<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ้อพรรคร่วมรุมถล่ม! ‘บิ๊กตู่’บ่นกลางครม.ถกงบสองวัน‘ภท.-ปชป.’ขยี้ไม่เลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ตัดพ้อไหนบอกโอเค แต่ให้ลูกพรรคถล่มงบ 65 โครมๆ&amp;nbsp; กำชับรัฐมนตรีเร่งชี้แจงให้เข้าใจว่าสาธารณสุขอย่าดูแค่งบโดดๆ &amp;ldquo;2 อนุชา&amp;rdquo; ประสานเสียงเรือแป๊ะไม่ระหองระแหง &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; เปิดแผลใหม่ ซัดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณส่อเค้าผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง &amp;ldquo;กรวีร์&amp;rdquo; ขย่มซ้ำงบพิลึกพิลั่น&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก้าวไกล-พท.&amp;rdquo; พุ่งเป้าถล่มงบกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 1 มิถุนายน ถือเป็นวันที่สองในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ขณะเดียวกันก็มีการประชุม ครม.ด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ตามปกติ โดยมีรายงานว่า ในการประชุม ครม.ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี?และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึงการประชุมสภาในเชิงตัดพ้อ? น้อยใจกรณี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณว่า &amp;ldquo;ขอให้ช่วยๆ กัน ตรงไหนเกี่ยวข้องก็ให้ช่วยเร่งตอบ ปากก็ว่าโอเค แต่ปล่อยให้ลูกพรรคซัดโครมๆ&amp;rdquo;
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้บอกกับนายอนุทิน? ชาญวีรกูล? รองนายกฯ และ ?รมว.สาธารณสุข? รวมทั้งนายสาธิต? ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข? ให้ช่วยชี้แจงรายละเอียดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขที่ถูกตัดไปว่าเป็นส่วนไหนอย่างไร และให้บอกด้วยว่าในพระราชกำหนดเงินกู้กระทรวงสาธารณสุขได้งบตรงไหนอย่างไรบ้าง? โดยระหว่างที่? พล.อ.ประยุทธ์กำลังพูดอยู่? ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ขัดข้อง? ทำให้รัฐมนตรีหลายคนหลุดจากระบบเชื่อมต่อออกไป? แต่พอเมื่อแก้ไขกลับมาแล้ว หลายคนไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอะไรไปบ้าง มีแต่ได้ยินเสียงนายสาธิตหัวเราะแหะๆ แก้เขินอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีพรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจกับการจัดสรรงบประมาณของ สธ.ว่า ในที่ประชุม ครม. นายอนุทินได้ชี้แจงว่าอาจเกิดการเข้าใจผิดกันในเรื่องการจัดสรรงบ เพราะนอกเหนือจากงบรายกระทรวงแล้ว ในส่วนของ สธ.ยังมีงบอื่นๆ ทั้งที่เป็นงบกลางและงบจากกรอบวงเงินกู้ ซึ่งเมื่อนำมาบวกกันแล้วจะเห็นได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;งบ สธ.มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 153,900 ล้านบาทก็จริง แต่ยังมีงบที่ตั้งไว้ที่กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีงบประมาณที่ตั้งไว้ที่กองทุนการแพทย์ฉุกเฉินอีก ฉะนั้นเมื่อรวมกันแล้วก็จะมีวงเงินในส่วนของงบปกติตั้งไว้ถึงกว่า 293,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้มีการพูดถึง มีการพูดถึงเฉพาะงบที่ สธ.ได้รับจึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมาได้&amp;rdquo; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะแก้ปัญหาและดูแลพรรคร่วมรัฐบาลอย่างไรหลังเกิดความระหองระแหงขึ้น นายอนุชากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่าไม่มีความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาลอะไรทั้งสิ้น การประชุม ครม.ก็พูดคุยกันด้วยดีทุกอย่าง ทุกพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้มีการชี้แจงว่าจะพูดคุยกับสมาชิกของพรรคตัวเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในรายละเอียดเพิ่มเติม โดยนายอนุทินได้บอกว่าในการประชุมสภาหลังสมาชิกได้อภิปรายในบางส่วนแล้ว ก็จะลุกขึ้นชี้แจงด้วยตัวเองถึงงบประมาณของ สธ.ที่ได้รับอย่างเหมาะสม โดยนายกฯ ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณทั้งในส่วนของงบกลาง งบเงินกู้เพิ่มเติมให้ ยืนยันว่าการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบันไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ยังทำงานด้วยความพยายามที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ประชาชนมีความชัดเจนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดการฉีดวัคซีน การจัดหาวัคซีนทั้งวัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุเลาลงให้ได้มากที่สุด
ยันพรรคร่วมเหนียวแน่น
นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่มีอะไรหรอก ก็ธรรมดา พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่แล้ว ส่วนการอภิปรายนั้นมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ถล่ม ก็พูดกันถึงเรื่องที่ต้องทำร่วมกัน ไม่มีอะไรขัดแย้ง
ทั้งนี้ เมื่อถามย้ำกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ภท. อภิปรายบอกหัวหน้าพรรคถ้าเขาไม่รักกลับบ้านดีกว่า นายอนุชาไม่ต้องตอบคำถาม ก่อนโบกมือให้สื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการประชุมสภาวันที่สองนั้น ก่อนการประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การอภิปรายงบประมาณ คิดว่าเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่าจะผ่านไปด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ทุกฝ่ายทำงานได้ราบรื่น ใช้เวลาได้อย่างมีคุณภาพ วันนี้ก็จะเป็นเช่นเดียวกัน มั่นใจว่าบรรยากาศก็จะดี ส่วนเนื้อหาสาระทางฝ่ายค้านเราพอใจเป็นการอภิปรายโดยภาพรวมที่ชี้ให้เห็นถึงสภาวะสถานการณ์ของประเทศ ซึ่งรัฐบาลประเมินผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และการประเมินสถานการณ์โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภาเริ่มการประชุม โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. อดีต รมช.การคลัง อภิปรายว่า ขณะนี้เรากำลังประสบกับภาวะวิกฤติงบประมาณตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 เกี่ยวกับการขาดดุลและงบลงทุน ซึ่งเราทำผิดข้อนี้ แม้จะบอกว่าได้แก้ไขโดยแจ้งกล่าวก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบงบประมาณขณะนี้เข้าสู่จุดบอด กำลังจะประสบปัญหาชนเพดาน ซึ่งไม่ได้ตำหนิรัฐบาล เพียงแต่อยากให้เราดูแลระบบงบประมาณให้ดีจะได้เป็นเครื่องมือสำคัญของประเทศ เพราะขณะนี้ระบบงบประมาณกำลังอยู่ในวิกฤติ แม้เจ้าหน้าที่บอกว่าหนี้สาธารณะยังไม่เกินเพดานที่กำหนดไว้ที่ 60% และปั่นตัวเลขจีดีพี ซึ่งไม่อยากให้เราทำผิดกฎหมาย โดยอนุมัติงบประมาณไป เพราะงบประมาณรายจ่ายปี 2565 จะขาดดุลถึง 7 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าสภาอนุมัติงบปี 2565 เท่ากับเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลทำผิด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 10 (1) กำหนดให้นายกฯ ต้องแถลงฐานะการคลัง แต่การแถลงของนายกฯ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ยังมีความไม่สมบูรณ์ หรือไม่แน่ใจว่านายกฯ จงใจทำผิด พ.ร.บ.หรือไม่ นายกฯ แถลงเพียงตัวเลขหนี้และตัวเลขไม่กี่ตัวที่ไม่ใช่ฐานะการคลัง ประกอบกับในมาตรา 11 กำหนดว่าต้องแถลงวิธีการหาเงินด้วย แต่นายกฯ ไม่แถลง ไม่อยากเห็นเราทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายที่นายกฯ เซ็นเอง รัฐบาลไม่แสดงฐานะการคลัง ไม่อธิบายหนี้ที่เสนอเพิ่มเติม และไม่แสดงวิธีการหาเงินชดเชยการขาดดุล&amp;rdquo;นายพิสิฐระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.35 น. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรค พท. อภิปรายพุ่งเป้าไปที่งบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่างบบุคลากรที่กองทัพมีบุคลากรที่เป็นนายพลจำนวนมาก เลื่อนยศตอบสนองกัน แต่ไม่ดูว่าตอนนี้ชาวบ้านลำบาก กองทัพคือปัญหาประเทศ ไม่ได้รังเกียจทหาร แต่การจัดงบแบบนี้ทำไม่ได้ การจัดสรรงบ ถามว่าจะไปรบกับใคร และการที่มีทหารเกณฑ์มากมายถามว่าเอาไปทำอะไร การเช่ารถยนต์ต่างๆ รายการปรับปรุงอาคารกองทัพบกต่างๆ จึงฝากชั้นกรรมาธิการว่าอะไรที่เริ่มในงบปี 65 ขอตัดให้หมด
เด็กภท.ขย่มงบพิลึกพิลั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 11.15 น. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. อภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณปีนี้เป็นปีที่ผิดแปลกและแตกต่างไปจากงบปี 63-64 เพราะโจทย์ใหญ่และความคาดหวังของประชาชนอยู่ที่การแก้ไขปัญหาโควิด แต่กระทรวงสาธารณสุขที่เปรียบเหมือนหัวหอกและเรือธงในการแก้ปัญหากลับถูกตัดงบอย่างน่าใจหาย อยากย้ำเตือนไปยังสำนักงบฯ ว่าเรากำลังทำสงครามกันอยู่ เราอยู่ในสงครามโรค อาวุธยุทโธปกรณ์ที่กองทัพมีอยู่นั้น ไม่สามารถเอาชนะกับสงครามครั้งนี้ได้ แต่อาวุธเพียงอย่างเดียวคือการสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขเพื่อเป็นหลักประกันในการต่อสู้กับโควิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดทำงบปีนี้พิลึกพิลั่นจริงๆ และไม่มีใครรู้ว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลและรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้ หากเป็นครั้งสุดท้ายผมอยากเห็นการจัดสรรงบครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาและพาชีวิตคนไทยไปสู่ภาวะปกติ&amp;rdquo; นายกรวีร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 11.55 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ชี้แจงกรณีนายพิสิฐอภิปรายถึงหนี้สาธารณะว่า จะทะลุเพดานหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในกรอบ 60% ที่คณะกรรมการวินัยการเงินการคลังเป็นผู้กำหนด ซึ่งการพิจารณาแผนการบริหารหนี้สาธารณะ รัฐบาลมีการจัดทำทั้งแผนระยะสั้นและปานกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอต่อคณะกรรมการวินัยการเงินฯ เพื่อพิจารณา ส่วนการจัดเก็บรายได้ของแผ่นดิน ส่วนใหญ่เป็นการจัดเก็บภาษี โดยข้อมูลด้านสถานะการเงินการคลังนั้น มีการแสดงไว้ในเอกสารฉบับที่ 5 แล้วสมาชิกสามารถดูได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิฐกล่าวโต้ตอบว่า การชี้แจงของ รมว.