<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัชระ ชี้ สนช.ลดงบไอซีทีรัฐสภาแห่งใหม่เกือบครึ่ง เท่ากับยอมรับว่าที่ผ่านมาตัวเลขโป่งพองเกินจริง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตส.ส.ปชป. ชี้ ปธ.สนช. ลดงบไอซีทีเหลือ 4.8พันกว่าล้านเท่ากับยอมรับมีปัญหางบจริงและยังสูงกว่าปรกติอยู่ดี เตือน &amp;quot;ประยุทธ์-ครม.&amp;quot; ระวังตายตอนจบ ขู่ จ่อจองกฐินซักฟอกปมโคตรโกงทันทีที่มีสภาชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยว่าได้เสนองบประมาณก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในส่วนงบไอซีที . 3,800 ล้านบาท รวมงบสาธารณูปโภค เป็นเงิน 4,800 ล้านบาท ปรับลดลงจากเดิมที่เคยเสนอครม.แล้วไม่ผ่าน คือ 8,600 ล้านเศษซึ่งตนและนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส. กทม.ได้คัดค้านไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จนเป็นผลให้ครม.ตีกลับทันที เพราะเป็นงบโป่งพองจริงจากเดิมที่เคยตั้งไว้แค่ 3,000 ล้านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการคัดค้านของตนแม้ว่าจะถูกนายชัชวาล อภิบาลศรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ปรึกษาคณะ กรรมการบริหารโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และประธานคณะกรรมการเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหายถึง 100 ล้านบาท แต่ก็คุ้มที่สามารถหยุดยั้งงบประมาณโป่งพองของรัฐสภานับพันล้านบาทได้ และสามารถหยุดยั้งให้นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบวินัยข้าราชการฝ่ายพัสดุ 18 คนที่เสนอให้สภาใช้วิธีเชิญชวนทั่วไปในการประมูลงบไอซีที แต่ไปขัดใจผู้อำนาจบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่นายพรเพชร เสนองบไอซีทีและงบสาธารณูปโภคล่าสุด 4,800 ล้านบาท เท่ากับลดลงถึง 3,800 ล้านบาท เท่ากับยอมรับว่ามีงบโป่งโพงจริงๆ หากไม่มีอดีตส.ส.คัดค้าน ประเทศชาติก็จะเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาลไปแล้ว และถึงแม้จะปรับลงมาขนาดนี้ก็ยังดูสูงผิดปรกติอยู่ดี แต่ผมจะไม่ทำหนังสือคัดค้านถึงพล.อ.ประยุทธ์อีกแล้ว เพราะได้ส่งหนังสือคัดค้านอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นไปแล้ว หากงบประมาณ 4,800 ล้านบาทมีการทุจริตเกิดขึ้นในอนาคตครม.ทั้งคณะก็ย่อมต้องรับผิดตามกฎหมายทุจริตไปด้วย เพราะสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่คงได้ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกประเด็นอย่างแน่นอน เพราะท่านวิลาศขอจองกฐินเรื่องการส่อทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เป็นวาระแรก ผมจึงขอเตือนพล.อ.ประยุทธ์และครม.โปรดพิจารณาทบทวนเรื่องนี้เป็นพิเศษ อย่ามาตายตอนจบซึ่งใกล้ๆจะมีการเลิอกตั้งส.ส.แล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีที่นายชัชวาลย์ ฟ้องหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ศาลอาญา นัดไต่สวน วันที่ 22 ส.ค.เวลา 09.00 น.ตนจะไปฟัง เพราะเจตนาสุจริตใจต้องการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติซึ่งเป็นเงินงบประมาณของประชาชนที่เสียภาษีกันมาเลือดตาแทบกระเด็น และสนช.ไม่มีการตรวจสอบเหมือนสภาผู้แทนฯ ตนจึงต้องทำหน้าที่ แม้อาจจะต้องขึ้นศาลบ้างก็ตาม แต่ไม่อาจละเลยต่อจิตสำนึกและหน้าที่ของอดีตส.ส.ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15706</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบก่อสร้างรัฐสภา, วัชระ เพชรทอง, ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, หั่นงบไอซีที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a89b0c311b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;แฉซ้ำอาคารรัฐสภาใหม่ไม่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม วันเดียวใช้ไฟเท่า2อำเภอรวมกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 61 - นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ในวันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคมนี้ เพื่อให้พิจารณาว่านายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยยกสามพฤติกรรมที่เป็นปัญหาคือ 1. อยู่เบื้องหลังการผลักดัน การขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภา 3 ครั้งมาโดยตลอด 2. ไม่ดำเนินการโครงการแบบจำลองอาคารรัฐสภาทองคำเฉลิมพระเกียรติของรัชกาลที่ 10 ให้เสร็จสิ้นตามโครงการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นความบกพร่องในหน้าทีอ่ย่างร้ายแรง และ 3. ไม่ใส่ใจในคำบัญชาของนายกรัฐมนตรีที่ทำหนังสือให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและประหยัด ทั้งที่มีการระบุว่าอย่าให้มีปัฐหาเช่นเดิม แต่นายสรศักดิ์ กลับส่งงบประมาณเท่าเดิมให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนำมาเทียบกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีเคยมีคำสั่งย้ายนายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาฯ ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเหตุผลว่าดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้า ก็ถือว่ามีความผิดมากกว่าเพราะดำเนินการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้ายิ่งกว่า