<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พิชัย&#039;หวั่นจัดงบฯ65 ถดถอยแนะตัดงบทหาร เพิ่มงบสาธารณสุขซื้อวัคซีนแก้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามที่ ครม. ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในวงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณแบบขาดดุล 7 แสนล้านบาท โดยมีหลายประเด็นที่น่ากังวลซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังถดถอยอย่างหนัก โดยงบประมาณปี 2565 นี้ ลดลงจากงบประมาณปี 2564 ถึง 185,962.5 ล้านบาท หรือลดลง 5.66% ซึ่งโดยปกติงบประมาณรายจ่ายของประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย ควรจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อรัฐบาลจะได้นำเงินไปพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยหลังวิกฤตการณ์ไวรัสโควิดยิ่งจะต้องการเงินทุนที่จะต้องฟื้นฟูประเทศเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น แต่กลับปรับลดงบประมาณลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ งบลงทุนในปี 2565 มีเพียง 624,399.9 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าการกู้เงินชดเชยการขาดดุล 700,000 ล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้กู้เงินมาเพื่อลงทุนทั้งหมด แต่กู้มาเพื่อใช้จ่ายด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของความถดถอย ปกติงบลงทุนจะต้องเท่ากับหรือมากกว่าเงินกู้ เพื่อประเทศจะได้มีรายได้จากการลงทุนในอนาคต การกู้มาใช้จ่ายก็มีแต่จะหมดไป ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เหมือนที่รัฐบาลกู้มาแจกเงินตอนนี้ แต่ไม่ได้สร้างธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้ในอนาคตก็มีแต่จะหมดไป อีกทั้งการประเมินรายได้ของรัฐในงบประมาณ 2565 อยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาษีอากร อาจจะทำให้รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าคาดประมาณมากได้ จากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ รัฐบาลจะไม่สามารถเก็บภาษีอากรจากประชาชนและภาคธุรกิจตามที่คาดหมายได้ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลจะต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นอีกเพื่อโปะรายได้ที่จะขาด และจะทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินมากกว่าการลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีก หนี้สาธารณะของประเทศจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ประเทศไม่ได้พัฒนา โดยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้ใช้งบประมาณแล้วประมาณ 24 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไม่ได้ไปไหนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สาเหตุที่รัฐบาลต้องจัดงบประมาณแบบถดถอยนี้มาจากความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจที่สั่งสมมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาก และมีการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าการคาดประมาณมาตลอด อย่างไรก็ดี ปัจจุบันการใช้จ่ายภาครัฐเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจเดียวที่เหลืออยู่เพราะเครื่องจักรอื่นดับหมดแล้ว แต่ก็มาถูกตัดงบประมาณอีก ทั้งนี้หากรัฐบาลสามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดีเศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับหลายๆประเทศที่จะฟื้นตัวได้สูงเช่น จีน (7-8%) เวียดนาม (6-7%) และ สหรัฐ {6.4%) เป็นต้น และจะสามารถจัดเก็บรายได้ได้สูงขึ้น ซึ่งจะไม่ต้องมาลดงบประมาณ หรือ กู้เงินเกินการลงทุนเพื่อมาใช้จ่ายเหมือนที่ไทยกำลังทำ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตามมาอีกมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวอีกว่า นอกจากการนั้นแล้วในรายละเอียดงบประมาณยังมีหลายประเด็นที่ควรแก้ไข เช่น สำนักหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแลรับผิดชอบเรื่องบัตรทอง ถูกปรับลดงบประมาณ 1,815 ล้านบาท