<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันหลงสงกรานต์เลือด “วัยรุ่น”ชี้ยังเกาไม่ถูกที่คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจะมีมาตรการรณรงค์ให้ผู้คนเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง แนวโน้มความสูญเสียกลับไม่ลดน้อยลงเลย สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากเหตุปัจจัยหลายประการ อาทิ เป็นเพราะบริษัทน้ำเมายังโฆษณาแอบแฝงขายสินค้าโดยไม่คำนึงถึงสังคม นักดื่มยังขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม และการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐไม่เข้มงวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงสะท้อนดังกล่าวดังมาจากความคิดเห็นที่หลากหลายจากงานเสวนา &amp;ldquo;ควันหลง...สงกรานต์ ถอดรหัส เจ็บ ตาย : หรือเกาไม่ถูกที่คัน&amp;rdquo; จัดโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมากว่า 10 ปี มักพบปัญหาจากสุราที่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ ตาย พิการ ทะเลาะวิวาท พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่ขัดกับวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของคนไทย ตัวอย่างที่ผ่านมาจากเทศกาลสงกรานต์ แม้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมามากมาย แต่ข้อมูลสถิติจากศูนย์ความปลอดภัยทางถนน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2561 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 418 ราย ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,897 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผู้เสียชีวิต 390 ราย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต สุรายังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดื่มสุราในรอบปีที่ผ่านมาประมาณ 15.9 ล้านคน (ร้อยละ 28.4) ซึ่งจำนวนผู้ดื่มสุราลดลงจากเดิมเมื่อปี 2557 และ 2558 (ร้อยละ 32.3 และ 34.5) แม้สถานการณ์การดื่มของประชาชนไทยลดลง แต่ผลกระทบจากสุราทั้งการบาดเจ็บ ตาย พิการ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ มีให้เห็นตลอดระยะเวลาในช่วงเทศกาลหยุดยาวของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า อาจารย์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างพื้นที่โซนนิงปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพื้นที่ปกติ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า แม้เทศกาลงานสงกรานต์ส่งผลดีในแง่ธุรกิจการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้องย่อมกระทบเชิงลบ ได้แก่ การคุกคามทางเพศ การลวนลาม การเมาและทะเลาะวิวาท พบมากที่สุดในพื้นที่รอบคูเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตโซนนิงปลอดเหล้า มีคนเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก นิยมดื่มแอลกอฮอล์ทั้งบนรถ ทางเท้า สนามหญ้าสาธารณะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร กระทบวัฒนธรรม ประเพณีไทย ส่วนการรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้านั้น แค่ขอความร่วมมืออาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ทราบถึงประเพณี วัฒนธรรมที่ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรรณรงค์อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น บังคับใช้กฎหมาย เช่น เพิ่มกฎหมายการห้ามดื่มในทางเดินทางสาธารณะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสมควร งูพิมาย ภาคประชาสังคมนครราชสีมา กล่าวถึงบทเรียนความสูญเสียกรณีไลฟ์สดดื่มแล้วขับ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายที่โคราช ในช่วงสงกรานต์ซึ่งผ่านมาได้เพียงไม่นานว่า จากการเข้าไปพูดคุยกับญาติผู้สูญเสีย พบว่ากระทบต่อจิตใจอย่างมาก เช่น ครอบครัวที่เสียลูกชายทั้ง&amp;nbsp;


