<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ส่งกม.ประชามติถึงสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผย &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; เซ็นรับรองร่าง พ.ร.บ.ประชามติแล้ว ห่วงจัดคำถามพ่วง ร่วมเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่มีวี่แวว ชี้จัดแยกไม่คุ้ม เปลืองงบ 3 พันล้าน ด้าน &amp;quot;สิระ&amp;quot; ป่วนไม่เอากก.สมานฉันท์ของ &amp;quot;ชวน&amp;quot; เพราะมีคนไม่ชอบ เหน็บรายชื่ออดีตนายกฯ แก่ทั้งนั้น เอาไปดองดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เซ็นรับรอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และส่งไปยังรัฐสภาแล้ว ซึ่งมีเนื้อหาตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่างมา และเมื่อกฎหมายนี้ออกมาเมื่อไหร่ ก็สามารถไปลงประชามติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประเด็นหลักคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ขณะนี้คำถามจึงมีข้อเดียวคือ ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขผ่านวาระ 3 แล้วนี้หรือไม่ นี่คือคำถามที่ กกต.ตั้ง ส่วนจะมีคำถามพ่วงอะไรนั้น ใครจะเป็นคนตั้งก็แล้วแต่ ไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นมติ ครม. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 116 โดย ครม.เป็นคนขอให้มีการลงประชามติ ยกเว้นประชามติว่าเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ อันนี้เป็นภาคบังคับ ครม.ไม่เกี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คำถามพ่วงในการทำประชามติ จะเป็นข้อเสนอจากคณะกรรมการชุดนี้ได้หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ถ้าไม่ใช่ข้อเสนอจากคณะกรรมการชุดนี้ มันจะกลายเป็นว่ารัฐบาลเป็นคนตั้งคำถามพ่วง ซึ่งจะดูไม่ดี แต่ถ้าเป็นคณะกรรมการชุดนี้ ก็จะเป็นการสิ้นข้อสงสัย เพราะอำนาจในการตั้งคำถามประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 116 เป็นอำนาจของ ครม. แต่ห้ามอยู่ 2 อย่าง คือการตั้งคำถามที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และการตั้งคำถามที่เกี่ยวกับตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าโอกาสที่จะตั้งคำถามพ่วงไปพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และนายก อบจ.&amp;nbsp; เป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุเผยว่า เราเคยพูดกันมาก่อนหน้านี้ แต่ถึงวันนี้ยังห่วง เพราะเหลือเวลาอีก 50 วันก็ถึงวันเลือกตั้ง อบจ. แต่ยังไม่เห็นวี่แววลู่ทาง ถ้าเร่งก็อาจจะได้ แต่ถ้าช้าก็อาจจะไม่ทัน เพราะเริ่มต้นต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในการตั้งคำถามก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนกับการลงประชามติเมื่อครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp; ที่พูดกันว่า ประชาชนยังไม่มีการอ่านรัฐธรรมนูญกันเลย ยังไม่เข้าใจอะไร แล้วไปให้เขาออกเสียงกันได้อย่างไร ซึ่งถ้าหากจัดพร้อมกับการเลือกตั้ง อบจ. มันก็จะคุ้ม แต่ถ้าไปจัดแยกอีก มันก็จะเสียงบประมาณอีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งไม่คุ้ม ยืนยันว่าถ้าเร่งกันก็อาจจะได้ แต่ตนไม่กล้าบอกว่าจะทันหรือไม่ทัน ซึ่งถ้าวันนี้มีคำถามแล้วก็อาจจะทัน แต่คณะกรรมการยังไม่มีเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีคนเสนอให้ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เฉพาะกิจ 1 ฉบับ ใช้เฉพาะคราวนี้ นายวิษณุบอกว่า ยังเป็นไปได้ แต่ใครจะเป็นคนร่าง ตนก็ร่างได้ แต่เดี๋ยวจะเป็นที่ไม่ยอมรับ เพราะถ้าหากออกเป็น พ.ร.ก.กำหนดแล้ว ใครจะไม่มีโอกาสแก้สักคำ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการสมานฉันท์นั่นแหละที่ควรจะทำ เสนอมาแล้วรัฐบาลก็รับ แล้วจะไปออกให้ ส่วนข้อจำกัดที่การออก พ.ร.