การคลังเป็นเพียงบางส่วน และไม่ใช่ส่วนที่แสดงความเป็นห่วง คือ นายกฯ ประกาศในคำแถลงของสภาว่าวิธีการแก้ปัญหา เรื่องของงบลงทุน จะอาศัยการกู้เงินในการออกกฎหมายตาม พ.ร.บ.หนี้ แต่ตัวอย่างของ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท มีการออกกฎหมายอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น ไม่มีข้อมูลปรากฏให้ ส.ส. หรือ ส.ว.ตรวจสอบ และรัฐบาลก็ใช้ไปเรื่อยๆ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องในหลักบริหารจัดการงบประมาณที่ดี จึงขอให้ระมัดระวังไม่ทำอีก ซึ่งรัฐบาลอาจมีเหตุผลเรื่องโควิด-19 แต่งบประมาณประจำปีควรจัดการ เพื่อมาทำเรื่องโควิดให้มากกว่านี้ แทนที่จะอาศัยการกู้เงินที่ง่าย แต่จะสร้างผลกระทบที่ตามมาในเรื่องตัวเลขหนี้ที่เราเห็นกันมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 16.20 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (กก.) อภิปรายพุ่งเป้าไปที่กระทรวงกลาโหม ทั้งเรื่องของการจัดซื้ออาวุธแบบปีเดียวจบ งบประมาณบุคลากร โดยเสนอให้ปลดถ่ายกำลังพลก่อนเกษียณอายุ พร้อมระบุว่า งบประมาณปีนี้ ให้ผ่านไม่ได้จริงๆ จากที่ฟังการอภิปรายมาตลอด 2วัน เห็นพรรคภูมิใจไทยที่มีความเป็นห่วงในการถูกปรับงบในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่ว่าห่วงใยว่างบถูกปรับลดแล้วก็ยกมือให้ ไม่ทำตัวเป็นเด็กดื้องอแง แต่เมื่อได้รถไฟฟ้ามาเป็นของเล่นแล้ว จะยกมือผ่านให้การโหวตคว่ำร่างงบ ปี 2565 เป็นวิธีการที่รวบรัดที่สุดในการคืนงบให้กระทรวงสาธารณสุข เพราะจะกลับไปใช้งบ 2564 พลางก่อน ไม่ต้องรอแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ และไม่ต้องหวัง พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เป็นวิธีโรแมนติกที่สุดที่จะพาหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับสู่บ้านคืนสุข และส่ง พล.อ.ประยุทธ์กลับบ้านเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ลุกขึ้นประท้วงนายพิจารณ์ที่พาดพิงพรรค และขอให้ถอนคำว่าพรรคภูมิใจไทยทำตัวเป็นเด็กงอแง ซึ่งนายพิจารณ์ก็ได้ถอนคำพูด ก่อนแก้ไขว่าหวังว่าพรรคภูมิใจไทยจะโหวตตามที่ได้อภิปราย
ยันงบวัคซีนมีไม่จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงว่า วันนี้มีวัคซีน 2 ยี่ห้อ และคาดว่า จะได้ยี่ห้ออื่นเข้ามาอีกในเดือน มิ.ย. ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ปัญหาคือวันนี้ทุกประเทศในโลกแย่งชิงวัคซีนกัน การใช้งบเรื่องของวัคซีน เราใช้ทั้งงบประมาณปกติ งบพิเศษ ทั้งเงินกู้และงบกลาง ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหาเรื่องการซื้อวัคซีน ส่วนการนำเข้าต้องขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา (อย.) ขอยืนยันว่า ศบค.ไม่ได้ใช้อำนาจตนคนเดียว แต่รัฐมนตรีทั้งหมดอยู่ในนี้ด้วย กทม. หมอ ที่ปรึกษา บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งใช้ข้อมูลจากตรงนั้นมาตัดสินใจ ไม่ใช่ไปสั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงช่วงนี้นายกฯ ได้หยุดพูดพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านเข้าใจผมผิดหรือเปล่าก็ไม่ทราบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกอย่างต้องเป็นไปตามสถานการณ์ เราพยายามทำเต็มที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ งบวัคซีนมีไม่จำกัด ในสถานการณ์ที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ใช้หนี้จำนำข้าวไปเท่าไหร่ ใช้หนี้ไปกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่อยากจะย้อนกลับ แต่ใช้หนี้ไปแล้ว 7.5 แสนล้านบาท เหลือภาระหนี้อีก 2.8 แสนล้านบาท ต้องใช้อีก 12 ปีถึงจะหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงว่า รัฐบาลมีงบไม่จำกัดในการซื้อวัคซีนทุกยี่ห้อที่มีประสิทธิภาพ ขอให้มั่นใจว่า ไม่ว่างบวัคซีนจะอยู่ในงบส่วนใด ทั้งงบกลาง เงินกู้ แต่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคระบาดทุกโรค ส่วนเรื่องค่าเสี่ยงภัยนั้น รัฐบาลนี้ได้อนุมัติค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัย 1,500 บาท ให้แพทย์และพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1,000 บาท ที่เข้าเวรดูแลผู้ป่วยโควิด มีการเบิกค่าใช้จ่ายไปครบแล้ว เรื่องความพร้อมของระบบสาธารณนั้น รัฐบาลนี้เท่านั้น ที่กล้าให้คำยืนยันว่าคนไทยหรือคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หากติดโควิดจะได้รับการรักษาถึงมือแพทย์ทุกคน ไม่มีใครถูกเลือกไม่ได้รับการรักษาเหมือนประเทศอื่น ไม่มีผู้ป่วยคนใดถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการรักษา จะมีโรงพยาบาลทุกระดับชั้นตามความเหมาะสม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104975</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาโหม, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565, พรรคร่วมรัฐบาล, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b650681a8f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่อย&#039;ข้องใจงบทหารได้มากกว่าหมอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊คมีเนื้อหาว่า