ทั้งที่จะมีประชาชนเข้ามาใช้บัตรทองเพิ่มขึ้น 137,000 คน และ ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น อีกทั้ง งบประมาณกลาโหม แม้จะลดลง 11,000 บาท หรือ ลดลง 5.24% แต่ก็ยังลดน้อยไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากทางด้านนี้ในสภาวะเช่นนี้ และงบประมาณด้านกลาโหมในอดีตก็เพิ่มขึ้นทุกปีมามากแล้ว ดังนั้นจึงควรตัดงบประมาณกลาโหมลงอีกมาก และยกเลิกการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมด เพื่อนำเงินไปใช้ด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการจัดหาวัคซืนเพื่อมากระจายฉีดให้กับประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้เปิดประเทศรับการท่องเที่ยวและเปิดรับการค้าการลงทุน ซึ่งจะทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้น และรัฐบาลจะได้ไม่ต้องปรับลดงบประมาณอีก และ การกู้จะได้ใช้เพื่อการลงทุนไม่ใช่กู้มาใช้จ่ายเหมือนในปัจจุบัน ซึ่งจะกลายเป็นงูกินหางได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาแนวทางของประเทศอื่นๆ ที่มีผู้นำที่ฉลาด รอบรู้และมีความชำนาญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะพบว่าประเทศเหล่านี้จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้สถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิดนี้ในการก้าวกระโดดเพื่อพัฒนาประเทศให้ทะยานไปข้างหน้า โดยผู้นำจีนคาดว่าจะพาประเทศจีนพัฒนาก้าวหน้าโดยมีจีดีพีแซงหน้าประเทศสหรัฐได้ภายใน 8 ปี ในขณะที่ผู้นำเวียดนามจะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามขึ้นเป็นอันดับ 19 ของโลกในปี 2035 ซึ่งจะแซงไทยไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่พัฒนาไปไหนเลย ภายใต้การบริหารของพลเอกประยุทธ์ที่มีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีที่พิสูจน์แล้วว่าใช้การไม่ได้&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100403</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบซื้ออาวุธ, งบประมาณปี65, งบลงทุน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b3eaa9615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ย้ำเงินเยียวยา3,500บาท2เดือนไม่เพียงพอชี้แนะงบไม่พอให้ไปหั่นค่าซื้ออาวุธ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2564 นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลโดย พลเอกประยุทธ์ จะออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนในการระบาดของไวรัสโควิดรอบใหม่ตามที่ได้ประกาศออกมาแล้วแต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดครบถ้วน โดยจะประกาศอย่างเป็นทางการหลังประชุม ครม. ในวันที่ 19 มกราคมนี้ อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้คิดให้ครบกรอบ อย่าได้คิดครึ่งๆกลางๆแล้วต้องมาตามแก้ หรือ ที่ถูกล้อเลียนว่าเป็นนโยบาย ทราบแล้วเปลี่ยน คือประกาศแล้วต้องมาเปลี่ยนตลอด ทำความสับสนและเพิ่มความลำบากให้กับประชาชนมากขึ้น และยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้พิจารณาว่าการเยียวยา 3,500 บาท 2 เดือน ไม่น่าจะเพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ เพราะเฉลี่ยแล้วเหลือเพียงวันละ 117 บาทเท่านั้น คราวที่แล้วเบากว่านี้ยังได้ เดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ซึ่งประชาชนก็ยังไม่พอเลี้ยงชีพอีกทั้งหนี้ได้เพิ่มขึ้นอีกมาก อีกทั้ง สถานการณ์การระบาดของไวรัสอาจจะยืดเยื้อกว่าคราวที่แล้ว ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้เยียวยาตามที่พรรคเพื่อไทยเสนอแล้วคือ 5,000 บาท 3 เดือน โดยต้องแจกประชาชนที่ลำบากให้ทั่วถึง และ 6,000 บาท 3 เดือน สำหรับ 5 จังหวัดที่ควบคุมเข้มข้น โดยเชื่อว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอจะจ่ายอยู่แล้ว จากเงินช่วยเหลือคราวที่แล้ว 1 ล้านล้านบาท ยังคงเหลืออีกเกือบ 5 แสนล้านบาท และ งบประมาณปีนี้ตั้งเงินช่วยเหลือไว้อีก 1.3 แสนล้านบาท รวมแล้ว กว่า 6 แสนล้านบาท และถ้าจำเป็นต้องใช้เพิ่ม ก็ควรจะไปตัดจากงบทางทหารที่ไม่จำเป็นออกไปเลย โดยเฉพาะ งบประมาณการซื้ออาวุธที่ยังมีอยู่มากมาย รวมถึง งบซื้อเรือดำน้ำ ด้วย แล้วนำเงินมาช่วยประชาชนจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎากล่าวว่า การช่วยเหลือ ธุรกิจ SMEs อยากขอให้มีแผนงานชัดเจน และต้องมีปริมาณเงินที่เพียงพอด้วย เพราะธุรกิจ SMEs เดือดร้อนกันอย่างหนัก หากไม่ช่วยเหลือหรือช่วยเหลือไม่เพียงพอ ช่วยแบบเสียไม่ได้ จะไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจ SMEs จำเป็นต้องเลิกกิจการเป็นจำนวนมากตามข่าวที่ปรากฏเกือบทุกวัน และจะทำให้เกิดการว่างงานเพิ่มขึ้น ประชาชนจำนวนมากจะเดือดร้อนหนัก และอาจจะมีอาชญากรรมตามมาอีกมาก จึงอยากให้รัฐบาลได้คิดให้ครบกรอบ และ อยากให้คิดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเยียวยา และการป้องกันไวรัสโควิดด้วย เพราะจากการระบาดของไวรัสครั้งใหม่นี้ เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะฟื้นก็อาจจะไม่ฟื้นเลยก็เป็นได้ มีโอกาสสูงที่เศรษฐกิจไทยอาจจะไม่เติบโตเลยหลังจากปีที่แล้วที่เศรษฐกิจไทยติดลบหนัก หรือ ถึงจะโตได้ก็ต่ำมากๆ ประมาณ 1-2% เท่านั้น แถมยังอาจจะมีโอกาสติดลบต่อได้อีกถ้าการควบคุมการระบาดของไวรัสรอบใหม่ไม่ดีพอ โดยการระบาดครั้งใหม่นี้เกิดมาจากระบบที่หละหลวมของรัฐบาลที่ปล่อยให้มี การลักลอบเปิดบ่อนการพนันกันทั่วไป และ การลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้ามาในประเทศ ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะมีระบบอุปถัมภ์ของคนในรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่าให้ประชาชนต้องมารับเคราะห์ที่ต้องได้รับความลำบากจากความผิดพลาดของรัฐบาลแต่กลับเยียวยาไม่เต็มที่ ซึ่งจะทำให้ประชาชนโกรธแค้นและจะออกมาขับไล่รัฐบาลกันมากขึ้นอีกหลังการระบาดสิ้นสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90080</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา ตันเทอดทิตย์, คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย, งบซื้ออาวุธ, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003a312b7d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039;ชี้จุดยืน&#039;ก้าวไกล&#039;ปิดสวิตช์ส.ว.ย้ำต้องไม่ล็อคห้ามแก้หมวดใดบ่นเสียดายงบซื้ออาวุธเอามาแก้ปัญหาน้ำได้ทั้งระบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2563 ที่ลานกลางเมือง จ.พิษณุโลก ส.ส.พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลกพรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีกิจกรรม &amp;ldquo;ก้าวไกลไปด้วยกัน&amp;rdquo; ในลักษณะของเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการเปิดรับสมาชิกพรรคก้าวไกลประจำจังหวัดพิษณุโลก และโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิธา&amp;rdquo;ย้ำจุดยืน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; ปิดสวิตช์ ส.ว. - ย้ำต้องไม่ล็อคห้ามแก้หมวดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา&amp;nbsp; ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวเปิดว่าพรรคก้าวไกลวันนี้คือบทที่สองของพรรคอนาคตใหม่ แม้วันนี้จะมี ส.ส.เพียง 54 คน แต่คุณภาพไม่ลดลงไป เรายังคงเชื่อในเรื่องนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การกระจายอำนาจ ความหลากหลาย ระบบเศรษฐกิจเสรีที่ไม่มีการผูกขาด การพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่ต้องทำลายสิ่งแวดล้อม รัฐสวัสดิการ อำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในการกำหนดความเป็นอยู่และอนาคตของตัวเอง ในเรื่องนี้พวกเราพรรคก้าวไกลยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะยังเป็นพรรคที่ขับเคลื่อนด้วยสมาชิก สร้างความเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่มีนายทุนมาลงขันเพื่อออกนโยบายเอื้อให้ทุนผูกขาด ไม่ใช่พรรคเพื่อให้ทหารและอภิสิทธิ์ชนบางกลุ่มบอกว่างบประมาณของประเทศควรจะเป็นอย่างไร เอาไปใช้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มก้อนของตัวเองอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายค้านวันนี้เราแตกต่างแต่เราไม่แตกแยก ทุกคนยังเชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นวิกฤติ มันคือระเบิดเวลาที่เราจะต้องไปถอดฟืนออกจากกองไฟ แต่เราพรรคก้าวไกลเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยไม่จำกัดว่า สสร.