<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039; ฉุนกองทัพตั้งหลักเกณฑ์สอบเตรียมทหาร กีดกันผู้สมัครหนุนม็อบสามนิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - เวลา 14.10 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ทุกวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่แน่ใจว่า ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไว้ใจให้เป็นผู้บริหารต่อไปหรือไม่ ถึงขั้นต้องไลน์ถามพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมผิดอะไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถ้าอยากรู้ผิดอะไร ให้หาเวลาลงพื้นที่จะได้รู้ว่า ผิดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายพิจารณ์ได้อภิปรายร่ายยาวนานกว่า 70 นาที ถึงความไม่ชอบมาพากลเรื่องหลักเกณฑ์การสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารปีล่าสุด ที่มีการตั้งคำถามแตกต่างจากปีที่ผ่านๆมา มีการสอบสัมภาษณ์สอบถามผู้สมัครถึงความเห็นต่อม็อบสามนิ้ว ความเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังมีแนวทางตั้งคำถามกีดกันผู้สมัครพวกLGBT&amp;nbsp;และมีแนวคิดแบบ(ไอ้เหี้ย)ส้ม คำถามเหล่านี้คือการคัดเลือกคนที่จะมาเป็นตำรวจ ทหาร เพื่อคัดเฉพาะคนที่มีเห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ ยังอภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ อาทิ การจัดหารถบรรทุกขนาด 2.5ตัน ของกองทัพบก จำนวน 169คัน วงเงิน 921ล้านบาท ที่มีการเปลี่ยนแปลงงบจากจัดซื้อเปลี่ยนเป็นการซ่อมบำรุงรถ&amp;nbsp;M35 ขนาด 2.5 ตัน และรถ&amp;nbsp;UNIMOG&amp;nbsp;ขนาด 1.25 ตัน จำนวน 201คัน ที่เคยซื้อจากอินเดียคันละ 2.2ล้านบาท แต่เปลี่ยนเป็นการจัดซ่อมรถ&amp;nbsp;UNIMOG&amp;nbsp;ที่มีอายุใช้งานมาแล้ว 40-50ปี ใช้งบซ่อมทั้งหมด 518ล้านบาท&amp;nbsp; เฉลี่ยค่าซ่อมราคาคันละ 2ล้านบาท เหตุผลเดียวคือ เรื่องต้องมีใครได้ประโยชน์แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กองทัพอากาศมีโครงการจัดหาเครื่องบินฝึกหัดบินในขั้นต้น&amp;nbsp;T-50&amp;nbsp;H&amp;nbsp;จำนวน 14ลำ ใช้งบประมาณปี2558-2564 แบ่งการจัดซื้อเป็น 3ระยะ แต่การซื้อแต่ละระยะ ราคาแพงขึ้นทุกรอบ ทั้งที่14 ลำมีสเปคเหมือนกันทุกอย่าง ระยะที่1 วันที่ 17ก.ย.2558 ซื้อ 4ลำๆละ 25.88 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะที่2 วันที่29 ก.ค.2560 ซื้อ 8ลำๆละ 29.54 ล้านเหรียญสหรัฐ แพงขึ้น 936ล้านบาท และระยะที่3 วันที่30ส.ค.2564 จัดซื้อ 2ลำๆละ31.81 ล้านเหรียญสหรัฐ แพงขึ้น 379ล้านเหรียญสหรัฐ รวมแล้วจัดซื้อแพงขึ้นทั้งหมด 1,315ล้านบาท บาท โดยเฉพาะการจัดซื้อระยะ2 จำนวน 8ลำ ลงนามสมัยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรมว.กลาโหม อยากให้พล.อ.ประวิตรชี้แจง กรณีนี้มีนายหน้าจัดซื้อ แพงขึ้นด้วยเงินทอน ไม่ใช่กลไกการตลาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115415</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, พรรคก้าวไกล, พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130b0f19f6c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.แจงปรับลดงบประมาณต่อเนื่องหลังโควิด พร้อมให้ข้อมูลต่อสภาเดือนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;(กห.) เปิดเผยถึงกรณีพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ให้ข้อสังเกตถึงงบประมาณประจำปี 65 ที่ กห.ได้รับการจัดสรรมากกว่ากระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุข( สธ.)นั้น &amp;nbsp;กห.พร้อมให้ข้อมูลถึงเหตุผลความจำเป็นตามกระบวนพิจารณาของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กห. มีภารกิจหลักในการป้องกันประเทศและการช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานการณ์ของโรคระบาดร้ายแรงที่กำลังเกิดขึ้นเป็นวงกว้างและเป็นความท้าทายร่วมกันของทุกฝ่ายที่ต้องหันหน้าช่วยเหลือกัน ซึ่ง กห.