ตามดูงบประมาณ65 &amp;nbsp;EP. 1 ในขณะที่วิกฤตคือโรคร้าย แต่รัฐบาลกลับจัดงบปี 65 ให้ทหารมากกว่าหมอ ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับมหาวิกฤติโรคร้าย ที่ได้สร้างความทุกข์ยากให้กับประชาชนคนไทยทั้งต่อสุขภาพและสภาพเศรษฐกิจ ดังนั้นคงไม่มีภารกิจอื่นใดที่จะสำคัญไปกว่าการควบคุม โควิด-19 ที่ทุกประเทศล้วนมีแผนจะสยบโควิด ให้จบภายในสิ้นปีนี้ &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปรกติ ทำมาให้กินได้อีกครั้ง แต่รัฐบาลไทยกลับจัดงบประมาณปี 65 ให้กระทรวงกลาโหมสูงถึง 203,282 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ที่มีหน้าที่ต้องออกไปสู้รบกับโควิดกลับจัดให้เพียง 153,940 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศัตรูที่ต้องสู้รบขณะนี้คือเชื้อโรคโควิด ตัวเล็กๆ ที่ต้องใช้ วัคซีน คุณภาพดีเป็นอาวุธ ไม่ใช่รถถัง หรือเรือดำน้ำ ทำไมรัฐบาลประยุทธถึงต้องให้เงินกองทัพมากมายขนาดนั้น ในปีนี้ ที่เรากำลังเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด รัฐบาลต้องจัดงบประมาณให้ตอบโจทย์ต่อการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชนและประเทศชาติก่อน รัฐบาลจึงควรทุ่มประมาณไปการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นลำดับแรกก่อน โดยเฉพาะการเร่งจัดซื้อวัคซีน คุณภาพดีหลากหลายชนิด ให้เพียงพอ
ที่จะฉีดให้คนไทยได้ทุกคนอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะขณะนี้เรามีโควิดเข้ามาระบาดในประเทศไทยถึง 3-4 สายพันธุ์แล้ว แต่กลับมีวัคซีนเพียง 2 ชนิดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นเรายังต้องจัดงบประมาณให้นักรบของเราคือบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ที่ทำงานเหนื่อยยาก และที่สำคัญต้องจัดงบประมาณ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย ให้เพียงพอต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคร้าย ทั้งเตียง อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นรวมทั้งเพิ่มการตรวจเชิงรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจึงอยากจะขอรัอง พลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ได้โปรดทบทวนการจัดงบประมาณประจำปี 2565 ตามเหตุผลที่ดิฉันได้กล่าวมาข้างต้น ดิฉันเข้าใจดีว่ากองทัพจำเป็นต้องมีการพัฒนา แต่จะขอให้กองทัพได้โปรดเสียสละชะลอโครงการต่างๆ ไว้เพียงแค่ปีนี้ปีเดียว เพื่อระดมงบประมาณเอาไปต่อสู้กับโรคร้าย และช่วยเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับประชาชนให้รอดเสียก่อน แต่ถ้ายังดึงดันจัดงบประมาณกันแบบนี้ไม่ใช่ไทยชนะ &amp;nbsp;แต่จะเป็น ใครชนะ ทุกท่านคงรู้อยู่แก่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103870</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, งบกลาโหม, งบประมาณ 65, พรรคไทยสร้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a49a5559836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลแจงประเด็นร้อน งบกลาโหม - ขาดทุนแบงก์ชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร ระหว่าง 31 พ.ค. - 2 มิ.ย.ว่า ถือเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลพร้อมชี้แจงให้ข้อมูลถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณปี 65 และขณะเดียวกัน ส.ส.จะได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง หากการใช้เวลาอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากบางกลุ่มเกี่ยวข้องกับร่างพรบ.งบประมาณฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอชี้แจงดังนี้ 1.การที่งบประมาณรายจ่ายลงทุนปี 65 วงเงิน 624,399 ล้านบาท (20.14% ของงบประมาณรายจ่าย) น้อยกว่าการขาดดุลงบประมาณที่ตั้งไว้ 700,000 ล้านบาท ไม่ได้ขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง ตามที่เข้าใจผิดกัน แม้กฎหมายได้กำหนดให้งบประมาณรายจ่ายลงทุน ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปี อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาในวรรคสอง ของมาตรา20 ด้วย ซึ่งกำหนดข้อยกเว้น กรณีที่การตั้งงบประมาณรายจ่ายไม่สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่งได้ ให้รัฐบาลแสดงเหตุผลความจำเป็นและมาตรการในการแก้ไขต่อรัฐสภาพร้อมกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้วย และเพื่อให้เป็นตามที่กฎหมายกำหนด ครม. เมื่อ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบหลักการมาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจำนวนน้อยกว่าวงเงินส่วนขาดดุล และจะรายงานให้สภาฯได้ทราบ โดยการเพิ่มแหล่งเงินลงทุนของประเทศ &amp;nbsp;ประกอบด้วย​ การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership: PPP), กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund), การใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบน้ำ การสร้างคุณภาพชีวิต และการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค การลงทุนเพื่อการให้บริการด้านสาธารณสุข ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างความเข้มแข็งของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา​ กล่าวว่า​ 2.