<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย &#039;งดใช้ถุงพลาสติก&#039; แต่ขอให้ร้านค้ามีถุงประเภทอื่นให้บริการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ม.ค.2562 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;งดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 &amp;ndash; 8 มกราคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,262 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการที่ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อหลายแห่งงดใช้ถุงพลาสติก การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการงดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ของห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ &amp;nbsp; หลายแห่ง พบว่า ร้อยละ 57.69 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ เป็นการช่วยลดขยะในประเทศ ลดโลกร้อน และทำตามนโยบายรัฐบาลที่ได้ประกาศไว้ แต่ไม่ควรนำระบบการค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การซื้อขายถุงพลาสติก ทางห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ ควรมีบริการถุงแบบอื่นทดแทนให้กับลูกค้า ร้อยละ 23.21 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดจำนวนขยะที่ย่อยสลายยาก ลดโลกร้อน แต่ควรค่อย ๆ ลดการใช้ถุงพลาสติกลง เนื่องจากสินค้าบางประเภทยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ถุงพลาสติกอยู่ ร้อยละ 9.75 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ รัฐบาลออกมาตรการเร็วเกินไป ยังปรับตัวไม่ได้ เนื่องจากยังมีความเคยชินกับการใช้ถุงพลาสติก ในการใส่สินค้า และค่อนข้างมีความลำบาก ในการถือสินค้าจำนวนมาก ๆ ร้อยละ 8.72 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ เป็นการเพิ่มภาระ ทำให้เกิดความเดือดร้อน เนื่องจากบางครั้งที่ซื้อสินค้าเเบบไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ เลยไม่ได้เตรียมถุงไป ทำให้ค่อนข้างลำบากในการถือสินค้ากลับ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ยังมีสินค้าบางประเภทยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ถุงพลาสติกอยู่ และร้อยละ 0.63 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมตัวของประชาชนเมื่อต้องไปซื้อของในห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อหลายแห่งที่งดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.32 ระบุว่า นำถุงผ้า ถุงชนิดอื่น ๆ หรือกระเป๋าไปเองเพื่อใส่ของ รองลงมา ร้อยละ 18.38 ระบุว่า ถือเองด้วยมือเปล่า ร้อยละ 11.25 ระบุว่า ไปซื้อของน้อยลงเพราะลำบากในการขนของกลับบ้าน ร้อยละ 4.83 ระบุว่า ซื้อถุงพลาสติก/ถุงอื่น ๆ ที่ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ เพื่อใส่ของ ร้อยละ 2.77 ระบุว่า ใช้ถุงผ้า หรือถุงอื่น ๆ ที่ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ ให้ยืม ร้อยละ 1.82 ระบุว่า ใช้ถุงพลาสติก มือสองที่ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ แจก ร้อยละ 0.71 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ แต่เลือกซื้อของจากร้านที่มีถุงให้ และร้อยละ 0.16 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้ถุงประเภทอื่นแทนถุงพลาสติกเพื่อเป็นการบริการลูกค้าของห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ ที่งดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว พบว่า ร้อยละ 64.58 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ ควรมีถุงกระดาษหรือถุงผ้ามือสองทดแทนถุงพลาสติกมาบริการให้ลูกค้าเพื่อความสะดวก ในกรณีที่ลูกค้าลืมเตรียมถุงมา ร้อยละ 22.11 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ เป็นการอำนวยความสะดวกให้เเก่ลูกค้าในกรณีที่ซื้อสินค้าจำนวนมาก ๆ และทางห้างสรรพสินค้า/ร้านสะดวกซื้อ ไม่ควรนำถุงมาขายแต่ควรหามาทดแทนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ร้อยละ 4.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ ทางรัฐบาลได้ประกาศไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ประชาชนควรเตรียมตัวให้พร้อมในการนำถุงผ้ามาใช้แทนถุงพลาสติก ร้อยละ 8.24 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ ควรสร้างพฤติกรรมให้กับประชาชนโดยฝึกให้เป็นนิสัย ไม่จำเป็นจะต้องมีถุงประเภทอื่นมาทดแทน ให้เตรียมถุงไปเองจากบ้าน เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม &amp;nbsp;และร้อยละ 0.63 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54339</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดใช้ถุงพลาสติก, นิด้าโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1a6feca499c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณจ่อร้องสคบ.สอบเอกชนเอาเปรียบไม่จัดหาภาชนะรองรับแทนถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 ม.