โดยทุกเหล่าทัพ ก็ได้ตระหนักถึงภาระงบประมาณของรัฐบาล ที่จำเป็นต้องนำไปแก้ไขปัญหาต่างๆและเยียวยาช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย กห. ก็ได้มีส่วนร่วมพิจารณาปรับลดงบประมาณในภาพรวมของทุกเหล่าทัพลงกว่า 18,000 ล้านบาทในปี 63 และในปี 64 กห.ก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงกว่าปี 63 จำนวนกว่า 17,200 ล้านบาท ต่อเนื่องมาถึง ปี 65 &amp;nbsp;ทั้งนี้ แต่ละกระทรวงก็มีภารกิจที่แตกต่างกัน และ กห.ขอยืนยันถึงความพร้อมในทุกภารกิจเพื่อประชาชน จึงไม่อยากให้นำงบประมาณของแต่ละกระทรวงไปเปรียบเทียบกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, งบกองทัพ, งบประมาณปี 65</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a2501452df1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย สบช่องจี้ลดงบประมาณทหาร เพิ่มงบวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64&amp;nbsp;- นายไชยา &amp;nbsp;พรหมา ส.ส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจัดงบประมาณของปี 2565 แสดงถึงความทรุดโทรมของประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีการลดงบประมาณลงถึง 1.85 แสนล้าน จากปี 2564 ทั้งที่ประเทศต้องการเงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างมาก อีกทั้งยังมีการกู้เงินเกินการลงทุนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขนาด ทีดีอาร์ไอ ยังต้องตำหนิ เพราะจะเป็นการกู้มาใช้จ่ายไม่ได้นำไปลงทุนให้เกิดดอกผล อนาคตจะหารายได้ที่ไหนมาคืน ทั้งนี้สาเหตุมาจากรัฐบาลล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจมาตลอด ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่ตรงเป้าเลยต้องมาตัดงบประมาณ ในขณะที่ประเทศทั่วโลกต่างเพิ่มเงินอัดฉีดเพื่อฟื้นเศรษฐกิจกันทั้งนั้น ประเทศจะยิ่งเสียโอกาสในการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อยากขอเตือนรัฐบาลถึงการจัดทำงบประมาณปี 2565 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรช่วงเปิดสมัยประชุมที่จะถึงนี้ว่า จะต้องตอบโจทย์ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาของมหันตภัยโควิด ซึ่งรัฐบาลมีเวลาเตรียมตัวสำหรับการจัดทำงบประมาณปี 2565 ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องจากงบประมาณในปีที่ผ่านมา และเป็นสถานการณ์ที่ประเทศต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศตลอดจนกระทบต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การจัดทำงบประมาณของประเทศ รัฐบาลต้องจัดลำดับความสำคัญของปัญหา โดยเฉพาะรายจ่ายที่ไม่มีความจำเป็นและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น งบประมาณด้านความมั่นคง ด้านการทหาร วันนี้ผู้นำประเทศต้องเข้าใจว่า ดุลอำนาจของโลกเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก &amp;nbsp;เดิมศักยภาพของดุลอำนาจอยู่ที่การสะสมอาวุธ การแสดงแสนยานุภาพของกองทัพ แต่วันนี้ ดุลอำนาจใหม่ของโลกคือ ดุลอำนาจทางด้านเศรษฐกิจและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีล้ำยุค ประเทศไหนแก้โควิดได้เร็ว นั่นหมายถึงจะทำให้เศรษฐกิจในประเทศนั้นจะกลับมาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยา &amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตนอยากเห็นการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 นำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ และการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจในกลับมาโดยเร็ว ตลอดจนการจัดหาวัคซีนให้ทันท่วงทีและหลากหลายทางเลือกสำหรับประชาชน เพื่อกระจายวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว ซึ่งหลายประเทศสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้ว แต่พลเอกประยุทธ์ยังไม่เข้าใจ ดังนั้น ความรวดเร็วและทั่วถึงอย่างเพียงพอของวัคซีน ตลอดจนอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่าเรื่องใด ๆ เพราะถ้าวัคซีนมาเร็ว นั่นหมายถึงไทยจะสามารถเปิดประเทศได้ และเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับมาเร็วเช่นกัน