ข้อวิจารณ์ว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณมากกว่ากระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในความเป็นจริง งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสาธารณสุขนั้น ยังมีในส่วนของกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเมื่อรวมงบประมาณเข้าด้วยกันแล้ว ด้านการสาธารณสุขได้รับการจัดสรรมากกว่ากลาโหม กว่า 9.2 หมื่นล้านบาท ​ 3.ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเลขการรายงานเงินขาดทุนสะสมของธนาคารแห่งประเทศไทย มูลค่า 1.069 ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ใช่หนี้สาธารณะ ตามที่ไปลือกัน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า รายงานดังกล่าวเป็นการแสดงรายการงบการเงินของ ธปท. และเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการทำหน้าที่ปกติของธนาคารฯ ในการดูแลเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติเช่นเดียวกันทั่วโลก ตามนิยามของ IMF ที่กำหนดมาตรฐานการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจการเงินเพื่อการเปรียบเทียบและติดตามการทำนโยบายของประเทศสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ส่งผลให้ประมาณการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 มีจำนวน 3,100,000 ล้านบาท ลดลงจากงบประมาณปีก่อน ที่กำหนดไว้ 3,285,962.5 ล้านบาท ประเด็นข้อสงสัยจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อมูลถึงความจำเป็นและประโยชน์ของการใช้งบประมาณแผ่นดินในแผนงานและโครงการต่างๆ รวมถึงความสอดคล้องต่อสถาณการณ์ของประเทศ ทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ประเทศจะได้เดินหน้าบนพื้นฐานความเข้าใจ แม้อาจมีความเห็นต่างกันบ้าง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103855</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดทุนแบงก์ชาติ, งบกลาโหม, ชี้แจงประเด็นร้อน, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bb4f845903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนทุบโต๊ะถกงบ2วันพอ ‘ฝ่ายค้าน’อัดมุ่งแต่มั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ชวน&amp;quot; ย้อนฝ่ายค้านสมัยเป็นรัฐบาลถก พ.ร.บ.งบฯ แค่ 1-2 วัน กรีด 5 วันอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; แจงงบกลาโหมเพิ่มตามสัดส่วนไม่มากเกินไป ล้อแผนพัฒนากองทัพ ฝ่ายค้านขย่มงบ 63 ไม่เหลียวแลกระตุ้นเศรษฐกิจ มุ่งด้านมั่นคง-กระทรวงคนใกล้ชิดนายกฯ 5 ปีมีแต่วาทกรรมขายฝัน คนจนพุ่ง-ประเทศย่ำแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้เวลาอภิปราย 5 วันว่า ที่ผ่านมาสมัยที่ฝ่ายค้านเป็นรัฐบาล ในวาระแรกที่รับหลักการก็ใช้เวลาอภิปราย 1-2 วันเท่านั้น แต่พอถึงวาระที่ 2 ทุกคนจะแปรญัตติเป็นรายมาตรา จะใช้เวลามากกว่า 2 วัน แต่ที่ผ่านมาบางครั้งก็มีการอภิปรายถึง 3 วัน เพราะสมาชิกแต่ละคนขอแปรญัตติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะใช้เวลาอภิปรายกี่วัน ขึ้นอยู่กับวิปทั้งสองฝ่ายที่จะบริหารเวลาด้วยตัวเอง แต่ 5 วันในขั้นรับหลักการไม่เคยมี ผมว่าเป็นการขออภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่าหรือไม่&amp;quot; นายชวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวการกว้านซื้อ ส.ส.เพื่อให้สนับสนุนการลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่มีความเห็น เพราะไม่ทราบเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลยังไม่ได้หารือเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 วัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีมากแค่ไหน รวมถึงข้อตกลงระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คาดว่าคงได้ข้อสรุปจากการประชุมหารือของวิปทั้งสองฝ่ายในวันที่ 10 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของกระทรวงกลาโหมและกองทัพว่า งบประมาณของกองทัพไม่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่ทุกอย่างเพิ่มไปตามสัดส่วนของงบประมาณ ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเพิ่มเลย และที่ผ่านมากองทัพขาดแคลนงบประมาณมาโดยตลอด ทั้งนี้ เรามีแผนงานที่พัฒนากองทัพ โดยเฉพาะเรื่องยุทโธปกรณ์ที่ของเดิมเก่ามากแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยน ยืนยันว่าสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกองทัพไม่ได้มากจนเกินไป