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมมือกับเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ออกมาณรงค์และนำร่องงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยสิ้นเชิง ในบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่กว่า 43 ภาคี อาทิ ห้างเซลทรัล เดอะมอลล์ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส ฯลฯ โดยเริ่มอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสอินเทรนด์ไปทุกวงการอยู่ในขณะนี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การงดแจกถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวดังกล่าว กลับมิได้มีการเตรียมการหาภาชนะอื่นใดมาใช้ทดแทนให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ดังกล่าวแต่อย่างใด แต่กลับเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อที่จะได้ลดต้นทุนด้านการจัดเตรียมถุงพลาสติกไว้ให้บริการลูกค้าลง แถมมีห้างสรรพสินค้าบางรายฉวยโอกาสในการโขกสับเรียกค่าภาชนะบรรจุสินค้าในราคาที่สูงเกินควร โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถปฏิเสธได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของร้านค้าที่จะต้องเตรียมหาภาชนะอื่นมาให้บริการลูกค้าฟรี มิใช่มาขูดรีดเอากับลูกค้า และดูเหมือนภาครัฐก็เพิกเฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการเอาเปรียบและละเมิดสิทธิของผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ทั้งนี้แม้การรณรงค์การแบนถุงพลาสติกเป็นสิ่งที่สังคมไทยส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่การที่ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ จะฉวยโอกาสในการลดต้นทุนในการบริการโดยไม่แจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการซื้อสิ้นค้าในร้านของตน โดยไม่มีการจัดเตรียมภาชนะอื่นใดที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมาให้บริการทดแทน เป็นการผลักภาระให้กับผู้บริโภคในการจัดเตรียมภาชนะไปใส่สินค้าเอง แม้จะมีประชาชนจำนวนมากนำกระถัง ถุงผ้า ถุงปุ๋ย เข่ง กะละมัง ตะกร้า ฯลฯ ไปเตรียมใส่สินค้า โดยถ่ายรูปนำมาแชร์กันในโซเชียลมีเดียอย่างสนุกสนานนั้น แต่ก็เป็นเพียงกระแสวูบวาปชั่วพักชั่วครู่ของคนไทยบางกลุ่มเท่านั้น หากแต่ในระยะยาวรัฐบาล และห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อจะต้องจัดหาภาชนะบรรจุสินค้าทดแทนมาให้บริการผู้บริโภคจึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ให้ใช้อำนาจตาม ม.4 ประกอบ ม.10(1)(9) ของ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ในการกำหนดมาตรการอย่างใด ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคดังกล่าวโดยเร็ว โดยสมาคมฯ จะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันจันทร์ที่ 6 ม.ค. 2563 เวลา 13.30 น. ณ.สำนักงานคณะกรรมการคุมครองผู้บริโภค ชั้น 5 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53828</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดใช้ถุงพลาสติก, ศรีสุวรรณ จรรยา, สคบ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9b6271a76c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำจัด&quot;ขยะพลาสติก&quot;วาระแห่งชาติ&quot;เสียดทาน- ท้าทาย&quot; สังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดปี 2562 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เรียกได้ว่า เป็นปีที่คนทั่วโลกต่อสู้กับ &amp;quot;ขยะพลาสติก&amp;quot; อย่างจริงจัง หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยมีมาตรการ และนโยบายจริงจัง ที่จะลด ละ เลิกใช้พลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าภาครัฐและเอกชน ต่างตื่นตัวรณรงค์ และหาวิธีการที่จะลดปริมาณขยะพลาสติกให้ได้ &amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งการส่งเสริมให้ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิลใช้ได้ใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่มีการประกาศใช้ทั่วประเทศ ก็คือ ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ได้เเริ่มงดแจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า เริ่มเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 &amp;nbsp; ที่ผ่านมา &amp;nbsp; ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศนโยบาย &amp;nbsp; ผู้บริโภคที่ซื้อของต้องพกถุงไปเอง &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่า จะช่วยลดจำนวนถุงขยะพลาสติกหูหิ้ว หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ถุงก๊อบแก๊บ&amp;rdquo; ไปได้เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ แต่ที่เหลือก็ยังฝังกลบ บางส่วนเล็ดลอดออกสู่สภาวะแวดล้อม ทำให้ปัญหาขยะพลาสติกยังเป็นโจทย์ท้าทายต้นๆ ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เท่านั้น ประเทศไทยยังเอาจริงเอาจัง ต่อต้านการใช้ถุงพลาสติก โดยรัฐบาล .ประยุทธ์ ประกาศยกเลิกใช้ถุงพลาสติกอีกหลายชนิด ในปี2565 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเป้าหมายลดขยะพลาสติกในทะเลร้อยละ 50 ภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์สำคัญที่กระตุ้นให้ภาครัฐและภาคประชาสังคมเห็นความสำคัญของพิษภัย จากขยะพลาสติกที่จะมีต่อชีวิตผู้คน &amp;nbsp;น่าจะเป็นเรื่องสะเทือนใจ ของเต่าออมสิน ที่เสียชีวิต เพราะกินถุงพลาสติกที่เป็นขยะในทะเลเข้าไปมากถึง 8กิโลกรัม &amp;nbsp;ตามมาด้วยการจากไปของพะยูน&amp;rdquo;มาเรียม&amp;rdquo; ซึ่งมีสาเหตุจากกินขยะพลาสติกจำนวนมาก ด้วยเช่นกัน เพราะเข้าใจผิด ว่าเป็นอาหารตามธรรมชาติในทะเล &amp;nbsp;นำไปสู่การให้ความสำคัญและผลักดันพะยูนมาเรียมเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารกับคนในสังคมให้ตระหนักปัญหาขยะพลาสติกมากขึ้น และยังเกิดแผนพะยูนแห่งชาติขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ใช้เป็นตัวขับเคลื่อนปลุกให้สังคมลดปริมาณการใช้และการลดขยะพลาสติกที่จะลงสู่ทะเล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ยังไม่พูดถึงทุกปีมีสัตว์ทะเลหายากและสัตว์บกที่สังเวยชีวิตเป็นเหยื่อขยะพลาสติกอีกนับไม่ถ้วน &amp;nbsp; เห็นได้จากข่าวคราวที่ปรากฏตามหน้าสื่อ ทั้งวาฬ เต่าทะเล โลมา &amp;nbsp; แม้แต่ในตัวมนุษย์ยังมีงานวิจัยชี้ว่าพบไมโครพลาสติกในอุจาระ หรือคาดว่าน่าจะสะสมอยู่กว่าประมาณหมื่นชิ้นเล็กๆ ต่อคน &amp;nbsp;แสดงว่า พลาสติกเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหารของเราแล้ว ถือเป็นมหันตภัยต่อมนุษยชาติ ถ้าไม่ตื่นตัวก็อาจจะมีผลกระทบคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศไทยปัจจุบันไทยมีขยะพลาสติกมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี แต่ถึงปริมาณขยะจะมากมายมหาศาล แต่เรายังไม่มีระบบการจัดการขยะที่มีร้ประสิทธิภาพ ตั้งแต่การจัดเก็บ คัดแยก ตั้งแต่ต้นทาง &amp;nbsp;และประเด็นนี้ กลายเป็นประเด็นการเมือง เป็นจุดฝ่ายค้านนำมาโจมตีรัฐบาล หลังวันที่ 1 ม.ค.63 ก็มีเสียงตอกกลับว่า รัฐบาลนี่แหละตัวการทำให้เกิดขยะพลาสติก &amp;nbsp;เพราะไม่ยอมแยกขยะ และการงดใช้ถุงพลาสติก เป็นการผลักภาระให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไทยสามารถรีไซเคิลขยะพลาสติกได้เพียง 5 แสนตันต่อปีเท่านั้น ยังเหลือตกค้างในระบบอีก 1.5 ล้านตันต่อปี &amp;nbsp;ที่มีการนำไปฝังในกองขยะหรือไม่ก็ทิ้งลงในแม่น้ำลำคลอง &amp;nbsp;แยกเป็นถุงพลาสติก 1.2 ล้านตันต่อปี &amp;nbsp;กลายสภาพจากขยะบก ไหลลงสู่ทะเล ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศชายฝั่ง เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการใช้ ทุกวันนี้คนไทยใช้ถุงพลาสติกกันอย่างฟุ่มเฟือยมากกว่า 5,300 ตันต่อวัน โดยไม่คิดเป็นการสร้างขยะและก่อมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ตามนโยบายลดและเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกปี2561-2573 คาดว่าจะทำให้ปริมาณขยะถุงพลาสติกหูหิ้วลดลง 45,000 ล้านใบต่อปี&amp;nbsp; หรือทำให้ปริมาณขยะต้องกำจัดลดลง 225,000 ตันต่อปี&amp;nbsp; ประหยัดงบประมาณในการจัดการขยะได้ 340 ล้านบาทต่อปี&amp;nbsp; และประหยัดพื้นที่รองรับและกำจัดขยะมูลฝอยใ ฝังกลบได้ประมาณ 616 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยมีแผนการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรณรงค์การสร้างจิตสำนึก &amp;nbsp;ขณะนี้มีภาคเอกชนกว่า 75 บริษัทสนับสนุนเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับภาครัฐงดแจกจ่ายถุงพลาสติกหูหิ้วที่มีความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน &amp;nbsp;ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ &amp;nbsp;ตลาดสด ร้านค้าสะดวกซื้อ ในวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะขยะพลาสติกเกิดขึ้นจากคำว่า &amp;ldquo;สะดวกสบาย&amp;rdquo; แต่ไม่ได้มองอันตรายต่อระบบนิเวศและสุขภาพของคน &amp;nbsp;ถึงเวลาเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะเน้นระบบคัดแยกขยะแปรสภาพขยะเพื่อนำขยะมาเพิ่มมูลค่า (Upcycling) &amp;nbsp;เช่น รองเท้าคู่ใหม่ผลิตจากขยะพลาสติก ผลิตภัณฑ์จากขยะ หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาขยะอย่างมีประสิทธิภาพต้องอยู่บนพื้นฐาน 3 R ลดใช้ นำกลับมาใช้ซ้ำ และนำขยะกลับมาใช้ใหม่ &amp;nbsp;จะลดการผลิตขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมลดขยะพลาสติกยังทำโครงการครอบคลุมถึงพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 155 แห่ง ตลอดจนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าด้วย ที่ผ่านมามีการรณรงค์งดนำโฟมและถุงพลาสติกเข้าเขตอุทยานฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ถือว่าเป็นการลดผลกระทบต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านขยะพลาสติกในทะเล ทั้งถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่มพลาสติก เป็นขยะทะเลที่พบอันดับต้น สร้างผลกระทบหนัก &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทำแผนระยะสั้น &amp;nbsp;ระยะกลาง และระยะยาว สร้างความร่วมมือขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน เพราะมีขยะจากต่างประเทศพัดพาเข้าในไทย นอกจากนี้ &amp;nbsp;ใช้มาตรา 17 ของกม.ส่งเสริมและบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ห้ามพลาสติกขึ้นเกาะท่องเที่ยว รวมถึงจัดการขยะตกค้างชายหาด มีเป้าหมายลดขยะพลาสติกในทะเลร้อยละ 50 ภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านกรมควบคุมมลพิษ นายดำรงค์ ประลองไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาขยะพลาสติกในประเทศไทย มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด &amp;nbsp;หรือประมาณ 12% ของจำนวนขยะทั้งหมด รัฐบาลจึงให้ความสำคัญถึงปัญหานี้อย่างต่อเนื่องโดยได้จัดทำโร้ดแมป การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2573 ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศโดยมีเป้าหมายที่ 1 คือ ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ใน ปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และอีก 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบางกว่า 36 ไมครอน โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบาง และหลอดพลาสติก เป้าหมายที่ 2 คือ การนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ร้อยละ 100 ภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาสำคัญคือ พลาสติกพวกนี้เป็น multi-layer และ HDPE &amp;nbsp;ค่อนข้างเป็นปัญหายากต่อการสลายหรือกำจัด