จะแก้หรือไม่แก้อะไรได้บ้างคือสิ่งที่ควรจะเป็น เราจึงไม่ได้ร่วมลงชื่อกับพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ แต่โดยจุดร่วมเรายังคงเห็นร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญมีปัญหาที่บทเฉพาะกาล ในส่วนของอำนาจ ส.ว.ตามมาตรา 269, 270, 271, 272 ที่ให้อำนาจ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช.ยังคงอยู่ และยังสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง ดังนั้นมาตรา 272 จะต้องเป็นญัตติด่วนที่เราจะต้องเปิดอภิปรายให้ได้ก่อนปิดสมัยประชุมนี้ เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรา 256 กับ สสร.แบบไม่บีบมืออนาคต ปลดล็อคจากรัฐธรรมนูญเก่าไปเป็นพื้นที่ๆปลอดภัยในการพูดคุยกัน ไม่ใช่ปลดล็อคจากรัฐธรรมนูญเก่ามาล็อคที่ สสร.อีกทีหนึ่ง ให้คนที่จะเป็น สสร.ได้มีอายุ 18 ปีขั้นต่ำ เพราะอนาคตที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่คืออนาคตของพวกคุณ ไปพูดคุย ไปหาฉันทามติร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ สสร.ไม่มีสิทธิที่จะเป็นที่ผูกขาดความคิดทางการเมืองใดการเมืองหนึ่ง มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ไม่จำกัดอาชีพและวุฒิการศึกษา นี่คือข้อเสนอของพรรคก้าวไกล เพราะเราเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ถกเถียงกัน สามารถไปเริ่มต้นกันที่ สสร. โดยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนจริงๆ หลีกเลี่ยงความรุนแรง เอาความเห็นที่ไม่ตรงกันไปคุยกันที่นั่น แล้วหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มาจากประชาชนจริงๆจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายของประเทศไทย&amp;rdquo; นายพิธากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธายังกล่าวต่อไป ว่านี่คือวิธีถอดฟืนออกจากกองไฟ สำหรับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ นี่คือหน้าที่ของผู้แทนราษฎรอย่างตน ไม่ใช่เรื่องของการเอามัน นี่ไม่ใช่เรื่องของวัยรุ่นใจร้อน แต่นี่คือเสียงของประชาชน นี่คือสาเหตุที่เราเสนอวิธีแบบนี้ เงื่อนไขเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะลดอุณหภูมิการเมืองลดลงได้ ให้ทุกคนมาพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลและวุฒิภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตือนสังคมไทยกำลังจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่สุดในรอบ 150 ปี - เสียดายงบซื้ออาวุธมหาศาล เอามาอัพเกรดระบบจัดการน้ำแก้ท่วมได้ถาวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายพิธายังได้กล่าวถึงกรณีปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยระบุว่าเรากำลังจะเจอมหาวิกฤติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 150 ปี อยากย้ำอีกครั้งว่าวิกฤติที่ประเทศไทย สังคมไทย และเยาวชนไทยกำลังพบเจอ ยิ่งใหญ่กว่าวิสัยทัศน์แคบๆและใจแคบๆของผู้มีอำนาจในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาที่จบใหม่ออกมากำลังจะไม่มีงานทำ ซ้ำเติมกับปัญหาที่กำลังจะมีคนตกงานอีก 8 ล้านคนทั่วประเทศ หนี้สินของประชาชนที่หวังพึ่งสินเชื่อของธนาคารที่ให้อย่างไม่เต็มใจนัก ทุกวันนี้เงินก้อนนั้นกำลังจะหมดลงภายใน 6 เดือน วิกฤติเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน 150 ปีกำลังจะมาถึงเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณเรือดำน้ำ 2.2 หมื่นกว่าล้านสามารถช่วยเด็กในกลุ่มเปราะบางที่สุดในประเทศไทยที่ไม่มีเงินไปเรียนหนังสือได้ 6.7 แสนคน สามารถสร้างเขื่อนหรือบ่อน้ำขนาดกลาง-ขนาดเล็กได้เป็นจำนวนมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วมในวันนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดถึงปัญหาน้ำท่วม เมื่อวานนี้ตนลงไปดูไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัยมา ตนเชื่อมั่นอย่ายิ่งว่าด้วยงบประมาณ 2.2 หมื่นกว่าล้านบาทที่นำไปใช้ซื้อเรือดำน้ำ ถ้าให้ตนมาใช้วางระบบบริหารจัดการน้ำ ตนสามารถทำให้สุโขทัยน้ำไม่ท่วมอีกเลยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารจัดการน้ำในวันนี้ต้องเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบลุ่มน้ำ ถ้าตนเป็นผู้บริหาร ตนจะนำระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพกว่านี้มาใช้ มีเซนเซอร์ติดอยู่ที่แม่น้ำต้นน้ำทุกสาย พอระดับน้ำสูงเกินจำนวนที่กำหนดก็ส่ง sms แจ้งเตือนประชาชน เวลาจะเปิดหรือไม่เปิดประตูระบายน้ำ ต้องไม่อยู่ที่อำนาจของคนใดคนหนึ่งที่ใช้ดุลยพินิจโดยลำพัง ใช้กรรมการ 7 คน ประกอบด้วยประชาชน คนจากกระทรวง คนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัดสินใจร่วมกันเป็นคณะกรรมการ หรือจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์เหมือนไต้หวัน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ที่มีการคำนวนอย่างแม่นยำมาใช้ ที่อื่นเขาใช้รูปแบบนี้กันหมดแล้วน้ำถึงไม่ท่วมเขามานานมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประวัติศาสตร์ชาติไทยของกองทัพเรือ เคยรบครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ใครตอบผมได้บ้าง? แต่ผมบอกคุณได้ว่าพิษณุโลกน้ำท่วมทุกปีถูกหรือไม่? อีกส่วนหนึ่งแล้งซ้ำซากเป็นสิบๆปีถูกไม่ถูก? สุโขทัยน้ำท่วมทุกปีแล้งทุกปีถูกไม่ถูก? ทุ่งเสรี่ยงฝั่งซ้ายแล้ง ฝั่งขวาสวรรคโลกท่วมทุกปี ครึ่งหนึ่งของพิษณุโลกแล้ง ครึ่งหนึ่งของพิษณุโลกท่วมทุกปี พวกคุณมันมีความจงใจที่จะให้ประชาชนไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ท่วมซ้ำซากทุกปีๆ งบประมาณก็มีให้ใช้ คุณคิดว่าผมรู้ไม่ทันพวกคุณเหรอ? ประชาชนเขารู้ทัน&amp;rdquo; นายพิธากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชี้ประเทศไทยล้มเหลวมานานแล้ว - เมื่อเยาวชนพูดดีๆไม่ฟังจึงต้องตะโกน ย้ำเด็กปราณีผู้ใหญ่มากแล้วที่พูดแค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น นายพิธาได้กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของเยาวชนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในขณะนี้ โดยกล่าวว่าจากการที่ตนได้สัมผัสพูดคุยกับเยาวชนมาหลายคน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือความรู้สึกว่าเมื่อพูดดีๆแล้วไม่ฟังก็ต้องตะโกน แล้วพอเด็กตะโกนก็ไปหาว่าเขาก้าวร้าว ไปลดทอนสิ่งที่เขาพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้คนรุ่นเราผู้ใหญ่ทั้งหลายควรจะคิดให้ดี ว่าอนาคตของพวกเราอีกไม่นานก็หมดแล้ว แต่อนาคตของพวกเขายังต้องอยู่ในสังคมนี้ไปอีกนาน วันนี้การที่คุณไปบีบคออนาคตของเขาไว้ แล้วเด็กๆออกมาพูดแค่นี้ก็นับว่าปราณีผู้ใหญ่รุ่นเรามากแล้ว ที่เป็นต้นเหตุของความล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาเติบโตมากับการรัฐประหาร 2549 และการรัฐประหาร 2557 เขาต้องผ่านรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับ เขาต้องเห็นการตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ได้เห็นปรากฏการณ์งูเห่า นิติรัฐที่บิดเบี้ยว ระบบการเลือกตั้งที่ไม่ได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชน เขาพูดถึงพวกเราแค่นี้เราต้องขอบคุณพวกกเขาที่ยังปราณีผู้ใหญ่อย่างเราด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่มีอนาคตในประเทศ มันมีอนาคตสำหรับคนแค่ 1% มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน ระบบเศรษฐกิจที่มีไว้เพื่อคนรวยอย่างเดียว ระบบกฎหมายที่ทุกคนไม่เสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย มันเป็นรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน ใครมีเงินมีเส้นสายเข้าใกล้อัยการเข้าใกล้ศาลได้ ไม่ว่าคดีจะเลวร้ายแค่ไหนคุณหลุดได้หมด &amp;nbsp;แต่ถ้าเกิดคุณเป็นคนยากคนจนในประเทศไทย คุณแค่เก็บเห็ดคุณก็ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้คดีที่คนจนติดคุกมากที่สุดนอกจากคดียาเสพติดแล้ว ก็คือคดีทวงคืนผืนป่า คดีทวงคืนที่ดิน