อีกทั้งรัฐบาลอาจจะต้องเตรียมงบประมาณในการรักษาพยาบาลประชาชนจำนวนมากที่จะติดเชื้อไวรัสและมีอาการรุนแรงซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ยิ่งควบคุมการระบาดได้ช้า วัคซีนมาช้า ยิ่งจะเสียค่าใช้จ่ายสูงรักษาพยาบาลเพิ่มขึ่นอีกสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงมีความเห็นว่า งบประมาณรายจ่ายในส่วนที่ยังไม่มีความจำเป็นในขณะนี้เราสามารถชะลอออกไปก่อนได้ เช่น งบประมาณทางการความมั่นคง ด้านการทหาร เมื่อประเทศมีความพร้อมด้านเศรษฐกิจและด้านงบประมาณเพียงพอเราก็ยังสามารถจัดหาได้เมื่อสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศฟื้นกลับมาแล้วก็ยังไม่สายเกินไป &amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ขณะนี้ ยิ่งเราแก้ปัญหาของโควิดล่าช้าเท่าไหร่ นั่นหมายถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจเรายิ่งสูงขึ้น กว่าจะฟื้นฟูได้ต้องระดมงบประมาณมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องตอบโจทย์ปัญหาของประเทศอย่างตรงจุดที่สุด และต้องรีบกระจายเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว ในส่วนของงบประมาณเดิมที่คั่งค้างต้องเร่งเบิกจ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารประเทศในภาวะวิกฤต พลเอกประยุทธ์จะต้องสามารถพัฒนาและคิดให้ได้ครบทุกกรอบ และต้องสามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ อย่าทำได้แค่ทีละเรื่องเหมือนที่ผ่านมา เพราะจะแก้ปัญหาไม่ได้ และจะไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ หากรู้ตัวว่าไม่ไหวหรือรู้ตัวว่าสถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆเกินความสามารถตนเอง ขอให้อย่าฝืน เพราะประเทศจะยิ่งเสียหาย ประชาชนจะยิ่งลำบาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102178</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, งบประมาณ, ทหาร, โควิด19, ไชยา  พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60854a74bbdff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ ชี้ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่ซื้ออาวุธ คือทุก 1 หมื่นล้านบาทที่สามารถนำไปซื้ออาหารให้เด็ก ยาให้ผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ให้หมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.63 - นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทวีตเตอร์ระบุว่า ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่ซื้ออาวุธ คือ ทุก 1 หมื่นล้านบาทที่สามารถนำไปซื้ออาหารให้เด็ก ยาให้ผู้ป่วย และอุปกรณ์การแพทย์ให้หมอ นี่คือเหตุผลที่ทำไมงานวิจัยด้านสันติภาพ จึงเรียกการทุ่มงบประมาณของรัฐไปซื้ออาวุธ ว่าเป็น &amp;ldquo;ค.รุนแรงเชิงโครงสร้าง&amp;rdquo; (structural violence)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61540</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, ซื้ออาวุธ, นักวิชาการ, ประจักษ์ ก้องกีรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da10baaf2d4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเดิมพันกันไหม! &#039;บิ๊กป้อม&#039;มั่นใจพรบ.งบ63ผ่านสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เดินทางมาพบ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร เพื่อขอความร่วมมือการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2563 ว่า ไม่ต้องคุย หากดีเขาก็โหวตเอง หากไม่ดีก็ไม่ต้องโหวต ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้นายสัมพันธ์ไปพูดคุยกับพรรคเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวยอมรับว่า หากพ.ร.