หากเรายังไม่ช่วยกัน ปล่อยให้ภาครัฐทำฝ่ายเดียวมันก็ทำได้แค่ระดับหนึ่ง ปัญหาไม่จบง่ายๆ วันนี้ทางกรมควบคุมมลพิษ พยายามทำกฏหมาย กฏระเบียบ และพยายามคุยกับผู้ประกอบการแล้วว่า ถ้าหากยังใช้หูหิ้วแบบเดิม 400 ปีก็ยังไม่ย่อยสลาย ตัวเลข 2 ล้านตันที่เราพูดถึง เป็นเพียงแค่ตัวเลขจากขยะ 27.8 ล้านตันทั่วประเทศ เรายังไม่รู้เลยว่ายังมีจำนวนขยะที่ไม่ได้อยู่จำนวนนี้อีกกี่ล้านตัน เราต้องหาอะไรมาทดแทนพลาสติกให้ได้ เช่นพวกพลาสติกที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในสามเดือน ส่วนการร่วมงานกันครั้งนี้ นำร่องที่กระบี่แล้ว ก็หวังว่าจะมีการดำเนินการขยายไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ อีกทั่วประเทศในลำดับต่อไป&amp;rdquo; นายประลอง กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เป็นรูปธรรมไม่นานมานี้ &amp;nbsp;การร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ออกประกาศไม่ให้ผลิตภัณฑ์พวกเครื่องสำอาง ยาสีฟัน โฟมล้างหน้ามีส่วนผสมของไมโครบีดส์ ซึ่งเป้นชิ้นส่วนพลาสติกที่เล็กที่สุด และที่ผ่านมาไมโครบีดส์ ไหลออกไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ จากบ้านเรือน สู่คลอง แม่น้ำ และทะเล ทำให้สัตว์ทะเลกินอาหารที่ปนเปื้อนพลาสติกเช้าไป &amp;nbsp;ถือเป็นอีกแผนส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตพลาสติกยั่งยืนแต่ต้นทาง &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข ยังรณรงค์ให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งยกเลิกใช้ถุงหิ้วพลาสติกใส่ยาให้ผู้ป่วย &amp;nbsp;ซึ่งช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้ร้อยละ 87 &amp;nbsp;และสนับสุนให้พกถุงผ้าใส่ยากลับบ้านแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีที่ผ่านมายังมีผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วภูมิภาคเรื่องการงดให้บริการพลาสติกหูหิ้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 &amp;nbsp;เป็นต้นไป พบว่ามีผุู้เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90 โดยเฉพาะมีการปฏิเสธรับถุงพลาสติก แสดงความร่วมมือของคนไทยช่วยลดการก่อขยะพลาสติกในชีวิตประจำวันและลดปริมาณขยะในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อต้านการใช้ถุงพลาสติก ยังเกิดประเด็นดรามา &amp;nbsp;ช่วงปลายปี เมื่อสถานีโทรทัศน์หลายช่องร่วมงดเผยแพร่ภาพการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงเซ็นเซอร์การใช้ถุงพลาสติก ด้วยการ&amp;quot;เบลอภาพ&amp;quot;ถุงพลาสติกในละครโทรทัศน์และรายการต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำอย่างนี้เยอะมากไปหรือไม่ &amp;nbsp;แต่ล่าสุด ทางปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมายอมรับว่ามีการขอความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ต่างๆ &amp;nbsp; และถ้าหากมีการตัดภาพถุงพลาสติกทิ้งไปเลยจะถือว่าดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านภาคเอกชน ที่ใช้พลาสติก เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปของบรรจุภัณฑ์สินค้า &amp;nbsp;ซึ่งมีมากมายหลายบริษัท ทั้งผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับวงจรพลาสติกโดยตรง และพวกที่ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ ล้วนมีการตื่นตัว ลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มยี่ห้อต่างๆ ทุกเจ้าล้วนมีโครงการที่พยายามรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ของตนเอง เช่น &amp;nbsp; บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด &amp;nbsp;ออกโครงการรับซื้อขวดพลาสติกที่เป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าในเครือ ในราคาที่สูงกว่าตลาด &amp;nbsp; รวมทั้งการรณรงค์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น พายเรือเก็บขยะถึงสองครั้ง &amp;nbsp;การอบรมแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และยังคิดโครงการอื่นๆตามมาอีก เพื่อลดขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย ร่วมมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและการทดลอง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ทำการทดลองสำรวจเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกับการแยกขยะของคนไทย โดยหวังให้มีการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึงจะช่วยลดขยะพลาสติกได้มาก &amp;nbsp; ที่สำคัญ โครงการ&amp;quot;ขวดรักษ์โลก&amp;quot; &amp;nbsp; รีไซเคิลขยะพลาสติกทะเลให้นำกลับมาใช้กับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มได้จริง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านเทคโนโลยีนี้เรียกว่า &amp;nbsp;Enchanced Recycling &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยลดการใช้เม็ดพลาสติกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; และลดขยายผลในสายการผลิตขวดบางส่วนปี 2563นี้ ยังมีแบรนด์ Addidas ที่เริ่มผลิตรองเท้าจากพลาสติกทางทะเลบ้างแล้ว กลายเป็นเทรนด์ระดับโลกที่แต่ละแบรนด์ต่างให้ความสำคัญนำขยะพลาสติกมาชุบชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ที่ถือว่าเป็นเจ้าใหญ่ผลิตภัณฑ์ใช้ในบ้าน ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ แปลงขยะพลาสติกที่เป็นบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ตนเอง มาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ประโยชน์ได้ พร้อมกับให้คำมั่นว่า ภายในปี 2568 จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเรา ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ สามารถรีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ 100% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ ใช้เทคโนโลยีอันดับต้นๆ จากยุโรปรีไซเคิลขวดพลาสติกใช้งานแล้วจำนวนมหาศาลเพื่อผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย &amp;nbsp; รองรับลูกค้าในตลาดกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย สิ่งทอ เส้นใย ซึ่งเม็ดพลาสติกรีไซเคิลนั้น ไอวีแอล ส่งออกสำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มไปจำหน่ายในต่างแดนทั้งอังกฤษ และออสเตรเลีย สำหรับประเทศไทยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาแก้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่&amp;rdquo;ห้ามใช้ภาชนะบรรจุที่ทำขึ้นจากพลาสติกที่ใช้แล้วบรรจุอาหาร&amp;rdquo; เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถนำขวดบรรจุเครื่องดื่มที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลใช้ได้ในบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแบรนด์ Addidas ที่เริ่มผลิตรองเท้าจากพลาสติกทางทะเลบ้างแล้ว กลายเป็นเทรนด์ระดับโลกที่แต่ละแบรนด์ต่างให้ความสำคัญนำขยะพลาสติกมาชุบชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแบรนด์ไทยก็ไม่เดินหน้าร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก อย่าง บริษัท นันยางฯ ผู้ผลิตรองเท้าแตะตราช้างดาว ที่คนไทยคุ้นเคย ก็จับมือกับกลุ่มทะเลจร และ TRASH HERO &amp;nbsp;เปิดตัว KHYA (ขยะ) แบรนด์รองเท้าแตะที่ทำจากขยะรองเท้าไร้ค่าในท้องทะเล ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นการนำขยะมาเพิ่มมูลค่า โดยรองเท้า KHYA 1 คู่ เกิดจากเก็บขยะทะเลราว 5 กิโลกรัม ถ้า 200 คู่ ก็ช่วยลดขยะทะเล 1 ตัน &amp;nbsp;เรียกว่า สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเป็นส่วนหนึ่งร่วมแก้ปัญหาขยะด้วยวิธีการของตนเอง รายได้จากการขายรองเท้าก็กลับมามอบให้โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของความเคลื่อนไหว ต่อสู้กับปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย &amp;nbsp;ว่าไมได้ทำกันเล่นๆ หรือเห่อตามกระแสโลกเท่านั้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้น ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องลดผลิตขยะพลาสติก รวมถึงร่วมมือกันคัดแยกขยะอย่างจริงจังให้ได้ &amp;nbsp;เพื่อนำขยะพลาสติกเข้าสู่วงจรรีไซเคิลได้อย่างเป็นระบบ และถือว่าเป็นการมีการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง อย่างครบวงจร &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก ยังมีแรงเสียดทานจากสังคม ที่บางกลุ่มไม่สะดวกเวลาไปซื้อของ และะต้องพกถุงไปเอง ถ้าไม่ได้พก ต้องเสียเงินซื้อถุง อีกทั้งผู้ผลิตถุงพลาสติก 400 ราย ก็ร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพราะได้รีบผลกระทบจากนโยบาย ไม่ให้ห้างฯและร้านสะดวกฃื้องดใช้กุงถลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นนี้ ต้องจับตานโยบายรัฐว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป กับแรงเสียดทานต่างๆ เพราะผลจากนโยบายไม่ได้มีแต่ด้านบวกด้านเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำจัด&quot;ขยะพลาสติก&quot;วาระแห่งชาติ&quot;เสียดทาน- ท้าทาย&quot; สังคม, งดใช้ถุงพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4813898e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. ผนึกกำลัง จิตอาสาเกือบพันคน รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ในงานกาชาด ปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และคณะผู้บริหารฯ เยี่ยมชม พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการออกร้านกาชาด เจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) กทม. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่จิตอาสาจัดการขยะ ให้ความรู้ในการคัดแยกขยะกับผู้มาร่วมงาน เชิญชวนทิ้งขยะให้ลงถัง ถูกที่ ถูกทาง สร้างจิตสำนึก จัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;สนามหลวงโมเดล&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. กล่าวว่า การจัดงานกาชาด ประจำปี 2562&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เย็นศิระเพราะพระบริบาล เกิดสายธารการให้ที่งดงาม&amp;rdquo; เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีส่วนร่วมในการออกร้านกาชาด ภายใต้แนวคิด&amp;ldquo;ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไทย รู้ใช้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; รายได้โดยเสด็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระราชกุศล บำรุงสภากาชาดไทย ตลอดจนส่งเสริมการทำจิตอาสาจัดการขยะ ด้วยแนวคิด สนามหลวงโมเดล มุ่งสู่การเป็น Green Fair ต้นแบบการกุศลสีเขียว ซึ่ง 8 วัน ของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาแล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp; 948&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ ยังได้เดินขบวนรณรงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก ... Everyday Say No to Plastic Bags&amp;quot; ที่ตอนนี้ เหลือเวลาประมาณ 40 วัน จะถึงวันดีเดย์ 1 ม.