ต่อสู้เรื่องที่ดินกับกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ที่สาธารณะของกระทรวงมหาดไทยฯ สิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่สุดอย่างเรื่องที่ดินยังคงเป็นปัญหาที่คนจนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังเข้าไม่ถึง ที่ดิน 80% อยู่ในมือของคนแค่ 10% ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำขนาดนี้จะอยู่กันอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำขนาดนี้จะอยู่กันอย่างไร? ไม่ต้องไปโทษโควิดเลย ประเทศที่เหลื่อมล้ำมากที่สุดอย่างประเทศไทย ประเทศที่มีการรัฐประหารสำเร็จมากที่สุด ประเทศที่มีรัฐธรรมนูญเยอะที่สุดขนาดนี้ คุณเจอโควิดเข้าไปแล้วคุณจะเหลืออะไร? ประเทศมันล้มเหลวมาตั้งนานแล้ว&amp;rdquo; นายพิธากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยืนยัน &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; คือบทสองของ &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; ย้ำภารกิจร่วมของพรรค-ประชาชนสู่สังคมไทยที่ก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายพิธาได้กล่าวปิดท้ายโดยถึงการก้าวต่อไปของพรรคก้าวไกล โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลยังเชื่อว่าการเมืองคือเรื่องของความเป็นไปได้ ตั้งแต่ทำการเมืองมาสองปี ตนได้ยินคำว่า &amp;ldquo;เป็นไปไม่ได้&amp;rdquo; บ่อยที่สุด ตนได้ยินว่าการไม่มีหัวคะแนนและบ้านใหม่ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้ ส.ส.เขตมา เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ ส.ส.มากกว่า 20 คน เป็นไปไม่ได้ ส.ส.ใหม่จะอภิปรายได้ดี เป็นไปไม่ได้ที่จะขับเคลื่อนอะไร แก้ไขปัญหาบ้านเมืองในกรรมาธิการได้ พอยุบพรรคก็บอกว่าพอไม่มีธนาธร-ปิยบุตร เป็นไปไม่ได้ที่จะขับเคลื่อนไปต่อได้ แต่ทั้งหมดนี้เราพิสูจน์มาหมดแล้วว่า &amp;ldquo;เป็นไปได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเรายังมีดาวกระจายอีกหลายคนที่เมื่อรวมตัวกันเมื่อไหร่ ส่องสว่างไม่แพ้ดาวฤกษ์ของพรรคอนาคตใหม่แน่่นอน เป็นไปได้ที่ประชาชนที่อยู่ที่นี่ถือเทียนคนละเล่ม จะสว่างพอๆกับดาวฤกษ์ของพรรคอนาคตใหม่ที่เขาตัดสิทธิออกไปได้ เมื่อพรรคก้าวไกลกับสมาชิกที่อยู่ที่นี่รวมกันกับประชาชน แสงสว่างในความมืด ในยามที่ประเทศไทยมืดที่สุดยังสว่างขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราต้องเชื่อแบบนั้น นี่คือการเมืองแห่งความเป็นไปได้ นี่คือการเมืองแบบมีความหวัง ไม่ใช่การเมืองแบบมีความกลัว ตราบใดก็ตามที่ผมหันหลังไป แล้วยังเห็นพวกท่านอยู่ พวกผมไม่มีวันถอย พวกผมไม่มีวันยอมแพ้ เพราะตราบใดที่เราหันไปแล้วเรายังมีกันและกันอยู่ มีพวกผมไม่มีพวกท่านทำอะไรไม่ได้ นี่คือการต่อสู้ของพวกท่านทุกคนด้วย เพราะฉะนั้น มาวันนี้ มายืนยันว่าพรรคก้าวไกลคือบทที่สองของพรรคอนาคตใหม่ ยังเป็นพรรคที่ไม่ใช่พรรคชั่วคราวอย่างที่ใครพูดกัน นี่คือพรรคที่มีความตั้งใจที่จะเป็นสถาบันหลักของการเมืองไทยไปอีกตราบนานเท่านาน เท่าที่ประชาชนยังต้องการเราอยู่ ถ้าพวกท่านยังต้องการผมอยู่ พวกผมก็ยังจะยืนอยู่กับท่าน เป็นสถาบันหลักที่พาประเทศไทยออกจากวิกฤตินี้ ไปสู่อนาคตที่ก้าวไกลกว่า ที่ก้าวหน้ากว่า ที่ประเทศไทยเป็นของคนทุกคน ที่ระบบเศรษฐกิจทำงานให้กับคนทุกคน ไม่ใช่แค่นายทุนอย่างเดียว ที่ประชาชนอยู่เสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย แล้ววันนั้นจะเป็นวันที่เราปลี่ยนประเทศไทยและเปลี่ยนโลกนี้ด้วยกัน&amp;rdquo; นายพิธากล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75946</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบซื้ออาวุธ, ปิดสวิตช์ ส.