respin88 2 คน น้องชายเพิ่งเรียนจบ อนาคตกำลังไปได้ดี ส่วนพี่ชายก็เป็นเสาหลักของบ้าน พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้คนในบ้านกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนตายทั้งเป็น ตอนนี้ภรรยาผู้เสียชีวิตไม่ยอมพูดคุยกับใคร เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า และลูกชายวัย 8 ขวบยังปรับตัวไม่ได้ ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะเสียใจที่พ่อจากไป ส่วนอีกครอบครัวต้องมีหนี้สินเพิ่ม เนื่องจากกู้เงินเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ผู้เป็นพ่อต้องออกจากงานกะทันหันเพื่อมางานศพลูก และแทบขาดใจ รับไม่ได้กับเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความสูญเสียครั้งนี้กระทบจิตใจญาติพี่น้อง ลูกเมียอย่างรุนแรง อีกทั้งยังถูกโลกโซเชียลตีตราว่าเป็นคนผิด ถือเป็นบทเรียนให้ต้องมาช่วยกันป้องกันปัญหาที่เกิดจากสุรา และอยากฝากถึงผู้ที่ใช้รถใช้ถนนว่าต้องมีสติ ดื่มไม่ขับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ส่วนบริษัทน้ำเมาต้องหยุดโฆษณาโหมการตลาด เพราะไม่เคยเห็นธุรกิจนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบเมื่อมีเหยื่อน้ำเมาเกิดขึ้นจากสินค้าของตนเองเลย&amp;rdquo; นางสมควรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า มาตรการเรื่องโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ถือว่าได้ผลลดปัญหาต่างๆ ได้ เช่น ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น, สงกรานต์ที่ถนนสีลม สงกรานต์ผ้าขาวม้าที่สยามสแควร์, สงกรานต์ M2F ที่ Central World และถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีพื้นที่จัดงานเอกชนและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแทน เนื่องจากถูกธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้เป็นสถานที่ส่งเสริมการขาย มีการจัดเป็นสงกรานต์กลางคืน หรือ Midnight สงกรานต์ ที่พ่วงลานเบียร์ซึ่งยากต่อการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องร่วมกันขยายผลมาตรการโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำให้เกิดความต่อเนื่อง และสร้างกระแสให้สังคมร่วมกันผลักดัน กระตุ้นผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ตระหนักถึงผลกระทบการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำ ลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ลดการล่วงละเมิดทางเพศ และลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านความเห็นจากตัวแทนเยาวชน คือ น.ส.ปาลิณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า สาเหตุที่ยังมีเยาวชนเข้าไปดื่มสุราและเบียร์ และสร้างความสูญเสียในช่วงที่ผ่านมา เพราะยังมีการลักลอบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกเวลา ส่งผลให้พวกเขาดื่มได้อย่างอิสระและมากขึ้น รวมทั้งสถานบันเทิงต่างๆ ยังมีการแอบเปิดเกินเวลา เพราะอ้างว่าเป็นช่วงเทศกาล และไม่มีการตรวจบัตรประชาชนเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ทะเลาวิวาท และคุกคามทางเพศ จึงอยากเรียกร้องให้ปีต่อๆ ไป ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการต่างๆ และบริษัทผู้จำหน่ายน้ำเมา ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ตัวเองมาร่วมกิจกรรมต่อต้านสุรากับเครือข่าย เพราะมีคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากน้ำเมา จึงไม่อยากให้คนในสังคมมีฝันร้ายแบบตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับนายธนเดช ใจสบาย แกนนำเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีการให้ขายสุราแก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จึงทำให้พวกเขาขาดสติเมื่อขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน รวมทั้งการทะเลาะวิวาท ที่ส่วนใหญ่มักเกิดในเส้นทางสถานบันเทิง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เยาวชน รวมทั้งผู้ปกครองก็มานั่งเสียใจภายหลัง ซึ่งบางครั้งอาจสายเกินไป ดังนั้นหากจะแก้ปัญหา พวกเราต้องปลูกจิตสำนักแก่ส่วนรวมให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนให้เห็นโทษของสุรา เพราะจะหวังความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการที่ขายสุรา หรือบริษัทน้ำเมาคงเป็นเรื่องยาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถิติและเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา พร้อมหามาตรการรับมือก่อนความสูญเสียรอบใหม่จะเกิดขึ้น.