ค.2563 ที่ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ 50 แห่ง จะงดให้ถุงพลาสติกหูหิ้วหรือถุงก๊อบแก๊บกับลูกค้า ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในกลไกการขับเคลื่อนฯ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา และได้เตรียมยกร่างพระราชบัญญัติการจัดการขยะพลาสติก โดยมีเป้าหมายให้ถุงพลาสติกหูหิ้วหมดจากท้องตลาด ในวันที่ 1 ม.ค. 2564&amp;nbsp; จึงจำเป็นต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนช่วยกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปด้วย ทั้งนี้ จากการรณรงค์ฯ ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ 21 ก.ค. 2561 -&amp;nbsp; 31 ต.ค. 2562 สามารถลดถุงพลาสติกหูหิ้ว ได้ จำนวน 2,797 ล้านใบ จากตลาดสด 1,107 ล้านใบ และห้างสรรพสินค้า 1,690 ล้านใบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การจัดการขยะ ภายในงานกาชาด ประจำปี 2562 ด้วยความร่วมมือกันระหว่างกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สภากาชาดไทย และภาคีเครือข่าย ได้ใช้แนวคิด &amp;ldquo;สนามหลวงโมเดล&amp;rdquo; มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดระบบการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง และช่วยลดปริมาณขยะก่อนนำไปกำจัด สามารถนำขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากขึ้น เป็นการลดขยะที่ต้นทางและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนให้ลด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การผลิตขยะตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน ด้วยการพกถุงผ้า กระติกน้ำดื่ม หรือช้อนส้อมและกล่องอาหารส่วนตัวมาใช้ เมื่อต้องออก&amp;nbsp; นอกบ้าน โดยผู้เข้าร่วมเป็นจิตอาสาจัดการขยะ ตลอด 10 วัน จะได้รับความรู้เบื้องต้นในการคัดแยกขยะ จากทีมกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากนั้น จะกระจายไปประจำจุดติดตั้งถังขยะ 40 จุด ภายในงาน เพื่อให้ความรู้และเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานทิ้งขยะให้ถูกที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถูกถัง ประกอบด้วย ถังสีเหลือง สำหรับขยะรีไซเคิล&amp;nbsp; ถังสีเขียว สำหรับขยะอินทรีย์ (เศษอาหาร) และถังสีน้ำเงิน&amp;nbsp; สำหรับขยะทั่วไป รวมทั้ง การแยกน้ำแข็ง หลอดดูดน้ำ และไม้แหลมออกมาต่างหาก อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50902</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), งดใช้ถุงพลาสติก, จิตอาสา, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7ee157fa50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. แถลงผลงานรอบ 3 เดือน เปิดโครงการ“Everday Say No to Plastic Bags” รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงผลการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และเปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;Everday Say No to Plastic Bags&amp;rdquo; โดยมี นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์&amp;nbsp; เลขานุการรัฐมนตรีฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดฯ และสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการแถลงผลการดำเนินงานฯ ณ ห้องประชุมอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 3 เดือน ซึ่งได้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ยึดหลักการทำงานตามกฎหมาย และน้อมนำแนวทางตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มาเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานของกระทรวงฯ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยผลการดำเนินงานในรอบ 3 เดือน (สิงหาคม &amp;ndash; ตุลาคม 2562)&amp;nbsp; ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้มอบนโยบายการดำเนินงานใหม่และพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานจากนโยบายที่มีอยู่เดิม ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านอำนวยการ&amp;nbsp; ได้จัดตั้งวิทยาลัยการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp; ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงฯ โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป สร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ระดับล่าง (ผู้พิทักษ์ป่า) รวมทั้งให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่ นำเทคโนโลยี มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาการจัดทำข้อมูล/ระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ผู้บริหารลงพื้นที่ชี้แจงและแก้ไขข้อเรียกร้องของกลุ่มมวลชนที่ได้รับผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน สังกัดกระทรวงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายใต้โครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระเกียรติฯ ซึ่งบรรลุเป้าหมาย 10 ล้านต้น ตั้งแต่ตุลาคม 2562 โดยขยายเป้าหมายโครงการเป็น 100 ล้านต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคนอยู่กับป่า โดยจัดตั้งป่าชุมชน จำนวน 2,291 หมู่บ้าน และเร่งรัดการจัดหาที่ดินภายใต้โครงการ คทช. เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและรักษาทรัพยากรและพื้นที่ป่าไม้โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเร่งรัดดำเนินโครงการพัฒนาเส้นทางเดินศึกษาตามธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เฉลิมพระเกียรติฯ พัฒนาระบบบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติสู่สากล