อีกทั้งมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตด้วย จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาว่านายสรศักดิ์ ยังสมควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แต่สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้ทันที เช่นเดียวกับการโยกย้ายปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ ยังทำหนังสือถึงนางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีที่ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ้างความเห็นข้าราชการกรมบัญชีกลางว่า สามารถใช้วิธีคัดเลือกในการจัดจ้างผู้รับจ้างไอซีทีของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้ ทำให้ไม่มีการประมูลเป็นการทั่วไป และยื่นหนังสือถึงนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่าถูกต้องตามแบบแปลนตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ที่ให้สร้างอาคารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน แต่การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่กลับของบประมาณเพิ่มเติมอีก 8,648 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งของการของบประมาณเพิ่มเติมคือการจัดซื้อเครื่องปรับอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังปรากฏคำสัมภาษณ์ของผู้แทนบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาว่า เมื่ออาคารสร้างเสร็จแล้วมีเรื่องที่น่ากังวลคือการทดสอบไฟที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ คิดเป็นการใช้ไฟ 2 อำเภอรวมกัน จึงเห็นว่าน่าจะเป็นการก่อสร้างที่ผิดแบบแปลนไปจากที่ ครม.ได้อนุมัติภายใต้เงื่อนไขให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9465</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบก่อสร้างรัฐสภา, งบไอที, วัชระ เพชรทอง, สรศักดิ์ เพียรเวช, อาคารรัฐสภาแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59d086ec38d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ประเคนให้อีก512ล้านงบสร้างสภา7ชั่วโคตร&#039;บิ๊กตู่&#039;ฮึ่ม!ยอมไม่ได้ไมโครโฟน 1.2 แสนนาฬิกา 7 หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.61- &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.อนุมัติเพิ่มวงเงินงบประมาณ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารัฐสภาแห่งใหม่ วงเงิน 512.50 &amp;nbsp;ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ พร้อมอาคารประกอบ 273.51 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 150.45 ล้านบาท ค่าที่ปรึกษาบริหารโครงการก่อสร้าง 88.54 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐสภาให้เหตุผลว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเร่งรัดให้การก่อสร้างเสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิม ในส่วนของห้องประชุมวุฒิสภา ห้องกรรมาธิการ และที่ทำงานบุคคลากร กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 ส่วนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และพื้นที่เชื่อมต่อบางส่วนกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2562 เพื่อรองรับการเลือกตั้ง แต่การเก็บรายละเอียดทั้งโครงการ จะต้องเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ขณะที่อีกส่วนที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เสนอมา งบประมาณ 8,135.56 ล้านบาท แต่ครม.ไม่อนุมัติ เนื่องจากไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศบางชิ้น มีราคาแพงเกินไป โดยให้กลับไปทำรายละเอียดมาใหม่ ปรับค่าใช้จ่ายบางรายการให้ถูกลง เช่นค่าไมโครโฟน,นาฬิกา โดยทางสภาฯให้เหตุผลว่า เงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานด้านอื่นๆไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร ประกอบด้วย งานระบบควบคุมแสงสว่างบริเวณภายนอกอาคาร งานระบบปรับอาการศภายในห้องประชุมส.ส.,สว งานผนัง งานผ้าม่าน และงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ซึ่งไม่ใช่งบใหม่ที่ขอมาทั้งหมด แต่มีงบตัวเก่าที่เคยได้รับอนุมัติ คือ งานสาธารณูปโภค 586.90 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรรเงิน &amp;nbsp;ครั้งนี้จึงของบเพิ่ม 826.16 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานระบบประกอบอาคาร และระบบเทคโนโลยี เคยได้รับอนุมัติงบไปแล้ว 3,000ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร ครั้งนี้จึงขอมาอีก 3,493.49 &amp;nbsp;ล้านบาท รวมของเดิมที่ได้รับอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร และของใหม่ที่ขอเพิ่ม เป็นวงเงิน 6,493.49 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน 229 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในที่ประชุม นายกฯฟังความเห็นของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจึงยังไม่อนุมัติงบ แล้วจึงให้กลับไปทบทวนใหม่ พร้อมกับระบุว่า ยอมไม่ได้กับเรื่องไมโครโฟน 1.2 แสนบาท และนาฬิกา 7 หมื่นบาท&amp;rdquo;พล.ท.สรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9238</URL_LINK>
                <HASHTAG>512.50 ล้าน, ครม.อนุมัติ, งบก่อสร้างรัฐสภา, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