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันหลง...สงกรานต์, งดดื่มสุรา, ช่วงเทศกาลหยุดยาว, นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, ประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่, สสส, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69444e3ec2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลอดบุหรี่ในชุมชน เลิกสูบก็เจอสุข5วิถี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันงดสูบบุหรี่โลก&amp;rdquo; โดยในปี 2561 ได้กำหนดประเด็นการรณรงค์ว่า &amp;quot;บุหรี่ตัวร้าย ทำลายหัวใจ (Tobacco Break Heart)&amp;quot; ด้วยเหตุนี้ โต้โผสำคัญในเมืองไทยอย่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อทำให้เด็ก เยาวชน สังคม โดยเฉพาะคนในระดับชุมชนลด ละ เลิกการเสพควันมรณะ ป้องกันโรคร้ายต่างๆ มากมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้ สสส.ร่วมกับเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อออกแบบการรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม &amp;ldquo;เลิกสูบ ก็เจอสุข : 5 วิถี ปลอดบุหรี่โดยชุมชนท้องถิ่น&amp;rdquo; เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลยุทธ์การรณรงค์ &amp;ldquo;เลิกสูบ ก็เจอสุข&amp;rdquo; ทบทวนปัญหาและออกแบบกิจกรรมการรณรงค์การควบคุมยาสูบในพื้นที่เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และพัฒนากลไกการรณรงค์ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก (สำนัก 1) กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มสุราของประชากร ครั้งที่ 18 ปี 2560 พบว่าคนไทยมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 20.7 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 19.9 ในปี 2558 และลดลงมาเหลือร้อยละ 19.1 ในปี 2560 โดยผู้ชายลดลงมากกว่าผู้หญิง คือผู้ชายลดลงจากร้อยละ 40.5 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 39.3 ในปี 2558 และเหลือร้อยละ 37.7 ในปี 2560 สำหรับผู้หญิงลดลงจากร้อยละ 2.2 ในปี 2557 เหลือร้อยละ 1.8 ในปี 2558 และเหลือร้อยละ 1.7 ในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการขับเคลื่อนโครงการ 3 ล้าน&amp;nbsp; 


ทดลองเล่นสล็อต&amp;nbsp;3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยใช้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชวนคนในพื้นที่มาลดบุหรี่ ซึ่ง อสม.มีกว่า 1 ล้านคน หาก อสม. 1 คน ชวนได้ 3 คน แล้วเลิกสำเร็จ 1 คน เท่ากับช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงได้กว่า 1 ล้านคน ซึ่งการเลิกบุหรี่โดยหักดิบจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเลิกบุหรี่ในระยะเร่งด่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลการชักชวนให้เลิกบุหรี่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาระยะยาวโดยการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ทำให้เยาวชนเห็นถึงพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ ซึ่งพบว่าในปี 2560 อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรกเริ่มขยับเพิ่มขึ้นจากอายุ 17.8 ปี ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 18 ปี ในปี 2560&amp;nbsp;