และผลักดันให้มีการนำเสนออุทยานแห่งชาติเป็นอุทยานมรดกอาเซียนแห่งใหม่ของประเทศไทย 2 แห่ง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม &amp;ndash; เขตห้าล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จังหวัดตรัง และ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ แต่งตั้งคณะทำงานด้านการส่งออกช้างและติดตามความเป็นอยู่ของช้างที่ส่งออกไปต่างประเทศ และแต่งตั้งคณะทำงานด้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย จัดประชุมผู้ประกอบการกิจการสวนสัตว์สาธารณะ พัฒนาและขยายสวนพฤกษศาสตร์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์พืชที่สำคัญของประเทศ จัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ภายใต้แผนแม่บทมาเรียมโปรเจค เสนอคณะกรรมการนโยบายและแผนทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กำหนด วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปีเป็น &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; เร่งรัดการบริหารจัดการขยะทะเล ปรับบทบาทและโครงสร้างการบริหารงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจาก Operator เป็น Regulator การอนุรักษ์และจัดการแหล่งทรัพยากรธรณี เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา เร่งรัดการจัดทำแผนที่แสดงแหล่งแร่เศรษฐกิจเพื่อการบริหารจัดการแร่และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp; เร่งรัดการดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาล สนับสนุนน้ำดื่มสะอาดสำหรับสถานศึกษาและชุมชนในถิ่นทุรกันดารเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 อนุมัติการประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินโครงการเพิ่มน้ำด้านทุนและระบบการกระจายน้ำ นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องในการเติมน้ำลงใต้ดิน เร่งรัดการจัดทำแผนที่ศักยภาพ&amp;nbsp; น้ำบาดาล รวมไปถึงปรับบทบาทกรมทรัพยากรน้ำ จาก Regulator เป็น Operator และร่วมมือกับกระทรวงพลังงานในการนำ Solar cell มาใช้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสิ่งแวดล้อม ได้มีการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค.ศ. 2019 (United Nation Climate Action Summit 2019) และเข้าร่วมการประชุมสมัชชาระดับสูง 11th Level Assembly ของความร่วมมือ Climate and Clean Air Coalition (CCAC) เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ &amp;ldquo;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;rdquo;และเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 15 มีการเตรียมการรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือปี 2562 รวมไปถึงขับเคลื่อนการลดใช้ถุงพลาสติก ภายใต้โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทำดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ 43 แห่งทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49033</URL_LINK>
                <HASHTAG>Everday Say No to Plastic Bags, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), งดใช้ถุงพลาสติก, นายวราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6a9c90865f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ทส.เดินตลาดโก้งโค้ง รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2562&amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเดินรณรงค์ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ลดรับ ลดให้ ลดใช้ ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟม ที่ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยกันลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟม สละความสะดวกสบายในการจับจ่าย แล้วหันมาใช้ถุงผ้า หรือ วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคตของคนรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตลาดสด ตลาดชุมชน ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ และเป็นแหล่งที่มาหลักของขยะพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นถุงพลาสติกหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องโฟม เป็นต้น โดยเฉพาะขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว พบว่ามีที่มาจากตลาดสด มากกว่าปีละ 18,000 ล้านใบ จึงถึงเวลาที่คนไทยต้องมาช่วยกันแก้ปัญหานี้ร่วมกัน และที่&amp;nbsp; ผ่านมา กระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนการลดละและเลิกใช้พลาสติกที่เกินความจำเป็น รวมทั้งที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ภายใต้โครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และตลาดสดทั่วประเทศ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 43 แห่งทั่วประเทศจะงดให้บริการถุงพลาสติกหูหิ้วกับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กิจกรรม &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ในการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดทั่วประเทศ ได้รณรงค์ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน โดยตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสมแห่งนี้ เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เป็นตลาดที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ด้วยเอกลักษณ์ที่เป็นแบบย้อนยุคในสมัยกรุงศรีอยุธยา พ่อค้าแม่ค้าแต่งกายชุดไทยโบราณนั่งขายสินค้ากับพื้น