ว., พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, หัวหน้าพรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b2dc41773b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกรัฐบาล&#039; ยันงบจัดซื้ออาวุธผูกพันข้ามปี-ต้องแบ่งชำระ คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติสูงสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุให้นายกรัฐมนตรี นำงบประมาณปี 64 ของกระทรวงกลาโหมสำหรับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ไปกู้วิกฤติเศรษฐกิจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงชัดเจนถึงเหตุผลความจำเป็นไปแล้ว และมีการตรวจสอบกับสำนักงบประมาณทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ทุกประการ โดยเป็นงบฯผูกพันข้ามปีสำหรับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการผลิตและการแบ่งชำระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ ประเทศมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้มีความเพียงพอ เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการสนับสนุนงบให้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันมีอาวุธยุทโธปกรณ์เก่าประมาณร้อยละ 80 และเพื่อทดแทนไม่ให้ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุง ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ภารกิจป้องกันตามชายแดนต้องใช้กำลังพลจำนวนหลายหมื่นคนในการดูแลพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนสามารถยุติได้ระดับหนึ่งจากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ระบุว่า ต้องขอขอบคุณฝ่ายค้านที่แสดงความเป็นห่วงถึงการใช้งบประมาณของปี 64 ในครั้งนี้ แต่ขอให้มีความเข้าใจ และห่วงใยถึงลูกหลานที่เป็นทหาร จำเป็นจะต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้ขอให้มั่นใจได้ว่านายกรัฐมนตรีจะดูแลการดำเนินการทุกอย่างอย่างดีที่สุด และใช้งบประมาณให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากที่สุด สำหรับในส่วนของงบประมาณที่นำมาให้ความช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูประเทศ นั้นอยู่ในงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, งบซื้ออาวุธ, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef88fcfc013c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูบิ๊กแดงนั่งนายกฯ ‘บิ๊กป้อม’ฝันหวานเล่นบทนักปั้นมือทองยิ้มกริ่มถ้าเป็นได้มันก็ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; หัวเราะร่วน พูดทีเล่นทีจริง! นายกรัฐมนตรีคนต่อไปชื่อ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ถ้าเป็นได้ก็ดี ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตอกคนค้านงบซื้ออาวุธ ถามประเทศอื่นเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อน เขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเรา แต่ก็ต้องทำ ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ &amp;ldquo;ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายโจมตีงบประมาณด้านความมั่นคงที่ไม่ได้มีการลงรายละเอียด เนื่องจากเกรงใจพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าคงไม่ เพราะในงบประมาณก็มีรายละเอียดชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนนั้น เป็นเพราะบางอย่างยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร เป็นการกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ามีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ทหารชั้นนายพลตำแหน่งพิเศษใช้งบประมาณสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 7,000 ล้านบาทต่อเดือน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ขอไปตรวจสอบก่อน แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะมี เชื่อว่าคงไม่น่าจะมีการเพิ่มให้ทหารชั้นนายพล มีเพียงค่าปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการโหวตร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จะเกิน 250 เสียง พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนถามสื่อมวลชนว่า &amp;ldquo;แล้วคุณว่าอย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่านอกจากเสียงของรัฐบาลแล้วยังมีเสียงของพรรคฝ่ายค้านมาช่วยสนับสนุนหรือไม่ รองนายกฯ ตอบพร้อมอมยิ้มว่า &amp;ldquo;ยังไม่รู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่าแต่ท่านยิ้ม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ผมก็ยิ้มแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่ามีการตั้งงบประมาณในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้สูง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ รองนายกฯตอบว่า งบประมาณใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ประกอบด้วยหลายส่วน มีทั้งงบเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา รวมถึงงานทางด้านยุทธวิธีและพัฒนา เราไม่ได้นำเงินไปใช้ในการสู้รบอย่างเดียว ส่วนที่ฝ่ายค้านอภิปรายเปิดเผยว่ามีการเปิดบอลที่สีลมนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านโจมตี ผบ.ทบ.ภายหลังบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรบอกว่า จะให้ทำอย่างไรได้ ท่านก็ตั้งใจดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฝ่ายค้านคาดเดาว่า ผบ.ทบ.จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นได้ก็ดี&amp;rdquo; ก่อนจะหัวเราะและเดินเข้าห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของงบฯ กลาโหมมีการกันไว้ 70,000-80,000 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อเอาไว้ซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นการตั้งงบผูกพัน และเป็นงบในส่วนของกลาโหมเอง ไม่ใช่งบกลาง เว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งต้องมีการซื้อทดแทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่กว่า 5,000 กิโลเมตร ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหากเราไม่มีเรือที่ทันสมัย จะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง อย่าคิดว่ามีเยอะ แต่ต้องไปดูว่ามีความทันสมัยและทันสถานการณ์หรือไม่ ต้องคิดตรงนี้ และต้องไปดูข้างในด้วย ซึ่งเราก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักยภาพ รวมถึงเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยเฉพาะวันนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลง รอบบ้านเราก็มีกันทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จะมาบอกว่าเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อน เขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเรา แต่ก็ต้องทำ เมื่อเขามี เราไม่มี ศักยภาพของเราก็หายไปไหมล่ะ ทั้งศักยภาพ ความเกรงอกเกรงใจ การเจรจาและการพูดคุย รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเล ซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากัน ยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครอง จะบานปลายไม่ได้ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควร ให้ทันกับโลกวันนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ &amp;ldquo;ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน&amp;rdquo; โดยเนื้อหาอธิบายถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร จากภารกิจป้องกันประเทศสู่การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยอยู่เคียงข้างประชาชนในสมรภูมิน้ำ เป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถลำเลียงทหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ลำเลียงเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอพยพคนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ปรับสภาพเป็นโรงครัวพระราชทานเคลื่อนที่ ลุยน้ำท่วมไปช่วยประชาชนได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมระบุว่า ใช้ทุกสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า...เพื่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาหลังการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักกรณีงบประมาณกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปรณ์สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48423</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบซื้ออาวุธ, ชูบิ๊กแดงนั่งนายก, ทีเล่นทีจริง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5dab1c54ee0dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