respin88&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป้าหมายการลดอัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยที่รับมาจากองค์การอนามัยโลกคือ ภายในปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า จะต้องลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงให้เหลือประมาณ 9 ล้านคน หรือลดลงให้ได้อีก 1 ล้านคนภายใน 7 ปี เฉลี่ยแล้วต้องลดคนสูบบุหรี่ให้ได้ 2.5 แสนคนทุกปี จึงจะประสบความสำเร็จไปถึงเป้าหมายได้&amp;rdquo; ดร.นพ.บัณฑิตกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า จากการดำเนินงานด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งกลไกในพื้นที่ที่สามารถสร้างนวัตกรรมและสร้างมาตรการทางสังคม เป็นอีกแนวทางจัดการปัญหาในพื้นที่ได้ ในปี 2561 จึงมุ่งเน้นไปที่การใช้กลไกในพื้นที่กำหนดมาตรการทางสังคม และการพัฒนาระบบการบริการ เพื่อการควบคุมการสูบบุหรี่ในพื้นที่ โดยใช้ 5 ปฏิบัติการสำคัญ คือ ข้อ 1 สร้างบุคคลต้นแบบ ข้อ 2 เพิ่มพื้นที่ปลอดบุหรี่ ข้อ 3 สร้างคลินิกเลิกบุหรี่ ข้อ 4 เพิ่มกติกาทางสังคม ข้อ 5 บังคับใช้กฎหมายผ่าน &amp;ldquo;3 กลยุทธ์&amp;rdquo; ประกอบด้วย สร้าง, เสริม และส่วนร่วม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมใช้กลยุทธ์ ข้อ 1 สร้าง อาทิ สร้างนักรณรงค์ จิตอาสา ที่ทำหน้าที่ในการสร้างการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงพิษภัยและผลกระทบจากการบริโภคยาสูบ ข้อ 2 เสริม อาทิ เสริมทักษะ เสริมความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัย โทษของการบริโภคยาสูบ ให้กลุ่มนักสูบหน้าเดิมเข้าสู่กระบวนการลด ละ เลิก และป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น และยังเสริมทักษะให้แก่ทุนทางสังคมที่ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการควบคุมการบริโภคยาสูบในพื้นที่ เช่น อสม. คนต้นแบบ แกนนำชุมชน เป็นต้น เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นนักรณรงค์และขับเคลื่อนในพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อ 3 ส่วนร่วม เป็นปฏิบัติการของการรวมตัว ร่วมกัน เพื่อเสริมพลังซึ่งกันและกันในการขับเคลื่อนงาน อาทิ เครือข่ายผู้นำชุมชนไม่สูบบุหรี่ เครือข่าย อสม.ไร้ควัน เครือข่ายบ้านไร้ควัน กลุ่มเยาวชน รวมถึงร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมในพื้นที่ กำหนดจุดห้ามสูบ อาทิ มาตรการของกลุ่มในชุมชน มาตรการของหน่วยงานและองค์กร และมาตรการของชุมชน เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในงานบุญ กำหนดเงื่อนไขการรับสมัครบุคลากร หรือสมาชิกกลุ่มทางสังคมที่สูบบุหรี่ เป็นต้น โดยการดำเนินการตามกลยุทธ์ทั้ง 3 สิ่งสำคัญคือ ต้องมีการพัฒนาและนำข้อมูลไปใช้ในการดำเนินงาน ทั้งข้อมูลสถานการณ์, ข้อมูลประสบการณ์การทำงาน, ข้อมูลแนวโน้ม ความคาดหวัง และข้อมูลทุนทางสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมูฮัมหมัด สมะแอ รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า การสร้างมาตรการทางสังคมในการควบคุมการบริโภคยาสูบ &amp;ldquo;มัสยิดลูโบ๊ะบาตู ต้นแบบปลอดบุหรี่ 100%&amp;rdquo; โดยชุมชนร่วมกันกำหนดให้เป็นข้อตกลงของชุมชน โดยมีกลุ่มทางสังคมที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนร่วมกัน กำหนดมาตรการเพื่อลด ละ เลิกบุหรี่ มีผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรมในพื้นที่ โดยมีกติกาที่บังคับใช้ เช่น กำหนดเป็นวาระชุมชน ต้องคุตบะห์ (ปาฐกถาธรรมวันศุกร์) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา คณะกรรมการมัสยิดที่ยังสูบบุหรี่ต้องเข้าคลินิกเลิกบุหรี่ 100% ห้ามสูบบุหรี่ต่อหน้าเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และขยายเครือข่ายชวนเลิกบุหรี่ เยาวชนต้นแบบ 1 คน ชวนเพื่อน 1 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการบำบัดและฟื้นฟู &amp;ldquo;ชีฟาอ์ โมเดล&amp;rdquo; ซึ่งเป็นนวัตกรรมรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพเพื่อเลิกบุหรี่ โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเจ๊ะเกได้คิดค้นนวัตกรรมเลิกบุหรี่ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เป็นไปตามครรลองของศาสนาอิสลาม และเป็นรูปแบบกิจกรรมที่พัฒนามาจากผลการวิจัยชุมชนประเด็นบุหรี่ในพื้นที่เป็นข้อมูลประกอบกัน