หรือนั่งแคร่ ทำให้คนซื้อต้องโก้งโค้งเพื่อเลือกซื้อสินค้า จึงเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีร้านค้าถึงกว่า 100 ร้านค้า โดยตลาดมีนโยบายไม่ใช้กล่องโฟมตั้งแต่ต้น และต่อมาเกิดกระแสการใช้ภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ เจ้าของตลาดจึงได้มีการแนะนำให้ร้านค้านำวัสดุจากธรรมชาติแทนการใช้ภาชนะพลาสติก ร้านไหนมีความพร้อมก็นำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ กลายเป็นกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งนี้ ปัจจุบัน หลายร้านก็ได้เริ่มลดการใช้ถุงพลาสติก&amp;nbsp; โดยหันไปใช้ใบตอง ถุงกระดาษ หรือภาชนะที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47895</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), งดใช้ถุงพลาสติก, ลดภัยสิ่งแวดล้อม, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da199ad17083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดสด จ.นครปฐม ยอดใช้ถุงพลาสติกพุ่ง กว่า 300 ล้านใบ รมว.ท็อป เดินตลาดดอนหวาย ชวนประชาชนงดใช้ถุงพลาสติกและโฟม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; กล่าวว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาสำคัญของประเทศและระดับโลก พบว่า ในแต่ละปี คนไทยมีการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว ปริมาณสูงถึง 45,000 ล้านใบ เนื่องด้วยความสะดวกสบาย และพบมากที่สุดจากตลาดสด ถึงร้อยละ 40 หรือประมาณ 18,000 ล้านใบ อย่างเช่นตลาดสดใน จ.นครปฐม 12 แห่ง พบว่า มีการใช้ถุงพลาสติก ไม่น้อยกว่า 300 ล้านใบต่อปี&amp;nbsp; จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวนครปฐมและพี่น้องชาวไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกคนเริ่มต้นจากวินาทีนี้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแต่ละวัน เช่น การใช้แล้วทิ้ง ไปสู่การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่า ทิ้งขยะให้ลงถัง แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก เพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่สามารถใช้ซ้ำหรือนำกลับมารีไซเคิลได้ หากมีการจัดเก็บกลับคืนมาใช้ประโยชน์ก็จะช่วยลดการรั่วไหลของขยะพลาสติกออกสู่แม่น้ำลำคลอง และท้องทะเลของเรา&amp;nbsp; ตลอดจนสร้างนิสัยพกถุงผ้า ใช้ถุงพลาสติกและโฟมให้น้อยลง รับผิดชอบสังคมไทยร่วมกัน ทุกคนช่วยได้ เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีของลูกหลานพวกเราในอนาคต รมว.ทส. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดรับ ลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก&amp;rdquo; ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ในการลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกในตลาดสดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีการใช้สูงสุดถึง 18,000 ล้านใบต่อปี นั้น&amp;nbsp; ได้รณรงค์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ที่ดำเนินงานพร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2561 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสดได้กว่า 900 ล้านใบ เฉพาะในจังหวัดนครปฐม ที่มีตลาดสดจำนวน 12 แห่ง&amp;nbsp; ได้แก่ ตลาดนัดหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ (ตลาดบน-ล่าง) ตลาดบ้านศาลาดิน&amp;nbsp; ตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดสดธันยา&amp;nbsp; ตลาดตรีสุข&amp;nbsp; ตลาดนัดธกส.-ดอนตูม ตลาดน้ำวัดลำพญา&amp;nbsp; ตลาดวัดละมุด&amp;nbsp; ตลาดสดไฟฟ้า&amp;nbsp; ตลาดนัดกระบือเผือก ตลาดนัดตำบลธรรมศาลา และ ตลาดนัดวัดเกาะวังไทร&amp;nbsp; ซึ่งพบว่าก่อนรณรงค์มีการใช้ถุงหูหิ้วมากกว่า 379 ล้านใบต่อปี หรือเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 31 ล้านใบต่อเดือน ภายหลังการรณรงค์ พบว่า มีตลาดอย่างน้อย 5 แห่ง มีการลดใช้ถุง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หูหิ้วรวมแล้วได้มากกว่า 42 ล้านใบต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดวัดดอนหวาย แห่งนี้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ประกอบกับเป็นตลาดที่มีอาหารสำเร็จรูปที่หลากหลายจึงมีการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและโฟมบรรจุอาหารเป็นจำนวนมาก มีผู้ใช้บริการตลาดไม่น้อยกว่าหมื่นคนต่อวัน โดยก่อนทำกิจกรรมรณรงค์ พบว่า&amp;nbsp; มีปริมาณการใช้ถุงพลาสติก มากกว่า 35 ล้านใบต่อปี&amp;nbsp; แต่หลังจากจัดกิจกรรมรณรงค์ เมื่อ ก.ค. 2561 เป็นต้นมา พบว่า มีการใช้ถุงพลาสติกลดลง ประมาณ 36% หรือมากกว่า 12 ล้านใบต่อปี อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรณรงค์กันอย่างต่อเนื่องและจริงจังมากยิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ นอกจาก การเดินรณรงค์ &amp;ldquo;ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ณ ตลาดน้ำวัดดอนหวาย แล้ว ยังจัดให้มีการแสดงนิทรรศการ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วให้กับประชาชน โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการแจกกล้าไม้&amp;nbsp; จำนวน 1,500 ต้น ให้กับผู้มาร่วมงาน อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47383</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, งดใช้ถุงพลาสติก, จ.นครปฐม, ตลาดสด, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d9850af4088c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
