<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังพร้อมอัดเงิน3 แสนล.อุ้มเศรษฐกิจแจงกำลังวางมาตรการที่เหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2564 &amp;nbsp;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยถึง กรณีที่มีการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้เร่งดำเนินการในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม หรือควรมีเม็ดเงินเติมลงไปในระบบ 2-3 แสนล้านบาท ให้เศรษฐกิจฟื้นได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสถานการณ์ด้านต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของประเทศ และมีการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการใด ๆ ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะพิจารณาอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณสำหรับการดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 กว่า 3 แสนล้านบาท โดยในส่วนของมาตรการของกระทรวงการคลังที่จะพิจารณาดำเนินการ จะเป็นการช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ลดภาระของประชาชนและกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, งบสามแสนล้าน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d55f9ce86b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;ยันรัฐพร้อมทุ่ม4แสนล้านฟื้นศก.จี้แบงก์ชาติดูแลค่าบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวปาถกฐาในงานสัมมนา Bangkok Post International Forum 2020 หัวข้อ Beyond Post Pandemic : A Decade of Challenges from 2021&amp;rdquo; ว่า นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลภายหลังการระบาดของโควิด-19 จะเน้นการการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกคน ผ่านการลงทุนที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั้งจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลมีงบประมาณ 4 แสนล้านบาทสำหรับการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยจะเน้นในโครงการที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การลงทุนในโครงการอีอีซี รวมถึงการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการอนุมัติแผนการลงทุนต่าง ๆ รวมแล้วกว่า 2.2 แสนล้านบาท โดยเชื่อว่าโครงการทั้งหมดจะไม่ได้แค่ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตและแข่งขันได้เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และการดำเนินการดังกล่าวยังจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการเร่งขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยการปฏิรูปโครงสร้างภาษีจะเน้นเรื่องการส่งเสริมพลังงานสะอาด ส่งเสริมสุขภภาพประชาชน และส่งเสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งไทยยังมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยมองว่าในทุกครั้งที่มีวิกฤติก็ยังมีโอกาสสำหรับการเติบโตได้เสมอในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการที่สนับสนุนผู้มีรายได้น้อยและเศรษฐกิจระดับฐานรากนั้น ขณะนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณาเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2564 และในปีหน้ารัฐบาลยังมีความพยายามที่จะผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการประเมินความสำเร็จของมาตรการที่ได้ทำในปีนี้ และปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกทิศทางและเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างตรงจุดแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว หลังจากนี้ประเทศไทยจะค่อย ๆ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา แต่จะเป็นไปอย่างรอบคอบและระมัดระวัง หลังจากที่หลายประเทศมีการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 โดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังจากนี้จะเน้นกลุ่มที่ใช้จ่ายสูงมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนและประเทศในภูมิภาคเอเชียก่อนเป็นกลุ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม ยังกล่าวถึงสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ ว่า กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะทำงานอย่างสอดประสานกันในการดูแลสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของ ธปท. ในการดำเนินการเรื่องนี้ และคาดว่าหลังจากนี้อาจจะต้องมีมาตรการบางอย่างออกมา แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการออกมาตรการเพื่อทำให้เงินบาทไม่แข็งค่ามากเกินไปแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธปท.จะคอยดูแลเรื่องนี้ อาจจะต้องมีมาตรการบางอย่างออกมาอีก แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีมาตรการออกมาแล้วเพื่อทำให้สถานการณ์เงินบาทไม่แข็งค่ามากจนเกินไป โดยมองว่าคงจะต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อดูว่าทำอย่างไรให้เงินบาทสามารถแข่งขันได้ในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยน&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85019</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, รมว.