บ. งบประมาณ ไม่ผ่านก็เป็นไปตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุไว้ คือยุบสภา แต่ทั้งในส่วนของรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ทุกคนจะต้องยกมือโหวต เพราะมีสิทธิ์โหวต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี ฝ่ายค้านเตรียมโจมตี ที่การใช้จ่ายงบประมาณของกองทัพ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยืนยันว่างบประมาณของกองทัพไม่ได้มากกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และใช้น้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแผนการพัฒนาของกองทัพ ซึ่งผู้บัญชาการเหล่าทัพดำเนินการ และวางแผนใช้งบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่เบิกปากเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า พ.ร.บ. งบประมาณจะผ่านสภา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;#39;มาเดิมพันกันเอาไหม ว่า พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47680</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกองทัพ, ท้าเดิมพัน, บิ๊กป้อม, ประวิตร, พรบ.งบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d537d9bdeb34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ขู่ฟ้องเพจลุงตู่ตูน! บิดข้อมูลรบ.มาร์คจัดงบกองทัพมากสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ. 62 - นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ถอนข้อความที่มีการเผยแพร่ข้อมูลกราฟริกที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์อนุมัติงบประมาณกองทัพและกระทรวงกลาโหมมากที่สุดในรอบ 12 ปี เพราะเป็นการเสนอข้อมูลเท็จ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม 2551 &amp;nbsp;แต่การจัดทำงบประมาณปี 2552 จัดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จัดทำงบประมาณปี 2553 และ 2554 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนา ชี้แจงว่า เมื่อดูตัวเลขที่แท้จริงพบว่า งบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2553 ที่จัดทำโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ 154,032 ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2552 ที่จัดทำโดยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งอยู่ที่ 170,157 ล้านบาท และงบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2554 ที่ทำโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอยู่ที่ 168,502 ล้านบาท ก็เป็นตัวเลขต่ำสุดหากนับจากรัฐบาลถัดมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคไม่อยากให้มีการใช้สื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะที่มีการหาเสียงเลือกตั้งทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และขณะนี้หลายพรรคการเมืองมีการประกาศจะตัดงบทหารเท่านั้นเท่านี้ แต่ที่สุดก็ไม่เห็นมี &amp;nbsp;แต่เรายืนยันว่าการให้ข้อมูลกับประชาชนต้องมีความเป็นจริง จึงขอแจ้งไปยังเพจดังกล่าวให้ถอดข้อความเท็จนี้ภายใน24 ชั่วโมง มิเช่นนั้นพรรคจะดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาที่นำเอาข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เราถือว่าอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่มีเจตนา แต่เมื่อทราบข้อความที่แท้จริงแล้ว ถ้าพ้นเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่มีการเอาออก แสดงว่ามีเจตนาเอาข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พรรคจะดำเนินคดีกับท่านแน่นอน&amp;rdquo; นายธนา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองการจัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในช่วงที่มีการรัฐประหารอย่างไร โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลายงบประมาณที่ประชาชนมีความเคลือบแคลง โดยเฉพาะงบจัดซื้อเรือดำน้ำ &amp;nbsp;หรืองบจัดซื้อรถถังที่มองว่ายังไม่มีความจำเป็น และควรนำงบนี้มาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศเดินหน้าได้ประโยชน์มากกว่า เพราะปัจจุบันการสู้รบของทหารน่าจะมีความจำเป็นลดน้อยลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, งบกองทัพ, ปชป., รัฐบาลมาร์ค, เพจลุงตู่ตูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c53db1e59d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
