<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกสค.หน้ามืด หาแหล่งเงินช่วยสภาพคล่่องไม่ได้ ติดปัญหาก่อหนี้สาธารณะ คาดเสนอครม.ของบฯกลางฉุกเฉินช่วยแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ก.พ.62- นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการ สกสค.มีมติให้ สกสค. หาแหล่งเงินเพื่อกู้ยืม จำนวน 900 ล้านบาทไปใช้ในการแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับองค์การค้าของ สกสค.นั้น ตนได้ขอหารือไปยังสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กรณีการกู้เงินของหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพราะเกรงว่าหากมีการดำเนินการอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)และตนจะมีความผิด ซึ่งทาง สบน.ได้ตอบข้อหารือมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่า สกสค.มีอำนาจกู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการบริหารได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพราะการกู้เงินดังกล่าวถือเป็นหนี้สาธารณะ โดย สกสค.จะต้องเสนอความต้องการกู้เงินและบริหารหนี้ต่อ สบน. เพื่อบรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ส่วนการกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้ชำระหนี้คืนดอกเบี้ยที่ครบกำหนดนั้น ระเบียบคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2561 ห้ามกระทรวงการคลัง หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ กู้เงินเพื่อนำมาชำระคืนดอกเบี้ยจ่ายที่ครบกำหนด อย่างไรก็ตาม สบน.ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินควรใช้สำหรับการแก้ไขปัญหา ที่เกิดจากการขาดสภาพคล่องในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ดีหากภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงาน หรือที่ต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการจัดการศึกษาของรัฐ สกสค.ควรเสนอขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณ สำหรับใช้ในการจัดทำภารกิจและแก้ไขปัญหาหนี้สินดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อให้สามารถแก้ไขภาระหนี้สินเหล่านั้นได้และไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สินพอกพูนในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้หารือเรื่องดังกล่าวกับ รมว.ศธ.แล้ว ได้ข้อสรุปว่าให้ สกสค.ทำเรื่องเสนอไปตามขั้นตอน ส่วนกรณีการชำระหนี้เร่งด่วนที่ต้องชดใช้ตามคำพิพากษาของศาล เนื่องจากคดีถึงที่สุดและองค์การค้า&amp;nbsp;สกสค. เป็นฝ่ายแพ้อยู่ 3 คดี คือกรณีบริษัท ล็อกซเล่ย์ ไวร์เลส จำกัด (มหาชน) ฟ้องร้ององค์การค้าของ สกสค. ให้ชำระเงินค่าฝากขายหนังสือเรียน กรณีศาลฎีกา ตัดสินให้องค์การค้าของ สกสค.จ่ายเงินค้างจ่ายให้พนักงาน ตามที่ระบุในสัญญาจ้าง ว่าหาก ครม. มีมติขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ องค์การค้าฯต้องปรับอัตราเงินเดือนพนักงานให้สอดคล้องด้วย และกรณีบริษัทกระดาษแห่งหนึ่งฟ้องศาลร้องให้ชำระหนี้ค่ากระดาษ ให้ของบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2562 เป็นเงิน 2,390 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ส่วนความคืบหน้าการทำประชีวิตของผู้กู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) นั้น สกสค.นัด ธนาคารออมสิน มาหารืออีกครั้งในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากคณะกรรมการ สกสค.มีมติชัดเจนว่าให้ครูจ่ายเบี้ยประกันน้อยที่สุด แต่ธนาคารออมสินต้องการแบบเดิม ซึ่งตนยอมไม่ได้จึงต้องหารือให้ได้ข้อยุติ&amp;quot;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ สกสค.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29142</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สกสค., งบฉุกเฉินครม., นายอรรถพล ตรึกตรอง, สกสค.ขาดสภาพคล่อง, หนี้สาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1623ccb659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