ก. ต้องเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนนั้น ก็พอหาทางที่จะปรับให้เข้ากับเหตุได้ เพราะเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศเขาเรียกร้อง ก็พอจะไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ว่า เป็นเรื่องของรัฐสภา ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภารับไปดำเนินการ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ส่วนกรณีที่จะดึงอดีตนายกรัฐมนตรีมาร่วมในคณะกรรมการชุดนี้นั้น ตนไม่มีความเห็น ทั้งในฐานะส่วนตัวและรัฐบาล ไม่พึงออกความเห็นใดๆ ทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายชวนเตรียมทาบทามนายอานันท์ ปันยารชุน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมเป็นกรรมการปรองดองสมานฉันท์ว่า ไม่เห็นด้วยที่จะเชิญบุคคลเหล่านี้เข้ามาร่วมอยู่ในคณะกรรมการปรองดองฯ เพราะนายอานันท์บอกว่าอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถามว่าใครจะมาเป็นนายกฯ แทน หรือว่าท่านหวังจะเป็นนายกฯ ส้มหล่นเหมือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนายอภิสิทธิ์ที่บอกว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วพอ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ก็เข้ามาเป็น ส.ส.ระยะหนึ่งแล้วลาออก หมายความว่าท่านไม่ยอมรับระบบรัฐสภาหรือไม่ ขณะที่นายสมชายนั้นสังคมรู้ว่าฝักใฝ่ฝ่ายใด เป็นคนของใคร จึงไม่มีความน่าเชื่อถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมอยากถามไปถึงท่านชวนว่าใช้อำนาจอะไรเพียงคนเดียวในการตั้งคณะกรรมการปรองดองฯ ทั้งที่เรามีสภา เหตุใดจึงไม่ขอความเห็นจากสภาว่าจะออกแบบคณะกรรมการชุดนี้อย่างไร ท่านคิดว่าบ้านเมืองนี้เป็นระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ และยังมีสภาหรือไม่ ผมเห็นว่าบุคคลที่เตรียมเชิญเข้ามาล้าสมัย เก่าแก่ หมดสภาพที่จะมาทำงานในจุดนี้ ผมจึงไม่เห็นด้วย ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นกรรมการปรองดองฯ แต่ถ้าเอาไปดองเค็มใส่เกลือจะเหมาะกว่า&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า เด็กที่มาชุมนุมต้องการอนาคต แต่กลับเอาคนอายุ 80-90 ปี เดินไม่ไหว เก่าแก่เกินไปมาใช้ในยุคนี้ หากเอาไปดองเค็ม ตนจะเห็นด้วย วันนี้เรามีสภาควรให้ ส.ส.เป็นคนออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นตัวกรรมการหรือจำนวน เพื่อหาทางออกประเทศ ไม่ใช่คนโบราณ เราต้องดูผู้ชุมนุมว่าเขาเรียกร้องอนาคต ไม่ใช่เอาเรื่องอดีตมาคุยกัน ท่านประธานรัฐสภาทำไมตัดสินคนเดียว ท่านต้องพิจารณาว่าคิดถูกหรือคิดผิด อยากให้ตัดสินใจโดยผู้แทนฯ ไม่ใช่บุคคลเพียงคนเดียวที่เสนอชื่อใครเป็นกรรมการก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบโต้ว่า น่าเสียดาย ไม่น่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะแค่เริ่มต้นของการทาบทามเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ และอดีตนายกรัฐมนตรีก็ถูกใส่ร้ายป้ายสีพาดพิงให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่คุณสิระตั้งใจจะปกป้องรัฐบาล หรือปกป้องบุคคลใดบุคคลหนึ่งในลักษณะไม่มีสัมมาคารวะ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้บ้านเมืองมีความสงบและเกิดการปรองดองสมานฉันท์ มีแต่จะเป็นการซ้ำเติมเหตุการณ์บ้านเมือง ต่อไปผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายก็ไม่อยากเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เพราะแค่การติดต่อประสานงานก็ถูกใส่ร้าย กล่าวหาบิดเบือนให้ได้รับความเสียหายเช่นนี้แล้ว อย่าคิดว่าแค่ได้ออกสื่อเป็นข่าว แต่กลับไม่มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ เพราะการไม่เคารพผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนและสังคม อีกทั้งไม่เหมาะที่จะเป็นพฤติกรรมของผู้ทรงเกียรติ&amp;rdquo; นายสมบูรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ช่วงหนึ่งว่า การตั้งกรรมการสมานฉันท์ มองเห็นถึงความไม่สำเร็จ เพราะที่ผ่านมาสมานฉันท์กันไม่กี่รอบก็เอาใส่ไว้ในลิ้นชัก เนื่องจากความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งว่าแบ่งแยกแล้วปกครอง และถ้าความแตกแยกยังอยู่ผู้ปกครองก็ยังปกครองกันได้ ถ้าประชาชนสามัคคีก็ปกครองยาก ตรรกะแบบนี้อยู่ในสังคมมายาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ายักษ์ไม่มีกระบองก็ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น คนเหล่านี้ต้องการแก้ปัญหาชาติ แต่ตราบใดไม่มีอำนาจก็ไม่มีผลอะไร ทั้งที่อดีตนายกฯ เหล่านี้ยังมีความคิดที่ทันสมัยอยู่ และความคิดคงดีกว่าอีกหลายคนด้วยซ้ำไป&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82834</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, กรรมการสมานฉันท์, งบ 3 พันล้าน, พ.ร.บ.ประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2ba81ebd6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
