<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกด่วนรับมือภัยแล้ง &#039;เขื่อนอุบลรัตน์&#039; มีน้ำใช้แค่13% วอนงดทำนาปรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.61 - ที่ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาชลประทาน สำนักงานชลประทานที่ 6 จ.ขอนแก่น นายศักดิ์ศิริ&amp;nbsp;อยู่สูข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 เรียกประชุมด่วน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;7 จ.อุบลราชธานี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล เพื่อรองรับกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว คาดว่าจะไม่มีฝนตกลงมาในระยะนี้ โดยมีผู้บริหารกรมชลประทานและหน่วยงานที่รับผิดชอบในแผนการบริหารจัดการในในเขตลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูล เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ศิริ กล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วตามการประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ขณะที่การคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนหรือภาวะฝนตกในระยะนี้ต่อเนื่องไปจนถึงเดือน พ.ค.2562 จะมีปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงความจุอ่างในเขตลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลในสัดส่วนที่น้อยมาก ทำให้การประชุมวันนี้เป็นการกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ในเขตพื้นที่การควบคุมของสำนักงานชลประทานที่ 6-7 และ 8 ที่เน้นหนักไปในการบริหารจัดการน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก รองลงมาคือการรักษาระบบนิเวศน์ ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ทั้งหมดจะมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปในแนวทางการบริหารจัดการน้ำตลอดทั้งช่วงฤดูแล้งปีนี้ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูฝนปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ปริมาณน้ำในความจุอ่างของอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง มีการรายงานในภาพรวมและมีการนำเสนอแผนการบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานเน้นหนักในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำในเรื่องของน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก ขณะที่พื้นที่ทางการเกษตรนั้นยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำดังกล่าวต้องมีการพูดคุยกัน โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ขอนแก่นที่มีปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 835.10 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 34.35 แต่มีน้ำที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงอยู่ที่ 253.43 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 13.70&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำดังกล่าวต้องเน้นหนักไปในเรื่องของการอุปโภคและบริโภคเป็นหลัก ส่วนภาคการเกษตรนั้นขณะนี้ได้มีการขอความร่วมมือในการงดปลูกข้าวนาปรังโดยเด็ดขาด และปรับเปลี่ยนการเกษตรให้กลับมาเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ศิริ กล่าวต่ออีกว่า การบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับกับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในพื้นทุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลนั้น ทุกฝ่ายต้องคุยกันและสอดรับแนว ทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจากข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขณะนี้นั้น เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำใช้งานได้ที่ 253.43 ล้าน ลบ..ม. เขื่อนลำป่าว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำใช้งานได้อยู่ที่ 1,155.20 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อนละ 5834&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ มีปริมาณน้ำใช้งานได้อยู่ที่ 73.66 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58.21 ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางเฉพาะพื้นที่ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดและ ชัยภูมิ นั้นมีปริมาณน้ำเก็บกัก ระหว่างร้อยละ 20-60 อยู่ที่ 38 แห่ง จากจำนวนอ่างเก็บน้ำทั้งหมด 69 แห่ง ทำให้การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ต้องบริหารจัดการร่วมกันเพื่อสามารถที่จะรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, ขอนแก่น, งดปลูกข้าวนาปรัง, ปลูกพืชใช้น้ำน้อย, ภัยแล้ง, สำนักงานชลประทานที่ 6 จ.ขอนแก่น, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd8084ea0320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