กิจกรรมและกระบวนการของการแก้ปัญหาที่ได้ผลจริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนที่สำคัญที่สุดคือ กลุ่มเป้าหมายจะมิใช่เพียงแค่สามารถเลิกบุหรี่ได้ แต่ในตัวกิจกรรมนั้น กลุ่มเป้าหมายจะสามารถยกระดับศรัทธาและศาสนาของตนเองให้ดีขึ้นควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าพลังของผู้นำท้องถิ่น นอกจากสร้างความรู้ความเข้าใจโทษของบุหรี่ให้คนในชุมชนทราบแล้ว ยังมั่นใจว่าจะส่งพลังต่อไปให้เด็กและเยาวชนไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดนี้อีกด้วย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;จับมือภาคีใต้ขจัดยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจัดการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวภายหลังการลงนามความร่วมมือการจัดการปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติดในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสถาบันการจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สจรส. มอ.) ว่า ศอ.บต.ในฐานะเป็นเจ้าภาพหลักในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การศึกษา สิ่งแวดล้อม และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและส่งเสริมสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการสูบบุหรี่และการเสพยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพและบทบาทของส่วนท้องถิ่นให้เกิดระบบกลไกการดูแลสุขภาพ ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งของ สสส. ซึ่งเชื่อว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนนั้นจำเป็นต้องสร้างกลไกเชิงสังคม นโยบาย สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่อลดการบริโภคยาสูบและควันบุหรี่มือสอง ปกป้องเด็กและเยาวชนไม่ให้ตกเป็นนักสูบหน้าใหม่ ซึ่งการที่ท้องถิ่นเข้าใจงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ มีกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงประชาชนได้ โดยสถานการณ์การบริโภคยาสูบและดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนในปัจจุบัน ยังพบว่าประชากรที่อยู่นอกเขตเทศบาลมีการบริโภคยาสูบและดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าในเขตเทศบาล จึงจำเป็นต้องสนับสนุนกลไกด้วยการพัฒนาศักยภาพกลไกกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น และกลไกอาสาสมัครเพื่อการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพจากสุรา ยาสูบ และยาเสพติด ให้เกิดภาคีเครือข่ายนักสร้างสุขภาวะที่จะช่วยกันลดพฤติกรรมเสี่ยงประชาชนอย่างมีคุณภาพ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14876</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดดื่มสุรา, จิตอาสา, ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล, บุหรี่, บุหรี่ตัวร้าย ทำลายหัวใจ, วันงดสูบบุหรี่โลกปี61, สร้างนักรณรงค์, เลิกสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b692565343b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือกที่จะรู้จักดื่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ กับการดื่มนั้น ต้องระมัดระวังมากเป็นกรณีพิเศษไม่แพ้การบริโภคอาหารต่างๆ ข้อแนะนำสำคัญคือ ควรดื่มน้ำขิง น้ำมะตูม น้ำส้มคั้น น้ำนมพร่องมันเนย หรือน้ำนมถั่วเหลือง นอกจากนั้น ควรงดดื่ม ชา &amp;nbsp;กาแฟ สุรา และงดสูบบุหรี่ทุกชนิด จดจำไว้เสมอว่า ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียง ประมาณวันละ 6-8 แก้ว เพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย เพราะผู้สูงวัยมักมีปัญหาท้องผูก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10823</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดดื่มกาแฟ, งดดื่มชา, งดดื่มสุรา, งดสูบบุหรี่, น้ำขิง, น้ำนมถั่วเหลือง, น้ำนมพร่องมันเนย, น้ำมะตูม, น้ำส้มคั้น, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