การคลัง, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe2c0410b4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;สั่งล่มเจรจางบกระตุ้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยุติการเจรจากับพรรคเดโมแครตเพื่อจัดทำงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหม่ โดยให้รอหลังเลือกตั้ง 3 พ.ย.ซึ่งเขาจะชนะอย่างแน่นอน ด้านโจ ไบเดน จวกทรัมป์ทอดทิ้งชาวอเมริกันในภาวะโรคระบาด ขณะคนใกล้ชิดทรัมป์ติดเชื้อเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมของรอยเตอร์กล่าวว่า ทรัมป์ประกาศนโยบายสำคัญเรื่องแรกของเขานับแต่ออกจากโรงพยาบาลทหารกลับมาถึงทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ด้วยการสั่งยกเลิกการเจรจาระหว่างสมาชิกพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใน 4 สัปดาห์ข้างหน้า ถึงแม้ว่าไวรัสนี้ยังคร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยยอดผู้ติดเชื้อมีมากกว่า 7.5 ล้านคน และเสียชีวิตเกิน 210,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้สั่งให้พวกผู้แทนของผมยุติการเจรจาจนถึงหลังการเลือกตั้ง ทันทีที่ผมชนะแล้ว ผมจะผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่ ที่มุ่งเน้นที่คนอเมริกันผู้ทำงานหนักและธุรกิจขนาดเล็ก&amp;quot; ทรัมป์โพสต์ทวิตเตอร์เมื่อวันอังคาร ทวีตของเขาส่งผลสะเทือนถึงตลาดหุ้นทันที โดยวอลสตรีทร่วงลง 2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของทรัมป์เรียกเสียงตำหนิจากสมาชิกสภาคองเกรส ไม่เพียงจากทั้งเดโมแครต แต่ยังรวมถึงสมาชิกร่วมพรรครีพับลิกันของเขาเช่นกัน พวกเขากล่าวว่า จำเป็นต้องผ่านงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ตกงานเพราะวิกฤติโรคระบาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งของเขา ซึ่งโพลรอยเตอร์/อิปซอสจัดทำระหว่างวันศุกร์ถึงวันอังคารชี้ว่าทำคะแนนทิ้งห่างทรัมป์ออกไปอีก 4% เป็น 52% ต่อ 40% ทวีตว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังทอดทิ้งคนอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงดึกวันอังคาร ทรัมป์ปรับเปลี่ยนท่าทีโดยทวีตอีกชุด เรียกร้องให้คองเกรสผ่านงบ 25,000 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือสายการบินพาณิชย์, อีก 135,000 ล้านดอลลาร์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก และแจกเช็ค 1,200 ดอลลาร์แก่คนอเมริกัน ซึ่ง &amp;quot;ผมพร้อมจะลงนามเลยเดี๋ยวนี้&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐวัย 74 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทหารวอลเตอร์รีดเมื่อวันศุกร์ ด้วยอาการป่วยโควิด-19 แพทย์ประจำตัวของเขากล่าวเมื่อวันอังคารว่า ทรัมป์ไม่มีอาการป่วยโควิด-19 อีกและสภาพของเขาดีมาก อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าคนใกล้ตัวทรัมป์ติดเชื้อเพิ่มอีกราย คือสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายที่ประกาศเมื่อวันอังคารว่าติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงที่ทำเนียบขาวที่กำลังโดนไวรัสโคโรนาโจมตี ที่เพนตากอน บรรดานายทหารในคณะเสนาธิการทหารร่วม ซึ่งรวมถึงนายพลมาร์ก มิลลีย์ ประธาน เสธ.ร่วม กำลังกักกันตนเอง ภายหลังเข้าร่วมประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กับพลเรือเอกชาร์ลส์ เรย์ รองผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันชายฝั่ง ซึ่งพบว่าติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กลับถึงทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ซึ่งทรัมป์ก่อกระแสวิจารณ์ด้วยการถอดหน้ากากอนามัยอวดต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ ทรัมป์ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ เขาทวีตว่าตั้งตารอการโต้วาทีกับไบเดนที่ไมอามีวันที่ 15 ตุลาคมนี้ แต่ไบเดนเผยว่า หากทรัมป์ยังมีไวรัสโควิดอยู่ ก็ไม่ควรมีการโต้วาที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79798</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7dc8fa50490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาพัฒน์ฯลุยอัดงบฟื้นเศรษฐกิจกระตุ้นรอบ 2 เล็งเสนอ ครม.สัปดาห์หน้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63-นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในส่วนของแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 4 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้การดำเนินโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมได้ผ่านการอนุมัติจากครม.ไปแล้วหลายโครงการ คิดเป็นเงินกว่า 45,091 ล้านบาท ยังเหลือวงเงินอีก 47,308 ล้านบาท ซึ่งสศช.จะกลั่นกรองโครงการที่เหลือก่อนเสนอให้ที่ประชุมครม.เห็นชอบภายในเดือนก.ย.นี้ โดยเงินส่วนใหญ่จะลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจเดือนต.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากเงินก้อนนี้ผลักดันออกไปจนหมด คิดเป็นเงินกว่า 9.24 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเงินก้อนแรกที่จะเข้าไปจ้างงานได้ 4.1 แสนล้านตำแหน่ง และในช่วงถัดไป สศช.