2 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดำเลขที่ 4571/60 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัด สมุทรปราการ โจทก์ กับ นายสมชาย แก้วบางยาง อายุ 51 ปี จำเลยที่ 1 และนางเพ็ญศรี หรือ พรชนก &amp;nbsp;ทานากะ หรือ ไชยะปะ อายุ 51 ปี จำเลยที่2 ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการหายตัวไปของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2557 ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนางพรชนก ไชยะปะ เพื่อนสาวคนสนิท ได้และออกมายอมรับสารภาพว่า ตนและนายสมชาย สามี ได้นำร่างของนายโยชิโนริ มาชำแหละในบ้านพักที่หมู่บ้านออร์คิด &amp;nbsp;แบ่งชิ้นส่วนบรรจุใส่กระสอบปุ๋ย จำนวน 4 กระสอบ ก่อนจะนำใส่รถแท็กซี่มาทิ้งบริเวณใต้สะพานคลองนาง ซอยมหาวิทยาลัย เอแบค ย่าน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่ออำพรางคดี โดยศาลอาญารัชดา พิพากษาประหารชีวิต นายสมชาย แก้วบางยาง ส่วนนางพรชนก จำคุก 48 ปี ในข้อหาร่วมซ่อนเร้นศพ ไปเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจากคดีที่เกิดขึ้นยังทราบอีกว่ายังมีคนที่มาเกี่ยวข้องกับนาง พรชนก คือ นายคาซึโตชิ ทานากะ ที่เคยคบหากับนางพรชนกจนมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน และในปี 2546 นายคาซึโตชิ ได้ประสบอุบัติเหตุตกบันไดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปความเห็นคดีดังกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ซึ่งจากการเสียชีวิตของนายคาซึโตชิ นางพรชนก ได้รับเงินประกันชีวิตกว่า 3 ล้านบาท ต่อมานางเค็กโกะ มัตตา บุตรสาวนายคาซึโตชิ ได้ทราบข่าวการตายของ นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น จึงสงสัยว่าบิดาของตนเองอาจจะถูกฆาตกรรม ไม่ได้เสียชีวิตจากการเกิด อุบัติเหตุตกบันได ตามที่นางพรชนก &amp;nbsp;ที่อยู่ในที่เกิดเหตุกล่าวอ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ตุลาคม 2557 นางเค็กโกะ มัตตา จึงได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อขอให้ตำรวจรื้อฟื้นคดี ชั้นสอบสวน นางพรชนก ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีเพียงแต่ นายสมชาย ที่ยอมรับสารภาพเพียงแต่ผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายสมชาย จำเลยที่ 1 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน ว่าก่อเหตุฆ่านายทานากะ เนื่องจากเกิดความหึงหวง เพราะเคยมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับนางพรชนก จำเลยที่ 2 มาก่อน ส่วนข้อต่อสู้ที่ระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพนั้น ตอนสอบสวนได้มีทนายนั่งฟังด้วยและไม่ปรากฏว่ามีการเกลี้ยกล่อมแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่พยานทางฝั่งจำเลย ให้การในชั้นศาลว่า ในวันเกิดเหตุที่นายคาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิต ได้ว่าจ้างให้นายสมชาย ขับแท็กซี่ไปส่งของที่ต่างจังหวัด เนื่องจากรถของตนเองประสบอุบัติเหตุนั้น ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าในวันดังกล่าวมีเหตุเกิดขึ้นจริง รวมถึงคำให้การดังกล่าวไม่มีในชั้นสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์ตามหลักฐานดังกล่าว มีความแน่นหนามั่นคง เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่า นายสมชาย ได้ฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;จริง เพราะความหึงหวง ประกอบกับ โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานให้เชื่อมโยงได้ว่านายสมชาย วางแผนฆ่านายคาซึโตชิ ทานากะ เพื่อครอบครองธุรกิจและวางแผนเอาเงินประกัน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลจึงพิพากษาตัดสิน นายสมชาย ในข้อหา ฆ่าผู้อื่น ลงโทษ จำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีลดลง 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยให้นับต่อจากคดีแดงเลขที่ 90 / 2559&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางพรชนก จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่สามารถหาพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องและโจทก์ไม่มีหลักฐานว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่านาย คาซึโตชิ ทานากะ &amp;nbsp;มีเงินประกันมาก่อน ถึงแม้จะมีข้อพิรุธเรื่องการสั่งไม่ให้คนอื่นบอกว่า นายสมชาย อยู่ในที่เกิดเหตุ แต่จากการสืบพยานก็เป็นหลังจากนายคาซึโตชิ ทานากะ เสียชีวิตแล้ว จึงไม่มีข้อพิสูจน์ถึงแรงจูงใจในการฆ่าได้ ประกอบกับ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอด จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัย ศาลยกฟ้องนาง พรชนก ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจินตนา ณะสุโห อายุ 63 ปี มารดานางเค็กโกะ เปิดเผยว่า หลังฟังคำพิพากษาแล้วส่วนหนึ่งรู้สึกพอใจ แต่อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการต่อไปอย่างไร ต้องรอพูดคุยปรึกษากับบุตรสาวก่อนเพราะตอนนี้บุตรสาวเดินทางไปต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรินทร์ ภิคุปต์ ทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับจำเลยทั้ง 2 จึงไม่ทราบว่าทางนายสมชาย จะยื่นอุทธรณ์ ในเรื่องของคำพิพากษาหรือไม่โดยหลังจากนี้จะเข้าพูดคุยอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหั่นศพ, ชาวญี่ปุ่น, พรชนก  ทานากะ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สมชาย แก้วบางยาง, เท็ตสึโอะ ชิมาโตะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab963ca49cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