เพราะมีการจัดตั้งหน่วยใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าควรนำงบประมาณไปจัดซื้อเครื่องบินให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทนเครื่องที่ตกไปนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แต่ละหน่วยงานมีงบประมาณของตนเองอยู่แล้ว เพราะทุกหน่วยงานมีการพัฒนาและงบประมาณมีจำนวนน้อย เพราะจะต้องจัดสรรกันไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถชี้แจงในวันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต่อสภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กรอบงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมอยู่ที่ร้อยละ 7.29 ของงบประมาณทั้งประเทศ ซึ่งภาพรวมต่ำกว่าที่ได้รับการจัดสรร 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยที่ร้อยละ 7.5 สำหรับวงเงินที่เพิ่มขึ้นยังถือว่าเป็นปกติตามสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของงบประมาณทั้งประเทศปี 2563 อย่างไรก็ตาม การพัฒนากลาโหมยังคงเป็นไปตามแผนพัฒนาขีดความสามารถของกระทรวงกลาโหมในกรอบ 10 ปี (ปี 2560-2569) เพื่อให้มีขีดความสามารถเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ภัยคุกคามตามช่วงเวลาที่ได้ประเมิน บนพื้นฐานความเป็นไปได้ทางด้านงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563&amp;nbsp;ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในกรอบงบประมาณ&amp;nbsp;3.2 ล้านล้านบาท ถือว่าสูงที่สุดในประเทศไทยที่เคยมีมา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงมากที่สุด จัดสรรงบให้ด้านความมั่นคง 4.28 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.4 ของงบประมาณทั้งหมด เฉพาะที่กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรวงเงิน 2.33 แสนล้านบาท เป็นที่น่าสังเกตในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่างบประมาณด้านความมั่นคงปรับสูงขึ้นทุกปี มีการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่อยู่ในมือของคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น ในขณะที่การจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงที่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาลลดลงทุกกระทรวง ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และงบกลางปรับเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นำงบประมาณมากกว่า 6.2 หมื่นล้านบาทไปชดเชยให้กับเงินคงคลัง ถือว่าเป็นตัวเลขการเอาเงินคงคลังออกมาใช้มากที่สุด มากกว่าทุกรัฐบาล รัฐบาลไม่มุ่งเน้นในการจัดสรรงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร ดังนั้นต้องดูในรายละเอียดว่ารัฐบาลมีการจัดสรรเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดงบประมาณดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไร เพราะรัฐบาลต้องชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะการดูแลประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลมุ่งไปที่การใช้งบประมาณที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด จึงสวนทางกับนโยบายของรัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลประกาศต่อสาธารณชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างปาฐกถาที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าจะทำให้ไทยเป็นประเทศร่ำรวยภายในปี 2579 ว่าน่าจะเป็นเพียงอีกวาทกรรมหนึ่งในการขายฝัน เหมือนกับที่เคยพูดหลายอย่างมาก่อนหน้านี้ แต่สุดท้ายเวลาผ่านไปกว่า 5 ปี ไม่สามารถทำได้จริง มีแต่ทำให้ประเทศย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ จนกระทั่งต้องมีการปรับลดตัวเลขจีดีพีอีกครั้ง ขณะที่รัฐบาลทำได้เพียงการแจกเงินคนจน แจกเงินเที่ยว หรือซื้อ ฮ.ติดอาวุธ รวมทั้งโทษไปที่ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เคยขายฝันเหมือนกันว่าในปี 2561 คนจนจะหมดไปจากประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มีการเพิ่มตัวเลขคนจนจากประมาณ 8 ล้านคนมาเป็น 11.4 ล้านคน ในปี 2560 และเพิ่มเป็น 14.5 ล้านคนในปี 2561 จากการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนของรัฐบาล ดังนั้นสิ่งที่คนไทยต้องการตอนนี้คือวิสัยทัศน์ทางด้านเศรษฐกิจของผู้นำประเทศ ว่าทำอย่างไรเศรษฐกิจจึงจะฟื้นตัวเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำอย่างไรเกษตรกรจึงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายสินค้าเกษตร หรือทำอย่างไรคนจนจึงจะหมดไป ไม่ใช่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาวะรวยกระจุก จนกระจายอยู่ในขณะนี้ ถึงเวลาที่สังคมไทยควรคิดกันอย่างจริงจังได้หรือยังว่า เราควรปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เป็นผู้นำในการบริหารประเทศอีกต่อไปหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ทุกคนรู้ดีว่าประชาชนยากจน แต่รัฐบาลก็ยังจัดงบไปซื้อยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะนำไปรบกับใคร วันนี้เราต้องรบกับความยากจนเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าววีโอเอไทยเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจว่า