จัดทำมาตรการกระตุ้นในรอบที่ 2 เน้นการท่องเที่ยว จ้างงาน และพัฒนาทักษะ มีวงเงินอีกประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้จะลงไปเป็นระยะๆ เหมือนที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าเงินจะลงไปเป็นระยะๆ ประมาณ 4 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่คณะกรรมการฯ ทยอยใช้เงินก้อน 4 แสนล้านบาท ไม่ได้ใช้ครั้งเดียวหมด เป็นเพราะว่ายังต้องติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 หากกลับมาระบาดรอบ 2 ก็จะมีวงเงินเหลือไว้ใช้จ่าย แต่หากโชคดีไม่มีการระบาดรอบ 2 เงินที่เหลืออยู่ก็จะนำไปใช้ในแพ็คเกจอื่นๆ ซึ่ง ศบศ. ก็กำลังคิดแพ็กเกจอยู่ หากมีการพิจารณารายละเอียดชัดเจนแล้ว จะเสนอครม.ต่อไป&amp;rdquo;นายทศพร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ภาพรวมเงินการใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของแผนงานด้านสาธารณสุข วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 100 ล้านบาท ด้านแผนงานเยียวยาผลกระทบจากไวรัสวิด-19 วงเงิน 5.5 แสนล้านบาท ใช้ไปแล้ว 2.9 แสนล้านบาท ยังเหลืออยู่ 2.1 แสนล้านบาท และในด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขอใช้ไปแล้ว 9.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งอนุมัติไปแล้ว 4.5 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายอนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ คณะกรรมการฯ จะมีการพิจารณาโครงการขอใช้เงินกู้ที่สำคัญๆ วงเงินรวม 2-3 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อจ้างงานนักศึกษาให้เข้าไปช่วยงานราว 3,000 ตำบล อัตราจ้าง 60,000 ราย, โครงการเกษตรแปลงใหญ่ จะช่วยปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตภาคการเกษตร, โครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ของกองทุนหมู่บ้าน เป็นการทำผลิตภัณฑ์ของชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76924</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์, สภาพัฒน์, สศช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f587f2061e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูเห็นพ้องงบฟื้นศก.หลังโควิด - &#039;ทรัมป์&#039;สวมแมสก์โอ่รักชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำชาติสมาชิกอียูถกมาราธอน 4 วัน 4 คืน สุดท้ายเห็นพ้องงบช่วยเหลือฟื้นฟูประเทศสมาชิกจากผลกระทบของโควิด-19 รวม 7.5 แสนล้านยูโร อีกด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โวรักชาติกว่าใคร กลับลำใส่แมสก์เพื่อเอาชนะไวรัสจีนที่มองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอียูที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) จัดประชุมยาวนานที่กรุงบรัสเซลส์ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา และสามารถบรรลุความตกลงกันได้ในวันอังคาร หลังจากถกเถียงกันนานกว่า 90 ชั่วโมง โดยที่ประชุมเห็นพ้องกับแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 750,000 ยูโร (ราว 27.15 ล้านล้านบาท) แบ่งเป็นในรูปเงินให้เปล่าและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งถึงขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยทั่วโลกแล้วมากกว่า 610,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 14.7 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์สำหรับยุโรป&amp;quot; ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าว ขณะที่นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนีก็แสดงความโล่งใจที่อียูแสดงออกได้ทัดเทียมกับวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเจรจาใช้เวลาเนิ่นนาน เนื่องจากความไม่ลงรอยกันระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากไวรัสโคโรนา เช่น สเปนกับอิตาลี กับ 4 ประเทศ &amp;quot;ตระหนี่&amp;quot; ที่ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก และออสเตรีย กับฟินแลนด์ ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการโอบอุ้มเศรษฐกิจของกลุ่มให้พ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งต้องผ่านการเจรจาทางเทคนิคและการให้สัตยาบันโดยรัฐสภายุโรป แบ่งเป็นโครงการเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า 390,000 ล้านยูโร แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น อิตาลีและสเปน กับอีก 360,000 ล้านยูโร ในรูปเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่ชาติสมาชิกทั้งหมด นอกจากนี้ที่ประชุมยังบรรลุความตกลงเกี่ยวกับงบประมาณระยะ 7 ปี มูลค่า 1.1 ล้านล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาติร่ำรวยในยุโรปกำลังดิ้นรนกอบกู้ภาวะเศรษฐกิจ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า ผลกระทบจากโควิด-19 จะหนักหนาที่สุดสำหรับประเทศยากจนเช่นในทวีปแอฟริกา ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก แสดงความกังวลว่า โรคนี้กำลังแพร่ระบาดเร็วขึ้นในทวีปนี้ โดยแอฟริกาใต้เพิ่งมีผู้เสียชีวิตเกิน 5,000 ศพเมื่อสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอเมริกาใต้ บราซิลมีผู้เสียชีวิตเกิน 80,000 คนแล้วเมื่อวันจันทร์ จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 2.1 ล้านคน เป็นยอดเสียชีวิตและติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ส่วนสหรัฐนั้นมีผู้ติดเชื้อรายวันมากกว่า 60,000 คน เป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน โดยยอดสะสมถึงวันอังคารมีมากกว่า 3.8 ล้านรายแล้ว เสียชีวิตมากกว่า 140,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยปฏิเสธหน้ากากอนามัย โดยเมื่อวันจันทร์ เขาทวีตภาพตนเองสวมหน้ากากอนามัยพร้อมข้อความว่า พวกเราเป็นเอกภาพในความพยายามเอาชนะไวรัสจีนที่มองไม่เห็น หลายคนกล่าวว่าการสวมหน้ากากเป็นความรักชาติเมื่อคุณไม่สามารถรักษาระยะห่างทางสังคมได้ &amp;quot;ไม่มีใครรักษามากไปกว่าผม ประธานาธิบดีคนโปรดของคุณ&amp;quot; ทรัมป์ทวีต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72138</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, หน้ากากอนามัย, อียู, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16f7c9bcec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ใช้กม.สงคราม สั่ง&#039;จีเอ็ม&#039;เร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจในภาวะสงครามตามกฎหมายการผลิตเพื่อป้องกันประเทศ สั่งการให้บริษัทจีเอ็มเร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนไข้โควิด-19 พร้อมกันยังลงนามงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ 2 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องล็อกดาวน์ประเทศแล้วราว 60% แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นไม่หยุดโดยในวันศุกร์ที่ผ่านมายอดติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มเป็น 104,661 รายแล้ว ติดเชื้อ 1,711 ราย รัฐนิวยอร์กรัฐเดียวมีผู้เสียชีวิตเกิน 600 ราย ติดเชื้อมากกว่า 46,200 ราย แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เคยกล่าวเรียกร้องต่อรัฐบาลกลางหลายครั้งว่า รัฐกำลังขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ โดยเตือนว่าการแพร่ระบาดในรัฐนี้จะยังไม่ถึงจุดพีคภายในเวลา 3 สัปดาห์ข้างหน้าด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีเพิ่งให้สัมภาษณ์ฟ็อกนิวส์ ติติงข้อเรียกร้องของนิวยอร์กว่าต้องการเครื่องช่วยหายใจไปทำไมถึง 30,000-40,000 เครื่อง ได้ตัดสินใจเมื่อวันศุกร์ ประกาศใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (ดีพีเอ) เพื่ออาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้สั่งการให้บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เร่งดัดแปลงโรงงานผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งของจีเอ็มมาผลิตเครื่องช่วยหายใจเพื่อป้อนโรงพยาบาลที่ขาดแคลนโดยเร็ว หลังจากการเจรจากับจีเอ็มยังล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า กฎหมาย ซึ่งใช้ในเวลาสงครามเพื่อบังคับให้ภาคธุรกิจผลิตสิ่งของที่จำเป็นต่อการป้องกันประเทศ จะให้อำนาจรัฐบาลสั่งการให้จีเอ็ม &amp;quot;ยอมรับ, ปฏิบัติ และให้ความสำคัญกับการทำสัญญาของรัฐบาลกลางเพื่อผลิตเครื่องช่วยหายใจเป็นลำดับแรก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น จีเอ็มชี้แจงว่าบริษัทได้ทำข้อตกลงกับบริษัท เวนเทคไลฟ์ซิสเต็มส์ ผู้ผลิตเครื่องเวชภัณฑ์ เพื่อสร้างอุปกรณ์การแพทย์สำหรับใช้ในห้องฉุกเฉินที่โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองโคโคมา รัฐอินดีแอนา และคาดว่าจะเริ่มจัดส่งสินค้าได้เดือนหน้า แต่ดูเหมือนว่าทำเนียบขาวยังไม่พอใจ และทรัมป์ประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในอีก 4 ชั่วโมงต่อมา ทำให้จีเอ็มตอบโต้ว่า บริษัทจีเอ็ม, เวนเทค และฐานซัพพลายของตน เร่งทำงานไม่หยุดมากว่าสัปดาห์อยู่แล้ว เพื่อผลิตให้ทันกับความต้องการเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ทรัมป์ยังได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ (64.95 ล้านล้านบาท) ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นเอกฉันท์ในวันศุกร์ หลังจากการลงมติของวุฒิสภาเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบช่วยเหลือก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสภาคองเกรสนี้ จะรวมถึงงบ 500,000 ล้านดอลลาร์สำหรับช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด, งบ 290,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับแจกจ่ายให้ชาวอเมริกันที่ไม่รายได้ปีละไม่ถึง 75,000 ดอลลาร์ (ราว 2.43 ล้านบาท) โดยแจกรายละ 1,200 ดอลลาร์ (เกือบ 39,000 บาท) และให้เด็กต่อหัวอีกรายละ 500 ดอลลาร์ (กว่า 16,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีงบเงินกู้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอีก 350,000 ล้านดอลลาร์, งบช่วยเหลือการว่างงาน 250,000 ล้านดอลลาร์ และงบสำหรับโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขอีกไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61238</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกระตุ้นเศรษฐกิจ, จีเอ็ม, พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ, เครื่องช่วยหายใจ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7efffee33a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