เป็นปัญหาสำคัญที่สุดในขณะนี้ ซึ่งต้องใช้กลไกความร่วมมือของหลายฝ่ายในการแก้ไขปัญหา ทั้งในภาคประชาชนและในระดับโลก ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบัน อย่างวันนี้ราคาสินค้าต่างๆ หรือการค้าขายในตลาดสด ตลาดต่างๆ ค่อนข้างลดลง เพราะการค้าออนไลน์เข้ามาซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 300% แล้ว แต่จำนวนผู้บริโภคเท่าเดิม เศรษฐกิจก็แย่ ร้านค้าต่างๆ ก็ยังขายของแบบเดิมๆ อยู่ จึงชวนว่าจะปรับร้านใหม่ไหม มีกองทุนเอสเอ็มอีจัดร้านให้เป็นระเบียบ หาสินค้าให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็เหมือนกัน ให้เป็น E-Wallet 1,000 บาท เราต้องการกระตุ้นส่วนนี้ ตอนนี้ทุกคนกลัวไปหมด ทุกคนไปปั่นกันหมดว่าเศรษฐกิจแย่ๆ ทุกคนก็เลยไม่ใช้เงิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, งบกลาโหม, งบประมาณปี2563, ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e153477f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเพิ่มงบประมาณกลาโหมปีนี้แค่ 7.5% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมประจำปี 2562 เพียงแค่ 7.5% ลดลงกว่าปีที่แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่ก็ยังเป็นการใช้จ่ายมากถึง 1.776 แสนล้านดอลลาร์ที่เพียงพอต่อการสร้างความวิตกแก่ประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 13 พ.ค. 2561 เรือบรรทุกเครื่องบินที่จีนผลิตเองลำแรกซึ่งมีชื่อเรียกว่า &amp;quot;ชนิด 001 เอ&amp;quot; ออกจากท่าในเมืองต้าเหลียน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานงบประมาณที่รัฐบาลจีนเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ (เอ็นพีซี) ในวันเปิดประชุมประจำวันแรกเมื่อวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2562 ปี 2562 นี้จีนจัดงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหม 1.19 ล้านล้านหยวน (1.776 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 5.64 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561 นั้น จีนจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมเกิน 1 ล้านล้านหยวนเป็นครั้งแรก โดยเป็นการเพิ่มงบจากปีก่อนหน้านั้น 8.1% อยู่ที่ 1.11 ล้านล้านหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีน ซึ่งคุยว่ามีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากเป็นอันดับ 2 ในโลก รองจากสหรัฐ ซึ่งปี 2562 นี้จัดสรรงบประมาณกลาโหมไว้ 7.16 แสนล้านดอลลาร์ จีนไม่ได้เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นตัวเลข 2 หลักมานับแต่ปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิ่มงบประมาณน้อยลงจากปีก่อนเกิดขึ้นสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวลง โดยรัฐบาลปรับลดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือเพียง 6.0-6.5 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจมส์ ชาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทหารจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยาง กล่าวว่า งบใช้จ่ายด้านการทหารของจีนนั้นสอดคล้องกับการขยายตัวของจีดีพีประจำปีของจีน และจีนมีวาระแห่งชาติด้านอื่นๆ ด้วย การใช้จ่ายทางทหารที่มากเกินไปจะเบียดบังทรัพยากรที่จำเป็นอย่างมาก แบบที่เคยเกิดกับอดีตสหภาพโซเวียตมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเดินหน้าเสริมสร้างกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (พีแอลเอ) ซึ่งมีกำลังพลถึง 2 ล้านนาย ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย โดยทุ่มเทงบประมาณในการพัฒนาเครื่องบินรบล่องหน, เรือบรรทุกเครื่องบิน และอาวุธอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งให้คำมั่นว่าจะเปลี่ยนพีแอลเอให้เป็นกองทัพระดับ &amp;quot;เวิลด์คลาส&amp;quot; ภายในกลางศตวรรษนี้ เคยกล่าวเรียกร้องหลายครั้งคราว่ากองทัพต้องอยู่ในภาวะพร้อมรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสุนทรพจน์ต่อสมาชิกเอ็นพีซีเกือบ 3,000 คน นายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ได้กล่าวย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จะพยายามต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพมีความจงรักภักดีทางการเมืองและอยู่ภายใต้การนำของพรรค แต่เขาให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเสริมสร้างการฝึกทางทหารภายใต้ภาวะการรบ และปกป้องอำนาจอธิปไตย, ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาง เย่สุย โฆษกเอ็นพีซี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การใช้จ่ายด้านกลาโหมของจีนนั้นไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่นใด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยและความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมาจีนได้ใช้วาทกรรมดุดันมากขึ้นกับความเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน และยังเดินหน้ายืนยันการอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือดินแดนทางทะเลอันกว้างใหญ่ในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออกที่ยังเป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับหลายประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30579</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาโหม, งบทหาร, จีน, สภาผู้แทนประชาชนจีน, เพิ่มขึ้น 7.5%</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7e72d6583df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;ร่วมเวทีดีเบต โชว์วิชันผู้นำปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 62 - ที่ตลาดวงศกร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงร่วมกับนายสมชาย เวสารัชตระกูล ผู้สมัคร ส.ส. เบอร์ &amp;nbsp;8 &amp;nbsp;เขตสายไหม โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคการเมืองต่างๆเสนอตัดงบประมาณกระทรวงกลาโหมว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคเสนอ แต่การนำเสนอต้องอยู่กับข้อเท็จจริงและเหตุผล ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีมีอยู่ยุคหนึ่งที่งบกระทรวงกลาโหมลดลง นั่นคือสมัยที่ตนเป็นรัฐบาล และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรมว.กลาโหม แปลว่าปรับลดงบกระทรวงกลาโหมได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าลดเพราะอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากเห็นพรรคการเมืองสร้างสรรค์ การวิพากษ์วิจารณ์ทำได้ แต่อย่าให้เกิดบรรยากาศขัดแย้ง และความจริงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อลงสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ควรจะร่วมวงสนทนาแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศประชาธิปไตยที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าอยากกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยควรจะได้ผู้นำที่เป็นประชาธิปไตย โดยลักษณะหนึ่งของผู้นำประชาธิปไตยต้องสามารถแลกเปลี่ยน รับการวิพากษ์วิจารณ์ และแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกับคนอื่นได้ หากไม่สร้างค่านิยมแบบนี้เราก็จะได้ผู้นำแบบอำนาจนิยม&amp;rdquo; หัวหน้าประชาธิปัตย์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29535</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาโหม, บิ๊กตู่, ปชป., มาร์ค, อภิสิทธิ์, เวทีดีเบต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6cc99ecd909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อืมมม..นะ!เพื่อชาติหาเสียงให้เพื่อไทย ซัดแหลก&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่ทำตาม&#039;ชัชชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62- น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากการที่เว็บ iLaw ได้เผยแพร่ข้อมูล งบประมาณของประเทศที่จัดให้กองทัพนับตั้งแต่ที่มีการ รัฐประหาร 2557 รวมแล้วไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาท ดังนี้
ปี 2558 จำนวน 1.92 แสนล้านบาท ปี 2559 จำนวน 2.06 แสนล้านบ ปี 2560 จำนวน 2.13 แสนล้านบาท ปี 2561 ที่ให้กองทัพจำนวน 2.18 แสนล้านบาท ปี 2562 ที่ให้กองทัพจำนวน 2.27 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณกองทัพ 5 ปีเกิน 1 ล้านล้านบาท ในภาวะที่ไม่มีสงครามและมีภัยพิบัติพายุปาบึกเมื่อปีที่ผ่านมาเพียงครั้งเดียวโดยพายุอ่อนตัวเมื่อเข้าฝั่ง จัดเป็นการใช้งบประมาณภาษีของประเทศในลักษณะไม่คุ้มค่า มีลักษณะที่เห็นแก่พวกพ้อง ในระหว่าง 5 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจฐานรากอยู่ในภาวะย่ำแย่ &amp;nbsp;มีวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้น 1 ครั้ง ระหว่างปี 2558 ถึงปี 2559 ที่รายงานโดยสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานว่าเกิดวิกฤติภาวะคนจนมีรายได้ไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านคน มากกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่คนจนเพิ่มขึ้นเพียง 3 แสนกว่าคน แทนที่รัฐบาลคุณประยุทธจะตัดงบประมาณกองทัพเพื่อนำไปแก้ปัญหาวิกฤติภาวะคนจนเพิ่มขึ้น หรือนำไปสร้างสาธาณูปโภคพื้นฐานโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่ปี 2558 โดยนำโครงการที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เสนอไว้ในรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจมาที่มีมูลค่าเพียง 2 ล้านล้านบาท เพื่อส่งเงินงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษกิจ แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29467</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, งบกลาโหม, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง, โฆษกพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c66c94f398.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
